<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2020 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โลกกักพลเมือง 1.7พันล้านคน! หลบภัยโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จีนสวนกระแสโลก ประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางในมณฑลหูเป่ย์ที่เคยเป็นศูนย์กลางการระบาดของโควิด-19 ขณะทั่วโลกมีพลเมืองถูกกักกัน 1,700 ล้านคน อังกฤษเพิ่งขยับชัตดาวน์ 3 สัปดาห์ ห้ามรวมตัวเกิน 2 คน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; กลัวสอบตก คุยจะรีบยกเลิกล็อกดาวน์บางรัฐพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ยอดติดเชื้อทั่วโลกจ่อ 390,000 ราย สังเวยเกือบ 17,000 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจีนประกาศเมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2563 ว่าจะยกเลิกการปิดมณฑลหูเป่ย์และจะอนุญาตให้ประชากรที่มีสุขภาพแข็งแรงออกจากมณฑลนี้ได้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันเดียวกันนี้ แต่ยังยกเว้นเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของหูเป่ย์ ที่เป็นศูนย์กลางการระบาดใหญ่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งทำให้จีนกักกันประชากรมากกว่า 50 ล้านคนในมณฑลนี้ตั้งแต่เดือนมกราคม โดยชาวอู่ฮั่นต้องรอถึงวันที่ 8 เมษายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ตามคำประกาศของจีน ประชาชนที่จะเดินทางเข้าหรือออกเมืองจะต้องเป็นกลุ่มที่เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีสุขภาพแข็งแรงหรืออยู่ในรหัสสีเขียว อย่างไรก็ดี โรงเรียนจะยังถูกปิดต่อไป ข่าวซีซีทีวีและสื่อทางการจีนเผยด้วยว่า สนามบิน 3 แห่งของหูเป่ย์จะเริ่มรับเที่ยวบินได้ตั้งแต่วันพุธ นอกจากนี้กำแพงเมืองจีนก็จะเปิดบริการนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ทุกคนต้องเว้นระยะห่าง 1 เมตร และต้องสวมหน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 78 รายในวันจันทร์ เพิ่มจากวันอาทิตย์ 2 เท่า ในจำนวนนี้ 74 รายเป็นผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ เพิ่มจาก 39 รายในวันก่อนหน้านี้ ยอดรวมของผู้ติดเชื้อนำเข้าอยู่ที่ 427 คน จากผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด 81,171 คน โดยมีผู้เสียชีวิต 3,277 คน เพิ่ม 7 คนจากวันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผ่อนคลายกฎข้อบังคับเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของจีน มีออกมาหลังจากมากกว่า 50 ประเทศและดินแดนใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายหรือกักกันประชาชนให้อยู่ในเคหสถานรวมมากกว่า 1,700 ล้านคน ซึ่งรวมถึงชาวอินเดีย 700 ล้านคนที่อยู่ภายใต้มาตรการเคอร์ฟิวของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในโลกตะวันตกอยู่ในขั้นวิกฤติ เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลอังกฤษประกาศใช้มาตรการชัตดาวน์ 3 สัปดาห์ ปิดธุรกิจร้านค้าและบริการที่ไม่มีความจำเป็น และห้ามประชาชนรวมตัวกันมากกว่า 2 คน นายกฯ บอริส จอห์นสัน ซึ่งถูกตำหนิว่าตัดสินใจล่าช้าทั้งที่ประเทศในยุโรปล็อกดาวน์กันเกือบหมดแล้ว กล่าวเรียกร้องประชาชนผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ให้อยู่ที่บ้าน ข้อมูลถึงวันจันทร์อังกฤษมีผู้ติดเชื้อแล้ว 6,650 ราย เสียชีวิต 335 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเตือนว่า การแพร่ระบาดทั่วโลกกำลังทวีความเร็วขึ้น เห็นได้จากโรคนี้ใช้เวลา 67 วันนับแต่เริ่มมีการระบาดในจีนเมื่อเดือนธันวาคม จนกระทั่งทำให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 100,000 คน แต่หลังจากนั้นโรคนี้ใช้เวลาเพียง 11 วัน ก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 100,000 คน และเพียงแค่ 4 วันก็มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 300,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกกำลังพุ่งทะยานเข้าสู่หลัก 400,000 คนแล้ว โดยข้อมูลที่เอเอฟพีรวบรวมจากข้อมูลอย่างเป็นทางการของประเทศต่างๆ และของดับเบิลยูเอชโอ ถึง 18.00 น.ของวันอังคาร มีผู้ติดเชื้อที่ยืนยันแล้วมากกว่า 386,350 ราย จาก 175 ประเทศและดินแดน ในจำนวนนี้เสียชีวิต 16,961 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลี ซึ่งมีผู้เสียชีวิตรายแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่าจีนเกือบ 2 เท่าแล้ว โดยข้อมูลถึงวันจันทร์ อิตาลีมีคนเสียชีวิตแล้ว 6,077 ราย จากผู้ติดเชื้อ 63,927 ราย รักษาหายแล้ว 7,432 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนสถานการณ์หนักสุดอันดับ 3 ของโลก มีคนเสียชีวิต 2,696 ราย ติดเชื้อ 39,673 ราย, อิหร่านเสียชีวิต 1,934 ราย ติดเชื้อ 24,811 ราย และฝรั่งเศสเสียชีวิต 860 ราย ติดเชื้อ 19,856 ราย นับแต่ 02.00 น.ของวันอังคาร ไอซ์แลนด์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรายแรกของประเทศ และเมียนมาพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสหรัฐอเมริกา ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงค่ำวันอังคาร ระบุว่า สหรัฐมีคนเสียชีวิตแล้ว 593 ราย จากผู้ติดเชื้อ 46,450 ราย นิวยอร์กซิตีเมืองเดียวมีผู้เสียชีวิตถึง 125 คน มหานครที่มีประชากร 8.4 ล้านคนแห่งนี้กำลังเป็นศูนย์กลางวิกฤติโควิด-19 ของสหรัฐ รัฐบาลท้องถิ่นมีคำสั่งให้ประชากรอยู่แต่ในเคหสถาน และสั่งปิดโรงเรียนและธุรกิจที่ไม่จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการล็อกดาวน์ที่บังคับใช้ในหลายเมืองและหลายมลรัฐของสหรัฐครอบคลุมประชากร 1 ใน 3 ของสหรัฐ กำลังส่งผลต่อภาคธุรกิจ ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งจะต้องสู้ศึกเลือกตั้งสมัยที่ 2 ในวันที่ 3 พฤศจิกายน กำลังหาทางหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจหักล้างคำโฆษณาหาเสียงของเขา และได้ประกาศต่อนักข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า ในไม่ช้าเขาจะเปิดประเทศให้ทำธุรกิจได้อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวว่า เขาอาจจะรื้อฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในมลรัฐที่มีอัตราการติดเชื้อต่ำ เช่น เนแบรสกา, ไอดาโฮ และไอโอวา ส่วนพื้นที่อันตรายในรัฐอื่นๆ เช่นนิวยอร์กนั้น จะต้องพยายามกันต่อไป &amp;quot;ถ้าให้ขึ้นอยู่กับแพทย์ พวกเขาคงบอกให้ชัตดาวน์หมดทั้งโลก&amp;quot; ทรัมป์กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60796</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, มณฑลหูเป่ย์, ยกเลิกคำสั่งห้าม, ยอดติดเชื้อ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e7a190d4240d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
