<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UN OHCHR แนะรัฐบาลไทยเชิญผู้แทนUNให้แนวทางคุ้มครองนักปกป้องสิทธิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 มี.ค.61 - &amp;nbsp;ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดงานวันสตรีสากล 8 มีนาคม ประจำปี 2561 พร้อมประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;นางคาเทียร์ คริริซี่ รองผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (UN OHCHR) &amp;nbsp; กล่าวปาฐกถา &amp;ldquo;20 ปี ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo; ว่า &amp;nbsp;ในวาระวันสตรีสากลวันนี้พวกเรามาที่นี่เพื่อตระหนักถึงการสร้างคุณูปการที่สำคัญของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ผู้ซึ่งถึงแม้ว่าจะต้องทำงานในสภาวะที่มีความยากลำบากและท้าทาย ก็ยังคงสร้างคุณูปการที่สำคัญ ในการทำงานส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย &amp;nbsp;โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิชุมชนสิทธิสิ่งแวดล้อม ประเด็นเพศสภาพและความหลากหลายทางเพศ และสิทธิเรื่องที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 9 ธันวาคมที่จะถึงนี้จะครบรอบ 20 ปีหลังจากการประกาศสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่จะแสดงเจตจำนงที่มั่นคงแน่วแน่เพื่อที่จะให้มีการเข้าถึงและการใช้ปฎิญญานี้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงความรับผิดชอบเบื้องต้นของรัฐที่จะเคารพ ที่จะคุ้มครองและจะปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องให้การยอมรับต่อสาธารณะถึงบทบาทที่สำคัญของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ และประณามถึงทุกกรณีความรุนแรงที่กระทำต่อนักปกป้องสิทธิทุกคน &amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลไทยควรที่จะปกป้องผู้หญิงนักปกป้องสิทธิที่ได้รับความรุนแรงจากการละเมิดสิทธิโดยรัฐและทั้งที่ไม่ใช่รัฐ &amp;nbsp;โดยทำให้มั่นใจว่ากระบวนการสืบสวนจะเกิดขึ้นทันทีและไม่เอนเอียง และผู้ที่กระทำจะต้องถูกลงโทษในสภาวะที่เหมาะสม &amp;nbsp;โดยประเทศไทยสามารถที่จะสร้างมิติเชิงบวกในกรณีได้โดยเชิญผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติที่ดูแลสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้มาเยี่ยมประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อที่จะให้ข้อเสนอแนะต่อมาตรการที่ประเทศไทยควรจะดำเนินการเพื่อที่จะคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่มีความเสี่ยง ซึ่งทราบว่าที่ผ่านมามีผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติได้เคยขอมาเยี่ยมตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 ก็ไม่เคยได้รับการตอบรับในเชิงบวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า UN OHCHR พร้อมที่ยืนเคียงข้างและสนับสนุนผู้หญิงนักปกป้องสิทธิและนักปกป้องสิทธิที่เป็น LGBTI ในทุกหนทางที่สามารถทำได้ และขอแสดงความซาบซึ้งถึงการทำงานอย่างหนักของนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชน ในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 20 ปี &amp;nbsp;ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งพบว่า 2 ปีที่ผ่านมา สถิติการคุกคาม ด้วยการฟ้องร้องดำเนินคดีนักปกป้องสิทธิฯเพื่อตอบโต้การทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพิ่มขึ้นมาก และพบว่านักปกป้องป้องสิทธิฯที่ออกมาต่อสู้อายุน้อยที่สุดคือเยาวชน ส่วนอายุมากที่สุด คือ หญิงวัย 78 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ไม่มีกรณีใดเลย ที่เจ้าหน้าที่จะสามารถนำบุคคลที่กระทำความผิด ทั้งทำร้าย สังหาร ใช้ความรุนแรง มาลงโทษได้ และยังพบการละเมิดสิทธิชุมชนอย่างต่อเนื่อง และเรื่องน่ากังวลที่ปัจจุบัน SLAPPs ในทางอาญา ถูกนำมาใช้โดยบริษัทขนาดใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานในการดำเนินคดีเพื่อยับยั้งการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ หรือการตรวจสอบรัฐ ซึ่งถ้าปล่อยให้มีการฟ้องร้องเช่นนี้มากขึ้น จะทำให้เกิดการสูญเสียคุณค่าที่สำคัญของหลักประชาธิปไตย คือ คุณค่าของการคุ้มครองและการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเพื่อประโยชน์สาธารณะ&amp;rdquo; นางอังคณากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอังคณา กล่าวด้วยว่า ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหาการใช้กระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อตอบโต้การทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (SLAPPs) เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต หรือการบัญญัติกฎหมายฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาในการป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะของประชาชน (Anti &amp;ndash; SLAPPs Law)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีนี้มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติผู้หญิง และ องค์กร นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ , ทีมฟุตบอลบูคู FC , นางนุชนารถ แท่นทอง ประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค , น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) , นางดารารัตน์ สุเทศ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพังงา , น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ ผู้สื่อข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4484</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, กสม., นักปกป้องสิทธิมนุษยชน, ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน, วันสตรีสากล, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9facb1dcbc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
