<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กษัตริย์มาเลเซียตำหนินายกฯ ตีมึนยุติภาวะฉุกเฉิน ฝ่ายค้านชี้กบฏ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน โดนสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียตำหนิอย่างเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าทำให้รัฐสภาเข้าใจผิดว่าพระองค์มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกภาวะฉุกเฉิน ทั้งที่พระองค์ยังไม่ทรงยินยอม ฝ่ายค้านชี้เป็นกบฏและเรียกร้องให้ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายกฯ มูห์ยิดดิน ยัสซิน Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นปัญหาที่กำลังเป็นวิกฤติการเมืองครั้งใหม่ของนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดินครั้งนี้เริ่มต้นจากการเปิดเผยของทากิยุดดิน ฮัสซัน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ต่อที่ประชุมสภาเมื่อวันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม ซึ่งเป็นการเปิดการประชุมวาระพิเศษนาน 5 วัน ว่าภาวะฉุกเฉินที่บังคับใช้มานานหลายเดือนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 สิงหาคมตามกำหนด และไม่มีการขยายเวลาเพิ่มอีก และกฎข้อบังคับหลายข้อที่สืบเนื่องจากคำประกาศนี้จะถูกยกเลิกหรือกลายเป็นโมฆะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนพยายามกดดันให้รัฐมนตรีผู้นี้ยืนยันว่า สมเด็จพระราชาธิบดีทรงโปรดเกล้าฯ แล้วหรือไม่ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่เขาบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง ในวันพฤหัสบดี แถลงการณ์ของสำนักพระราชวังมาเลเซียระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ชาห์ ทรง &amp;quot;ผิดหวังอย่างยิ่ง&amp;quot; ที่ความเห็นชอบของพระองค์ต่อคำกราบบังคมทูลขอให้มีการพิจารณาและอภิปรายเกี่ยวกับพระราชกำหนดฉุกเฉินในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้รับการปฏิบัติตาม และว่า การประกาศเกี่ยวกับการยกเลิกภาวะฉุกเฉินนั้น &amp;quot;ไม่ถูกต้อง และทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสับสน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์กล่าวด้วยว่า การยกเลิกภาวะฉุกเฉินไม่ใช่แค่ความล้มเหลวในการเคารพหลักการแห่งรัฏฐาธิปัตย์ตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการทำลายหน้าที่และพระราชอำนาจของกษัตริย์ในฐานะประมุขของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแถลงตำหนิรัฐบาลอย่างรุนแรงของสมเด็จพระราชาธิบดีมาเลเซียเช่นนี้เป็นเรื่องไม่ปกติ หลังจากสำนักพระราชวังเผยแพร่แถลงการณ์ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านในสภาพากันโจมตีมูห์ยิดดินว่าเป็นกบฏและเรียกร้องให้เขาลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านมาเลเซีย เรียกร้องให้มูห์ยิดดินลาออก โดยระบุว่ารัฐบาลของเขาละเมิดรัฐธรรมนูญ, ดูหมิ่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และทำให้รัฐสภาสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอาหมัด ซาฮิ ฮามิดี ประธานองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) พรรคใหญ่ที่สุดในรัฐบาลผสมของมูห์ยิดดินที่ถอนการสนับสนุนเขา กล่าวหาเขาว่าก่อกบฏและต้องการให้เขาลาออกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมูห์ยิดดิน ซึ่งขึ้นสู่ตำแหน่งจากการช่วงชิงอำนาจในรัฐบาลผสมโดยไม่ได้ผ่านการเลือกตั้ง ยังคงปกป้องพฤติกรรมของเขา คำแถลงจากสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงเกี่ยวกับการหารือระหว่างรัฐบาลกับกษัตริย์เกี่ยวกับพระราชกำหนดเหล่านี้ และยืนกรานว่าไม่จำเป็นต้องให้สภาลงมติกฎหมายดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษัตริย์มาเลเซีย, นายกฯมูห์ยิดดิน ยัสซิน, ยกเลิกภาวะฉุกเฉิน, สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ ชาห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102a77db8dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสเปนฉลองยกเลิกภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสเปนยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินที่บังคับใช้มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 แล้วตั้งแต่เที่ยงคืนของวันเสาร์ที่ผ่านมา ประชาชนออกมาเฉลิมฉลอง &amp;quot;เสรีภาพ&amp;quot; เต้นรำกันอย่างสนุกสนานกลางดึกหลังสิ้นสุดเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศในสเปนเมื่อกลางดึกหลังเที่ยงคืนของวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม ที่สิ้นสุดคำประกาศเคอร์ฟิวตามมาตรการฉุกเฉินของรัฐบาลสเปน ประชาชนออกมาเฉลิมฉลองเต้นรำกันไม่ต่างจากบรรยากาศงานฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จัตุรัสปูเอร์ตา เดล โซล ในกรุงมาดริด ผู้คนนับพันคนส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวมารวมตัวกันและปรบมือเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน ส่วนที่นครบาร์เซโลนา นักเที่ยวออกดื่มสังสรรค์กันบนชายหาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนบางส่วนสวมหน้ากากอนามัย แต่น้อยคนที่รักษาระยะห่างทางสังคม บรรดามิตรสหายโอบกอดกัน เต้นรำและร้องเพลง &amp;quot;มันเหมือนวันขึ้นปีใหม่&amp;quot; หนุ่มบาร์เซโลนาคนหนึ่งกล่าว &amp;quot;เรากำลังได้เสรีภาพกลับคืนสู่ปกตินิดหน่อย แต่เราต้องจำไว้เสมอว่าไวรัสยังอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพวิดีโอที่ผู้คนแห่กันออกมาฉลองโดยไม่รักษาระยะห่างเรียกเสียงวิจารณ์จากบางส่วนในสังคมสเปน &amp;quot;เสรีภาพไม่รวมถึงการแหกกฎ&amp;quot; โฆเซ ลูอิส มาร์ติเนซ-อัลเมย์ดา นายกเทศมนตรีหัวอนุรักษ์นิยมของมาดริด กล่าวพร้อมกับย้ำว่า การรวมตัวเพื่อดื่มตามท้องถนนนั้นยังเป็นสิ่งต้องห้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปนเป็นประเทศหนึ่งของยุโรปที่โควิด-19 แพร่ระบาดรุนแรงที่สุด ถึงขณะนี้สเปนมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตแล้ว 78,792 คน จากผู้ติดเชื้อ 3.6 ล้านคน แต่อัตราการติดเชื้อลดลงและการฉีดวัคซีนกำลังคืบหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้แคว้นส่วนใหญ่จาก 17 แคว้นสามารถยกเลิกเคอร์ฟิวได้เมื่อเที่ยงคืนวันเสาร์ โดยยังเหลือ 4 แคว้นที่ยังบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวต่อไป ได้แก่ หมู่เกาะแบลีเอริก, หมู่เกาะคะเนรี, แคว้นนาบาร์รา และบาเลนเซีย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาวะฉุกเฉินที่หลายแคว้นพยายามล็อบบีให้รัฐบาลของนายกฯ เปโดร ซันเชซ ขยายเวลาออกไปอีก แต่ไร้ผลนี้ วางกรอบทางกฎหมายให้รัฐบาลท้องถิ่นสามารถออกมาตรการต่างๆ ที่จำกัดเสรีภาพได้ เช่น เคอร์ฟิวยามวิกาล หรือห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็นระหว่างแคว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้หลังจากยกเลิกภาวะฉุกเฉินแล้วรัฐบาลท้องถิ่นยังมีอำนาจออกข้อกำหนดบางอย่างได้ แต่สำหรับมาตรการที่เข้มงวดขึ้น เช่นเคอร์ฟิว หรือจำกัดจำนวนการรวมตัวหรือการห้ามเดินทาง รัฐบาลแคว้นนั้นๆ ต้องขออำนาจจากศาลเอง ซึ่งศาลมีคำชี้ขาดที่แตกต่างกันไปในแต่ละแคว้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102330</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกเลิกภาวะฉุกเฉิน, ยกเลิกเคอร์ฟิว, สเปน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.พิชาย&#039;เสนอโจทย์6ข้อที่ปชช.ควรได้เห็นหาก&#039;ประยุทธ์&#039;มีเจตจำนงจะทำงานแบบNew Normal</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19&amp;nbsp;มิ.ย.63-รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณะบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม&amp;nbsp; ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย แถลงเรื่อง &amp;quot;วิธีการทำงานแบบ New Normal ของนายกรัฐมนตรี&amp;quot;&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพลเอกประยุทธ์มีเจตจำนงแน่วแน่และจริงใจตามที่ประกาศ &amp;ldquo;เป็นสัญญาประชาคม&amp;rdquo;&amp;nbsp; ในเรื่อง &amp;ldquo;การผนึกทุกภาคส่วนร่วมวางอนาคตประเทศไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การประเมินผลงานภาครัฐ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo; การทำงานเชิงรุก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ควรตามมาและประชาชนควรได้เห็นภายในเดือนนี้หรือเดือนหน้าคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑) จะเห็นพลเอกประยุทธ์ออกมาปฏิบัติการเชิงรุก ด้วยการประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉิน และแถลงแผนการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกระดับ เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นคือการสร้างการมีส่วนร่วมให้แก่ประชาชนในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒) เราจะเห็นพลเอกประยุทธ์ออกมาประกาศว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง เพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการร่างอย่างกว้างขวาง และมีเนื้อหาที่มีความเป็นประชาธิปไตย เพิ่มอำนาจแก่ประชาชน ขยายการมีส่วนร่วมและเสรีภาพมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓) การประกาศยกเลิกยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี (๒๕๖๑ &amp;ndash; ๒๕๘๐)&amp;nbsp; เพราะยุทธศาสตร์ฉบับนี้ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในปัจจุบันก็ล้าสมัยไปแล้ว&amp;nbsp; พร้อมกันนั้นก็แก้ไขพรบ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ๒๕๖๐ เสียใหม่ เพื่อผนึกพลังทางสังคมและให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติใหม่
๔) ประกาศสนับสนุนและสร้างกลไกที่เป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ตำรวจ และกองทัพ&amp;nbsp; โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕) การปรับคณะรัฐมนตรี โดยปรับบุคคลทุกคนที่มีชื่อเสียงและพฤติกรรมอื้อฉาวเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ปกปิดทรัพย์สิน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และบุคคลที่ไร้ความสามารถออกจากตำแหน่งทุกคน&amp;nbsp; จากนั้นแต่งตั้งบุคคลใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนโดยพิจารณาจากความสามารถ ความซื่อสัตย์ และการเสียสละต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง&amp;nbsp; มิใช่แต่งตั้งตามจำนวนโควต้าของส.ส.ของแต่ละกลุ่ม แต่ละพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖)&amp;nbsp; ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อจัดตั้ง คณะกรรมการประเมินผลแห่งชาติ&amp;nbsp; และมีอนุกรรมการประเมินผลแห่งชาติระดับจังหวัด ที่ประกอบด้วยตัวแทนประชาชนทุกภาคส่วน&amp;nbsp; คณะกรรมการและอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่ติดตามประเมินผลโครงการของรัฐบาล หน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp; ทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากไม่มีเรื่องเหล่านี้ให้เห็น แม้แต่เรื่องเดียวภายในหนึ่งหรือสองเดือน&amp;nbsp; เราก็สามารถสรุปได้ว่า สัญญาประชาคมที่พลเอกประยุทธ์ประกาศออกมาเป็นเพียงสัญญาที่ว่างเปล่า&amp;nbsp; และเป็นเพียงปฏิบัติการเชิงจิตวิทยามวลชนเพื่อลดแรงกดดันต่อรัฐบาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่รัฐบาลประยุทธ์จะเผชิญ กรณีที่ละเมิดสัญญาประชาคมก็คือ ความเสื่อม เสียงวิจารณ์ การตำหนิ และการขับไล่ออกจากอำนาจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69110</URL_LINK>
                <HASHTAG>New Normal ของนายกรัฐมนตรี, การทำงานเชิงรุก, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ยกเลิกภาวะฉุกเฉิน, รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb47e547e51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 20:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นยกเลิกฉุกเฉินทั่วประเทศแล้ว อินเดียติดไวรัสพุ่งแซงอิหร่านขึ้นที่10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นยกเลิกภาวะฉุกเฉินครบทั้งประเทศแล้วเมื่อวันจันทร์ แต่เตือนประชาชนระมัดระวังห้ามการ์ดตก ส่วนอินเดียยอดติดเชื้อโควิด-19 พุ่งพรวดวันเดียวเกือบ 7,000 ราย แซงอิหร่านขึ้นอันดับ 10 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นแถลงยกเลิกภาวะฉุกเฉินทั้งประเทศเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เริ่มต้นประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวและอีก 6 ภูมิภาคเมื่อวันที่ 7 เมษายน แล้วต่อมาจึงขยายครอบคลุมทั้งประเทศ ในช่วงที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 รายใหม่ในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศนี้เรียกร้องให้ธุรกิจและโรงเรียนปิดทำการ และขอให้ประชาชนอยู่แต่ในเคหสถาน แต่มาตรการล็อกดาวน์ของญี่ปุ่นไม่ได้เข้มข้นเหมือนประเทศส่วนใหญ่ และไม่มีการกำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนด้วย กระนั้นชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ให้ความร่วมมืออย่างดี ท้องถนนในกรุงโตเกียวที่เคยคลาคล่ำแทบร้างผู้คน จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เคยพุ่งสูงสุดถึงวันละประมาณ 700 ราย ลดลงเหลือไม่กี่สิบราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลสั่งยกเลิกภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว แต่ยังยกเว้นกรุงโตเกียวและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดฮอกไกโดทางเหนือที่สถานการณ์รุนแรง กระทั่งวันจันทร์ อาเบะจึงประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินทั่วทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการแถลงข่าวทางโทรทัศน์ อาเบะกล่าวว่า ญี่ปุ่นมีเกณฑ์ที่เข้มงวดมากในการยกเลิกภาวะฉุกเฉิน ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าเข้าเกณฑ์นี้แล้ว เขาเตือนด้วยว่า ประชาชนจะต้องปรับตัวเข้ากับ &amp;quot;ความปกติใหม่&amp;quot; และต้องหลีกเลี่ยง &amp;quot;3 ส&amp;quot; ได้แก่ สถานที่ปิด, สถานที่แออัด และสัมผัสใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าเราการ์ดตก การติดเชื้อจะแพร่อย่างรวดเร็วมาก เราต้องระแวดระวัง&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;เราจำเป็นต้องสร้างรูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่ จากนี้ไปเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสม 16,581 ราย เสียชีวิต 830 ราย เป็นสถานการณ์ที่ยังเบาเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในยุโรป, สหรัฐ, รัสเซียและบราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วโลกตามข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ขณะนี้อยู่ที่ 5.421 ล้านราย เสียชีวิตแล้ว 345,223 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ 1.สหรัฐ 1,643,499 ราย, 2.บราซิล 363,211 ราย, 3.รัสเซีย 353,427 ราย, 4.สหราชอาณาจักร 260,916 ราย, 5.สเปน 235,772 ราย, 6.อิตาลี 229,858 ราย, 7.ฝรั่งเศส 182,709 ราย, 8.เยอรมนี 180,338 ราย, 9.ตุรกี 156,827 ราย และ 10.อินเดีย 139,237 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า เมื่อวันจันทร์อินเดียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเป็นสถิติสูงสุดถึง 6,977 ราย ซึ่งทำให้อินเดียมีผู้ติดเชื้อแซงหน้าอิหร่านซึ่งติดเชื้อแล้ว 135,701 ราย และมากกว่าเปรูที่มียอดติดเชื้อ 119,959 ราย โดยเป็นชาติที่ 12 ที่มีผู้ติดเชื้อเกินแสนราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินโซ อาเบะ, ญี่ปุ่น, ยกเลิกภาวะฉุกเฉิน, อินเดีย, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbc413ce9ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
