<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปศุสัตว์ลำปางเร่งฉีดพ่นหมอกควันไล่แมลง หวั่น &#039;กาฬโรคแอฟริกาในม้า&#039; ระบาดในพื้นที่กว่า 400 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63 - ที่โพนี่แคมป์ขี่ม้าและอาชาบำบัดลำปาง บ้านวังหม้อ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง น.สพ.ศร ธีปฏิมากร ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สำนักงานเทศบาลตำบลต้นธงชัย สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง สมาคมรถม้าลำปาง ได้นำเครื่องพ่นหมอกควันไล่แมลง มาทำการพ่นภายในคอกและโดยรอบคอกม้า และ นำน้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นบริเวณภายในคอกม้าเพื่อฆ่าเชื้อโรคและป้องกันการระบาดของกาฬโรคในม้า หรือโรคระบาดกาฬโรคแอฟริกาที่กำลังระบาดอยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และ จ.ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง กล่าวว่า หลังจากเกิดการระบาดของโรคแอฟริกาในม้าก็ได้มีการหาข้อมูลกันและทราบว่าเป็นโรคอุบัติใหม่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และไม่ติดต่อสู่มนุษย์และสัตว์อื่นๆ โดยมีพาหะคือ แมลงดูดเลือดจำพวกริ้น ยุง โดยตัวริ้นสามารถนำโรคไกลถึง 150 กิโลเมตร วิธีป้องกันคือ ต้องไม่ให้มีสัตว์ที่ติดเชื้อเกิดขึ้น หรือเข้ามาในพื้นที่ เพราะหากมีสัตว์ติดเชื้ออยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงก็จะสูงที่จะมีการระบาด แต่ขณะนี้ที่จังหวัดลำปาง จากการสอบถามคนเลี้ยงม้าทราบว่าลำปางหยุดการนำเข้ามาจาก อ.ปากช่อง มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว ทำให้ความเสี่ยงลดลง แต่จังหวัดอื่นยังมีม้าซึ่งยังคงไปมาหาสู่กัน ขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์จึงต้องประกาศห้ามเคลื่อนย้ายม้า ลา ล่อ และอูฐหรือซากสัตว์ดังกล่าวข้ามเขตเป็นเวลาสองเดือนเพื่อสกัดการระบาดของโรค และขณะนี้เพื่อเป็นการป้องกันทางปสุสัตว์จึงได้จัดหายาฆ่าเชื้อและประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกพื้นที่จัดหาและเข้าทำการพ่นหมอกควันไล่แมลงพร้อมกับฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในคอกทุกแห่งในจังหวัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรกิจ เสาร์ใจ เจ้าของคอกม้าโพนี่แคมป์ขี่ม้าและอาชาบำบัดลำปาง กล่าวว่าขณะนี้ตนเองมีม้าที่เลี้ยงไว้หลากหลายสายพันธุ์ บางตัวนำเข้ามาจากต่างประเทศ รวม 11 ตัว ซึ่งราคาแพงสุดตัวละกว่าสามแสนบาท ซึ่งหากล้มไปตัวหรือสองตัวก็มีหวังล้มทั้งยืนเช่นกัน หลังจากเกิดโรคระบาดม้าขึ้น ทางคอกก็ได้เพิ่มการดูแลป้องกันมากขึ้น โดยการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในคอกม้า และมีลมพัดถ่ายเทจึงไม่ค่อยมีปัญหา ที่สำคัญคือปกติม้าก็จะมีโรคประจำตัวคือ โรคโลหิตจาง และพยาธิ ซึ่งก็มีแมลงเป็นพาหะเช่นกัน แต่โรคพยาธิมียารักษาและหากรู้ก่อนก็รักษาหายเร็วแต่โรคนี้ยังไม่มียารักษาซึ่งก็ต้องระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปสุสัตว์จังหวัดลำปางได้แนะนำให้ผู้เลี่ยงม้าป้องกันโดยการตรวจสุขภาพม้าเป็นประจำทุกวัน เน้นการวัดไข้ กำจัดแมลงดูดเลือดที่เป็นพาหะ ป้องกันแมลงโดยใช้ตาข่ายหรือมุ้ง กรณีมีการระบาดของโรคต้องมีการควบคุมเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออกบริเวณที่เกิดโรค ทำความสะอาดคอกบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และอุปกรณ์เครื่องใช้ แยกอุปกรณ์ทุกตัว ใช้ความร้อนมากกว่า 60 องศา&amp;nbsp;ในการทำลายเชื้อหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอาการของโรคที่ควรสังเกตุคือ ม้ามีอาการบวมที่หัว คอ ไหล่ เหนือตาและหนังตา การคั่งเลือดของเยื่อบุตา หายใจลำบากอย่างรุนแรง ไอแบบเกร็งและมีของเหลวที่เป็นฟองจำนวนมากไหลออกมาจากรูจมูก สัตว์จะตายภายใน 1 สัปดาห์ สำหรับข้อมูลม้าในพื้นที่จังหวัดลำปางขณะนี้มีม้าจำนวน&amp;nbsp;400 ม้า มีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวรถม้าจำนวน 93 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61841</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาฬโรคในม้า, จังหวัดลำปาง, ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง, ม้าลำปาง, โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า, โรคอุบัติใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e85b7d4737e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มูลนิธิม้าลำปาง&#039; เปิดตัวท่องเที่ยวมิติใหม่กระตุ้นอนุรักษ์ม้าไทยพันธุ์โบราณเหลือไม่ถึง 20 % </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มูลนิธิม้าลำปาง&amp;quot; เปิดตัวท่องเที่ยวมิติใหม่ นั่งรถม้าฟังบรรยายผ่านออดิโอไกด์ทัวร์ระบบ 2 ภาษา &amp;quot;ไทย-อังกฤษ&amp;quot; หวังให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ประวัติศาสตร์พร้อมประวัติม้าโบราณ&amp;nbsp;เผยลำปางเหลือม้าไทยสายพันธุ์โบราณไม่ถึง 20% เหตุถูกผสมข้ามสายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.63 -&amp;nbsp;ที่มูลนิธิม้าลำปาง ถนนถ้านางรอย ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สพ.ญ.ดร.ศิรยา ชื่นกำไร ประธานมูลนิธิม้าลำปาง จัดกิจกรรมเปิดตัวการท่องเที่ยวมิติใหม่ &amp;quot;ออดิโอ้ไกด์ทัวร์&amp;quot; (Audio Guide Tour on an pony Carriage) ซึ่งเป็นคู่มือเครื่องเสียงภาษาไทยบริการนักท่องเที่ยวบนรถม้า ควบคู่กับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างเพลิดเพลินและเป็นการเผยแพร่ให้โลกได้รู้ถึงคุณค่าของสายพันธุ์ม้าไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานมูลนิธิม้าลำปาง เปิดเผยว่าม้าไทยเป็นม้าสายพันธุ์โบราณ และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ให้ชุมชนด้านการท่องเที่ยวในหลายจังหวัด แต่ความโดดเด่นของม้าไทยจนถึงสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้แก่ ม้าลากรถในจังหวัดลำปาง หากนำคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์และการเป็นทรัพยากรทางพันธุกรรมว่าเป็นประเด็นสำคัญ ก็จะยิ่งเพิ่มคุณค่าของกิจกรรมการท่องเที่ยวในลำปางและประชาชนจะมีความตระหนักถึงคุณค่าของม้าไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะพบว่าไม้ไทยเป็นม้าสายพันธุ์โบราณเกือบไม่มีเหลือแล้วในโลก หากย้อนประวัติ สายพันธุ์ไปได้ถึงศตวรรษที่ 7 แต่ยังมีการใช้อยู่ในสังคมปัจจุบันและเมืองเขลางค์นครเป็นเมืองโบราณเต็มไปด้วยอารยธรรมทางศาสนา สถาปัตยกรรม รวมถึงยังมีชุมชนเก่าแก่ตั้งรกรากอยู่ โดยม้าลากรถลำปางยังมีตามท้องถนนอยู่ทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม้าที่ใช้ลากรถในปัจจุบันมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ใช้เทคนิคการสร้างรถแบบดั้งเดิมควรค่าแก่การอนุรักษ์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกับโบราณคดีและมนุษยวิทยา เป็นองค์ประกอบของการสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสำคัญของประเทศ และอีกอย่างหนึ่งคือความเข้าใจผิดเรื่องสรีระ และศักยภาพของสายพันธุ์ของม้าโบราณที่เกิดตามธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่นิยมมาไทยหรือม้าโบราณ และสร้างปัญหาเรื่องรายได้ จนทำให้เกิดมีการผสมข้ามสายพันธุ์ เพื่อให้ได้สรีระที่นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าดี ส่งผลให้เป็นการทำลายสายพันธุ์ม้าโบราณที่เป็นมรดกโลกและมีคุณค่าทางความหลากหลายทางชีวภาพโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวัดลำปางขณะนี้เหลือม้าไทยโบราณจริงๆไม่ถึง 20% ดังนั้นจึงต้องมาช่วยกันอนุรักษ์มรดกม้าไทยโบรารณเหล่านี้ให้เป็นมรดกโลก เพราะปัจจุบันยังเหลือม้าสายพันธุ์โบราณเหลืออยู่ไม่กี่แห่งในโลกและหนึ่งในนั้นคือลำปาง&amp;quot;สพ.ญ.ดร.ศิรยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโปรแกรมโครงการท่องเที่ยวออดิโอไกด์ทัวร์บนเส้นทางรถม้า ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Narrowcaster Pty LTD ประเทศออสเตรเลีย ในฐานะผู้ที่จัดทำออดิโอไกด์ทัวร์ให้กับพิพิธภัณฑ์ โบราณสถานต่างๆทั่วโลก เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเป็นที่แรกของประเทศไทย ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญและโอกาสในการสร้างการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าให้แก่มูลนิธิม้าลำปาง โดยนักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถม้าพร้อมได้รับสาระความรู้อย่างเพลิดเพลินเพื่อจะได้เผยแพร่ให้โลกได้รับรู้ถึงคุณค่าของสายพันธุ์ม้าไทยที่ยังมีคนรู้น้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโปรแกรมการท่องเที่ยวออดิโอไกด์ทัวร์บนเส้นทางรถม้า ใช้เวลา 2 ชั่วโมง ทุกคนจะได้นั่งรถม้าจะได้รับชุดหูฟัง 1 ชุดเพื่อสวมตลอดเวลาที่นั่งบนรถม้า เมื่อไปถึงแต่ละจุดจะมีหมายเลข ก็ให้กดตามหมายเลขที่เห็นก็จะมีคำบรรยาย โดยเบื้องต้นจะเป็น 2 ภาษาคือ ไทย-อังกฤษ โดยจะเริ่มต้นนั่งรถที่มีอายุกว่า 100 ปีออกจากที่ทำการมูลนิธิม้าลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเดินทางไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์เมืองลำปาง ชมวัดสำคัญเมืองโบราณผ่านชุมชน ซึ่งมีอายุกว่า 1,300 ปี เรียนรู้ประวัติศาสตร์รถม้าจากทางสมาคมและประวัติม้าไทยสายพันธุ์มรดกโลก หลังจากนี้จะมีโครงการจัดทำเป็นภาษาอื่นๆเพิ่มเติมอีก 8 ภาษาในอนาคตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58258</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, มูลนิธิม้าลำปาง, ม้าลำปาง, ม้าไทยสายพันธุ์โบราณ, รถม้าเมืองลำปาง, สพ.ญ.ดร.ศิรยา ชื่นกำไร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e56487d3a5dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
