<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอหนูนำทีมสธ. ประท้วงสารเคมี บี้กก.วัตถุอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ควง &amp;quot;มนัญญา&amp;quot; นำทีม สธ.ประท้วงใช้ 3 สารเคมีอันตราย บี้ คกก.วัตถุอันตรายโหวตยกเลิก ลั่นถ้าพลิกล็อกคนที่เหนือกว่า รมต.ต้องจัดการ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; ยัน 3 เสียงกระทรวงอุตฯ แบนแน่นอน เครือข่ายไทย-แพนรวม 686 องค์กรขู่ไม่ปกป้องสุขภาพ ปชช. ปลุกบอยคอตผู้ประกอบการและพรรคที่หนุนสารพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ., อธิบดีทุกกรม และผู้บริหาร สธ.ต่างสวมเสื้อสีขาวเพื่อแสดงจุดยืนยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร คือ พาราควอต, คลอร์ไพริฟอส &amp;nbsp;และไกลโฟเซต ในงาน Kick Off การยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีทางการเกษตร &amp;quot;หยุดใช้ หยุดขาย หยุดตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เราพร้อมใจกันมาประท้วงการใช้สารเคมีและสนับสนุนให้มีการยกเลิก ซึ่งไม่ใช่แค่ 3 สารเคมี ไม่ว่าจะกี่พันหมื่นสารเคมีหากอันตรายต้องแบน โดยพร้อมใจกันใส่เสื้อขาวมาด้วยความเต็มใจ และมาให้กำลังใจคณะกรรมการวัตถุอันตรายในสัดส่วนของ สธ.ทั้ง 3 คน คือ นพ.สมศักดิ์ &amp;nbsp;อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ที่จะไปร่วมการประชุมด้วยตนเอง และจะเข้าไปโหวตแบบเปิดเผยให้มีการแบนสารเคมีทั้ง 3 ชนิด รวมทั้งเป็นการมาให้กำลังใจ น.ส.มนัญญา ทั้งนี้คนที่คิดเอาสารเคมีมาขาย กำไรที่หามาน่าจะพอยังชีพแล้ว ขอให้หยุด สมองขนาดนี้ไปทำอะไรดีๆ บ้าง น่าจะทำมาหากินอย่างอื่น ถ้าไม่หยุดตอนนี้เวรกรรมตามทันแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การโหวตแบนสารเคมี 3 เสียงจาก สธ. 2 เสียงจากกระทรวงเกษตรฯ และ 2 เสียงจากกระทรวงคมนาคม รู้อยู่แล้วว่าจะแบนเพื่อประชาชน จึงอยากขอให้ข้าราชการกระทรวงอื่นสนับสนุนเรื่องการแบนด้วย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเองก็สนับสนุนการแบน แต่ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่จึงไม่ได้พูดตรงๆ จึงพูดแค่ว่าต้องลดละเลิกการใช้ อย่างไรก็ตามหากผลการประชุมเกิดออกมาพลิกล็อก ก็ไม่ใช่ความผิดของผู้ไปโหวตแบน แต่ต้องเป็นหน้าที่ของคนที่เหนือกว่ารัฐมนตรีทุกคนที่จะต้องมาแก้ไขปัญหานี้&amp;quot; นายอนุทิน ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการนำเงินส่วนอื่นมาชดเชยทดแทนให้แก่เกษตรกรที่เลิกใช้สารเคมีนั้น เป็นไอเดียรัฐบาลสามารถพิจารณางบจากส่วนอื่นมาชดเชยได้ เช่นได้หารือกับเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก็มีแนวคิดจะนำเงินที่ไม่ต้องใช้รักษาจากกลุ่มคนป่วยนี้ก็เป็นไปได้ แต่ขึ้นกับคณะรัฐมนตรีพิจารณาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนัญญากล่าวว่า ตอนแรกที่เดินหน้าเรื่องแบนสารเคมีพอมีคนเห็นด้วยก็สบายใจ แต่พอเริ่มดำเนินการไปมีคนเสียผลประโยชน์เกิดอาการขัดแย้งขึ้น รู้สึกว่าตัวเองกำลังสร้างสองฝ่ายขึ้นในประเทศไทย ทำให้คนทะเลาะกันหรือไม่ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปสมัยเป็นนายกเทศมนตรี แล้วเห็นคนเจ็บตายจากสารเคมีก็ต้องเดินหน้าต่อ อย่างไรก็ตามมีการพูดกันถึงเรื่องสารทดแทนนั้น หากตอนนี้เราจะปลูกพืชแบบปุ๋ยอินทรีย์ เราต้องระเบิดดินไปฟุตกว่าก่อนนำเมล็ดไปฝังถึงจะได้พืชที่บริสุทธิ์ หากเราไม่เลิกวันนี้ต่อไปเราไม่ต้องขุดถึงดินดานเลยหรือ ถึงจะเลิกสารเคมีที่ไม่สามารถกำจัดออกไปจากพื้นดินได้แล้ว ทั้งนี้อยากเจอเกษตรกรที่เดือดร้อนจากการยกเลิกสารเคมี เพราะไม่เคยเจอเลย มีแต่มาสนับสนุน &amp;nbsp;แม้แต่ชาวไร่อ้อยบอกว่าพร้อมเลิกใช้หากให้หยุดใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะมีการชวนเกษตรกรไปร่วมกดดันคณะกรรมการหรือไม่ น.ส.มนัญญากล่าวว่าจะมีม็อบไปกดดันหรือไม่ ไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากเราไม่เคยเชิญชวนใครอยู่แล้ว ทุกอย่างเป็นอิสระ ใครมีความคิดเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ได้มีการล็อบบี้หรือว่าเอาใครมา
3 เสียง &amp;#39;ก.อุตฯ&amp;#39; โหวตแบนแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย วันที่ 22 ต.ค.ที่มีนายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รักษาการรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ซึ่งมีตัวแทน 3 คนของกระทรวง คือ นายภานุวัฒน์, นายประกอบ วิวิธจินดา &amp;nbsp;รักษาการอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จะมีการเสนอให้มีการแบนแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย 9 ข้อต่อกรณีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เพื่อพิจารณายกเลิกการใช้สารเคมีในการเกษตรทั้ง 3 ชนิด อาทิ ต้องระงับการมีไว้ในครอบครองและระงับการใช้สารเคมีทั้งสามนี้ทันที เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการหาทางออกในเรื่องการทดแทนและเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด ควรใช้งบประมาณในส่วนของความมั่นคงมาบรรเทาผลกระทบที่จะมีต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพราะการเกษตรเป็นความมั่นคงของชาติทั้งในทางอาหารและสิ่งแวดล้อม พรรคขอให้กำลังใจคณะกรรมการวัตถุอันตรายตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ โดยต้องมองความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.กล่าวว่า คณะกรรมาธิการขอยืนยันว่าไม่สนับสนุนการหาสารเคมีอื่นมาทดแทน กล่าวคือไม่เตะหมูเข้าปากสัตว์เลี้ยง ไม่เอื้อกลุ่มทุนด้านสารเคมีการเกษตร โดยจะสนับสนุนการเกษตรแบบอินทรีย์เป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายไม่แบน 3 สารเคมี นายกฯ ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า คณะกรรมการและสมาพันธ์องค์กรผู้บริโภคได้มีมติร่วมกันสนับสนุนให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติยกเลิกการใช้ 3 สารเคมีนี้อย่างเด็ดขาด หากรัฐบาลมีความชัดเจนและมีความจริงใจ เชื่อว่าวันที่ 22 ต.ค.นี้จะสามารถแบนสารพิษ &amp;nbsp;3 ตัวนี้ได้แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง (Thai-pan) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เกิดจากการรวมตัวกันของภาคประชาชนจำนวน 686 องค์กร ออกแถลงการณ์เรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้ดำเนินการดังนี้ 1.ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายแสดงการมีส่วนได้เสียตามมาตรา 12 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 2.ให้คณะกรรมการพิจารณาปรับพาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสจากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามข้อเสนอของคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภคต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส, พาราควอต และไกลโฟเซต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหลายหน่วยงานข้างต้น&amp;nbsp;
ไทย-แพนขู่บอยคอตบีบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ให้คณะกรรมการลงมติแบบเปิดเผย พร้อมข้อวินิจฉัยส่วนบุคคล และเผยแพร่ต่อประชาชนและสื่อมวลชนทราบ 4.ให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดทำมาตรการสนับสนุนให้เกษตรกร 455,786 ราย ที่แจ้งความจำนงและสอบผ่านเกณฑ์การใช้สารพิษ 3 ชนิด ให้สามารถปรับเปลี่ยนไปสู่การปลูกพืชที่ไม่ต้องพึ่งพาสารพิษร้ายแรง โดยใช้วิธีกล เครื่องจักรกลการเกษตร การปลูกพืชคลุมดิน การปลูกพืชแบบผสมผสาน วิธีชีวภาพอื่นๆ หรือในกรณีจำเป็นก็อาจใช้สารทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า 5.ในระยะยาว ให้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมาตรการสนับสนุนเกษตรกรให้ปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ต้นทุนสูง แต่เกษตรกรขายได้ในราคาต่ำ ไปสู่เกษตรกรรมยั่งยืนรูปแบบต่างๆ 6.ให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตามระดับความเป็นอันตราย เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจากผลกระทบภายนอกที่มีมูลค่าประมาณ 20,0000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต้องสูญเสียไปกับการรักษาสุขภาพและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากผลการพิจารณาตัดสินใจของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นไปอย่างล่าช้า หรือมีการตัดสินใจที่ไม่ยึดหลักการปกป้องสุขภาพของประชาชน เครือข่ายจะยกระดับการเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชนในทุกภาคส่วน โดยใช้เครื่องมือตามกฎหมาย การรณรงค์ไม่ซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการ การไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่สนับสนุนการใช้สารพิษร้ายแรง ตลอดจนการเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่เหมาะสมจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายข้างต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงจังหวัดมหาสารคาม ประกาศร่วมสนับสนุนการแบนสารเคมีอันตรายทางการเกษตร 3 ชนิด และเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติโดยเปิดเผย รวมทั้งให้รัฐมีมาตรการเยียวยาเกษตรกร พร้อมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, รมว.เกษตรและสหกรณ์, รมว.สาธารณสุข, รมว.อุตสาหกรรม และคณะกรรมการวัตถุอันตราย ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมจังหวัดสตูล ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ให้พื้นที่การเกษตรจังหวัดเป็นพื้นที่ของเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย และต้องปลอดสารเคมีพิษทางการเกษตรทั่วทั้งจังหวัด &amp;nbsp;พร้อมกับขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ยกเลิกการใช้สารเคมีพิษทั้ง 3 ชนิดนี้อย่างไม่มีเงื่อนไข โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งประเทศเป็นที่ตั้ง มากกว่าการคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48560</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, 3 สารเคมีอันตราย, คกก.วัตถุอันตราย, ยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แบน 3 สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dadb5429295c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรอ.นัดถก22ต.ค.แบน3สารเคมีอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค. 2562 นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตราย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสว่า เบื้องต้นคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้นัดประชุมวันที่ 22 ต.ค.นี้ โดยมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับเดิม พ.ศ.2535 จะพิจารณาตามที่หน่วยงานต่างๆ ยื่นเรื่องเข้ามาแล้ว เช่น กรอ. ,กรมปศุสัตว์ , สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอพิจารณากฎหมายลูกที่จะรองรับพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเรื่องการยกเลิก 3 สาร จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นเรื่องเข้ามา ซึ่งหากยื่นก่อนวันที่ 22 ต.ค. คณะกรรมการฯ พร้อมจะบรรจุในวาระการพิจารณาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ลงมติเปิดเผยต่อสาธารณะชน ช่วงโหวตยกมือให้แบน 3 สารเคมีนั้น โดยปกติที่ประชุมจะเปิดเผยมติจำนวนเสียงของคณะกรรมการที่โหวตอยู่แล้วว่า มีมติเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงมีจำนวนเท่าไร แต่ถ้าจะให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการแต่ละรายว่า ใครออกเสียงอย่างไรนั้น ต้องมีการหารือในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งว่า ยินยอมให้เปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณะหรือไม่ เพราะถือเป็นเรื่องสิทธิเฉพาะบุคคล หากคณะกรรมการยินดี ก็พร้อมที่จะเปิดเผยรายชื่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรณีที่มีเกษตรกรบางกลุ่ม เตรียมยื่นเรื่องศาลปกครองเพื่อคุ้มครองฉุกเฉินในการยกเลิก 3 สารนั้น เรื่องนี้ก็ต้องรอดูว่า ศาลปกครองมีคำสั่งออกมาอย่างไร หลังจากนั้นทางคณะกรรมการฯจะมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ผมไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะทุกอย่างเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายฯ ถ้าภายในวันที่ 22 ต.ค.นี้ ทางกระทรวงเกษตรฯ ยังไม่เสนอเรื่องมา ก็จะไม่สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ แต่ทางคณะกรรมฯ ก็สามารถเรียกประชุมใหม่ได้ภายในเดือนต.ค.ได้เช่นกัน โดยให้คณะกรรมการทั้ง 29 รายมีความพร้อมร่วมกัน แต่ถ้าส่งมาหลังวันที่ 27 ต.ค. พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฯ ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ จะเปลี่ยนประธานเป็นรมว.อุตสาหกรรม มีคณะกรรมการ 27 ราย&amp;rdquo;นายประกอบ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47876</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, คลอร์ไพริฟอส, ประกอบ วิวิธจินดา, พาราควอต, ยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย, อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.), ไกลโฟเซต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da14c8b746aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
