<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปรี้ยวปาก!&#039;เสี่ยอ๋อย&#039;เสนอทางออก พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวด่วน รีบเลือกนายกฯคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63- นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang &amp;nbsp;ถึงทางออกจากวิกฤตตามครรลองประชาธิปไตยว่า ผมได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมาเป็นลำดับ มาถึงขั้นนี้ผมขอเสนอทางออกสำหรับวิกฤตในขณะนี้โดยขอเสนอให้พลเอกประยุทธ์และพรรคร่วมรัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ยุติการดำเนินคดีและปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของนักศึกษาประชาชนทั้งก่อนและหลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ยุติการคุกคามประชาชน ให้ความคุ้มครองเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชนในการแสดงออกได้เต็มที่ตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติเพื่อรับฟังความคิดเห็นสมาชิกรัฐสภา โดยเชิญแกนนำนักศึกษาเข้าชี้แจงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ผลักดันให้รัฐสภารับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างน้อยใน 2 มาตรา คือ 1) มาตรา 256 เพื่อให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งมาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ และ 2) มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตจนเป็นทางตัน ในกรณีที่มีการยุบสภาขึ้นก่อนการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่จะแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินการในข้อที่ 1-5 พลเอกประยุทธ์ สามารถทำเองได้โดยตรง ส่วนในข้อที่ 6 ซึ่งเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พลเอกประยุทธ์สามารถผลักดันให้พรรคพลังประชารัฐ พรรคร่วมรัฐบาลอื่นและสมาชิกวุฒิสภาให้ความร่วมมือได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพลเอกประยุทธ์ ไม่ดำเนินการตามข้อเสนอนี้โดยเร็ว สถานการณ์จะวิกฤตยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะหาทางออกด้วยวิธีการตามครรลองประชาธิปไตยที่จะช่วยได้คือการที่พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเพื่อให้พลเอกประยุทธ์ ไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ แล้วให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีกันขึ้นใหม่ในที่ประชุมรัฐสภา หรือถ้ามีการเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่ในขณะที่มีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 ไปแล้ว ก็สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่กันได้ในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการยุบสภานั้นหากเกิดขึ้นโดยไม่มีการแก้มาตรา 272 เสียก่อน การยุบสภาจะไม่ช่วยแก้ปัญหาวิกฤตทางการเมืองได้เลย จึงจำเป็นต้องรีบแก้มาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรีเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และยังไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้น การดำเนินการทางการเมืองที่ผิดของรัฐบาลกำลังซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจของประเทศให้เลวร้ายลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์และพรรคร่วมรัฐบาลเหลือเวลาน้อยเต็มทีแล้ว จะต้องรีบตัดสินใจหาทางออกให้แก่ประเทศก่อนที่จะวิกฤตและเสียหายยิ่งกว่านี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81199</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์  ฉายแสง, ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e40794b686.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนุกปาก!&#039;3เกลอก้าวไกล&#039;จี้เลิกพรก.ฉุกเฉินเหตุกระทบคนหาเช้ากินค่ำย้อนถามใครฉุกเฉินกันแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 พ.ค.63-เมื่อวันพฤหสบดีที่ผ่านมา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพฯพรรคก้าวไกล, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กรุงเทพฯพรรคก้าวไกล, และนายจิรวัฒน์ อรัญกานนท์ ส.ส.กรุงเทพฯพรรคก้าวไกล ร่วมจัดรายการเฟซบุคไลฟ์ทางเพจพรรคก้าวไกลในชื่อ &amp;ldquo;3 เกลอก้าวไกล&amp;rdquo; ชวนคุยกันเรื่องผลกระทบเกี่ยวกับ พ.ร.ก.การบริหารแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[&amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; อัดรัฐไม่ให้ความสำคัญแต่แรก เหตุต้องออก &amp;ldquo;พ.ร.ก.&amp;rdquo; ทำประชาชนร่วมแบกรับกรรม]
โดยในช่วงหนึ่งของรายการ นายจิรวัฒน์ ระบุว่า ถ้าเราย้อนไทม์ไลน์ไปดูให้ดี เราจะเห็นได้ว่าเหตุที่มาของการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็เพราะการบริหารจัดการที่ล้มเหลวของรัฐ ที่ไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่แรก ถ้าเราย้อนไปดูจะเห็นว่าโรคเริ่มระบาดที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีนตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม 2562 แล้วจีนประกาศปิดเมืองล่าช้าจนกระทั่งคนออกนอกประเทศไปก่อนหลายล้านคน ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ชาวจีนมากันเป็นจำนวนมาก แต่ประเทศไทยก็ยังไม่ได้เตรียมมาตรการทางสาธารณสุขรองรับตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจึงมีการมาประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้โควิดเป็นโรคติดต่ออันตรายเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ต้องใช้เวลาสามเดือน กว่าที่จะมีการประกาศให้เป็นโรคอันตราย แล้วต่อมาจึงมาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในวันที่ 26 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรวัฒน์ ระบุว่า ถ้ามีการมอนิเตอร์ตั้งแต่เดือนมกราคม ถ้ามีการเตรียมมาตรการ เราคนไทยจะไม่ต้องแบกต้นทุนทางเศรษฐกิจร่วมกันแบบนี้ อาจจะไม่ต้องปิดเมืองและเคอร์ฟิวขนาดนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือยอดผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น ต้นเหตุก็มาจากการบริหารงานของภาครัฐที่ล้มเหลวและไม่ให้ความสำคัญตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[&amp;ldquo;เท้ง&amp;rdquo; เป็นงง รัฐออกแอพฯ 5 หน่วยงาน 5 แอพฯ ซ้ำกันทุกตัว แนะปรับเหลือตัวเดียวให้ทุกคนใช้แบบไม่งง]
ส่วนณัฐพงษ์&amp;nbsp; ระบุว่าถ้าเราดูจากสิ่งที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-2019) หรือ ศบค. ที่แถลงตัวเลขผู้ติดเชื้อในช่วงที่ผ่านมาออกมาค่อนข้างต่ำ เราจะเห็นได้ว่ามันไม่มีเหตุผลที่จะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเอาไว้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดเมืองมีความน่ากลัวในเรื่องการแพร่ระบาดระลอกที่สองก็จริง อย่างเช่นในไต้หวันที่เริ่มมีตัวเลขระลอกที่สองเกิดขึ้นมาแล้ว แต่การป้องกันก็ยังสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ได้ เช่นเทคโนโลยี contact tracing ที่ติดตามประวัติบุคคลที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ ซึ่งต่างประเทศใช้กันไปนานพอสมควรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เท่าที่ตัวเองเห็นวันนี้ ทางการไทยปล่อยแอพพลิเคชั่นออกมาหลายตัว แต่ทำเหมือนๆกันซ้ำๆกัน เช่นไทยแคร์, หมอชนะ, แอร์แทร็ก, และล่าสุดไทยชนะ ซึ่งออกมาโดย 5 หน่วยงานของรัฐ แต่เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในแบบเดียวกันทำซ้ำกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พูดให้ถึงที่สุด เราสามารถใช้แอพพลิเคชั่นมาแทนมาตรการที่เข้มงวดใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้ เช่นก่อนเข้าออกอาคารสถานที่ให้แสกน qr code เพื่อบันทึกประวัติในการเดินทางเข้าออกสถานที่ต่างๆว่าไปที่ไหนมาบ้าง เมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อขึ้นมาก็จะสามารถติดตามความเสี่ยงได้ แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกคนมาใช้แอพพลิเคชั่นเดียวกัน ไม่ใช่ใช้กันคนละแอพพลิเคชั่นแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[&amp;ldquo;กาย&amp;rdquo; ย้อนถามวันนี้ยัง &amp;ldquo;ฉุกเฉิน&amp;rdquo; จริงหรือไม่? หรือฉุกเฉินของใครกันแน่?]
ด้านนายณัฐชา กล่าวตอนหนึ่งว่า ถ้าถามถึงเหตุผลที่ยังคงต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในวันนี้ แม้ตัวเลขจะต่ำลงแล้วก็ตาม ตนคิดว่าน่าจะเป็นเพราะความคุ้นเคยในการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเสียมากกว่า เพราะในอดีตเคยเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเหนืออำนาจสามฝ่ายในสมัยเป็นหัวหน้า คสช. ที่ใช้อำนาจได้ตามใจชอบจนคุ้นชิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา ระบุต่อว่า ทุกวันนี้ตนลงพื้นที่มา พบประชาชนจำนวนมากมีความรู้สึกว่าการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเอาไว้อยู่เป็นเพราะความกลัวส่วนบุคคล เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์กลัวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพราะสถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องได้รับสถานะและอำนาจที่มากเกินไปขนาดนี้แล้ว จึงทำให้ตนเชื่อว่านี่เป็นการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯจากความกังวลในสถานการณ์ทางการเมืองมากกว่าการควบคุมโรคติดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงต้องถามว่าคำว่าสถานการณ์ฉุกเฉินวันนี้เป็นความฉุกเฉินของใคร ขอให้บอกกับประชาชนตรงๆไปว่าวันนี้สถานการร์ดีขึ้นอย่างไร แล้วทำไมยังต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯอยู่ แต่ถ้ายังยืนกรานว่าต้องใช้ต่อไปนั่นแสดงว่ากลัวเหตุการณ์ทางการเมืองหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[&amp;ldquo;บิลลี่&amp;rdquo; แนะใช้กฎหมายปกติควบคุมโรคได้ - วอนหยุดฝืนใช้ พ.ร.ก.ทำลายชีวิตคนจน]
ในส่วนของนายจิรวัฒน์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ระบุว่าถ้าตัวเลขเป็นไปตามที่ ศบค.ระบุ ก็ต้องชื่นชมรัฐบาลที่ทำสำเร็จในการควบคุมโรค แต่คำถามก็คือวันนี้เรายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้หรือไม่ คำตอบคือได้ เรามี พ.ร.บ.โรคติดต่อฯและกลไกลทางกฎหมายปกติได้ ให้คนที่มีอำนาจมากที่สุดคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นพระเอกของการบริหารสถานการณ์นี้ ภายใต้นโยบายและคำสั่งการโดยนายกรัฐมนตรีอยู่ ซึ่งนี่เป็นจุดที่ไม่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการออกมาใช้ในมาตรการควบคุมโรคติดต่อ มีข้อแตกต่างจากกฎหมายปกติ เช่นการให้อำนาจเบ็ดเสร็จที่กระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน อย่างการห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน ต่อมาคือการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐในการไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและอาญาจากการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งต้องถามว่าสถานการณ์วันนี้เราอยู่ในกรอบที่ต้องห้ามบุคคลใดออกนอกเคหะสถานตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือไม่ ตนต้องเรียนตามตรงว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนี้ เป็น พ.ร.ก.ที่ทำลายคนจน การกำหนดช่วงเวลาเคอร์ฟิวก็ไม่สอดคล้องกับคนจนที่หาเช้ากินค่ำ ที่ต้องเตรียมของทำมาค้าขายในช่วงดึกหรือช่วงเช้ามืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นตนจึงขอแนะนำ ว่าสถานการณ์วันนี้ต่อให้ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็สามารถบริหารจัดการภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อได้ ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลในการควบคุมสถานการณ์ได้อย่างเพียงพอแล้ว ถ้าวันนี้ไม่มีการผ่อนคลายสถานการณ์ตรงนี้แล้วคนจนที่ได้รับผลกระทบจะทำมาหากินตามปกติได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65987</URL_LINK>
                <HASHTAG>3เกลอก้าวไกล, การระบาดของไวรัสโควิด-19, จิรวัฒน์ อรัญกานนท์, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe0f5b2d38b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;จี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ยกเลิกพรก.ฉุกเฉินจับตาใช้เงิน4แสนล้านเอาใจส.ส. หวังรักษาตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.2563 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน กล่าวว่า ตามที่มีสื่อหลักของญี่ปุ่น นิเคอิ เอเชียน รีวิว วิจารณ์รัฐบาลในประเทศอาเซียน โดยเฉพาะรัฐบาลไทยโดยระบุไปที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่ามีการใช้ข้ออ้างการระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการควบรวมอำนาจของตนเอง และใช้กีดกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนและฝ่ายค้าน ดังนั้นในสถานการณ์ที่การระบาดของไวรัสดีขึ้นตามลำดับ จึงควรที่รัฐบาลจะต้องยกเลิก พรก. ฉุกเฉิน ได้แล้ว และ ควรจะต้องเริ่มผ่อนคลายให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ที่ผ่านมาต้องขอชื่นชมความสามารถของบุคคลากรทางการแพทย์ของประเทศไทยที่ทำให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพราะ พรก.ฉุกเฉินแต่อย่างไร ความจริงคือ พรก.ฉุกเฉินกลับเป็นอุปสรรคสำหรับประชาชนในการทำมาหากินและปัญหาในการเดินทางกลับบ้านของประชาชนจำนวนมาก และ พรก.ฉุกเฉินยังใช้ข่มขู่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาไม่ให้แสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะเรื่องความไม่พอใจในการบริหารประเทศที่ล้มเหลวของรัฐบาลมาตลอด 5 ปีกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สื่อหลักญี่ปุ่นยังวิจารณ์รัฐบาลไทยในการใช้เงินจำนวนมากกว่า 58,000 ล้านเหรียญ (1.9 ล้านล้านบาท) ว่าจะเป็นการแจกเพื่อหาเสียงให้กับตัวเอง อย่างไรก็ดี เงินที่ใช้เยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนถือเป็นความจำเป็นที่ต้องดำเนินการ แม้กระนั้น การเยียวยาของรัฐบาลยังมีปัญหาความไม่ทั่วถึง คนลำบากจำนวนมากไม่ได้รับการเยียวยา &amp;nbsp;แต่เงินกู้อีก 400,000 ล้านบาทที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะไปใช้ฟื้นเกษตรกรและฐานราก เกรงว่าจะเป็นเบี้ยหัวแตก และจะไปซ้ำซ้อนกับโครงการเดิมที่แต่ละกระทรวงมีแผนงานอยู่แล้ว สุดท้ายห่วงว่าจะกลายเป็นการนำเงินกู้ก้อนมหาศาลดังกล่าวไปใช้เพื่อเอาใจ สส. ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อรักษาตำแหน่งของตนและพวกพ้อง ที่กำลังมีปัญหาความไม่พอใจของ ส.ส. จำนวนมากใน พปชร. ที่ต้องการเปลี่ยน นายอุตตม สาวนายน และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ &amp;nbsp;ออกจากหัวหน้าพรรค และ เลขาธิการพรรค &amp;nbsp;เพื่อให้เปลี่ยนออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งจะรวมไปถึงการจะปลด นายสมคิดออกจากตำแหน่งด้วยจากผลงานการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว ดังนั้น จึงอยากให้ มีการใช้เงินเพื่อพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการใช้เพื่อรักษาตำแหน่งเพราะจะเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ และ ประชาชนทั้งประเทศจะต้องมาใช้หนี้ก้อนมหาศาลนี้แทน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องมาแบกภาระอย่างหนักในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หากมองย้อนหลัง 5 ปี รัฐบาลได้ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลโดยอ้างว่าเพื่อช่วยเกษตรกรและฐานราก แต่ความเป็นอยู่ของเกษตรกรและฐานรากกลับไม่ได้ดีขึ้นเลยแถมยังแย่ลงอย่างมาก รายได้หดหายและคนจนกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น และที่พลเอกประยุทธ์บอกเศรษฐกิจไทยจะแย่ไปอีก 9 เดือน ทั้งที่ความจริงคือเศรษฐกิจไทยแย่มาตลอด 5 ปีกว่าแล้ว อีกทั้ง ไม่เคยปรากฏเลยว่าจะมีคนอดอยาก และ ฆ่าตัวตายกันอย่างมากเหมือนในปัจจุบัน และ อีก 9 เดือนก็ยังไม่เห็นว่าจะฟื้นได้อย่างไร ดังนั้นการใช้เงินอีก 4 แสนล้าน เพื่อเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ได้ผลเหมือนที่รัฐบาลเคยทำมาแล้วตลอดหลายปี ซึ่งอาจจะกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเหมือนโครงการเงินกู้ไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาท สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัติย์ หรือ การเข้าช่วยการบินไทยทั้งที่โอกาสรอดทางธุรกิจมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย&amp;nbsp;
สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ การต้องพัฒนาวิสัยทัศน์ให้เห็นว่าอนาคตของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังวิกฤตไวรัส แล้วพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับอนาคตโดยมุ่งเน้นการปรับระบบราชการ การสร้างธุรกิจในแนวทางใหม่ และ การเพิ่มการจ้างงาน โดยที่การว่างงานของคนจำนวนมากประมาณ 7-10 ล้านคน จะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต และรัฐบาลยังไม่มีแนวทางที่จะรับมือแต่อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65503</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, พิชัย นริพทะพันธุ์, ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน, รวมอำนาจของตนเอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
