<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90075</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเลยก่อนเดินทางรายชื่อเที่ยวบินที่แจ้งยกเลิกหลังโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ม.ค.64-นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นผลให้ประชาชนลดการเดินทาง ทำให้จำนวนตัวเลขผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศลดน้อยลง ส่งผลให้สายการบินมีหนังสือขอแจ้งยกเลิกเที่ยวบินบางเส้นทาง หรือปรับลดความถี่ของเที่ยวบินชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยในวันที่ 15 - 31 มกราคม 2564 จะมีท่าอากาศยานที่ถูกยกเลิกเที่ยวบินและไม่มีการทำการบิน คือ ท่าอากาศยานระนองและแพร่ วันที่ 18 - 31 มกราคม 2564 คือ ท่าอากาศยานนราธิวาส สำหรับจำนวนผู้โดยสารจากท่าอากาศยาน 18 แห่ง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2564 มีจำนวนผู้โดยสารทั้งขาเข้า-ออก รวมทั้งสิ้น 7,612 คน รวมจำนวนเที่ยวบินไปกลับทั้งสิ้น 98 เที่ยวบิน ซึ่งถือว่าลดลงจากปกติค่อนข้างมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของกรมท่าอากาศยานยังคงให้บริการท่าอากาศยานตามปกติ และเพิ่มความเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในระบบขนส่งสาธารณะ ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยการปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร รถเข็น เก้าอี้ ราวบันได รวมถึงอุปกรณ์ปฏิบัติงาน จัดจุดบริการเจล แอลกอฮอล์แก่ผู้โดยสาร เพื่อความสะอาดและสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางในช่วงนี้ ต้องตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิทั้งขาเข้า - ขาออก และต้องเช็คอิน/เช็คเอาท์แอปพลิเคชั่นไทยชนะ/หมอชนะ ทุกครั้งที่ใช้บริการ โดยขอให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางตรวจสอบเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรง หรือผ่านทางแอปพลิเคชั่น ThaiFlightInfo รวมถึงปฏิบัติตนตามเงื่อนไขในประกาศของแต่ละจังหวัดปลายทาง เพื่อความสะดวกและความถูกต้องในการเดินทางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90075</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกเลิกเที่ยวบิน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60038800437cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกเลิก6เที่ยวบินทั้งไปและกลับ&#039;ฉงชิ่ง-กระบี่&#039;สกัดไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค. 63 &amp;ndash; นางสาวจรรยารักษ์&amp;nbsp; สาธิตกิจ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า&amp;nbsp; จากการติดตามสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ณ จุดบริการนักท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่&amp;nbsp; วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; พบว่า ไฟลท์บิน จากเมืองอู่ฮั่นถูกยกเลิก แต่ยังมีไฟล์บินไปยังเมืองอื่นๆ ตามปกติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp; ไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้าง ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับมาตรการป้องกัน การท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ได้จัดพื้นที่ให้สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศอาคาร 1 สนามบินนานาชาติกระบี่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนั้น ในวันที่ 4, 6, 8, 11, 13, 15 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งหมด 6 เที่ยวบิน ทางสนามบินนานาชาติกระบี่ ยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาเข้า ขาออก FD 578 ฉงชิ่ง - กระบี่ และFD 579 กระบี่ &amp;ndash; ฉงชิ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, จีน, ฉงชิ่ง, ยกเลิกเที่ยวบิน, อู่ฮั่น, โคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e5a48c3ee3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเขาไฟตาอัลพ่นลาวา หวั่นใกล้ระเบิดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภูเขาไฟตาอัลบนเกาะกลางทะเลสาบทางใต้ของกรุงมะนิลาพ่นลาวาและเถ้าหนาทึบออกจากปากปล่องพร้อมปรากฏการณ์ฟ้าผ่า ทางการเตือนมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระเบิดในเวลาอันใกล้ กรุงมะนิลาชัตดาวน์ เถ้าภูเขาไฟปกคลุมทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 240 เที่ยวตั้งแต่วันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายฟ้าปรากฏเหนือภูเขาไฟตาอัลที่พวยพุ่งเถ้าจากปากปล่องเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม 2563 / Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนนับหมื่นคนในพื้นที่โดยรอบภูเขาไฟตาอัลได้รับคำสั่งให้อพยพออกจากบ้านเรือนตั้งแต่วันอาทิตย์ เมื่อภูเขาไฟตาอัล ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟมีพลังขนาดเล็กที่สุดในโลก เริ่มพ่นเถ้าภูเขาไฟออกจากปากปล่องสูงหลายสิบกิโลเมตร พร้อมกับแผ่นดินไหวและเสียงคำราม รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม กล่าวว่า มีประชาชนโดยรอบภูเขาไฟอพยพจากบ้านเรือนแล้วมากกว่า 16,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาฟิลิปปินส์ (Phivolcs) กล่าวว่า ภูเขาไฟลูกนี้เริ่มแสดงพลังและปะทุพ่นไอน้ำความร้อนสูงและก้อนหินเมื่อวันอาทิตย์ แต่ช่วงเช้าวันจันทร์ เริ่มมีน้ำพุลาวาพวยพุ่งขึ้นและไหลจากปากปล่องอย่างช้าๆ นอกจากนี้ยังเกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าเหนือปากปล่องภูเขาไฟเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการฟิลิปปินส์ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟขึ้นเป็นระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับรองสูงสุดตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยเตือนว่า &amp;quot;การระเบิดที่อันตราย&amp;quot; อาจเกิดได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรนาโต โซลิดุม ผู้อำนวยการ Phivolcs กล่าวกับเอเอฟพีว่า ลาวาเป็นหลักฐานแสดงว่าภายในภูเขาไฟลูกนี้มีการเคลื่อนไหวใหม่ๆ แต่ยังไม่ชัดเจนว่ากิจกรรมนี้จะเกิดขึ้นอย่างคงที่หรือไม่ ด้านมาเรีย อันโตเนีย บอร์นาส หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของ Phivolcs เผยว่า ความรวดเร็วของกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นของภูเขาไฟลูกนี้สร้างความประหลาดใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักแผ่นดินไหววิทยาของรัฐบาลตรวจพบการเคลื่อนไหวของแมกมาที่กำลังเคลื่อนที่ขึ้นสู่ปากปล่อง และคาดคะเนว่าอาจเกิดการระเบิดได้ทุกเวลา เจ้าหน้าที่เตือนด้วยว่าการระเบิดของภูเขาไฟกลางทะเลสาบตาอัลลูกนี้อาจก่อคลื่นสึนามิรอบทะเลสาบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Phivolc กล่าวด้วยว่า นอกจากเถ้าภูเขาไฟและกรวดละเอียดแล้ว อนุภาคภูเขาไฟที่ถูกพ่นออกมาปกคลุมพื้นที่โดยรอบทะเลสาบนี้ ยังรวมถึงก้อนหินเส้นผ่านศูนย์กลาง 6.4 เซนติเมตร ใหญ่กว่าลูกกอล์ฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจจับแรงสั่นสะเทือนพบว่า เกิดแผ่นดินไหวรวม 75 ครั้งในภูมิภาคนี้ โดย 32 ครั้งมีขนาดตั้งแต่ 2 ขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เตือนให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบงดการออกกลางแจ้งโดยเฉพาะเด็กเล็กหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอด และขอให้ใช้หน้ากากหรือผ้าปิดจมูกหากต้องอยู่กลางแจ้ง มีรายงานด้วยว่าหน้ากากอนามัยขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนในภูมิภาคโดยรอบทะเลสาบตาอัลปิดการเรียนในวันจันทร์ สำนักงานของรัฐบาลบางแห่งในกรุงมะนิลาและตลาดหลักทรัพย์มะนิลาก็ปิดทำการในวันนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนามบินระหว่างประเทศนินอยอากีโนสั่งระงับการบินเมื่อวันอาทิตย์ กระทบเที่ยวบินยกเลิกทั้งขาเข้าและขาออกมากกว่า 240 เที่ยวบิน แต่ถึงช่วงกลางวันของวันจันทร์ สนามบินเริ่มเปิดให้บริการเที่ยวบินอย่างจำกัดแล้ว เที่ยวบินหนึ่งที่สามารถลงจอดได้เป็นเที่ยวบินที่นำประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต เดินทางกลับจากเมืองดาเวา บ้านของเขาในภาคใต้ของฟิลิปปินส์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54469</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, ภูเขาไฟตาอัล, ภูเขาไฟปะทุ, ยกเลิกเที่ยวบิน, อพยพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1c7b55b0b0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเขาไฟตาอัลปะทุ ฟิลิปปินส์สั่งอพยพ-ระงับบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภูเขาไฟตาอัลใกล้กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์เริ่มแสดงพลัง พ่นเถ้าธุลีสูง 15 กิโลเมตรเมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ยกระดับการเฝ้าระวังและสั่งอพยพชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงราว 8,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านมองดูภูเขาไฟตาอัลปะทุพ่นเถ้าธุลีสู่ท้องฟ้าเมื่อวันอาทิตย์ (Photo by Ezra Acayan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาอัลเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังแสดงพลังของฟิลิปปินส์ อยู่บนเกาะกลางทะเลสาบตาอัล ห่างจากกรุงมะนิลาทางใต้ 65 กิโลเมตร ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุครั้งล่าสุดเมื่อปี 2520&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ (Phivolcs) ยกระดับการเฝ้าระวังการปะทุของภูเขาไฟตาอัลลูกนี้เพิ่มเป็น &amp;quot;ระดับ 4&amp;quot; จากสูงสุด 5 ระดับ เนื่องจากพบการเคลื่อนไหวของแมกมาภายในปล่องภูเขาที่อาจนำไปสู่การปะทุที่เป็นอันตรายภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งยังเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดคลื่นสึนามิภูเขาไฟ และการหลากอย่างรวดเร็วของแก๊สร้อนและหินตะกอนภูเขาไฟ ต่อพื้นที่โดยรอบทะเลสาบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของ Phivolcs แนะนำให้ประชาชนราว 8,000 คนที่พักอาศัยใกล้กับภูเขาไฟ และชุมนุมที่มีความเสี่ยงสูง 2 ชุมชนในจังหวัดบาตังกัส อพยพออกจากพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการจัดการและบรรเทาความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติเผยกับผู้สื่อข่าวว่า การอพยพชาวบ้านในพื้นที่เริ่มขึ้นแล้ว โดยชาวบ้านอพยพออกแล้วประมาณ 6,000 คนถึงช่วงค่ำวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากมีรายงานว่าเถ้าภูเขาไฟขึ้นสูงถึงระดับ 50,000 ฟุต (15 กิโลเมตร) และเถ้าภูเขาไฟลอยไกลถึงกรุงมะนิลา ทำให้หน่วยงานด้านการบินมีคำสั่งให้ระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากสนามบินระหว่างประเทศนีนอยอากีโน อย่างน้อยจนถึงวันจันทร์ เนื่องจากเถ้าธุลีปกคลุมรันเวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียนในพื้นที่โดยรอบถูกสั่งให้ยกเลิกการเรียนการสอนในวันจันทร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่แนะนำชาวบ้านให้อยู่ภายในเคหสถาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, ภูเขาไฟตาอัล, ภูเขาไฟปะทุ, ยกเลิกเที่ยวบิน, อพยพชาวบ้าน, เถ้าภูเขาไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1b324de8f15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นสังเวยไต้ฝุ่นฮากิบิสแล้ว 26 ศพ สูญหายอีก 15</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ญี่ปุ่นเร่งกู้ภัยและสำรวจความเสียหายจากไต้ฝุ่นฮากิบิสที่ขึ้นฝั่งเมื่อค่ำวันเสาร์ รัฐบาลส่งทหาร 31,000 นายร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือ สื่อรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 26 คน ยังสูญหายอีก 15 หลายพื้นที่ในภาคกลางและตะวันออกยังถูกน้ำท่วมสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เรืออพยพประชาชนและเจ้าหน้าที่จากสถานพักพิงคนวัยเกษีย คาวาโงเอะคิงส์การ์เดน ในจังหวัดไซตามะ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสซึ่งถูกระบุว่าเป็นไต้ฝุ่นรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในรอบหลายสิบปีที่เข้าถล่มญี่ปุ่น&amp;nbsp; เคลื่อนขึ้นฝั่งเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม และเคลื่อนตัวพ้นญี่ปุ่นแล้วเมื่อเช้าวันอาทิตย์ แม้กรุงโตเกียวจะรอดพ้นจากการเกิดภัยพิบัติได้ แต่ภูมิภาคอื่นโดยรอบได้รับความเสียหายรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ทางการญี่ปุ่นส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 100,000 คน รวมถึงทหาร 31,000&amp;nbsp; นาย ออกปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ตกค้างหรือประสบภัยจากดินถล่มและน้ำแม่น้ำหลายสายล้นตลิ่งเอ่อเข้าท่วมชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันอาทิตย์ รัฐบาลประกาศจำนวนผู้เสียชีวิตว่ามีทั้งสิ้น 14 คน สูญหาย 11 คน แต่สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เอ็นเอชเค รายงานว่ามีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 26 คน และสื่อท้องถิ่นรายงานด้วยว่ายังมีคนสูญหาย 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชุมชนกว่า 10 แห่งที่น้ำในแม่น้ำเอ่อเข้าท่วม ซึ่งรวมถึงจังหวัดนางาโนะ ภาคกลางของญี่ปุ่น ที่เขื่อนแตกทำให้น้ำในแม่น้ำชิกุมะไหลบ่าท่วมเขตที่อยู่อาศัยสูงถึงระดับหลังคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพและหน่วยดับเพลิงหลายลำช่วยอพยพผู้ประสบภัยจากหลังคาและระเบียงบ้านในพื้นที่หลายแห่งที่น้ำท่วมสูง แต่ที่เมืองอิวากิในจังหวัดฟุกุชิมะ ปฏิบัติการกู้ภัยเกิดความผิดพลาดจนเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อหญิงคนหนึ่งตกจากสายเคเบิลขณะถูกชักรอกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทำให้เธอเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองคาวาโงเอะทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่ออพยพประชาชนจากบ้านพักคนชราที่ระดับน้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไต้ฝุ่นฮากิบิสเข้าถล่มเกาะฮอนชู เกาะใหญ่ของญี่ปุ่นเมื่อค่ำวันเสาร์ ด้วยความเร็วลมสูงสุด 216&amp;nbsp; กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในรอบหลายสิบปี แต่ก่อนที่ฮากิบิสจะเคลื่อนถึงฝั่ง อิทธิพลของพายุทำให้มีคนเสียชีวิตรายแรก เป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลในจังหวัดชิบะที่รถยนต์ของเขาโดนลมพายุหอบพลิกคว่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานลูกเรือชาวจีนเสียชีวิต 2 คนเมื่อเรือของพวกเขาอับปางในอ่าวโตเกียวเมื่อคืนวันเสาร์ ลูกเรือ 4 คนได้รับการช่วยชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ยังค้นหาลูกเรือที่สูญหายอีก 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินถล่มและน้ำท่วมคร่าชีวิตผู้คนเพิ่มขึ้นตลอดคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์ เมื่อภาพความเสียหายจากพายุลูกนี้ชัดเจนขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยกู้ศพหลายศพจากบ้านเรือนและยานพาหนะที่จมน้ำ หรือบ้านเรือนหลายหลังที่โดนดินถล่มฝัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ชินโซ อาเบะ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและส่งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านการจัดการภัยพิบัติลงพื้นที่ประสบภัย พร้อมกับรับปากว่ารัฐบาลจะทุ่มเทสุดกำลังและขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงค่ำวันอาทิตย์ มีบ้านเรือนมากกว่า 110,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก่อนพายุขึ้นฝั่งเมื่อวันเสาร์รัฐบาลออกคำแนะนำประชาชนมากกว่า 7 ล้านคนให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง และเมื่อถึงค่ำวันอาทิตย์ยังมีประชาชนกว่า 135,000 คนอยู่ในศูนย์พักพิงของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงของพายุลูกนี้ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นออกคำเตือนภัยฝนตกหนักในระดับสูงสุด โดยคาดว่าบางพื้นที่จะมีปริมาณน้ำฝนมากอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุนี้ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในกรุงโตเกียว แต่วันอาทิตย์สนามบินนาริตะและฮาเนดะเริ่มกลับมาใช้งานได้แล้ว แต่ยังมีเที่ยวบินถูกยกเลิกมากกว่า 800 เที่ยว เช่นเดียวกับรถไฟหัวกระสุนที่ยังงดบริการในพื้นที่ประสบภัย ส่วนการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกคู่ระหว่างนามิเบียกับแคนาดาในเช้าวันอาทิตย์ ก็ถูกยกเลิกเป็นคู่ที่ 3 ต่อจาก 2 คู่เมื่อวันเสาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, น้ำท่วม, ยกเลิกเที่ยวบิน, สังเวยพายุ, ไต้ฝุ่นฮากิบิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da320022346c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 20:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนามบินฮ่องกงโดนม็อบป่วน ยกเลิกเที่ยวบินอีกเป็นวันที่ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงปักหลักยึดอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินฮ่องกง ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินอีกครั้งเมื่อช่วงบ่ายวันอังคาร หลังจากกลับมาให้บริการได้ช่วงเช้า &amp;quot;แคร์รี แลม&amp;quot; ผู้บริหารสูงสุดแถลงเตือนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยกำลังทำให้ฮ่องกงถลำสู่หนทางที่ไม่อาจหวนคืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มผู้ประท้วงนั่งปักหลักขวางกั้นทางเข้าสู่ประตูผู้โดยสารขาออกภายในสนามบินฮ่องกง เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 และส่งผลให้การท่าอากาศยานฮ่องกงต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินอีกครั้ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมประท้วงของผู้ประท้วงที่ประเมินว่ามีราว 5,000 คนภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าของท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม ทำให้การท่าอากาศยานของฮ่องกงต้องประกาศระงับการบริการเที่ยวบินทั้งหมดตั้งแต่ช่วงบ่ายวันจันทร์ สนามบินกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งเมื่อเช้าวันอังคาร แต่ผู้โดยสารยังประสบกับปัญหาเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวยกเลิกหรือล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินคาเธย์แปซิฟิกของฮ่องกงกล่าวว่า สายการบินได้ยกเลิกเที่ยวบินไปแล้วมากกว่า 200 เที่ยวบิน ทั้งขาเข้าและขาออก และจะเปิดให้บริการอย่างจำกัดเฉพาะผู้โดยสารที่ต้องต่อเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานฮ่องกงกล่าวด้วยว่า ผู้ประท้วงได้เริ่มกลับมารวมตัวกันอีกภายในสนามบินเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันแล้ว โดยมีการเรียกระดมคนทางออนไลน์ช่วงบ่าย เอเอฟพีกล่าวว่า ผู้ประท้วงแต่งกายชุดดำนับพันคนเริ่มเดินทางมายังสนามบิน และก่อความเสี่ยงที่การให้บริการของสนามบินจะได้รับผลกระทบอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวยกกระเป๋าเดินทางส่งต่อให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบินขณะพยายามฝ่ากลุ่มผู้ประท้วงที่ขวางกั้นประตูผู้โดยสารขาออก เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลาต่อมา สถานการณ์ภายในอาคารผู้โดยสารทั้ง 2 แห่งของสนามบินฮ่องกงตึงเครียดขึ้น เมื่อผู้ประท้วงหลายรายได้ขัดขวางผู้โดยสารที่ประตูทางออกหลายจุดของสนามบิน แต่มีผู้โดยสารหลายสิบคนสามารถฝ่าผ่านไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การท่าอากาศยานประกาศว่า การชุมนุมภายในสนามบินก่อผลกระทบต่อการให้บริการอย่างร้ายแรง ทำให้ต้องระงับการเช็กอินทั้งหมดเมื่อเวลา 16.30 น. ของวันอังคาร และขอให้ผู้โดยสารออกจากอาคารในสนามบินโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ประท้วงที่นั่งปักหลักในอาคารผู้โดยสารพากันร้องตะโกนคำขวัญ ชูป้ายประท้วงซึ่งรวมถึงคำว่า &amp;quot;ตาต่อตา&amp;quot; บางคนปิดตาข้างหนึ่งเป็นสัญลักษณ์ประณามการใช้ความรุนแรงของตำรวจ หลังจากมีหญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณใบหน้าระหว่างการปะทะกับตำรวจเมื่อคืนวันอาทิตย์ และมีรายงานว่าเธอสูญเสียการมองเห็นไปข้างหนึ่ง ผู้ประท้วงกล่าวว่าเธอได้รับบาดเจ็บจากกระสุนถุงตะกั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การชุมนุมครั้งใหม่เมื่อวันอังคารเกิดขึ้นอีกโดยท้าทายรัฐบาลปักกิ่งที่ส่งสัญญาณเตือนอย่างน่ากลัวมากขึ้นว่าการประท้วงยาวนาน 10 สัปดาห์ของฮ่องกงต้องยุติลงได้แล้ว และสื่อของทางการจีนเผยแพร่วิดีโอการระดมกำลังตำรวจพร้อมยานลำเลียงพลหุ้มเกราะที่เมืองเซินเจิ้น ติดชายแดนฮ่องกง เพื่อเตรียมการฝึก เมื่อวันอังคาร สื่อทางการจีนยังสุมไฟเพิ่มด้วยการเรียกผู้ประท้วงฮ่องกงว่าเป็น &amp;quot;สมาชิกแก๊งอาชญากรรม&amp;quot; ซึ่งไม่ควรได้รับการเอาอกเอาใจ ขณะที่สำนักข่าวซินหัวลงบทความว่า พวกหัวรุนแรงกำลังดึงฮ่องกงตกสู่สถานการณ์อันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวิดีโอชิ้นหนึ่งโพสต์ลงเว็บท่าเว่ยป๋อ เป็นภาพผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีน เตือนว่า &amp;quot;เมื่อต้องรับมือกับการก่อการร้าย จะไม่มีการยั้งมือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนหน้านี้ รัฐบาลปักกิ่งกล่าวประณามผู้ประท้วงที่ปาระเบิดขวดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง โดยเชื่อมโยงพฤติการณ์ของพวกเขาว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ที่จุดชนวนความไม่พอใจของประชาชนด้วยความพยายามผลักดันกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีนก่อนที่เธอจะยอมระงับร่างนี้ เปิดแถลงข่าวอีกครั้งเมื่อวันอังคาร แต่ก็โดนนักข่าวไล่ต้อนและขัดจังหวะอยู่ตลอดเวลา แลมแถลงด้วยอารมณ์พลุ่งพล่านเป็นบางช่วง ย้ำว่าเธอจะไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม และเตือนว่า ความรุนแรง ไม่ว่าใช้โดยฝ่ายใด จะผลักฮ่องกงเข้าสู่เส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน และจะดึงสังคมฮ่องกงตกสู่สถานการณ์อันตรายและน่ากังวลอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43360</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประท้วงฮ่องกง, ปิดสนามบิน, ยกเลิกเที่ยวบิน, ยึดสนามบิน, สนามบินฮ่องกง, ฮ่องกง, แคร์รี แลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52be168d72c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบฮ่องกงปิดสนามบิน สั่งยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฮ่องกงวิกฤติหนัก ผู้ประท้วงครึ่งหมื่นยึดท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ทางการสั่งระงับเที่ยวบินทั้งหมดเมื่อวันจันทร์ ขณะรัฐบาลจีนประณามม็อบใช้ความรุนแรงส่งสัญญาณ &amp;quot;การก่อการร้าย&amp;quot; ตำรวจฮ่องกงเปิดตัวปืนฉีดน้ำแรงดันสูงไว้ปราบจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยชุมนุมต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจ ภายในสนามบินฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำสั่งปิดสนามบินอย่างปุบปับครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันกับที่รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ส่งสัญญาณความพิโรธมากขึ้น ด้วยการประณามผู้ประท้วงที่ใช้ความรุนแรงว่าเป็นการก่อการร้าย อีกทั้งมีรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ที่หนุนหลังรัฐบาลปักกิ่งว่า กองกำลังตำรวจแห่งประชาชนจีนได้ประชุมพลอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น ติดชายแดนฮ่องกง เพื่อทำการฝึกฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การชุมนุมที่สนามบินฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม มีจำนวนผู้ประท้วงเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้นจาก 3 วันก่อนหน้านั้น ทางการฮ่องกงระบุว่ามีผู้ชุมนุมมากกว่า 5,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การท่าอากาศยานของฮ่องกงออกคำประกาศว่า การดำเนินการของท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮ่องกงได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงจากการชุมนุมของประชาชนที่สนามบินในวันนี้ เที่ยวบินทุกเที่ยวถูกยกเลิก และขอให้ผู้โดยสารทุกคนออกจากอาคารผู้โดยสารทั้งหมดโดยเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เจ้าหน้าที่ยังแนะนำประชาชนทั่วไปว่า ไม่ควรมาที่สนามบิน เนื่องจากถนนสายต่างๆ ที่มายังสนามบินนั้นมีการจราจรติดขัดและลานจอดรถเต็มหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มผู้ประท้วงเดินบนถนนใกล้สนามบินฮ่องกงเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สายการบินคาเธย์แปซิฟิกของฮ่องกง มีคำเตือนด้วยว่าบริการการบินอาจได้รับผลกระทบต่อเนื่องไปถึงวันอังคาร และแนะนำผู้โดยสารว่าให้เลื่อนการเดินทางที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดสนามบินเมื่อวันจันทร์เกิดขึ้นหลังจากการประท้วงเมื่อสุดสัปดาห์เกิดความรุนแรงอีกครั้ง และตำรวจฮ่องกงได้เปิดตัวอาวุธปราบจลาจลชนิดใหม่คือปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ที่สามารถผลักดันเป้าหมายหุ่นจำลองกระเด็นไปไกล 30-40 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปะทะเมื่อสุดสัปดาห์ที่เกิดขึ้นเกือบ 12 จุดทั่วเกาะฮ่องกง ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปภายในสถานีรถไฟใต้ดินหลายแห่งและบนท้องถนนในย่านชอปปิ้งกลางเมือง ส่วนผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยก้อนอิฐ และใช้ถังดับเพลิงกับน้ำฉีดพ่นใส่ตำรวจปราบจลาจล ผู้ประท้วงยังโกรธแค้นที่ตำรวจปลอมตัวสวมชุดดำปะปนกับผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อจับกุมคนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยแพทย์ปฐมพยาบาลหญิงคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าระหว่างการปะทะกับตำรวจที่เขตจิมซาจุ่ยเมื่อคืนวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การปะทะเมื่อสุดสัปดาห์มีคนบาดเจ็บ 45 คน ในจำนวนนี้ 2 คนอาการสาหัส รายงานกล่าวว่า หนึ่งในผู้ที่บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิงคนหนึ่งที่บาดเจ็บบริเวณใบหน้า โดยมีรายงานว่าเธอโดนกระสุนถุงตะกั่ว และมีข่าวลือว่าเธอสูญเสียการมองเห็น ภาพของหญิงคนนี้นอนอยู่ที่พื้นมีเลือดโทรมหน้าถูกแพร่สะพัดทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว และถูกนำมาเป็นภาพสัญลักษณ์เรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมกันครั้งใหม่ รวมถึงป้ายที่มีข้อความว่า &amp;quot;ตาต่อตา&amp;quot; ผู้ชุมนุมหลายคนสวมผ้าคาดปิดตาหรือปิดผ้าพันแผลเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับหญิงบาดเจ็บคนนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงปักกิ่ง หยาง กวง โฆษกสำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าของรัฐบาลจีน แถลงประณามผู้ประท้วงที่ปาระเบิดเพลิงใส่ตำรวจว่าเป็นการก่อการร้าย เขากล่าวว่า ผู้ชุมนุมหัวรุนแรงของฮ่องกงใช้เครื่องมืออันตรายอย่างที่สุดหลายครั้งเพื่อโจมตีเจ้าหน้าที่ตรวจ การกระทำของพวกเขาเป็นอาชญากรรมร้ายแรงอยู่แล้วและยังส่งสัญญาณเริ่มต้นของการปรากฏขึ้นของการก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ทางการจีนได้แสดงความไม่พอใจต่อสายการบินคาเธย์แปซิฟิก ซึ่งมีพนักงานและนักบินเข้าร่วมการชุมนุมช่วงที่ผ่านมา และได้ออกกฎใหม่ห้ามพนักงานของสายการบินนี้ที่เข้าร่วมการชุมนุมบินเข้าจีนหรือบินผ่านน่านฟ้าของจีน ส่งผลให้คาเธย์แปซิฟิกต้องออกคำเตือนลูกจ้างเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมหรือสนับสนุนการประท้วงที่ผิดกฎหมายจะถูกไล่ออก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43291</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อการร้าย, ประท้วง, ปิดสนามบิน, ม็อบยึดสนามบิน, ยกเลิกเที่ยวบิน, สนามบินฮ่องกง, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d5163d3e2cdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
