<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งามไส้! 2วงดวดเหล้าเย้ยโควิด ก่อนใช้ขวดสุราตีกันเลือดอาบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 64 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่หน้าหอพักแห่งหนึ่งในหมู่ที่ 7 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย ชื่อนาย สราวุธ กุลสังข์ อายุ 45 ปี และ นายมนต์ชัย สิริชัย อายุ 27 ปี ผู้บาดเจ็บทั้งสองคนมีบาดแผลแตกที่ศีรษะ เนื่องจากถูกขวดเหล้าตีจนเลือดไหลอาบลำตัว เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้สวมชุดป้องกันโควิดก่อนเข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบเศษขวดแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้นข้าวของกระจัดกระจาย โดยที่กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ เป็นภาพที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มตั้งวงดื่มสุราอยู่ใกล้ ๆ กันที่บริเวณหน้าหอพักที่เกิดเหตุ&amp;nbsp; และทั้งสองกลุ่มมีปากเสียงกัน ก่อนที่นายสมชาย ชูประเสริฐอายุ 50 ปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เดินปรี่เข้าไปที่วงสุราของคู่กรณี และก้มหยิบขวดเหล้าตีเข้าที่ศีรษะ นายมนต์ชัย สิริชัย อายุ 27 ปี&amp;nbsp; จนเกิดการชุลมุนกันขึ้น นายสราวุธ กุลสังข์ อายุ 45 ปี&amp;nbsp; ซึ่งนั่งอยู่ในวงเดียวกับนายมนต์ชัย ได้เข้ามาห้ามปรามแต่กลับถูกนายสมชาย ใช้ขวดสุราฟาดใส่ลำคอและศีรษะจนได้รับบาดเจ็บ และเกิดการชุลมุนเกิดขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้าห้ามปราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ&amp;nbsp; ผู้บาดเจ็บได้อ้างว่า ตนและนายมนต์ชัย และพรรคพวกรวม 4 คน ได้นั่งดื่มเหล้ากันตั้งแต่ช่วงบ่ายจนกระทั่งตกเย็น คู่กรณีก็ได้มาตั้งวงดื่มเหล้าด้วยเช่นกันอยู่ฝั่งตรงข้าม ต่างคนต่างเสียงดัง ตนเกรงว่ามีเรื่อง จึงได้ย้ายวงมานั่งดื่มกันที่โต๊ะหินอ่อน ก่อนที่นายสมชาย จะเดินเข้ามาทำร้ายร่างกายฝ่ายของตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมชาย ผู้ก่อเหตุได้ให้การยอมรับว่า&amp;nbsp; เป็นคนก่อเหตุจริงโดยใช้ขวดเหล้าตีศีรษะฝ่ายคู่กรณี เนื่องจาก นายมนต์ชัย ซึ่งเป็นชาวลาวพูดจาไม่เข้าหู จนเกิดมีปากเสียงและท้าทายกันตนจึงเดินเข้าไปก่อเหตุ&amp;nbsp;
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวทั้งสองฝ่ายมาทำการสอบปากคำที่โรงพัก และนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้มาเป็นหลักฐาน ในการดำเนินคดีแก่ผู้ก่อเหตุทั้งสองในข้อหา ทำร้ายร่างกาย และเตรียมพิจารณาตั้งข้อหาหนักทั้งสองฝ่ายว่า&amp;nbsp; ร่วมกันมั่วสุมวงสุรา ฝ่าฝืนคำสั่งประกาศของทางจังหวัดสมุทรปราการ ว่าด้วยเรื่อง มาตรการป้องกันโรคระบาดโควิด ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ก่อนควบคุมผู้ร่วมก่อเหตุทั้งสองฝ่ายไว้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102357</URL_LINK>
                <HASHTAG>กินเหล้า, ยกพวกตีกัน, สมุทรปราการ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_609883517f1e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดคุกหัวโต! ก๊วนวินมอเตอร์ไซค์ย่านอุดมสุขยกพวกตีกัน หนุ่มเคอรี่โดนลูกหลงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.63 - ที่ศาลอาญาพระโขนง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีวินมอเตอร์ไซค์ยกพวกตีกันย่านอุดมสุข หมายเลขดำ อ2616/2562 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายรังสรรค์ หรือเอ็กซ์ ศรไชยากร&amp;nbsp;, นายจีระพงษ์ หรือเบส วิบูลย์รัชกิจ, นายพันธ์ศักดิ์ หรือตั้ม พละทรัพย์, นายปิยะ หรือหมู พวงเกษร, นายมานพ หรือเบียร์ มิ่งมงคล, นายประมุข หรือมุข วิเชียรดิลกกุล, นายวันชัย หรืออั้ม มงคลเข็ม, นายบัวลอย หรือเป้ พัฒวี, นายสมโภช หรือโอ๋ รัชนีกร, นายธนพล หรือน็อต บัวบาน, นายภาณุกร หรือแบงค์ มาลาขาว, นายอาทิตย์ หรือเอ๋ เข็มเพชร, นายขวัญ หรือโต้ คชาไพร, นายศักรินทร์ หรือหนุ่ย ขาวผ่อง, นายอมรฤทธิ์ หรือแบงค์ กองแก้ว, นายฤทธิชัย หรือฟลุ๊ค พาพันธ์, นายดวงดี หรือใหม่ แนวกลาง และนายบุพกร หรือแจ็ค นราสงค์ เป็นจำเลยที่ 1-18 ในความผิดต่อชีวิต, ซ่องโจร, ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2562 นายประมุข เป็นหัวหน้าวินจักรยานยนต์รับจ้างกลุ่มซอยอุดมสุข 1 ไม่พอใจกลุ่มวินจักรยานยนต์รับจ้างกลุ่มซอยอุดมสุข 2 ที่มีนายทนง เกิดแก้ว เป็นหัวหน้าวิน เรื่องแย่งลูกค้า กลุ่มวินซอยอุดมสุข 2 ไม่ได้รับอนุญาต แต่มาตั้งวินรับลูกค้าบริเวณใกล้กัน นายประมุขพร้อมพวกที่มีทั้งคนสวมเสื้อวินและหมวกกันน็อกราว 50-60 คน ถือกระบองยาว 1.5 เมตร และมีด ไปที่วินซอยอุดมสุข 2 มีประมาณ 20-30 คน สวมใส่เสื้อทั่วไป ถือไม้ยาว และบางส่วนถืออาวุธมีด วิ่งเข้าไปทำร้ายกันบริเวณกลางถนนซอยอุดมสุข โดยนายประมุขได้รับบาดเจ็บด้วย กลุ่มวินวิ่งไล่ทำร้ายกันนานประมาณ 5 นาที ฝ่ายนายทนง หัวหน้าวินซอยอุดมสุข 2 มีที่พักอยู่ในชุมชนรุ่งเรืองหลบเข้าไปในซอย ระหว่างนั้นฝ่ายนายประมุขรวมตัวกันประมาณ 15-20 คน ก่อนที่นายปิยะ, นายรังสรรค์ และนายวันชัย ใช้ปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาดที่พกติดตัวมายิงใส่คนที่อยู่ในซอยรุ่งเรือง เป็นเหตุให้นายวีรวัฒน์ พึ่งครุฑ หนุ่มเคอรี่ ถูกกระสุนถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-2, 6-7 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุกคนละ 20 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยที่ 1-18 มีความผิดฐานซ่องโจร ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ แสดงอาวุธในการวิวาทต่อสู้ และร่วมกันทะเลาะกันอย่างอื้ออึงให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณะ ปรับคนละ 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ จำคุกคนละ 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 6 เป็นหัวหน้าสั่งการ ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน และจำเลยที่ 6 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ให้จำคุก 4 เดือน รวมจำเลยที่ 1-2, 7 จำคุกคนละ 27 ปี ปรับ 5,000 บาท จำเลยที่ 6 จำคุก 27 ปี 10 เดือน ปรับ 5,000 บาท จำเลยที่ 3-5, 8-18 จำคุกคนละ 5 ปี ปรับ 5,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 5 กระทงละหนึ่งในสามรวมจำคุก 6 ปี 8 เดือน ปรับ 6,666.66 บาท ทั้งนี้ จำเลยบางรายให้การรับสารภาพบางข้อหา จึงมีการลดโทษจำคุกและค่าปรับในส่วนของจำเลยที่รับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลรวมโทษทุกกระทงแล้ว นายรังสรรค์ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 24 ปี 6 เดือน ปรับ 2,500 บาท, นายจีระพงษ์ จำเลยที่ 2 คงจำคุก 27 ปี ปรับ 5,000 บาท, นายพันธ์ศักดิ์และนายปิยะ จำเลยที่ 3-4 คงจำคุกคนละ 5 ปี ปรับ 5,000 บาท, นายมานพ จำเลยที่ 5 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ปรับ 6,666.66 บาท, นายประมุข จำเลยที่ 6 คงจำคุก 27 ปี 10 เดือน ปรับ 5,000 บาท, นายวันชัย จำเลยที่ 7 คงจำคุก 25 ปี 12 เดือน ปรับ 5,000 บาท, จำเลยที่ 8-12 คงจำคุกคนละ 4 ปี 6 เดือน ปรับ 2,500 บาท และจำเลยที่ 13-18 จำคุกคนละ 5 ปี ปรับ 5,000 บาท โดยศาลพิเคราะห์ตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวมร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ กับให้จำเลยที่ 1-2, 6-7 ร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้ร้อง จำนวน 280,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (6 ก.ย. 2562) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85522</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกพวกตีกัน, วินมอเตอร์ไซค์, ศาลอาญาพระโขนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201130/image_big_5fc4c9b839dff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
