<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวขยายมาตรการยกเว้นภาษี หนุนบริจาคสู้ภัยโควิดออกไปอีก 1 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร สำหรับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคเพื่อแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์(e-Donation) ของกรมสรรพากร และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการสำหรับการบริจาคสินค้า ให้แก่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ซึ่งสิ้นสุดมาตรการไปเมื่อวันที 5 มีนาคม 2564 โดยการขยายเวลารอบนี้มีผลตั้งแต่การบริจาคในวันที่ 6 มีนาคม 2564-5 มีนาคม 2565 หรือขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าจะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 5 ล้านบาท แต่จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและภาคเอกชนได้มีส่วนในการแก้ไขปัญหาการระบาดของโควิด-19 และทำให้เกิดพลังสามัคคีในประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาโควิด-19ได้ด้วย

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ในส่วนของบุคคลธรรมดากำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนเท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อน สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้เท่าจำนวนเงินหรือราคาทรัพย์สินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

มาตรการดังกล่าวในรอบที่ผ่านมาช่วงวันที่ 5 มีนาคม 2563-5 มีนาคม 2564 มีผู้บริจาคที่เป็นบุคคลธรรมดาจำนวน 53 ราย ยอดบริจาคจำนวน 3.96 ล้านบาท และผู้บริจาคที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจำนวน 64 ราย ยอดบริจาคจำนวน 22.07 ล้านบาท ซึ่งสปน.ได้นำเงินบริจาคดังกล่าวไปใช้ในการช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 102 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108045</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., บริจาคช่วยภัยโควิด, ยกเว้นภาษี, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210606/image_big_60bc834a0d93b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาส่งเสริม SME ปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;11&amp;nbsp;พ.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่... พ.ศ.) (มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs)&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล) ยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท สำหรับเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าซื้อหรือค่าจ้างทำหรือค่าใช้บริการโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ (Software)&amp;nbsp;ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถึงวันที่ 31&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม พ.ศ. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างพระราชกฤษฎีกา ฯ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs)&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)&amp;nbsp;เพิ่มศักยภาพในการดำเนินกิจการและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือซอฟต์แวร์ (Software)&amp;nbsp;ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในการบริหารจัดการธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะช่วยให้รัฐบาลมีข้อมูล ในการกำหนดมาตรการหรือกลไกในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ในด้านต่าง ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายอนุชา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102562</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ธุรกิจเอสเอ็มอี, มติครม., ยกเว้นภาษี, ร่างพระราชกฤษฎีกา, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bb56d33221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
