<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2019 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2019 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เศรษฐกิจไปไม่ถูก คิดหนักหามาตรการกระตุ้นศก.เพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.2562 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขานุการ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ครั้งที่ 7 ไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม เพราะที่ผ่านมาได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปหมดแล้ว ทั้งการกระตุ้นการบริโภค การท่องเที่ยว การช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และการเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ครม.เศรษฐกิจ อาจจะมีการพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในเดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าถึงมีมาตรการใหม่ออกมาก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2562 ขยายตัวได้ 3% ตามที่ ครม.เศรษฐกิจ ตั้งใจไว้ และการประชุม ครม.เศรษฐกิจครั้งต่อไปยังกำหนดไม่ได้ว่าจะมีการประชุมเมื่อไร เนื่องจากนายกรัฐมนตนรีจะต้องเดินทางไปภารกิจในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า การประชุม ครม. เศรษฐกิจ ที่ตั้งขึ้นมา 3 เดือน ในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษเท่านั้น โดยที่ประชุมที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการหารือกัน 3-4 เรื่องประกอบด้วย เรื่องแรก มีการรายงานภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ลดลง จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจปี 2562 จากเดิมที่จะขยายตัวได้ 2.8% เหลือ 2.6% ซึ่งได้มีการสั่งการให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจดูแลการขยายตัวเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายขยายตัวให้ได้มากกว่าไตรมาส 3 ที่ขยายตัวได้ 2.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่สอง ครม.เศรษฐกิจมีการหารือเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยให้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายเงินลงทุนใน 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ให้ได้ 1.1 แสนล้านบาท และการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้าให้เบิกจ่ายให้ได้ 92.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่สาม มีการหารือเรื่องการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทยจีน ที่มีความล่าช้า โดยล่าสุดกระทรวงคมนาคมและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หารือกันให้มีการกู้เงินดอลลาร์เพื่อการก่อสร้างในโครงการนี้ เนื่องจากต้นทุนต่ำกว่าการกู้ในประเทศ และช่วยทำให้ค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าอ่อนค่าลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่้องสุดท้ายที่ ครม. เศรษฐกิจมีการหารือกัน คือการเร่งเบิกจ่ายเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยได้รายงานว่ามีการเร่งเบิกจ่ายในช่วงที่ผ่านมาประมาณ 1 หมื่นล้านกว่าบาทแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟไทยจีน หรือรถไฟความเร็วสูง ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กม. วงเงิน 179,413 ล้านบาท โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดหาแหล่งเงินกู้ ซึ่งขณะนี้ยังติดปัญหาการเจรจากับจีนในสัญญาที่ 2.3 เป็นงานระบบ วงเงิน 50,633 ล้านบาท ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ จึงทำให้ไม่สามารถเสนอให้ ครม.พิจารณาเพื่อเซ็นสัญญาร่วมกันได้ โดยในส่วนนี้กำลังพิจารณาว่าจะใช้เงินกู้จากแหล่งใด ซึ่งฝ่ายไทยอยากกู้เป็นสกุลเงินบาท แต่ทางฝ่ายจีนต้องการให้ไทยกู้เป็นเงินหยวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ครม.เศรษฐกิจต้องพิจารณามาตรการเพิ่มเติม สร้างความเข้มแข็ง การดูแลผู้มีรายได้น้อย หรือ ผู้มีรายได้ปานกลาง ซึ่งสังคมรอความหวังจากการทำงานของรัฐบาลและ ครม.เศรษฐกิจ สิ่งที่ต้องทำวันนี้ ต้องทำคู่ขนานกันไปทั้งเรื่องในปัจจุบัน ที่เป็นปัญหาความเดือดร้อน รวมถึงการสร้างอนาคตไปด้วยกัน ทั้งด้านการเกษตร การลงทุน และ อุตสาหกรรม รวมถึงการใช้จ่ายโครงการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และ การกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายระดับล่างให้มากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50916</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ), ม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d66916e20d3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
