<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 17:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.เร่งมหา&#039;ลัย ทำหลักสูตรประกาศนียบัตร ยกระดับทักษะแรงงานทั้งประเทศ หลังพบแรงงานหน้าใหม่ลด 20เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24ก.พ.63-ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) - ได้มีการจัดประชุมสัมมนาเรื่อง การจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตร (non degree) เพื่อยกระดับทักษะกำลังคนของประเทศ โดยนายสัมพันธ์ ศิลปนาฏ ประธานกรรมการบริหารส่งเสริมและพัฒนากำลังคนให้มีทักษะขั้นสูงตามความต้องการของประเทศ กล่าวว่า การ Re Skill Up skill ในภาคเอกชนถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะจะมีเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีตลอด และส่งผลต่อการใช้แรงงานในปัจจุบัน ตอนนี้มีแรงงานหน้าใหม่ที่ลดลงไปเกือบ 20 เท่าของข้อมูลการใช้แรงงานเดิม ขณะที่บริษัทและสถานประกอบการใช้คนลดลง แต่ปริมาณงานมากขึ้นมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงทำให้ตำแหน่งต่างๆ หายไป โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ปฏิบัติงาน อย่าง ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ เนื่องจากเทคโนโลยีสามารถบูรณาการและทำงานแทนคนกลุ่มนี้ได้ จึงเป็นเหตุผลหลักในการ Re Skill Up skill คนในวัยทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาคธุรกิจส่วนใหญ่จะ Focus ในการ Return พนักงานของตนเอง ซึ่งภาคธุรกิจ เอกชนมองว่าผู้ที่จะมา Return พนักงานบุคลากรได้ดี คือ มหาวิทยาลัย ดังนั้น หลักสูตร non degree Re Skill Up skill จะเป็นโอกาสของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาคน โดยเฉพาะกลุ่มคน skill Manpower หรือคนที่มีอายุ 22 ปี เป็นต้นไป ต้องเร่งพัฒนาศักยภาพให้รองรับงานที่เพิ่มขึ้นมากซึ่งเป็นงานมองเห็นและมองไม่เห็น เพิ่มมากกว่าเดิมถึงร้อยละ 60 ผมเห็นว่าการหารือครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของมหาวิทยาลัยที่จะก้าวออกมาจากการสอนแบบเดิม คือ เรียน 4 ปี รับใบปริญญามาสู่การพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น non degreeทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ที่มุ่งเน้นให้เกิดทักษะในการทำงานมากกว่าความรู้ที่จบในห้องเรียน&amp;rdquo;นายสัมพันธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ โฆษก อว. กล่าวว่า จุดสำคัญของประเทศไทยเวลานี้คือต้องมีการปรับเปลี่ยน Skill ของบุคลากร โดยการ Re Skill Up skill และNew Skill ที่จำเป็นและสอดคล้องกับความต้องการในอนาคต เพราะในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก อว. จึงได้เชิญ 70 มหาวิทยาลัยมาร่วมฟังแนวทางการจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะแรกเริ่มตั้งแต่บัดนี้ให้มหาวิทยาลัยไปจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตร โดยเป็นหลักสูตรที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ ก่อนจะนำไปเสนอในงานFuture Career Expo 2020 &amp;nbsp;ในวันที่ 27-29 มีนาคม พ.ศ.2563 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อนักศึกษา บัณฑิตจบใหม่ วัยทำงาน และประชาชนทั่วไปได้มาลงทะเบียนเรียนด้วย คุณภาพ ต้นมีนาคน จะมีการจัดงาน เพื่อให้มหาวิทย่ลันทำหลักสูตรขั้นมา ให้นักศึกษา ประชาชน บริษืต่างที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงทักษาะของตัวเองเข้างมาลงเบียน เรียนหลักสูตรนี้ เพื่อให้มหา ระยะที่ 2 ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมจัดทำหลักสูตรดังกล่าวและสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ และ ระยะที่ 3 มีการนำทักษะในการเรียนนี้ไปเก็บเป็นหน่วยกิตหรือเครดิตแบงค์ได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตร อว.ไม่เน้นเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้น ให้ภาคเอกชน เข้ามาร่วมด้วย เพราะถ้าสิ่งต่าง ๆมหาวิทยาลัยทำเอง คิดเอง จะมีข้อจำกัด ดังนั้นต้องให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย เพื่อสร้างหลักสูตรให้ตอบสนองต่อความต้องการ ส่วนหลักสูตรที่ทำต้องตอบสนองทักษะเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรม S-Curve และ ทักษะที่ตรงกับความต้องการของอีอีซี เพื่อให้ตอบสนองความต้องเร่งด่วนของประเทศได้&amp;rdquo;โฆษก อว. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58052</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ยกระดับทักษะแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53a1f6b3fe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกระดับทักษะแรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความกังวลเกี่ยวกับทักษะแรงงานภายในองค์กรดูเหมือนจะมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อไม่นานมานี้ PwC ได้มีการเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับซีอีโอทั่วโลก ที่หันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มพูนทักษะใหม่ให้กับแรงงานแทนที่การเฟ้นหาทาเลนต์จากภายนอกอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อปิดช่องว่างทางทักษะ พร้อมเสริมสร้างนวัตกรรมและความไว้วางใจของสาธารณชน ขณะที่องค์กรไทยก็ประสบปัญหานี้ ไม่ต่างจากองค์กรทั่วโลก และเริ่มหันมาลงทุนด้านระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และพัฒนาทักษะแรงงานเดิมมากขึ้น เพื่อช่วยให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างไร้รอยต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเรื่องนี้ ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์ หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า จากรายงาน Talent Trends 2019 : Upskilling for a Digital World ของ PwC พบว่า 79% ของซีอีโอทั่วโลกที่ถูกสำรวจในปีนี้ แสดงความกังวลว่าการขาดแคลนทักษะแรงงานที่จำเป็นของพนักงานภายในองค์กรกำลังเป็นภัยคุกคาม ที่มีผลต่อการเติบโตขององค์กรในอนาคต เปรียบเทียบกับ 63% ในปี 2557 นับเป็นข้อยืนยันว่าความกังวลเกี่ยวกับทักษะได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ ถือเป็นประเด็นความกังวลของผู้บริหารในทุกภูมิภาคทั่วโลก ยกตัวอย่าง เช่น ซีอีโอจากญี่ปุ่น 95% และยุโรปกลางและตะวันออก 89% แสดงความกังวลในประเด็นนี้มากที่สุด ในขณะที่ซีอีโอจากอิตาลี 55% และตุรกี 45% มีความกังวลเรื่องทักษะแรงงานน้อยที่สุด โดย 55% ของบรรดาซีอีโอที่มีความกังวลมากที่สุด กล่าวว่า ธุรกิจของพวกเขาไม่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอีก 52%&amp;nbsp; บอกว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านแรงงานสูงขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากปัจจัยดังกล่าวทำให้การเพิ่มพูนทักษะใหม่ และเสริมสร้างทักษะเดิมที่มีอยู่ กลายเป็นวาระสำคัญของซีอีโอทั่วโลก ผลสำรวจยังพบอีกว่าซีอีโอกำลังปรับเปลี่ยนวิธีปิดช่องว่างทางทักษะความสามารถให้กับแรงงานของตน โดยเกือบครึ่งหรือประมาณ 46% ของซีอีโอทั่วโลกกล่าวว่า การฝึกอบรมทักษะเดิมที่มีอยู่ และการเพิ่มพูนทักษะใหม่ กลายเป็นโครงการความคิดริเริ่มที่มีความสำคัญที่สุดต่อการปิดช่องว่างทางทักษะ ตรงข้ามกันกับผู้บริหารเพียง 18% ที่กล่าวว่า&amp;nbsp; จะว่าจ้างแรงงานที่มีทักษะจากภายนอกอุตสาหกรรมของตน ซึ่งผลสำรวจในปีนี้ยังตรงข้ามกับผลจากการสำรวจในปีที่ผ่านๆ มา ที่ระบุว่าซีอีโอกำลังมองหาแรงงานที่มีทักษะจากกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม และมีการจ้างแรงงานชั่วคราวจากภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน แครอล สตับบิงส์ หัวหน้าร่วมสายงาน Global People &amp;amp; Organisation ของ PwC สหราชอาณาจักร กล่าวเสริมว่า แม้ว่าการฝึกอบรมทักษะเดิมที่มีอยู่ให้กับพนักงาน จะต้องอาศัยการลงทุน แต่เมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นๆ เช่นการจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานที่ถูกปลด และต้นทุนในการเฟ้นหาพนักงานใหม่ที่มีทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการ มองว่าการฝึกอบรมทักษะเดิมที่มีอยู่เป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การให้ความสำคัญกับการปรับปรุงทักษะเดิมที่มีอยู่ของพนักงาน ยังเป็นที่ต้องการของพนักงานด้วย โดยผลจากการสำรวจพนักงานทั่วโลกจำนวนกว่า 12,000 ราย พบว่า พนักงานยินดีที่จะใช้เวลา 2 วันต่อเดือนในการเข้าฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะทางด้านดิจิทัลของตนจากนายจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความชัดเจนที่พบจากผลสำรวจ คือ การลงทุนในการเพิ่มพูนทักษะทางด้านดิจิทัลนั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างแรงงานในอนาคต เพราะการจะทำให้พนักงานมีส่วนร่วมในการมีทักษะใหม่ๆ ต้องอาศัยการมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ขององค์กรที่แข็งแกร่งที่ถูกผนวกเข้าไปกับสถานที่ทำงานที่มีคุณภาพสูงอย่างแยกออกจากกันไม่ได้ รูปแบบของสถานที่ทำงานกำลังถูกปรับเปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิมๆ ที่มีอยู่มานานหลายสิบปี และกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีทันใดโดยไม่มีจุดสิ้นสุดที่แน่นอน องค์กรจะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายในการเดินไปสู่ความสำเร็จ รวมถึงการสร้างและคงไว้ซึ่งความไว้วางใจอันจะเป็นกุญแจสำคัญทั้งต่อตัวพนักงานเอง และภาครัฐ รวมไปถึงสังคมโดยรวมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี สำหรับองค์กรไทยกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านดิจิทัลเช่นเดียวกับองค์กรทั่วโลก โดยทาเลนต์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล ทักษะทางด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง การเรียนรู้ของเครื่องจักร และการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลกำลังเป็นที่ต้องการมาก หลายบริษัทในประเทศก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ส่วนใหญ่หันมาลงทุนด้านบุคลากรมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและขยายขีดความสามารถในการวิเคราะห์ทรัพยากรบุคคลขององค์กร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รุ่งนภา สารพิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41332</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ยกระดับทักษะแรงงาน, รุ่งนภา สารพิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
