<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาธิต&#039;อดีตอธิบดีสรรพากรกับพวกวืดประกัน! ศาลชี้โทษสูงหวั่นหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ วันที่ 21 ส.ค.2564 เรื่องประกันนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร จำเลยที่ 1&amp;nbsp; กับ นายศุภิจ หรือสิริพงศ์ ริยะการหรือริยะการธีรโชติ อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 จำเลยที่ 2&amp;nbsp; ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตฯพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตจำเลยทั้ง 2 ร่วมทุจริตฯ อนุมัติคืนภาษี 25 บริษัทให้ริบทองเเท่งของกลาง เเละร่วมกันชดใช้ความเสียหายกว่า 3 พันล้าน ส่วนนายประสิทธิ์ อัญญโชติ จำเลยที่ 3 สนับสนุนถูกพิพากษา 6 ปี 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยที่ 1-2 ยื่นประกันในส่วนนายสาธิต จำเลยที่ 1 มีนางกาญจนา รังคสิริ เป็นผู้ประกัน โดยเสนอหลักทรัพย์เงินสด 800,000 บาท ซึ่งเป็นหลักทรัพย์เดิมชั้นพิจารณา ส่วนนายศุภกิจ จำเลยที่ 2 มีนางวราภรณ์ ริยะการ เป็นผู้ประกันโดยเสนอหลักทรัพย์โฉนดที่ดิน ราคาประเมิน 1,801,150 บาท เป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นหลักทรัพย์เดิมชั้นพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดี ข้อหามีอัตราโทษสูง แม้จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิตประกอบกับจำเลยที่ 1 ยังไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 1 จะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1&amp;nbsp; ในระหว่างอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีข้อหามีอัตราโทษสูง แม้จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิต ประกอบกับจำเลยที่ 2 ยังไม่ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยที่ 2 จะหลบหนี ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 ในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114232</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกคำร้อง, ศาล, ศุกิจ, สาธิต รังคสิริ, ไม่ให้ประกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e31340615d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่ระงับคลิปธนาธร ได้วัคซีนล็อตแรกก.พ.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลยกคำร้องดีอีเอส ไม่ระงับคลิปไลฟ์สด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; วิจารณ์รัฐบาลเรื่องวัคซีนโควิดพาดพิงสถาบัน ชี้ไม่ชัดเจนผิด 112 เป็นข้อเท็จจริงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือหุ้นสยามไบโอไซเอนซ์ มิได้ทำให้พระองค์เสื่อมเสีย ศบค.ขอศึกษาเรื่องให้ผู้ฉีดวัคซีนเข้าประเทศก่อน เหตุ WHO&amp;nbsp; รายงานว่ายังไม่ปลอดภัย ด้าน คกก.โรคติดต่อฯ สรุปแผนฉีดวัคซีน 2 ระยะ 2 ล้านโดส กับ 61 ล้านโดส คาดสิ้นปีฉีดกลุ่มเป้าหมายครบ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; เผย ก.พ.นี้ได้วัคซีนจากซิโนแวคล็อตแรก 2 แสนโดส ดีดปากคนไม่ใช่แพทย์-ผู้เชี่ยวชาญให้สงบปากสงบคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ห้องพิจารณา 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งคดีหมายเลขดำ&amp;nbsp; พศ.76/2564 ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการเผยแพร่คลิปวิดีโอไลฟ์สดทางเว็บไซต์ จำนวน 3 URL ของนายธนาธร&amp;nbsp; จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้คัดค้าน ซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp; ของรัฐบาล โดยมีส่วนหนึ่งพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์ เมื่ออ่านถ้อยคำในมาตรา 14 (3) ซึ่งกำหนดความผิดสำหรับการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญานั้น เห็นว่าถ้อยคำที่ว่า &amp;quot;อันเป็นความผิด&amp;quot; แสดงว่ากฎหมายประสงค์จะลงโทษผู้ที่นำข้อมูลซึ่งได้มีการวินิจฉัยโดยชัดแจ้งแล้วว่าเป็นความผิดเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ เจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อมิให้ความผิดตามมาตรา 14 (3) ซ้ำซ้อนกับกับความผิดประมวลกฎหมายอาญาที่มีโทษสูงกว่าอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อยังไม่มีการฟ้องเกี่ยวกับข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามคำร้องนี้ให้รับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงไม่มีกรณีต้องวินิจฉัยตามมาตรา 14 (3) และไม่เข้าเหตุตามมาตรา 20 (1) &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อความที่ผู้คัดค้านนำเสนอนั้น เนื้อหาเกือบทั้งหมดมุ่งเน้นในเรื่องการกล่าวหารัฐบาลว่าบกพร่องในการจัดหาวัคซีน โดยมีการนำข้อมูลหลายอย่างมาสนับสนุน ซึ่งมีการบรรยายถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องหลายบริษัท รวมทั้งกล่าวถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นด้วย ข้อมูลที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ระบุเกี่ยวกับการถือหุ้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนน้อยและไม่ใช่ประเด็นหลักของการนำเสนอ เมื่อพิจารณาถึงข้อความที่กล่าวถึงพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะเจาะจง ในส่วนแรกเป็นการกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งความข้อนี้ผู้คัดค้านนำสืบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นเอกสารราชการและผู้ร้องไม่ได้คัดค้าน จึงฟังว่าเป็นความจริง ข้อเท็จจริงเพียงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือหุ้นบริษัทดังกล่าว มิได้ทำให้พระองค์เสื่อมเสีย ถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง หรือไม่เป็นที่เคารพสักการะแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในส่วนที่สอง เป็นส่วนเสริมจากข้อมูลส่วนใหญ่ของการนำเสนอที่กล่าวหารัฐบาลว่าผิดพลาดในการให้วัคซีนเกือบทั้งหมดถูกผลิตในบริษัทเดียว การกล่าวอ้างถึงคำถามต่อประชาชนต่อสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งอาจกระทบต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นการชักชวนให้ประชาชนกล่าวโทษพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่โดยลักษณะของข้อความที่สืบเนื่องกันมามีลักษณะเป็นการกล่าวหาว่า การกระทำของรัฐบาลจะกระทบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้คนฟังรู้สึกว่าความบกพร่องของรัฐบาลเป็นเรื่องร้ายแรง ด้วยลักษณะของการนำพระมหากษัตริย์มาอ้างเพื่อให้รัฐบาลรับผิดชอบมากขึ้น จึงไม่ได้มีการกล่าวถึงกรรมการผู้จัดการของบริษัท เพราะไม่ได้มุ่งเน้นความรับผิดของบริษัท คดีนี้มิใช่การพิจารณาความผิดของผู้คัดค้าน และจักต้องพิจารณาอย่างเคร่งครัด คือข้อความที่สมควรถูกห้ามนั้นต้องมีความชัดแจ้งที่จะเป็นความผิด ซึ่งเมื่อพิจารณาแต่เฉพาะถ้อยคำตามตัวอักษรข้อความที่ผู้คัดค้านกล่าวสืบเนื่องมาทั้งหมดของเรื่องนี้ ยังไม่สามารถเห็นได้อย่างกระจ่างชัดเจน ว่าจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชังองค์พระมหากษัตริย์แต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;#39;วัคซีนพระราชทาน&amp;#39; ไม่ใช่ใส่ความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการนำเสนอของผู้คัดค้านมีข้อความหัวเรื่องว่า &amp;quot; วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย&amp;quot; ผู้คัดค้านอ้างว่าเป็นคำพูดที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดทำนองนี้ และหน่วยงานของรัฐบาลเคยใช้คำนี้ ซึ่งข้อเท็จจริงในส่วนนี้ผู้ร้องมิได้โต้แย้ง ข้อเท็จจริงจึงฟังข้อเท็จจริงได้ตามที่ผู้คัดค้านนำสืบ ทั้งนี้ แม้ว่าถ้อยคำอาจไม่ตรงกันทั้งหมด แต่น่าจะแสดงว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้มีการใช้ถ้อยคำที่แสดงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประกอบการจัดหาวัคซีนแล้ว การที่ผู้คัดค้านนำข้อความดังกล่าวมานำเสนอจึงมิใช่ความเท็จ และลำพังข้อความดังกล่าวหากมิใช่ความเท็จก็ไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระองค์ จึงไม่ใช่การใส่ความ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพิจารณาข้อความทั้งหมดแล้ว แม้ว่าผู้คัดค้านจะบรรยายว่าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด แต่ก็มิได้มีข้อความใดที่แสดงให้เห็นชัดเจนเป็นการกล่าวหา หรือตำหนิติเตียน หรือกล่าวให้สงสัยในความสุจริตต่อพระองค์ไม่ว่าในทางใดๆ&amp;nbsp; จึงไม่มีลักษณะชัดเจนและเห็นได้ในทางภาวะวิสัยที่แสดงว่าข้อความนี้อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อันจะเป็นเหตุให้ศาลสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาตั้งแต่การไต่สวนและมีคำสั่งของศาล ซึ่งย่อมมีผลให้คำสั่งศาลในวันที่ 29 ม.ค. 2564 เป็นอันสิ้นผล และมีคำสั่งยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ขณะที่การฉีดวัคซีนในต่างประเทศ ข้อมูลเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการฉีดไปแล้ว 73 ประเทศ รวม 128 ล้านโดส ประเทศสหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงสุด มีประชากร 8.81 ล้านคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว 2 ครั้ง โดยหลายประเทศเริ่มมีการพูดคุยกันว่าเราควรกำหนดมาตรการที่อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเดินทางออกนอกประเทศได้ และถ้าได้ควรจะเป็นประเทศใด และแต่ละประเทศควรจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร จะต้องกักตัวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดย ศบค.และกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์โรคอย่างใกล้ชิด ศบค.ต้องไตร่ตรองคิดให้หนักและคิดให้ดี&amp;nbsp; ดังนั้นมาตรการที่จะออกมา เราจะตามต่างประเทศอย่างเดียวไม่ได้ ต้องศึกษาให้รอบด้านและต้องฟังองค์การอนามัยโลก&amp;nbsp; (WHO) ด้วย แม้ในหลายประเทศจะมีประกาศว่าในอีก 3-4&amp;nbsp; เดือนจะมีการพิจารณาเรื่องวัคซีนพาสปอร์ต แต่องค์การอนามัยโลกได้รายงานว่าช่วงนี้ยังไม่ใช่ช่วงที่ปลอดภัยเพียงพอที่จะสามารถทำได้ เพื่อที่จะออกเป็นมาตรการในประเทศเรา&amp;quot; พญ.อภิสมัยกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จ.นนทบุรี นายอนุทิน&amp;nbsp; ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยเขากล่าวว่า ในวันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้หารือถึงนโยบายการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งในเร็วๆ นี้จะได้วัคซีนของบริษัทซิโนแวค จำนวน 2 ล้านโดส&amp;nbsp; แบ่งเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2 แสนโดส เดือนมีนาคม 8 แสนโดส และเดือนเมษายน 1 ล้านโดส และเดือนมิถุนายนมีวัคซีนที่สั่งซื้อ จากบริษัทแอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส และที่จองเพิ่ม 35&amp;nbsp; ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส ถือว่าครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย และได้วางแผนการบริหารจัดการการให้วัคซีนมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย มีคุณภาพ ให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตามนโยบายรัฐบาล &amp;nbsp;
คนไม่ใช่แพทย์ให้หุบปาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.สธ.กล่าวว่า คณะกรรมการได้เห็นชอบในแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 พ.ศ.2564&amp;nbsp; ซึ่งมี 2 ระยะ โดยในระยะแรกที่วัคซีนมีปริมาณจำกัด เพื่อลดการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตจากโควิด รักษาระบบสุขภาพของประเทศ ฉีดให้ 5 กลุ่ม และระยะที่ 2 เมื่อวัคซีนมากขึ้นและเพียงพอจะฉีดให้ 7 กลุ่ม นอกจากนี้ได้เห็นชอบแผนการกระจายวัคซีนโควิด-19 ระยะแรก เดือน ก.พ.ถึง พ.ค.64&amp;nbsp; จำนวน 2 ล้านโดส ฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คือจังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดที่ยังพบผู้ป่วย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, นนทบุรี, ปทุมธานี, ระยอง, ชลบุรี, จันทบุรี, ตราด และตาก ระยะที่ 2&amp;nbsp; เดือนมิถุนายนถึงธันวาคม 2564 จำนวน 61 ล้านโดส โดยมีโรงพยาบาลรัฐและเอกชนให้บริการกว่า 1,000 แห่ง วางแผนฉีดวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้ครบทั้ง 63&amp;nbsp; ล้านโดสภายในปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่ไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ได้แต่อ่านข่าวต่างๆ&amp;nbsp; แล้วนำข้อมูลมาประมวล แล้วนำเสนอให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้&amp;nbsp; ขอให้สงบปากสงบคำเพราะไม่เกิดประโยชน์ มีแต่บั่นทอนกำลังใจ การออกมาพูดของคนที่ไม่เกี่ยวข้องมีแต่ทำให้เกิดความสับสนอลหม่านในใจประชาชน เรื่องนี้ต้องให้กำลังใจกัน ไม่ใช่มาขู่&amp;quot; นายอนุทินกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับการจัดหาวัคซีนจากบริษัทแอสตราเซเนกา ยังเป็นไปตามแผนคือเดือน มิ.ย.นี้จำนวน 26 ล้านโดส ส่วนที่มีการหารือเพื่อให้บริษัทจัดหาเข้ามาให้ก่อน เช่นจำนวน 50,000&amp;nbsp; โดสนั้น แม้จะสะดุดเพราะปัญหาจากภายนอกประเทศที่เราควบคุมไม่ได้ แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะไม่ได้ใน ก.พ.นี้ เพียงแต่อยู่ระหว่างหารือกันซึ่งต้องขอเวลาในการทำงาน อย่างไรก็ตามในช่วง 2-3 เดือนนี้ การผลิตวัคซีนในโลกไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาวัคซีนตามกลไกใดก็ตาม หากดูตามแผนกระจายของประเทศต่างๆ ก็จะเห็นความจำกัดในการฉีดวัคซีนแค่ล้านเศษ ซึ่งถ้าอยากเห็นผลของวัคซีนในการควบคุมโรคต้องใช้วัคซีนจำนวนมาก การฉีดจำนวน 1-2 ล้านโดสไม่มีประโยชน์ แต่จะมีประโยชน์สำหรับการควบคุมการระบาดในวงจำกัด ส่วนประเทศที่มีการระบาดในวงกว้างจะยังไม่ได้ผล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92421</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปไลฟ์สด, ยกคำร้อง, วัคซีนโควิด, ศาลยกคำร้อง, ศาลยกคำร้องดีอีเอส, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210208/image_big_60214c025b0fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; ร้อง ปปช. เอาผิด กกต. ข้องใจแจกใบส้ม &#039;สุรพล&#039; ส่อใช้อำนาจขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำพิพากษาที่ 4209/2563 ซึ่ง กกต. เป็นผู้ร้อง และมีนายสุรพล เกียรติไชยากร เป็นผู้คัดค้าน โดยศาลพิพากษาไว้ตอนหนึ่งในหน้า 34 ว่า&amp;nbsp;&amp;quot;...ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนยังฟังไม่ได้ว่า ผู้คัดค้านถวายเงินจำนวน 2,000 บาท แก่พระครูถาวรวรคุณ เพื่อเป็นการสื่อสารให้ชาวบ้านเข้าใจว่า ผู้คัดค้านได้บริจาคเงินสมทบให้แก่กองผ้าป่าสามัคคีของหมู่บ้าน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ด้วยวิธีการให้เงินไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน อันจะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (2) ตามคำร้อง และเมื่อฟังว่าผู้คัดค้านไม่ได้กระทำผิดตามคำร้องแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่จำต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 ตามคำร้อง พิพากษาให้ยกคำร้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า ในคำพิพากษาหน้า 29 ถึง 30 ศาลฎีกา ระบุไว้บางส่วน&amp;nbsp;&amp;quot;เห็นว่า ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำร้องขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พศ. 2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (2) ที่บัญญัติว่า &amp;quot;ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ... ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ (2) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า ในคำพิพากษาหน้า 30 ตอนท้าย ระบุไว้บางส่วนว่า&amp;quot;... และต้องได้ความว่า ผู้คัดค้านกระทำการดังกล่าวเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้คัดค้านด้วย...&amp;quot;&amp;nbsp;ในคำพิพากษา หน้า 31 ยังระบุไว้บางส่วนว่า &amp;quot;... นอกจากนี้ตามทางไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงทำให้ผู้คัดค้านหรือบุคคลใดเชื่อได้ว่า ...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า การที่ศาลฎีกายกคำร้องดังกล่าว เห็นได้ว่า มาจาก กกต. ไต่สวนได้ความโดยไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 73 วรรคหนึ่ง (2)&amp;nbsp;เรื่องนี้จึงมีประเด็นตามมาว่า การที่ กกต. ไต่สวนโดยไม่ได้ความตามที่กฎหมายบัญญัติ ทำให้เห็นได้ว่า กกต. อาจมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจอำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว จึงยังไม่จบ เพราะเมื่อศาลฎีกาพิพากษายกคำร้องด้วยเหตุ กกต. ไต่สวนได้ความโดยไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย กกต.จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย มิได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องร้องไปที่ ป.ป.ช. ให้รีบไต่สวนกกต. ว่าจะมีความผิดตามป.อาญา มาตรา 157 ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) กับ พรป.กกต. 2561 มาตรา 25 และมาตรา 69 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 2 พ.ย. จะส่งหนังสือร้องนี้ไปทางไปรษณีย์ EMS เนื่องจากในวันดังกล่าวช่วงเช้าไม่ว่าง เพราะต้องไปศาลอาญาคดีทุจิตฯ เพื่อฟังคำสั่งศาลฎีกาคดีที่นายประชา ประสพดี ฟ้อง ป.ป.ช.&lt;/p&gt;


	แห่แชร์ภาพ &amp;#39;ไมค์&amp;#39; หมดสติ &amp;#39;จาตุรนต์&amp;#39; งับทันทีถูกจนท.ซ้อม-ป่าเถื่อนมาก
	รพ.พระรามเก้า แถลงอาการป่วย &amp;#39;ไมค์-กวิ้น-รุ้ง&amp;#39;
	&amp;#39;บิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;#39; แป้ก!&amp;nbsp;
	รวมพิกัดชู 3 นิ้ววันนี้!จับตาไคลแม็กซ์งาน &amp;#39;นวมทอง&amp;#39; ต่อต้านเผด็จการ
	ชาว 3 นิ้วได้เฮ! สภ.นนทบุรี-อุบลฯ เพิกถอนหมายจับ &amp;#39;เพนกวิน-ไมค์-รุ้ง&amp;#39;
	ร้อนสุดๆ &amp;#39;จ่านิว&amp;#39; แจงยิบปมหลอกรณรงค์ให้คนไม่เข้ารับปริญญา แต่ตัวเองเข้ารับมากับมือ
	สส.โรม โพสต์เศร้า! รำลึก 14 ปี &amp;#39;ลุงนวมทอง&amp;#39; เซ่นรัฐประหาร
	&amp;#39;ทนายความ&amp;#39; สอนกฎหมาย &amp;#39;ดอกเตอร์&amp;#39;
	เดือดจนได้ &amp;#39;โบ้&amp;#39; เหลืออดทุบ &amp;#39;อ๋อย&amp;#39; หากินกับเด็ก!


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82451</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายสุรพล เกียรติไชยากร, พรรคเพื่อไทย, ยกคำร้อง, ศาลฎีกา, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, แจกใบส้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9e2d40e7d92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกคำร้องใบส้ม กกต.พลิกกม.สู้ สุรพลฟ้อง70ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลฎีกาฯ ยกคำร้อง กกต.แจกใบส้ม &amp;ldquo;สุรพล เกียรติไชยากร&amp;quot; อดีตผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เพื่อไทย ชี้ใส่ซองทำบุญ 2 พันบาทไม่ได้จูงใจให้ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เจ้าตัวภาคภูมิใจในเกียรติยศที่ได้รับความยุติธรรมจากศาล ทนายเตรียมฟ้อง กกต.เรียกค่าเสียหาย 70 ล้าน สนง.กกต.พลิกข้อกฎหมายหลังสุรพลจ่อฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลอ่านคำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบส้ม) และให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งนายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผู้คัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดย กกต.ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2562 มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งลงวันที่ 24 ม.ค.2562 เรื่องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันรับสมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี กกต.กล่าวหาว่าการใส่ซองทำบุญให้กับพระสงฆ์จำนวน 2,000 บาท มีมูลความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (2) ฐานให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใดในช่วงที่มีการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพูดของผู้คัดค้านไม่ใช่การหาเสียง มีลักษณะเป็นการพูดขอฝากเนื้อฝากตัวอย่างไร จึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังว่าผู้คัดค้านไปที่หอประชุมบ้านคู่ฮ้อสามัคคี โดยมีเจตนาเพื่อหาเสียงเป็นสำคัญ ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านถวายเงินจำนวน 2,000 บาทแด่พระครู เพื่อเป็นการสื่อให้ชาวบ้านเข้าใจว่าผู้คัดค้านได้บริจาคเงินสมทบให้แก่กองผ้าป่าสามัคคีของหมู่บ้าน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองด้วยวิธีการให้เงิน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน อันจะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (2) ตามคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อฟังว่าผู้คัดค้านไม่ได้กระทำความผิดตามคำร้องแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่จำต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 ตามคำร้อง พิพากษาให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่รัฐสภา นายสุรพล เกียรติไชยากร แถลงภายหลังฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษายกคำร้องฯ ว่าศาลได้พิพากษาคืนความยุติธรรมให้แก่ตน โดยได้ยกคำร้องข้อกล่าวหาเนื่องจากศาลเห็นว่า เงินดังกล่าวเป็นค่าเทียนสะเดาะเคราะห์ และในวันที่ไปทำบุญนั้นนายสุรพลไม่ได้พูดหาเสียง เพียงแต่ทักทายกับประชาชนเท่านั้น ไม่ได้ฝากเนื้อฝากตัวกับชาวบ้าน จึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่า เป็นการบริจาคเงินทำบุญให้กับวัดเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเอง และไม่จำเป็นต้องชดใช้ค่าเลือกตั้งซ่อมตามคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรพลกล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีแรกที่ ส.ส.ฟ้อง กกต.ได้รับชัยชนะ และใช้เวลาต่อสู้มา 1 ปี 5 เดือน 5 วัน และตนถือว่าเป็นการยัดเยียดความผิดให้ วันนี้จึงเป็นวันที่ภาคภูมิใจในเกียรติยศ ที่ได้รับความยุติธรรมจากศาลฎีกาและได้คืนสิทธิและอำนาจในคะแนนจากประชาชนที่ได้ลงคะแนนให้ตนกว่า 5.4 หมื่นคะแนน ซึ่งเป็นคะแนนบริสุทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ประชาชนจึงอยากให้ประชาชนเขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ได้รับทราบว่าทุกคนได้คืนศักดิ์ศรีเกียรติยศ และผมได้รับความเป็นธรรมทุกอย่างถูกต้องไม่มีความผิด&amp;rdquo; นายสุรพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปกป้อง กลับวิเศษ ทนายความของนายสุรพล ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายสุรพล ถือว่าเป็น ส.ส.โดยพฤตินัย เมื่อได้ทราบผลคะแนนชนะการเลือกตั้งแล้ว แต่ กกต.ได้มอบใบส้มให้นายสุรพล ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวในการเพิกถอนสิทธิ 1 ปี แต่หลังจากนั้น กกต.ได้นำข้อกล่าวหาดังกล่าวไปฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อขอเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และเมื่อศาลไต่สวนวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งไม่มีมูลแล้ว จึงยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้น ทีมทนายจะติดตามความชัดเจนจาก กกต.ว่าจะทำอย่างไรต่อคะแนนการเลือกตั้งกว่า 50,000 คะแนนที่นายสุรพลได้รับ ซึ่งเป็นคะแนนบริสุทธิ์ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นเรื่องใหม่ และ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย ที่ชนะการเลือกตั้งซ่อม จะยังมีสถานะหรือไม่ หรือจะให้นายสุรพลกลับมาเป็น ส.ส.ตามคะแนนที่ได้รับโดยชอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกป้องเปิดเผยว่า เบื้องต้นทีมทนายได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้ทำหน้าที่ ส.ส.จาก กกต. แล้วจำนวน 70 ล้านบาท ฐานให้ใบส้มโดยมิชอบ ใช้อำนาจหน้าที่โดยละเมิด แต่ยังไม่ได้มีการฟ้องร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งหาก กกต.ยังไม่คืนสิทธิก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานจากสำนักงาน กกต.ถึงกรณีที่นายสุรพล เกียรติไชยากร เตรียมฟ้อง กกต. 70 ล้านบาท หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษายกคำร้องกรณีที่ กกต.ให้ใบส้มเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นชั่วคราว โดยทางสำนักงาน กกต.เตรียมขอคัดสำเนาคำพิพากษา เพื่อตรวจสอบข้อกฎหมายก่อนเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ต่อไป อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยของ กกต. เป็นการใช้ดุลพินิจตามหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญ ม.225 กำหนดไว้ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวถือเป็นที่สุด และเมื่อเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว และเป็นการกระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครอง ตามมาตรา 23 วรรคสอง แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79027</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ยกคำร้อง, ศาลฎีกา, สุรพล เกียรติไชยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ใส่ซองทำบุญ 2 พันบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f73361c551cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ยกคำร้อง&#039;ธนาธร&#039;ทำ&#039;บลายด์ทรัสต์&#039;แค่หาเสียง ไม่ได้หลอกลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.62 - &amp;nbsp; เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เผยแพร่คำวินิจฉัย &amp;nbsp;โดยนายอิทธิพร บุญประคอง &amp;nbsp;ประธานคณะกกต. &amp;nbsp;ได้ลงนามคำวินิจฉัย กกต. เมื่อวันที่ 16 ก.ย. &amp;nbsp; ซึ่งเป็นคำสั่งยกคำร้องของนายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;ที่ขอให้วินิจฉัยกรณี &amp;nbsp;ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;แถลงข่าวเรื่องแนวทางการจัดการทรัพย์สินในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองโดยใช้แนวทางบลายด์ทรัสต์ &amp;nbsp;ว่าเข้าข่ายความผิดมาตรา 73 (5) ของกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ &amp;nbsp; หรือเป็นการเข้าข่ายหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กกต. ได้พิจารณารายงานการไต่สวน &amp;nbsp;และพยานหลักฐานอื่นประกอบแล้วได้ความว่า &amp;nbsp; การแถลงข่าวการจัดการทรัพย์สินผ่านคณะกรรมการบลายด์ทรัสต์ &amp;nbsp; ของนายธนาธร เมื่อวันที่ 18 มี.ค.นั้น &amp;nbsp;เป็นเพียงการหาเสียงเลือกตั้งให้แก่ตัวเองเท่านั้น &amp;nbsp;ไม่ได้เป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง หรือเพื่อจงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้สมัคร ซึ่งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า นายธนาธรกระทำการฝ่าฝืนตามคำร้องแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร, บลายด์ทรัสต์, ยกคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb540928229.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่าจะไม่รอด!ศาลฎีกาฯ ยกคำร้อง&#039;วัฒนา&#039;ขอไต่สวนหาคนผิดตัดทอนคำเบิกความพยานบ้านเอื้ออาทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
6 ส.ค.62 -​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษาออกนั่งพิจารณาไต่สวนพยานโจทก์ในคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 และ 102/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร 2 และสมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548&amp;ndash;2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงษ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลยที่ 1-14&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันดังกล่าว ศาลได้อ่านคำสั่งกรณีที่นายวัฒนา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 12 ก.ค. 2562 อ้างว่าบันทึกคำให้การของพยานโจทก์ 2 ราย คือนายพรศักดิ์ บุณโยดม กับนายพิทยา เจริญวรรณ ลงวันที่ 8 ก.ค. 2562 ที่ยื่นต่อศาลซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการตัดทอนข้อความให้แตกต่างจากบันทึกคำให้การของพยานทั้งสองที่ให้การไว้ต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 1 ขอให้ศาลไต่สวนหาตัวผู้กระทำผิด และโจทก์ยื่นคำคัดค้านตามคำร้องลงวันที่ 18 ก.ค. 2562 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในชั้นยื่นฟ้องคดี โจทก์ได้ส่งสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมสำเนาอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาล เพื่อใช้เป็นหลักในการพิจารณาและรวมไว้ในสำนวน ซึ่งรวมถึงบันทึกคำให้การของนายพรศักดิ์และนายพิทยา โดยจำเลยที่ 1 มีสิทธิตรวจและคัดสำเนาบันทึกคำให้การของพยานทั้งสองปากดังกล่าวได้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงของพยานทั้งสองที่ศาลให้โจทก์ยื่นต่อศาลก่อนวันไต่สวนนั้น เพียงเพื่อความสะดวกในการไต่สวนพยานปากนั้นๆ เท่านั้น กับพยานต้องมาเบิกความยืนยันประกอบบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาลอีกครั้งหนึ่ง และอาจเบิกความเปลี่ยนแปลง แก้ไข ตัดทอนข้อความในบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ ทั้งในการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลต้องพิจารณาคำให้การของพยานทั้งสองที่เบิกความในชั้นพิจารณาของศาลและที่พยานให้การไว้ในชั้นไต่สวนของ คตส. ประกอบกัน กรณีหาจำต้องไต่สวนตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ไม่ จึงยกคำร้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42829</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบ้านเอื้ออาทร, คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง, นายวัฒนา เมืองสุข, ยกคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181224/image_big_5c2097c28a278.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2019 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2019 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงหน่อย&#039;ได้เฮ!กกต.ยกคำร้องปราศรัยหลอกลวงชาวเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต. เรื่อง การเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเลย โดยก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.ได้รับคำร้องว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้สมัครับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยลำดับที่ 2, นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 1 จังหวัดเลย เพื่อไทย,นางศุกร์ไกล จันทร์สว่าง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และนายสันติภาพ เชื้อบุญมี ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 จังหวัดเลย เป็นผู้ถูกร้องที่ 1-4ตามลำดับ ได้มีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง(5) จากกรณีกล่าวหาว่าคุณหญิงสุดารัตน์ หลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ซึ่งต่อมาผู้ร้องได้ยื่นหนังสือขอถอนคำร้องสำหรับผู้ถูกร้องที่ 2 และผู้ถูกร้องที่ 4 แต่ กกต.ได้พิจารณาหนังสือขอถอนคำร้องแล้วเห็นว่า คำร้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์และระบุพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสืบสวนและได้สวนต่อไปได้ จึงไม่อนุญาตให้ถอนคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการพิจารณาข้อเท็จจริงจากรายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้ว เห็นว่า เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2562 คุณหญิงสุดารัตน์ได้ปราศรัยหาเสียงด้วยข้อความว่า &amp;ldquo;เขต 1เลือก 1 ได้ 3 ได้นายกป๊อกเป็น ส.ส. เขตได้ศุกร์ไกล เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และได้สุดารัตน์เป็นผู้รับใช้&amp;quot; ซึ่งขณะปราศรัยหาเสียงดังกล่าว นายศุกร์ไกลได้ถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่คุณหญิงสุดารัตน์ ไม่ทราบข้อเท็จจริงและเมื่อทราบข้อเท็จจริงก็ได้ชี้แจงให้ประชาชนทั่วไปทราบ ดังนั้นการกระทำของคุณหญิงสุดารัตน์ จึงเป็นการกระทำโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงไม่มีเจตนาหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองตามข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสี่คน กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ตามคำร้องแต่อย่างใด กกต.จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ, ยกคำร้อง, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c9436524c113.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
