<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเตร์เต&#039;ยุติข้อตกลงคงกำลังทหารสหรัฐในฟิลิปปินส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คราวนี้ทำจริง ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต สั่งรัฐบาลแจ้งสหรัฐทราบเมื่อวันอังคารว่า ฟิลิปปินส์จะยกเลิกความตกลงกองกำลังผู้มาเยือนที่เป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือทางทหารระหว่าง 2 ชาติ เริ่มนับถอยหลัง 6 เดือนก่อนยุติสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอเมริกันจัดสัมภาระขณะเตรียมเข้าร่วมการฝึกด้วยกระสุนจริงร่วมกับกองทัพฟิลิปปินส์ที่จังหวัดทาร์ลัก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ดูเตร์เตเคยขู่มาแล้วหลายครั้งว่า เขาจะลดหรือกระทั่งตัดความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอดีตเจ้าอาณานิคมของฟิลิปปินส์ชาตินี้ แต่เขายังไม่เคยดำเนินการอย่างจริงจัง กระทั่งวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ เขาก็เอาจริงด้วยการสั่งการต่อคณะรัฐมนตรีให้แจ้งไปยังรัฐบาลสหรัฐทราบว่า ฟิลิปปินส์จะยกเลิกความตกลงกองกำลังผู้มาเยือน (วีเอฟเอ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตกลงปี 2541 ฉบับนี้เป็นกรอบทางกฎหมายที่รองรับการมีอยู่ของทหารอเมริกันบนแผ่นดินฟิลิปปินส์ และเป็นหัวใจหลักของการฝึกซ้อมทางทหารร่วมประจำปี ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความร่วมมือทางทหารที่แนบแน่นระหว่าง 2 ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเพิกถอนความตกลงนี้ต้องแจ้งล่วงหน้า 180 วัน แต่เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวสองฝ่ายน่าจะเปิดเจรจาต่อรองกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐประจำกรุงมะนิลาออกแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจของฟิลิปปินส์มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐและฟิลิปปินส์ สหรัฐจะพิจารณาอย่างระมัดระวังว่าจะดำเนินการต่อไปเช่นไรเพื่อพัฒนาผลประโยชน์ที่เรามีร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายซ้ายและพวกชาตินิยมต่อต้านวีเอฟเอว่าให้สิทธิพิเศษแก่พวกทหารอเมริกันที่ก่ออาชญากรรม แต่ฝ่ายที่สนับสนุนเห็นว่าการยกเลิกวีเอฟเอจะลดทอนขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของฟิลิปปินส์ และยังกระทบต่อการดำเนินการของสหรัฐเพื่อทัดทานการแผ่อิทธิพลมากขึ้นของจีน โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตเคยขู่ว่าเขาจะยกเลิกวีเอฟเอเมื่อปี 2559 และเมื่อเดือนมกราคม เขาก็ขู่ซ้ำอีกครั้ง ภายหลังพบว่า โรนัลด์ เดลา โรซา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ปัจจุบันเป็น ส.ว. ถูกสหรัฐยกเลิกวีซ่า โดยเดลา โรซา อ้างว่าสหรัฐไม่แจ้งเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์มองว่าการยกเลิกวีซ่าเป็นการแซงก์ชั่นของสหรัฐต่อเดลา โรซา ซึ่งเคยกำกับดูแลการปราบปรามยาเสพติดที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพ่อค้ายา คนส่งยา และผู้เสพหลายพันราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่มีข่าวการเพิกถอนวีซา ดูเตร์เตก็สั่งห้ามรัฐมนตรีเดินทางไปสหรัฐ ส่วนตัวเขายังปฏิเสธตอบรับคำเชิญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ไปเยือนนครลาสเวกัสเดือนมีนาคมนี้ เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับบรรดาผู้นำชาติอาเซียน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความตกลงกองกำลังผู้มาเยือน, ฟิลิปปินส์, ยกเลิกข้อตกลง, วีเอฟเอ, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42b6c040efd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
