<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดฯตั้งแง่นำเข้าลำไยไทย “สนธิรัตน์”สั่งติดตามอย่างใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;มึน อินโดนีเซียส่งหนังสือแจ้งยกเลิกห้ามนำเข้าลำไยจากไทยแล้ว แต่ในทางปฏิบัติพบไม่สามารถทำได้จริง เหตุอธิบดีกรมพืชสวนไม่ยอมออกใบอนุญาต &amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo;สั่งติดตามอย่างใกล้ชิด ลั่นต้องส่งออกได้อย่างแท้จริง เหตุระดับนโยบายยอมแก้ไขแล้ว ระดับปฏิบัติอาจติดขัดบ้าง คงต้องรออีกระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ถึงความคืบหน้ากรณีที่กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียออกระเบียบพืชสวนฉบับใหม่ โดยยกเลิกการกำหนดช่วงเวลานำเข้าพืชสวนมายังอินโดนีเซียว่า ขณะนี้ระเบียบใหม่ได้มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.2561 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ไทยสามารถส่งออกลำไย ทุเรียนและหอมแดง ไปยังอินโดนีเซียในช่วงเวลาใดก็ได้ตลอดทั้งปี จากเดิมที่อินโดนีเซียกำหนดช่วงเวลาห้ามนำเข้าลำไยไทยในเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตของไทยออกมาก และให้นำเข้าทุเรียนได้เฉพาะเดือนก.ค. ส่วนหอมแดงห้ามนำเข้าตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการติดตามการส่งออกลำไยของไทยไปยังอินโดนีเซียล่าสุด ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้สอบถามผู้นำเข้าลำไยรายใหญ่ของอินโดนีเซียหลายรายที่พยายามยื่นขออนุญาตการนำเข้าลำไยในเดือนมิ.ย.-ธ.ค.2561 ปรากฏว่าผู้นำเข้าทุกรายยังได้รับการปฏิเสธไม่ให้นำเข้าลำไยจากไทยในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.เช่นเดิม โดยระบุว่าในระเบียบฉบับใหม่ อำนาจในการพิจารณาให้ใบอนุญาตการนำเข้าอยู่ที่อธิบดีกรมพืชสวน กระทรวงเกษตรของอินโดนีเซียเท่านั้น ส่งผลให้ลำไยไทยยังไม่สามารถส่งออกไปอินโดนีเซียในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.2561 เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐมนตรีการค้าของอินโดนีเซียได้ส่งหนังสือมายังตนเพื่อยืนยันว่ากระทรวงเกษตรอินโดนีเซียได้ยกเลิกมาตรการจำกัดระยะเวลาการนำเข้าพืชสวน ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อเดือนมิ.ย.2561 โดยในทางปฏิบัติอาจยังมีข้อจำกัดในบางเรื่องอยู่ และอาจต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามกรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ไทยสามารถส่งออกพืชสวนทั้ง 3 ชนิดไปอินโดนีเซียได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่รัฐมนตรีการค้าอินโดนีเซียส่งหนังสือมาให้ผม แสดงให้เห็นว่าในระดับนโยบายมีการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติอาจยังติดขัดบ้าง คงต้องรออีกสักระยะ โดยผมจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ไทยส่งออกพืชสวนทั้ง 3 ชนิด โดยเฉพาะลำไยไปอินโดนีเซียให้ได้ เพราะช่วงนี้ เป็นช่วงที่ผลผลิตลำไยของไทยออกสู่ตลาดจำนวนมากพอดี&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นปี 2561 กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียได้ใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าพืชสวน ทำให้ลำไย ทุเรียน และหอมแดงไทยได้รับผลกระทบ โดยลำไย อินโดนีเซียห้ามนำเข้าช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตลำไยของไทยออกสู่ตลาด ส่งผลให้ไทยส่งออกลำไยไปอินโดนีเซียไม่ได้ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 700 ล้านบาท ส่วนทุเรียน อนุญาตให้นำเข้าได้เฉพาะเดือนก.ค. คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเกือบ 200 ล้านบาท และหอมแดง ห้ามการนำเข้าตลอดปี มูลค่าความเสียหายเกือบ 150 ล้านบาท รวมความเสียหายทั้งหมดราว 1,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14416</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ยกเลิกมาตรการจำกัดระยะเวลาการนำเข้าพืชสวน, ยกเลิกห้ามนำเข้าลำไย, ลำไย, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อินโดนีเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180404/image_big_5ac471e09ee91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กดดันได้ผล อินโดฯเลิกบล็อกนำเข้าลำไยจากไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เผยอินโดนีเซียทำหนังสือแจ้งจะยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าลำไยจากไทย หลังถูกบล็อกก่อนหน้านี้ ชี้เป็นผลดีทำให้ลำไยไทยมีตลาดรองรับเพิ่ม ระบุยังเดินหน้าขอความร่วมมือผู้ประกอบการหยุดนำเข้ามะพร้าว 3 เดือน เพื่อช่วยดึงราคาในประเทศ คาดมะพร้าวอินโดนีเซียกระทบหนัก เหตุมีส่วนแบ่งตลาดในไทยกว่า 90% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ ได้รับหนังสือจากรัฐมนตรีเกษตรของอินโดนีเซียแจ้งมาว่าเตรียมยกเลิกการใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าพืชสวนปี 2561 ที่กำหนดพืชสวนที่สามารถนำเข้าอินโดนีเซียได้ในเดือนต่างๆ จะต้องไม่ตรงกับฤดูกาลผลไม้ของอินโดนีเซีย ซึ่งมีสินค้าไทยจำนวน 3 รายการที่อยู่ในรายการห้ามนำเข้า คือ ลำไย ทุเรียน และหอมแดง โดยหนังสือที่ทำมาถึงนั้นระบุว่าจะอนุญาตให้ไทยส่งออกลำไยไปยังอินโดนีเซียได้ และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้แก้ไขปัญหาลำไยล่วงหน้า เพื่อหาตลาดให้กับผลผลิตที่ออกมาทั้งกระจายในประเทศและส่งออก โดยไม่ได้คำนึงถึงว่าจะส่งออกไปอินโดนีเซียได้หรือไม่ได้ แต่เราก็แก้มาแล้ว จนวันนี้ราคาลำไยดีขึ้น แต่ถ้าส่งออกไปอินโดนีเซียได้ ก็นับเป็นข่าวดีอีก เพราะอินโดนีเซียเป็นตลาดส่งออกสำคัญ ไทยเคยส่งออกได้ประมาณปีละ 2 หมื่นตัน ทำให้ปีนี้มีตลาดรองรับเพิ่มขึ้นอีก&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ได้เชิญผู้ประกอบการที่ใช้มะพร้าวในการแปรรูป เช่น กะทิ มาหารือถึงความต้องการใช้มะพร้าว หลังจากที่ได้มีการใช้มาตรการระยะสั้นห้ามนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศเป็นการชั่งคราว 3 เดือน ตั้งแต่ส.ค.-ต.ค.2561 โดยผู้ประกอบการยืนยันว่าไม่กระทบ เพราะปีนี้ผลผลิตมะพร้าวมีมาก และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการไม่นำเข้า และใช้มะพร้าวในประเทศ ซึ่งจะทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังได้หารือถึงปัญหาการไม่ใช้มะพร้าวในประเทศ โดยผู้ประกอบการระบุว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องของราคาที่สูงกว่าราคานำเข้า โดยได้ยืนยันไปว่าปีนี้ผลผลิตมะพร้าวไทยจะเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ปริมาณ 2-3 เท่า ทำให้ราคาจะปรับตัวลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้ใช้และต่อเกษตรกรเอง ที่ผลผลิตเพิ่ม แม้ราคาลด แต่เฉลี่ยแล้วจะขายได้ราคาสูงขึ้น ซึ่งล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้มีต้นทุนต่ำลงและแข่งขันกับมะพร้าวนำเข้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศไปตรวจสอบการนำเข้ามะพร้าวย้อนหลังไปจนถึงปี 2560 ว่าผู้ประกอบการที่ขออนุญาตนำเข้ามีการนำเข้าไปใช้ตามที่แจ้งไว้หรือไม่ เพราะพบว่า ก่อนหน้านี้มีการนำเข้าสูงเกินจริง ซึ่งหากตรวจสอบพบว่าการนำเข้าไม่ได้นำไปใช้เอง แต่นำไปขายต่อ ก็จะมีมาตรการลงโทษต่อไป เช่น ไม่ออกใบอนุญาตให้นำเข้า เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2561 กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียได้ใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าพืชสวน โดยห้ามนำเข้าลำไยช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตลำไยของไทยออกมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 700 ล้านบาท ส่วนทุเรียน อนุญาตให้นำเข้าได้เฉพาะเดือนก.ค. เสียหาย 200 ล้านบาท และหอมแดง ห้ามการนำเข้าตลอดปี เสียหาย 150 ล้านบาท รวมความเสียหายทั้งหมด 1,000 ล้านบาท ไทยจึงได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบถึงแนวทางการห้ามนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ 3 เดือน เพื่อแก้ปัญหามะพร้าวราคาตกต่ำ และอีกด้านเป็นการส่งสัญญาณถึงอินโดนีเซีย ที่มีส่วนแบ่งตลาดมะพร้าวในไทยกว่า 90% รองลงมา คือ เวียดนาม 5% ซึ่งในที่สุดอินโดนีเซีย ก็ยอมที่จะยกเลิกการใช้มาตรการ ส่วนมาตรการห้ามนำเข้ามะพร้าวของไทยยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14138</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ควบคุมนำเข้ามะพร้าว, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, ยกเลิกห้ามนำเข้าลำไย, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc323d6e9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
