<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรีนพีซ แถลงการณ์ถาม คกก.วัตถุอันตรายทำไมไม่ปกป้องคนจากสารเคมีอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 กุมภาพันธ์ 2562 - กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับรณีคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติอนุญาตให้ใช้ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตต่อไปอีก 2 ปีว่า จากการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย เมื่อวันที่14 กุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp;ที่ได้มีการทบทวนมติเดิมที่ให้ใช้สารเคมีพาราควอตต่อไปได้ หลังจากมีการทักท้วงของผู้ตรวจการแผ่นดินที่วินิจฉัยให้ยกเลิก &amp;nbsp;แต่ท้ายที่สุด กรรมการวัตถุอันตรายมีมติยืนตามมติเดิมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 คือ ไม่ยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการ ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตต่อไปอีก 2 ปี แม้จะมีการแสดงความกังวลและคัดค้านประกอบกับข้อมูลวิชาการถึงผลกระทบโดยองค์กรต่าง ๆ มาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติดังกล่าวถือเป็นความผิดพลาด และเป็นการเพิกเฉยต่อผลกระทบทางสุขภาพต่อผู้บริโภคและเกษตรกรจากสารพิษร้ายแรง กลุ่มคนที่มีหน้าที่ปกป้องประชาชนจากสารเคมีอันตรายอย่าง คณะกรรมการวัตถุอันตรายกลับไม่เด็ดขาดในการตัดสินใจเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนจากการได้รับสารพิษที่อาจก่อมะเร็ง แต่ให้น้ำหนักกับผลประโยชน์ต่อภาคบริษัทอุตสาหกรรม พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตเป็นสารเคมีกำจัดวัชพืชที่สามารถตกค้างได้ในสิ่งแวดล้อม อาหาร น้ำดื่ม หรือแม้แต่ในร่างกายของคนและถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ หากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จริงจังกับการปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจะต้องดำเนินการห้ามใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายนี้กับอาหารของประชาชน &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ระบบอาหารเชิงอุตสาหกรรมกำลังคุกคามสุขภาพของทั้งผู้กินและผู้ผลิต ทางออกที่สามารถทำได้เพื่อยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย คือการเปลี่ยนแปลงจากระบบเกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรมที่พึ่งพาสารเคมีไปสู่การเกษตรกรรมเชิงนิเวศที่เป็นมิตรต่อสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยจำเป็นจะต้องมีการส่งเสริมทางนโยบายอย่างเข้มแข็งจากทางภาครัฐ&amp;rdquo; รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ&amp;quot; กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามูลนิธิการศึกษาไทยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้สรุปผลการศึกษาของผลกระทบจากสารกำจัดศัตรูพืชต่อนักเรียนระดับประถมและมัธยมต้น ทั้ง 4 ภาค ของประเทศไทยว่าผักและผลไม้ที่นำมาใช้ประกอบอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนทานนั้นอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัยร้อยละ 52 และจากการตรวจหาการปนเปื้อนของสารเคมีในเลือดของนักเรียนและคุณครูจำนวน 7,807 คน จาก 55 โรงเรียนพบว่าร้อยละ 6 นั้นอยู่ในระดับที่ไม่ปลอดภัย และร้อยละ 25 ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง การได้รับสารเคมีนั้นไม่เพียงได้รับจากการกินอย่างเดียว แต่ยังคงได้รับด้วยการสูดดม หรือการสัมผัสทางอ้อม การยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตจะเป็นจุดเริ่มต้นสู่อนาคตของอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขอเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมติยกเลิกและควบคุมการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตในประเทศไทย โดยเร่งด่วนที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29210</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีเกษตร, กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, คณะกรรมการวัตถุอันตราย, ยกเลิกสารเคมีเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c6692eaf122b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
