<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 20:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุรกีหยุดถล่มเคิร์ด &#039;ทรัมป์&#039; ยุติแซงก์ชันทันควัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการคว่ำบาตรตุรกีทันควันในวันพุธ ภายหลังตุรกีหยุดโจมตีกองกำลังเคิร์ดในซีเรีย แล้วจับมือกับรัสเซียเข้าดูแลพื้นที่ชายแดนซีเรียร่วมกัน ทรัมป์ยังคุยปล่อยให้คนอื่นสู้รบบนผืนดินเปื้อนเลือดแห่งนั้นต่อไป ทหารสหรัฐไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพตุรกีเปิดปฏิบัติการรุกโจมตีข้ามชายแดนซีเรียเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ไม่กี่วันภายหลังทรัมป์สั่งถอนทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐหลายสิบนายจากที่มั่นชายแดนซีเรีย โดยทรัมป์อ้างว่าไม่ต้องการให้ทหารอเมริกันติดอยู่กลางการสู้รบระหว่างตุรกีกับกองกำลังชาวเคิร์ดกลุ่มวายพีจี ที่เป็นกำลังหลักของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) แต่ตุรกีระบุว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน (พีเคเค) กบฏเคิร์ดแบ่งแยกดินแดนในตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังโดนวิจารณ์และกดดันอย่างหนัก ทั้งจากสมาชิกร่วมพรรครีพับลิกันเอง ว่าสหรัฐทอดทิ้งกองกำลังชาวเคิร์ดที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของทหารอเมริกันจนสามารถโค่นล้มรัฐอิสลามในซีเรียได้เมื่อเดือนมีนาคม รัฐบาลของทรัมป์ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรตุรกี ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ 3 ราย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคมว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันพุธว่า เขายกเลิกการคว่ำบาตรตุรกีแล้ว ภายหลังตุรกีปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งเขายกย่องว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปล่อยให้คนอื่นสู้รบเหนือผืนดินเปื้อนเลือดยาวนานแห่งนี้ไปเถอะ&amp;quot; ทรัมป์กล่าวด้วยความยินดีที่ถอนกำลังทหารอเมริกันออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้วปล่อยให้ตุรกีกับรัสเซียเข้าควบคุมแทน โดยบอกว่าเขาจะคงกำลังทหารอเมริกันไว้ในซีเรียบริเวณที่มีแหล่งน้ำมันเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของทรัมป์มีขึ้นภายหลังประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ทำความตกลงกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียที่เมืองโซชีเมื่อวันอังคาร โดยข้อตกลงนี้กำหนดให้กองกำลังชาวเคิร์ดถอนตัวจากพื้นที่ชายแดนซีเรีย-ตุรกีลึก 30 กิโลเมตร ภายในวันอังคารหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างด้วยพวกเคิร์ดยินดีกับข้อตกลงนี้ โดยมัซลูม อับดี ผู้บัญชาการกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย เพิ่งบอกกับเขาว่า เคิร์ดซาบซึ้งอย่างที่สุด แต่ตอนนี้พวกเคิร์ดต้องเจรจาเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขากับรัสเซียแทนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทวีตของโฆษกเมื่อวันพุธ อับดีขอบคุณทรัมป์ที่ยุติการโจมตีอย่างโหดร้ายของตุรกีและกลุ่มญิฮาดิสต์ต่อประชาชนชาวเคิร์ด ขณะที่เอสดีเอฟเผยด้วยว่า อับดีโทรศัพท์พูดคุยกับเซอร์เกย์ ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมของรัสเซียและผู้บัญชาการทหารรัสเซียเมื่อวันพุธ ขอบคุณรัสเซียที่ช่วยดับสงครามในภูมิภาคของชาวเคิร์ดและรักษาชีวิตพลเรือนไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานที่กรุงวอชิงตันด้วยว่า ส.ว.สหรัฐกลุ่มหนึ่งทำจดหมายถึงไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องให้เร่งออกวีซ่าแก่อับดี เพื่อให้เขามาอธิบายสถานการณ์ที่แท้จริงในพื้นที่และการสู้รบกับไอเอสที่นั่นให้รัฐบาลสหรัฐได้รับรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันอ้างว่าเปิดปฏิบัติการขับไล่กองกำลังเคิร์ดเพื่อจัดตั้ง &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot; สำหรับให้ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในตุรกี อย่างน้อยราวครึ่งหนึ่งของ 3.6 ล้านคน มาตั้งถิ่นฐาน ตามข้อตกลงที่เมืองโซชี เขตปลอดภัยในรัศมี 30 กิโลเมตรจากชายแดนซีเรียจะอยู่ภายใต้การควบคุมของตุรกี ส่วนเขตกันชนที่นอกเหนือจากนั้น ทหารตุรกีและรัสเซียจะลาดตระเวนร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยลาดตระเวนของรัสเซียได้เริ่มการลาดตระเวนทางเหนือของซีเรียเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธ โดยรัฐมนตรีกลาโหมชอยกูให้คำมั่นกับอับดีว่าพลเรือนชาวเคิร์ดจะไม่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของพวกเขา อันเป็นการคลี่คลายคำกล่าวหาที่ว่าตุรกีพยายามล้างเผ่าพันธุ์ชาวเคิร์ดในภูมิภาคนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48803</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังเคิร์ด, ซีเรีย, ตุรกี, ยกเลิกแซงก์ชัน, หยุดยิง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db1ab8749a9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อแฉ &#039;คิม จองอึน&#039; อ้อน&#039; สีจิ้นผิง&#039; ช่วยยุติแซงก์ชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อญี่ปุ่นปูด &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; ร้องขอประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนให้ช่วยยุติการคว่ำบาตร ระหว่างการพบกันภายหลังคิมซัมมิตกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะสื่ออเมริกันแฉเกาหลีเหนือยังเก็บคลังแสงและแหล่งพัฒนานิวเคลียร์ลับๆ ไว้และพยายามปกปิดสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพจากสำนักข่าวซินหัวเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2561 คิม จองอึน (ขวา) และสีจิ้นผิง โบกมือให้เด็กๆ ภายหลังเดินตรวจแถวทหารกองเกียรติยศในพิธีต้อนรับที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง / Xinhua / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างหนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุงของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 อ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อหลายคนในจีนและเกาหลีเหนือว่า ผู้นำเกาหลีเหนือได้เอ่ยปากกับประธานาธิบดีจีนระหว่างที่ทั้งคู่พบกันเป็นครั้งที่ 3 ที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนที่แล้ว และสีได้รับปากว่าเขาจะทำอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อญี่ปุ่นฉบับนี้อ้างคำกล่าวของคิมที่บอกสีว่า เกาหลีเหนือกำลังเจ็บปวดอย่างยิ่งเพราะการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และขณะนี้เกาหลีเหนือและสหรัฐประสบความสำเร็จในการประชุมสุดยอด ตัวเขาอยากให้จีนช่วยทำให้มีการยกเลิกการคว่ำบาตรโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมเลือกมาเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อพบกับสีเป็นที่แรกในการเยือนต่างประเทศของเขาเมื่อเดือนมีนาคม&amp;nbsp; จากนั้นเขาพบกับสีอีกครั้งที่เมืองต้าเหลียนเมื่อเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า นอกจากคิมจะขอให้สีผ่อนคลายการคว่ำบาตรที่กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเขาแล้ว คิมยังขอให้จีนสนับสนุนการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ ส่วนประธานาธิบดีสีได้ตอบกลับคิมว่า ตัวเขาสนับสนุนการปฏิรูปและการเปิดรับของเกาหลีเหนือ และจีนจะร่วมมืออย่างมุ่งมั่นกับประเด็นปัญหาทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับความพยายามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมรับปากไว้กับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เขาจะผลักดันให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่เมื่อวันเสาร์ หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า เกาหลีเหนือมีเจตนาจะเก็บรักษาคลังอาวุธนิวเคลียร์และแหล่งผลิตของพวกเขาไว้ และพยายามปกปิดสหรัฐ หลักฐานที่หน่วยข่าวกรองรวบรวมได้ภายหลังซัมมิตที่สิงคโปร์บ่งชี้เรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสุดสัปดาห์ สถานีเอ็นบีซีนิวส์รายงานเป็นแห่งแรกว่า เกาหลีเหนือได้เพิ่มการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ที่แหล่งผลิตลับๆ ที่ซ่อนไว้หลายแห่ง เอ็นบีซีอ้างเจ้าหน้าที่ข่าวกรองหลายคนว่า เกาหลีเหนือพร้อมจะถอนความตกลงทั้งหมดที่ทำไว้กับสหรัฐ แทนที่จะละทิ้งคลังอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12520</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, นิวเคลียร์, ยกเลิกแซงก์ชัน, สีจิ้นผิง, เยือนจีน, โยมิอุริชิมบุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b38ed6ab0f47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
