<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบแรงงานบุกทำเนียบฯ! ขนโลงวางอาหารหมาไล่รัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนจำนวนหนึ่ง นำโดยน.ส.ธนพร วิจันทร์ ทำกิจกรรมนำโลงศพ วางรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนนตรี และ รมว.กลาโหม และคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด ทั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน โดยติดโลโก้พรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทยที่โลง รวมถึงวางอาหารสุนัขไว้บนโลง พร้อมวางดอกไม้จันทน์&amp;nbsp; จุดธูป ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ธนพร กล่าวว่า เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีคุณภาพ ให้กับประชาชนทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยภายในเดือน ต.ค.นี้&amp;nbsp; โดยให้สำนักงานประกันสังคม และเอกชนสั่งซื้อโดยตรง&amp;nbsp; และให้รัฐบาลจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวน และไม่ถือเป็นวันลา ในกรณีที่พนักงานที่หยุดงานเพราะกักตัว หรือเพราะต้องไปรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 ตามกฏหมายแรงงาน อีกทั้งให้รัฐบาลจัดตรวจคัดกรองเชิงรุกในสถานประกอบการให้กับลูกจ้างทุกคน พร้อมเยียวยาประชาชน และแรงงานข้ามชาติ ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 เป็นเงินคนละ 5,000 บาทถ้วนหน้า เป็นเวลาอย่างน้อยสามเดือน ขอให้รัฐบาลจัดสวัสดิการเพื่อดูแลประชาชนอย่างคุณภาพ และขอให้นายกรัฐมนตรีลาออก เนื่องจากบริหารงานล้มเหลว พร้อมสนับสนุนกลุ่มราษฎรไม่ลดเพดานสามข้อเรียกร้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับข้อร้องเรียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108652</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบฯ, บิีกตู่, ม็อบแรงงาน, อาหารหมา, โลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e29204e33f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบบุกทำเนียบ สตรีพท.ซัด‘บิ๊กตู่’ เหลื่อมลํ้าทางเพศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันสตรีสากล ม็อบแรงงาน-ผู้หญิงล้อมทำเนียบเรียกร้องสวัสดิการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำคุ้มครองแรงงานหญิง กำหนดวัน 8 มีนา.เป็นวันหยุดเพิ่มสิทธิและบทบาทสตรี &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; หงุดหงิดเสียงปราศรัยรบกวนสมาธิ ปราศรัยวันสตรีสากลมุ่งส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ เพิ่มบทบาทสตรีในการมีส่วนร่วมสร้างความเข้มแข็งแก่สังคม &amp;quot;สตรีเพื่อไทย&amp;quot; ซัด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ยิ่งอยู่อันดับความเท่าเทียมทางเพศยิ่งตกต่ำกว่ายุค &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเช้าวัน?ที่ 8 มีนาคม ได้มีสหพันธ์แรงงาน อุตสาหกรรมสิ่งทอการตัดเย็บเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์?หนังแห่งประเทศไทย กลุ่มสหภาพ?แรงงานย่านรังสิต และองค์กรเครือข่ายต่างๆ? ได้?มายื่นหนังสือเนื่องในวันสตรีสากล? 8 มีนาคม? เพื่อทวงถามความคืบหน้าข้อเรียกร้อง?ที่เคยยื่นรัฐบาลไปแล้ว? 7 ข้อ? อาทิ? ขอให้รัฐบาลจัดงบประมาณ?รัฐสวัสดิการ?ดูแล?ประชาชน?อย่างมีคุณภาพ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ?ทั้งฉบับให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเป็นประชาธิปไตย?อย่างแท้จริง, รัฐบาลต้องเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 400-425 บาท, ผลักดันกฎหมายให้สตรีมีสิทธิ์?ทำแท้งได้อย่างปลอดภัยหากไม่พร้อมมีบุตร และต้องผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาทต่อเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 ถนนราชดำเนิน ได้มีกลุ่มคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ทำกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล โดยตั้งขบวนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ก่อนที่จะเดินขบวนมายังหน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งเวทีปราศรัยและอ่านแถลงการณ์เนื่องในวันสตรีสากล และข้อเรียกร้องที่มีต่อนายกรัฐมนตรี จำนวน 8 ข้อ อาทิ ขอให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญา ILO ที่ว่าด้วยการขจัดความรุนแรงและการล่วงละเมิดในโลกแห่งการทำงาน รวมถึงการให้ความคุ้มครองแรงงานหญิงที่เป็นธรรม ขจัดการละเมิดสิทธิ แรงงานทุกรูปแบบ มีมาตรการปกป้องคุ้มครองและเยียวยาสร้างความมั่นคงในการทำงาน เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม รัฐบาลต้องกำหนดสัดส่วนของผู้หญิงและเพศสภาพในการตัดสินใจของคณะกรรมการทุกมิติทุกระดับอย่างน้อย 1 ใน 3 และกำหนดวันที่ 8 มีนาคม เป็นวันหยุดตามประเพณีของทุกปี เพื่อเรียกร้องสิทธิและบทบาทของสตรี และขอให้รัฐบาลแสดงออกถึงความจริงใจในการยกระดับสิทธิและสวัสดิภาพของผู้หญิงในการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ โดยระหว่างที่ให้สัมภาษณ์ เป็นเวลาเดียวกับกลุ่มเครือข่ายแรงงานได้ชุมนุมและปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียงเนื่องในวันสตรีสากลอยู่ด้านหน้าทำเนียบ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;เสียงนี่รบกวนสมาธิผมเหลือเกิน ตั้งแต่เช้าแล้ว ก็เป็นเรื่องของเขา การชุมนุมอะไรก็แล้วแต่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดเวลาที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ เครือข่ายแรงงานยังคงปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง จนเสียงดังเข้ามาภายในทำเนียบฯ ซึ่งนายกฯ ได้หยุดพูดอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า &amp;ldquo;ใช้เครื่องขยายเสียงนี่ ขออนุญาตหรือเปล่าก็ไม่รู้ เราก็ยังไม่ได้ไปว่าอะไรเขา แต่มีโรงเรียน มีวิทยาลัยอยู่ตรงนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2564 ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เสริมพลังสตรีและเด็กหญิงสู่ความเสมอภาค ร่วมตัดสินใจ ไร้ความรุนแรง&amp;rdquo; ผ่านวีดิทัศน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปว่า นายกรัฐมนตรีฝากความระลึงถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องสตรีไทย และผู้ที่ปฏิบัติงานด้านสตรีที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพสตรีในทุกมิติเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2564 นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ารัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของสตรีในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและการยุติการเลือกปฏิบัติในสังคม จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ การมีส่วนร่วมการรับผิดชอบครอบครัวและพัฒนาสังคม พร้อมทั้งเพิ่มโอกาส บทบาทและการมีส่วนร่วมของสตรีในการทำงานเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และการบริหารในทุกระดับ ซึ่งการจัดงานในวันนี้ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เสริมพลังสตรีและเด็กหญิงสู่ความเสมอภาค ร่วมตัดสินใจ ไร้ความรุนแรง&amp;rdquo; เพื่อเห็นคุณค่า ศักดิ์ศรีที่เท่าเทียม และเป็นหนึ่งพื้นฐานสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวันสตรีสากล 8 มี.ค. นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมบทบาทของผู้หญิงว่าเป็นผู้มีความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศอย่างมากในทุกๆ ด้าน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา บทบาทของผู้หญิงไทยเป็นที่กล่าวถึงในระดับนานาชาติมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามยังคงมีปัญหาที่ฝังลึกในสังคมไทยอยู่ เรื่องทัศนคติหญิงด้อยกว่าชาย การใช้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งรัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรีและบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานมาอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวเนื่องในวันสตรีสากล โดย น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทั่วโลกมองเรื่องความเท่าเทียมและการลงมือทำเป็นวาระที่จะต้องผลักดันให้สตรีและทุกคนตระหนักรู้ โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) มีแนวคิด Celebrate &amp;ldquo;Women in Leadership&amp;rdquo; ชื่นชมสตรีที่เป็นผู้นำส่งเสริมสิทธิที่เท่าเทียม ส่วน International Woman Day หรือ IWD ได้จัดแคมเปญ #ChooseToChallenge กระตุ้นให้ผู้หญิงออกมาประกาศว่าตนเองจะเอาชนะเรื่องใด หรือต่อต้านสิ่งใด และให้ร่วมกันลงมือทำจึงจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ แต่เหตุใดผู้นำประเทศของไทยอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการจะเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ แต่ยิ่งอยู่อันดับความเท่าเทียมทางเพศยิ่งตกต่ำลง หากดูรายงานของ World economic forum ที่จัดอันดับความเหลื่อมล้ำทางเพศทั่วโลก พบว่า ในปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย อันดับความเหลื่อมล้ำทางเพศของไทยอยู่ลำดับที่ 65 แต่ในปี 2563 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ความเหลื่อมล้ำทางเพศของไทยตกไปอยู่อันดับ 75
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความเท่าเทียมทางเพศในบริบทของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ร่างขึ้นเพื่อสืบทอดอำนาจของ คสช. แม้มีบทบัญญัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน ห้ามเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากความแตกต่างทางเพศ แต่ในความเป็นจริงค่านิยมผู้ชายมีสิทธิเหนือกว่าผู้หญิงยังคงอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เกือบ 10 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เห็นความสำคัญของสตรี ไม่มีโครงการใดเลยที่ออกมาส่งเสริมสตรีตามที่ได้หาเสียงไว้ เช่น โครงการมารดาประชารัฐ ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงตอนนี้ยังไม่สำเร็จ นอกจากนี้กองทุนพัฒนาสตรี ซึ่งมีโมเดลเดียวกับกองทุนหมู่บ้าน ทำให้ผู้หญิงเข้าถึงเงินทุนนำไปพัฒนาอาชีพสร้างรายได้ จนเมื่อมีการรัฐประหารโครงการนี้หยุดชะงักไป 5 ปี ปัจจุบันกองทุนถูกโยกย้ายไปที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งทำให้สตรีเข้าถึงกองทุนได้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันสตรีสากลในปีนี้ #ChooseToChallenge หรือเรื่องความท้าทาย ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นแนวคิดหลัก สำหรับประเทศไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่นเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก แต่มากไปกว่านั้น เรายังต้องตกอยู่ในสภาวะที่สิทธิเสรีภาพถูกลิดรอน ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้กับผู้หญิงและทุกคนที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย สิทธิ และเสรีภาพ ความเท่าเทียมกันอย่างมั่นคง ทำให้เราทุกคนไม่สิ้นหวังหรือท้อถอยด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95448</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความเสมอภาคทางเพศ, คุ้มครองแรงงานหญิง, ม็อบแรงงาน, ม็อบแรงงาน-ผู้หญิง, วันสตรีสากล, สวัสดิการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหลื่อมลํ้าทางเพศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60462fda22683.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงาน 17 องค์กร เรียกร้องนายกฯแก้ 10  ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านาเลิ้ง) กลุ่มสภาองค์การลูกจ้างและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มแรงงานนอกระบบ รวม17 องค์กร นำโดยนายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวกัน เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ จากนั้นทั้ง 17 องค์กร ได้เคลื่อนขบวนออกจากสนามม้านางเลิ้ง ผ่านทำเนียบรัฐบาล และเคลื่อนไปบนถนนราชดำเนิน เพื่อไปยังลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อ กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อ ประกอบด้วย 1. ขอให้รัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยกำหนดให้ลูกจ้างเกษียณอายุที่ &amp;nbsp;60 ปี ในกรณีที่ลูกจ้างอายุครบ 55 ปี ประสงค์จะลาออกจากการเป็นลูกจ้าง ให้นานจ้างอนุญาต และให้ลาออกโดยได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างที่เกษียณอายุทุกประการ 2.ขอให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปรับฐานการรับเงินบำนาญ โดยมีอัตราเริ่มต้นที่ 500 บาท 3.ผู้ประกันตนเมื่อพ้นสภาพการเป็นมาตรา33และรับบำนาญ ให้มีสิทธิ์สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา39 ได้โดยไม่ตัดสิทธิ์การรับบำนาญ 4.ในกรณีที่ลูกจ้างพ้นจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา33ให้สปส.ใช้ฐานค่าจ้างตามมาตรา33 เดิม คำนวณเป็นฐานรับบำนาญ 5. ขอให้รัฐบาลกำหนดให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นภารบังคับที่นายจ้างต้องจัดให้มีขึ้นและกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ ได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดากรเป็นลูกจ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการออกกฎหมายที่สนับสนุนการสร้างระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจ ให้กลายเป็นองค์กรมหาชนหรืออื่นๆที่เป็นการแบ่งผลกำไรจากรัฐไปให้เอกชน 7.ให้รัฐบาลออกกฎหมายคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบ และมีสิทธิ์จัดตั้งองค์กรได้ 8.ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้มีการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่87,98 9. ขอให้รัฐบาลแก้ไขพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา11/1ให้เป็นภาคบังคับและมีโทษอาญา ในกรณีที่นานจ้างไม่ปฎิบัติตาม และ10.ให้รัฐบาลดำเนินการสั่งให้กระทรวงแรงงานปฏิบัติการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 74 อย่างเคร่งครัด โดยให้นายจ้างและรัฐบาลต้องร่วมกันดำเนินการตัดสินใจโดยเฉพาะในระบบแรงงานสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางที่เคลื่อนขบวน ได้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มฯก็ยังเคลื่อนขบวนต่อไป ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าตำรวจสันติบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ตลอดเส้นทาง ขณะที่บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลได้มีการนำแผงรั้วเหล็กมากั้น และห้ามขึ้นมาบนฟุตบาธ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8237</URL_LINK>
                <HASHTAG>พนัส ไทยล้วน, ม็อบแรงงาน, วันแรงงาน, สหภาพแรงงาน, เรียกร้อง10ประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae80303e7206.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
