<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2018 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ดันราคาสินค้าเกษตรช่วงปลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; สั่งทำแผนรับมือสินค้าเกษตรในช่วง 3 เดือนจากนี้ หวังเกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาเหมาะสม ไม่ล้นตลาด ราคาไม่ตกต่ำ


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนนับจากนี้ หรือตั้งแต่เดือนพ.ย.ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า ผลผลิตสินค้าเกษตรหลายชนิดจะทยอยออกสู่ตลาด จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ ทั้งกรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ทำแผนงานบริการจัดการสินค้าเกษตร เพื่อผลักดันให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม ไม่มีปัญหาล้นตลาด ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ทั้งนี้ ขณะนี้ กรมการค้าภายใน อยู่ระหว่างการจัดทำรายการสินค้าเกษตร ที่ผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาดภายใน 3 เดือนนับจากนี้, สินค้าที่คาดว่าผลผลิตล้นตลาด เพราะความต้องการในประเทศมีน้อย รวมถึงสินค้าที่กำลังมีปัญหาราคาตกต่ำในขณะนี้ เพื่อนำมาทำแผนบริหารจัดการ และเชื่อมโยงการตลาด ทั้งในประเทศ และส่งออก ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นก่อนแล้วค่อยตามแก้ไข

โดยสินค้าเป้าหมาย เช่น มะพร้าว และน้ำมันปาล์ม ที่ราคาลดลงมากในขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้หามาตรการแก้ไขแล้ว คาดว่า ปัญหาจะคลี่คลายในเร็วๆ นี้,&amp;nbsp; ข้าว ผลผลิตจะออกตั้งแต่เดือนพ.ย.นี้เป็นต้นไป คาดว่า ไม่น่ามีปัญหาราคา เพราะรัฐบาลได้เตรียมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไว้แล้ว และจะเร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มที่, มันสำปะหลัง จะออกเดือนพ.ย. จะมีมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาเช่นกัน, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คาดว่าไม่น่ามีปัญหาราคา เพราะผลผลิตในประเทศไม่เพียงพอ

ขณะที่ สับปะรด ที่ผลผลิตจะออกมากเดือนธ.ค.นี้ และคาดจะเกินความต้องการ ซึ่งจะเน้นผลักดันให้มีการแปรรูปมากขึ้น ส่วนยางพารา แม้กระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง แต่หากมีปัญหาราคา หรือผลผลิตล้นตลาด จะช่วยหาตลาดรองรับให้ได้

&amp;rdquo;เมื่อได้ตัวรายการสินค้าแล้ว ก็ต้องมาดูอีกว่า ตัวใดกำลังจะมีปัญหา เช่น ล้นตลาด กรมการค้าภายใน ก็ต้องส่งสัญญาณไปที่กรมการค้าต่างประเทศ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อทำแผนผลักดันการส่งออก และแปรรูป อย่างปาล์มน้ำมัน ทราบว่า ขณะนี้ ยุโรปกำลังต้องการน้ำเข้าน้ำมันปาล์ม ทูตพาณิชย์ของไทยก็ต้องไปหาออร์เดอร์ หรือติดต่อให้มาซื้อจากไทย&amp;rdquo;

นอกจากนี้ ยังกลุ่มสินค้า Dairy Products ทั้งนมและผลิตภัณฑ์ เช่น นมสด หางนม ชีส เนย รวมถึงเนื้อและผลิตภัณฑ์ ที่ไทยจะเปิดเสรีเต็มรูปแบบ โดยภาษีนำเข้าจะเป็น 0% และไม่มีโควตานำเข้า ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ภายใน 2-3 ปีนี้ ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ต้องเร่งทำแผนเตรียมความพร้อมของอุตสาหกรรมทั้งระบบรองรับการเปิดเสรีดังกล่าว และต้องใช้โอกาสนี้ ส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไปยังอาเซียน โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี ที่ยังมีความต้องการอีกมาก เพื่อทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าสินค้า Dairy Products ของอาเซียน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20803</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, ยกระดับราคาสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c7b5ec2276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “สนธิรัตน์” โวเป้าหมายทำงานยกระดับสินค้าเกษตรสร้างโชห่วยยั่งยืนก่อนเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; ลุยยกระดับราคาสินค้าเกษตร พัฒนาโชห่วยให้ทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ก่อนเลือกตั้งใหม่ หวังเกษตรกรอยู่ดีกินดี โชห่วยเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือของรัฐบาลชุดนี้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งผลักดันงานสำคัญๆ ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการยกระดับราคา เช่น ข้าว ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แลมีรายได้ดีขึ้นยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพเกษตรกร เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อกลไกตลาด เพราะสินค้าเกษตรบางประเภทมีกลุ่มพ่อค้าที่มีอิทธิพลเพียงไม่กี่รายเป็นผู้กำหนดราคา จนเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่เหลือของรัฐบาล จะเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและประชาชนฐานราก หลังจากที่รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจกลุ่มอื่นๆ ได้ค่อนข้างดี ส่วนสินค้าบางอย่างที่มีพ่อค้าไม่กี่รายควบคุมราคาจนเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน กระทรวงฯจะเข้าไปดำเนินการตรงนี้อย่างจริงจังด้วย ไม่เช่นนั้นราคาสินค้าจะถูกควบคุมโดยพ่อค้าไม่กี่คน&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จะเร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อให้การออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาล เป็นประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง อย่างข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิตปี 61/62 ที่รัฐบาลได้ออกมาตรการรับจำนำยุ้งฉาง หรือโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพ และล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ปรับปรุงค่าฝากเก็บข้าวเปลือกไว้ที่สหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกร ตันละ 1,500 บาท โดยให้้เกษตรกรได้รับตันละ 1,000 บาท และสหกรณ์ได้รับตันละ 500 บาท จากเดิมให้สหกรณ์ตันละ 1,000 บาท และเกษตรกรได้รับตันละ 500 บาท ซึ่งกระทรวงฯจะติดตามในส่วนภาคปฎิบัติอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปาล์มน้ำมันเตรียมหารือกับรมว.พลังงานในการผลักดันการใช้ไบโอดีเซลบี 20 &amp;nbsp;หรือน้ำมันดีเซลบี 20 ให้มากขึ้น เพื่อดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกินออกจากตลาด ซึ่งจะมีผลทำให้ราคาผลปาล์มสดในประเทศปรับตัวดีขึ้น แต่จนถึงขณะนี้ การดำเนินงานยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะราคาผลปาล์มสดยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร ขณะที่ยางพารา แม้เป็นสินค้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบ แต่กระทรวงฯจะพยายามเจรจากับประเทศต่างๆ ในการระบายผลผลิตของไทยให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะเร่งรัดส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการร้านโชห่วย หรือร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม รวมถึงธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ให้สามารถทำธุรกิจได้ย่างเข้มแข็ง และอยู่รอดได้ในอนาคต ซึ่งล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ เช่น พีแอนด์จี, ยูนิลีเวอร์ ฯลฯ พัฒนาผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยอบรมให้ความรู้ในเรื่องของการจัดร้านให้ทันสมัย สะอาด น่าเข้ามาใช้บริการ การบริหารจัดการร้าน การทำบัญชี ฯลฯ ตั้งเป้าหมายพัฒนาให้ได้ในเบื้องต้น 10,000-20,000 ราย รวมถึงเชื่อมโยงสินค้้าของผู้ผลิตท้องถิ่น ผู้ผลิตชุมชน สินค้าโอทอป ให้เข้าไปขายในร้านค้าเหล่านี้ และร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่มีอยู่กว่า 40,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางขาย และยกระดับรายไดให้ผู้ผลิต ขณะเดียวกัน จะพัฒนาร้านโชห่วย และร้านธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ ให้สามารถค้าขายสินค้าทางออนไลน์ได้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อนเลือกตั้ง, พัฒนาโชห่วย, ยกระดับราคาสินค้าเกษตร, รมว.พาณิชย์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b5973365117c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
