<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ชี้ภูมิคุ้มกันหมู่ไม่สามารถใช้ได้กับโรคโควิด19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ต.ค.2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นเรื่องภูมิคุ้มกันหมู่ในโรคโควิด 19 ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด 19 &amp;nbsp;ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่ herd immunity &amp;nbsp;ใน โรคโควิด 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูมิคุ้มกันหมู่ หมายถึง เมื่อประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานต่อโรคติดเชื้อ จะช่วยลดการระบาด และ ปกป้องผู้ที่ยังไม่มีภูมิต้านทาน ไม่ให้เกิดการติดเชื้อได้ เช่น โรคหัด ถ้าประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทาน ไม่ว่าจะจากการฉีดวัคซีน หรือการติดเชื้อ เป็นหัดแล้ว ประชากรส่วนน้อยได้รับประโยชน์ถูกปกป้องไปด้วย ไม่ให้เกิดการระบาดของโรค แต่ภูมิคุ้มกันหมู่ไม่สามารถใช้ได้กับโรค บางโรคที่เป็นเฉพาะบุคคล เช่น บาดทะยัก ต่อให้เราฉีดวัคซีนบาดทะยักมากแค่ไหน คนที่ไม่ได้ฉีดถ้าไปโดนตะปูตำ คนอื่นที่ฉีดวัคซีนแล้วจำนวนมาก ก็ไม่สามารถจะมาปกป้องเราได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความหวังให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ สำหรับโรคโควิด 19 &amp;nbsp;ในระยะเริ่มแรกที่มีวัคซีน โดยคาดการณ์กันว่าถ้าประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานจากการติดเชื้อ หรือได้รับวัคซีนมากกว่าร้อยละ 70 &amp;nbsp;ก็จะหยุดการระบาดของโรคได้ แต่ความเป็นจริง ภูมิคุ้มกันหมู่ ไม่สามารถใช้ได้กับโรคโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงคโปร์ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 80% &amp;nbsp;โรคก็ยังระบาดอยู่ อิสราเอลก็เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพราะภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น ไม่สามารถป้องกันได้อย่างสมบูรณ์ ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังมีโอกาสติดเชื้อ และแพร่กระจายสู่ผู้อื่นได้ แต่ความรุนแรงของโรคลดน้อยลง ไวรัสเองยังเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ที่จะหลบหลีกต่อระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีภูมิต้านทานจากการติดเชื้อ หรือฉีดวัคซีน เมื่อติดเชื้อ อาการจะลดน้อยลงหรือไม่มีอาการ การติดเชื้อครั้งแรกในคนที่ไม่มีภูมิต้านทาน จะรุนแรงที่สุด และจะสร้างภูมิต้านทานป้องกันการติดเชื้อในครั้งต่อไปให้มีอาการลดน้อย และจะลดน้อยลงเรื่อยๆจนเป็นเหมือนโรคทางเดินหายใจแบบปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่สำคัญทุกคนจะต้องมีภูมิต้านทาน ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์ ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้น เกิดได้จากการติดเชื้อหรือการได้รับวัคซีน และเมื่อมีการติดเชื้อเมื่อมีภูมิต้านทาน อาการก็จะน้อยลงหรือไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอนาคตการพัฒนายามาช่วยในการรักษาหรือลดอาการของโรคลงอีก ก็จะเป็นวิธีที่ช่วยเสริมลดความรุนแรงลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะอยู่ด้วยกันกับไวรัสเช่นไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่น และต่อไปโรคนี้จะเป็นในเด็ก และมีอาการน้อย ไม่สามารถจะกวาดล้างให้หมดไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนควรได้รับวัคซีน ให้มีภูมิต้านทานเกิดขึ้น เพื่อลดความรุนแรงของโรคลง ด้วยการฉีดวัคซีนทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความหวังภูมิคุ้มกันหมู่, ยง ภู่วรวรรณ, โรคโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีน‘จีนผสมฝรั่ง’พุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;หมอยง&amp;quot; เปิดผลวิจัย การให้วัคซีนลูกผสม &amp;quot;จีนผสมฝรั่ง&amp;quot; ฉีดเชื้อตาย 2 เข็ม ตามด้วยวัคซีน virus Vector พบว่าภูมิต้านทานเฉลี่ยสูงเป็น 10,000 หน่วย เหนือ mRNA&amp;nbsp; 2 เข็ม ภูมิขึ้น 1,700 หน่วย แอสตร้าเซนเนก้าออกแถลงการณ์ส่งวัคซีนให้ไทยอีก 2.3 ล้านโดสในสัปดาห์หน้า เตรียมนำเข้าเพิ่มเติมให้หลังผลิตไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ว่า โควิด 19 วัคซีน การให้วัคซีนลูกผสม จีนผสมฝรั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การศึกษาวิจัยที่ศูนย์ทำอยู่ ปรับรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับทรัพยากรที่เรามีอยู่ และวัคซีนที่เรามีจะเห็นว่าการติดเชื้อโดยธรรมชาติจะมีภูมิต้านทานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 หน่วย การให้วัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็ม ภูมิต้านทานจะขึ้นมาอยู่ระดับเฉลี่ย 100 หน่วย ถ้าให้วัคซีนไวรัส Vector AZ&amp;nbsp; 2 เข็มห่างกัน 10 สัปดาห์ ภูมิต้านทานจะขึ้นมาอยู่ที่ 900 หน่วย แต่ถ้าให้วัคซีนสลับกัน โดยให้วัคซีนเชื้อตาย แล้วตามด้วยไวรัสเวกเตอร์ที่ 3-4 สัปดาห์ ภูมิต้านทานจะสูงที่ 700 หน่วย ในขณะที่ให้วัคซีน mRNA 2 ครั้ง ห่างกัน 3 สัปดาห์ ภูมิต้านทานจะขึ้นมาสูงถึง 1,700 หน่วย แต่การให้วัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม ตามด้วยวัคซีน virus Vector อย่างที่ขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าทำอยู่ พบว่าภูมิต้านทานเฉลี่ยสูงขึ้นมา เฉลี่ยเป็น 10,000 หน่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวัดนี้เป็นระดับภูมิต้านทาน ขณะนี้กำลังทำการวิจัยแนวลึกถึงความสามารถในการขัดขวางไวรัสในแต่ละสายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธุ์เดลตาด้วย จากข้อมูลที่ผ่านมา สายพันธุ์เดลตาหลบหลีกระบบภูมิต้านทาน จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ระดับภูมิต้านทานที่สูงเพิ่มขึ้น จนกว่าจะมีวัคซีนที่ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาด หรือวัคซีนใน Generation ที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางศูนย์มุ่งมั่นในการทำการศึกษาวิจัย เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับคนไทย เป็นงานวิชาการ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองและนโยบายใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยงานสาธารณสุขอิสราเอลเปิดเผยรายงานข้อมูลว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์-ไบออนเทค มีประสิทธิภาพเพียง 39% ต่อโควิดสายพันธุ์เดลตา&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ยังคงสามารถป้องกันการรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงอาการป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเจมส์ ทีก ประธานบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ส่ง จดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนพี่น้องชาวไทยความว่า เรียน เพื่อนพี่น้องชาวไทย ขณะที่ทั่วประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผมในฐานะตัวแทนของแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศไทย ขอใช้โอกาสนี้เรียนให้ทุกท่านทราบถึงสิ่งที่เรากำลังทำอยู่เพื่อช่วยเหลือทุกท่านและยับยั้งการแพร่ระบาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเราทุกคนที่แอสตร้าเซนเนก้า มีความกังวลและเป็นห่วงกับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาเราได้มีการหารือกับกรมควบคุมโรคมาโดยตลอดเกี่ยวกับผลกระทบจากการกลายพันธุ์ของไวรัส และแนวทางที่แอสตร้าเซนเนก้าจะสามารถช่วยสนับสนุนโครงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอยืนยันกับทุกคนว่า สิ่งที่แอสตร้าเซนเนก้าให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดในขณะนี้คือ การเร่งผลิตและส่งมอบวัคซีนที่มีคุณภาพเพื่อปกป้องคุณและคนที่คุณรักให้ได้โดยเร็วที่สุด เราจะพยายามอย่างสุดความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า เป็น &amp;ldquo;ชีววัตถุ&amp;rdquo; ที่เริ่มต้นด้วยการเพาะเลี้ยงเซลล์ที่เป็นส่วนประกอบในกระบวนการผลิต จึงมีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน จำนวนเซลล์ &amp;lsquo;ที่สามารถนำไปใช้&amp;rsquo; เพื่อการผลิตวัคซีนในแต่ละรอบการผลิตจึงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตระยะแรกจากศูนย์การผลิตวัคซีนแห่งใหม่ ถึงแม้จะมีข้อจำกัดมากมาย แต่เราคาดการณ์ว่าจะสามารถจัดสรรวัคซีนให้กับประเทศไทยได้โดยเฉลี่ย 5-6 ล้านโดสต่อเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงขณะนี้ แอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งมอบวัคซีนให้กับกระทรวงสาธารณสุขแล้ว 9 ล้านโดส และมีกำหนดส่งมอบอีก 2.3 ล้านโดสในสัปดาห์หน้า รวมเป็นยอดส่งมอบ 11.3 ล้านโดส ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งจากแผนการจัดหาวัคซีนจำนวน 61 ล้านโดสให้กับประเทศไทย
นำเข้าแอสตร้าเซนเนก้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงของไวรัสสายพันธุ์เดลตา เราพยายามอย่างสุดความสามารถและเสาะหาทุกวิถีทางที่จะเร่งการผลิตและส่งมอบวัคซีนให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรผู้ผลิตอย่างสยามไบโอไซเอนซ์ เราได้พยายามเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และเรามั่นใจว่า จะสามารถส่งมอบวัคซีนได้มากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เรายังได้พยายามจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจากศูนย์การผลิตของแอสตร้าเซนเนก้าทั่วโลกกว่า&amp;nbsp; 20 แห่ง เพื่อส่งมอบวัคซีนเพิ่มเติมให้กับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกกำลังประสบกับภาวะขาดแคลนวัคซีนป้องกันโควิด-19 การขาดแคลนวัตถุดิบและส่วนประกอบที่จำเป็นในการผลิตวัคซีน ส่งผลให้เราไม่สามารถคาดการณ์จำนวนการผลิตที่แน่นอนได้ แต่เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถนำเข้าวัคซีนเพิ่มเติมมาให้กับคนไทยได้ในเดือนต่อๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นวิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุดของยุค พวกเราทุกคนที่แอสตร้าเซนเนก้าตระหนักถึงหน้าที่สำคัญในการช่วยคลี่คลายวิกฤตินี้ พนักงานของเรา รวมไปถึงพนักงานของพันธมิตรด้านการผลิตหลายพันชีวิตต่างอุทิศกำลังและเวลาช่วงปีที่ผ่านมาอย่างเต็มความสามารถในการผลิตและส่งมอบวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้ามีภารกิจสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดนี้ โดยไม่หวังผลกำไร เพราะเราเชื่อว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าการจัดหาวัคซีนในช่วงที่มีความต้องการเร่งด่วนนี้จะหนักเกินกว่าที่จะรับมือโดยลำพัง แต่เราจะไม่หยุดพักจนกว่าทุกคนจะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราต้องร่วมสู้วิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน นับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คนไทยทั้งประเทศได้แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง และความมีน้ำใจ พร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือกันในยามยาก จากผลสำรวจที่ระบุว่า กว่า 1 ใน 3 ของคนไทย รวมถึงพนักงานของเราในประเทศไทย ได้ร่วมบริจาคเงิน อาหาร หรือสิ่งของเพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วยกันในช่วงการระบาด ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทยทั้งในชุมชนและในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ การจะผ่านพ้นมหาวิกฤติโควิด-19 ได้นั้น เราทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจฝ่าวิกฤติครั้งไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศไทย แต่รวมถึงทุกประเทศทั่วโลกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ประเทศบ้านพี่เมืองน้องของเราทั่วอาเซียนก็มีการประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกับจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ข้อมูลจากการใช้วัคซีนล่าสุดจากประเทศแคนาดาแสดงให้เห็นว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็ม มีประสิทธิผลป้องกันการติดเชื้อรุนแรงในระดับที่ต้องเข้านอนรับการรักษาในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้มากถึง 87%&amp;nbsp; ดังนั้น วัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งกับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเราทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การยุติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้ได้ ซึ่งจะสำเร็จได้
ก็ต่อเมื่อเราสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ในทุกที่ เชื้อไวรัสแพร่ระบาดไปอย่างไร้พรมแดน ดังนั้น หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านยังคงทวีความรุนแรง ก็ถือเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยด้วยเช่นกัน หนทางเดียวที่จะยุติการแพร่ระบาดนี้ได้คือ ความร่วมมือร่วมใจกันของพวกเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ค. มีผู้ได้รับวัคซีนรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp; 15,741,818 โดส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110989</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, virus Vector, ผลิตไม่ทัน, ยง ภู่วรวรรณ, วัคซีนจีนผสมฝรั่ง, วัคซีนลูกผสม, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210626/image_big_60d67e9156d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 07:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 07:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เปิดผลวิจัย วัคซีนเชื้อตาย2เข็ม+virus Vector  ภูมิต้านทานพุ่งหมื่นหน่วย เหนือmRNAเยอะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.64- &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ว่า โควิด 19 วัคซีน การให้วัคซีนลูกผสม จีนผสมฝรั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาวิจัยที่ศูนย์ทำอยู่ ปรับรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับทรัพยากรที่เรามีอยู่ และวัคซีนที่เรามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่าการติดเชื้อโดยธรรมชาติจะมีภูมิต้านทานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 หน่วย การให้วัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็มภูมิต้านทานจะขึ้นมาอยู่ระดับเฉลี่ย 100 หน่วย ถ้าให้วัคซีนไวรัส Vector AZ &amp;nbsp;2 เข็มห่างกัน 10 สัปดาห์ภูมิต้านทานจะขึ้นมาอยู่ที่ 900 หน่วย แต่ถ้าให้วัคซีนสลับกัน โดยให้วัคซีนเชื้อตาย แล้วตามด้วยไวรัสเวกเตอร์ที่ 3-4 สัปดาห์ ภูมิต้านทานจะสูงที่ 700 หน่วย ในขณะที่ให้วัคซีน mRNA &amp;nbsp;2 ครั้งห่างกัน 3 สัปดาห์ ภูมิต้านทานจะขึ้นมาสูงถึงพัน 1700 &amp;nbsp;หน่วย แต่การให้วัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม ตามด้วยวัคซีน virus Vector &amp;nbsp;อย่างที่ขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ด้านหน้าทำอยู่ พบว่าภูมิต้านทานเฉลี่ยสูงขึ้นมา เฉลี่ยเป็น 10,000 หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวัดนี้เป็นระดับภูมิต้านทาน ขณะนี้กำลังทำการวิจัยแนวลึก ถึงความสามารถในการขัดขวางไวรัส ในแต่ละสายพันธุ์ รวมทั้งสายพันธุ์เดลต้าด้วย จากข้อมูลที่ผ่านมา สายพันธุ์เดลต้าหลบหลีกระบบภูมิต้านทานจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ระดับภูมิต้านทานที่สูงเพิ่มขึ้น จนกว่าจะมีวัคซีนที่ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาด หรือวัคซีนใน Generation ที่ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางศูนย์ มุ่งมั่นในการทำการศึกษาวิจัย เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดสำหรับคนไทย เป็นงานวิชาการ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง และนโยบายใดๆทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110907</URL_LINK>
                <HASHTAG>virus Vector, ยง ภู่วรวรรณ, วัคซีนลูกผสม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d9f9d7fe0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คู่แฝด ยืน-ยง ผู้มีคุณูปการแห่งสังคมไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค. 64 - ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก &amp;quot;อาจารย์ป้า วรรณรัตน์&amp;quot; ได้โพสต์รูปภาพรองศาสตราจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ และศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ พร้อมข้อความ โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คู่แฝดยืน-ยง ผู้มีคุณูปการแห่งสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;?&amp;zwj;?รองศาสตราจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ และ ?&amp;zwj;⚕️ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่จำได้เห็นท่านทั้งสองทำงานมาอย่างทุ่มเทในงานตลอดชีวิต เกษียณอายุราชการมาแล้วสิบปีก็ยังคงทำงานเพื่อประเทศชาติ ในยามยากที่ต้องให้กำลังใจผู้สูงวัยทั้งชีวิตมีแต่ให้ ไม่ได้หวังเงินทอง ตำแหน่ง ลาภยศ สรรเสริญ คนแก่อายุ 70 กว่า ที่ทำงานงกๆเพื่อคนไทยทั้งชาติ ต้องอดทนอดกลั้นต่อคำด่าไร้เหตุผลของเด็กเอาแต่ใจ ถึงกับไปแก้ไขประวัติในวิกีพีเดีย อย่างไม่เกรงกลัวความผิด ไม่มีความยำเกรงกฏหมาย ไร้ซึ่งความเคารพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนี้ขออนุญาตพูดถึงอาจารย์ผู้เป็นปรมาจารย์ของข้าพเจ้า คือท่านอาจารย์ยืน ภู่วรวรรณ ทำไมน่ะหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรกท่านเป็นผู้เขียนตำรา ที่ใช้ในการเรียนช่างเล่มแรกของข้าพเจ้าในปี 2526 คือหนังสือ ทฤษฎีและการใช้งานอิเล็กทรอนิกส์ เล่ม 1 -2 -3 ครอบคลุมทุกรายวิชาตั้งแต่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ไปจนถึง การวิเคราะห์วงจรทรานซิสเตอร์ และการประยุกต์ใช้งานวงจรอิเล็กทรอนิกส์ จนเมื่อคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการเรียนการสอน ท่านทำงานไปด้วยเขียนหนังสือไปด้วยเพื่อให้เป็นวิทยาทานในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ไมโครโปรเซสเซอร์ ไมโครคอนโทรลเลอร์ จนถึงยุคอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาท การประยุกต์ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ท่านก็ยังยืนหนึ่ง ในฐานะผู้อำนวยการสำนักบริการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สร้างลูกศิษย์เก่งๆคอมพิวเตอร์มากมาย มีความประทับใจท่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง ในปี 2545 ได้ติดต่อขอพบเพื่อเรียนเชิญท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจเครื่องมือวิจัย ระดับปริญญาโทให้ ท่านน่ารักมากให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เมื่อไปพบอีกครั้งท่านได้ให้คำแนะนำด้วยตัวเองในทุกๆข้อ &amp;nbsp;ใครบอกว่าบุคคลมีตำแหน่งสูงมักพบยากและไม่ค่อยให้ความร่วมมือ บางทีโยนให้หน้าห้องจัดการเสียด้วยซ้ำ เพราะนักศึกษาอย่างเราไปพบไม่มีค่าตอบแทน แถมทำท่านเสียเวลาอีก แต่สำหรับท่านกลับมีความเมตตาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้อยคนนักที่มีความรู้ดีทำงานเก่งแล้วสามารถถ่ายทอดความรู้ให้คนอื่นเข้าใจได้ นับว่านักศึกษาอย่างเราๆ(ขนาดต่างสถาบัน)ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารเหมือนกัน แต่เราไม่ได้สักเศษเสี้ยวที่อาจารย์มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างน้อยก็มีความโชคดีที่ได้เข้าพบและได้รับความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์ ยืน ภู่วรวรรณ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก อาจารย์ป้า วรรณรัตน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109742</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยง ภู่วรวรรณ, ยืน ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60ef803ae93bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังเสียง‘อ.สุระ’ทำไมจึงเชื่อมั่น‘หมอยง’มาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2564 &amp;ndash; อ.สุระ นวลประดิษฐ์ ได้โพสต์รูปพร้อมเนื้อว่าในหัวข้อ &amp;ldquo;ทำไมผมจึงเชื่อมั่นหมอยง ภู่วรวรรณ มาก&amp;rdquo; ระบุว่า ขอให้เพื่อนๆ อ่านในภาพอย่างละเอียดก่อนนะครับ ภาพบันทึกหน้าจอจากโพสต์เมื่อ 7 ปีที่แล้ว
ถ้าไม่ได้หมอชื่อ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ ผมอาจจะตายไปแล้ว หรือเจ็บตัวสาหัสกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 7 ปีก่อน ผมเป็นมาลาเรียสายพันธ์ุแอฟริกา รักษาตัวอยู่หลายวัน อาการมีแต่แย่ลงๆ เข้าวันที่สี่ที่ห้าของการรักษา ผมรู้สึกหนักมาก ตอนอาการกำเริบ ผมนอนนึกถึงหน้าแม่ ลูก เมีย ภาวนาอยู่เป็นชั่วโมงๆ บอกตัวเองว่า &amp;quot;กูต้องไม่ตายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ&amp;quot; เป็นร้อยๆ ครั้ง เพราะกลัวตัวเองจะหมดความรู้สึกไปตอนนั้น มันหนักมาก ใครไม่เจอไม่มีทางเข้าใจ คณะคุณหมอที่พูดถึงในโพสต์ตามภาพ ที่มาช่วยกันกู้สถานการณ์การป่วยของผม ท่านหนึ่งชื่อ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ ท่านมาถึงคำแรกที่พูดกับผมคือ &amp;quot;ไม่ต้องกังวล เราจะเอามันลงให้ได้&amp;quot; (จำแม่นว่า หมอยงใช้คำว่า เรา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หายจากป่วยวิกฤติครั้งนั้น &amp;nbsp;ผมเชื่อเลยว่าหมอยง คือหมอที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง การวินิจฉัยโรค การเลือกสูตรให้ยาที่นำมาใช้ การกล้าใช้ยาที่หมออื่นอาจจะไม่กล้าให้ ฯลฯ &amp;nbsp;ทำให้ผมรอดมาได้ (อย่างน้อยผมก็เชื่อเช่นนี้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้คุณหมออาจจะมีคนสาดโคลน หรือเข้าใจผิด แน่นอน ระดับท่าน ไม่กังวลอยู่แล้ว แต่ในฐานะคนไข้คนหนึ่งที่ท่านเคยช่วยไว้ ผมเป็นหนึ่งกำลังใจให้ หมอยง ภู่วรวรรณ ครับ ด้วยความเคารพอย่างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า โพสต์แบบนี้ ต้องมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่เข้าใจประเด็น และไม่เข้าใจประเด็นตรงกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ &amp;nbsp;แต่ขอให้ใช้ภาษาสุภาพ และข้อมูลอ้างอิงจริงๆ มาพูดคอมเม้นต์กันนะครับ คอมเม้นต์หยาบคาย ไม่สุภาพ ลบครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาแหล่งอ้างอิงที่ไม่มีที่มาที่ไปมาลง ก็ลบนะครับ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร ผมเชื่อหมอยงจากประสบการณ์ของจริง ส่วนใครจะทำให้ไม่เชื่อ ก็ต้องเอาข้อมูลจริงมาหักล้าง ไม่ใช่ข้อมูลโคมลอย โควทคำพูดในเพจที่ไม่เป็นทางการไม่น่าเชื่อถือ อะไรอย่างนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับผมครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยง ภู่วรวรรณ, อ.สุระ นวลประดิษฐ์, เชื่อมั่น, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee7f87c2eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบภูมิขึ้นเพิ่มถึง 30 เท่า ในคนที่ฉีดซีโนแวค 2 เข็ม แล้วกระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.64 - นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้โพสต์ ข้อความโดยระบุว่า โควิด-19 วัคซีน การให้วัคซีนให้ได้ประโยชน์สูงสุดในทรัพยากรที่จำกัด การสลับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีน โควิด-19 ทุกชนิดสามารถลดการป่วยรุนแรง การนอน ICU และการเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบัน ไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม เป็นสายพันธุ์ใหม่มาโดยตลอด ปัจจุบันมีแนวโน้มสายพันธุ์เดลตา จะครองโลก สายพันธุ์เดลตา จะลดประสิทธิภาพของวัคซีนลง ดังนั้นการให้วัคซีนจึงต้องการภูมิต้านทานที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาของทางศูนย์เชียวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก พบว่า การให้วัคซีนเข็มแรกเชื้อตาย (Sinovac) และเข็มที่ 2 ในเวลา 3-4 สัปดาห์ต่อมา เป็นไวรัสเวกเตอร์ (AstraZeneca) พบว่าภูมิต้านทานหลังเข็ม 2 ที่ 1 เดือน จะสูงขึ้นมากกว่าการให้ Sinovac 2 เข็ม ประมาณ 8 เท่า และมีเปอร์เซ็นต์การขัดขวางไวรัสสูงถึง 95% inhibition มากกว่า 95%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าให้วัคซีน Sinovac 2 เข็ม และตามด้วยกระตุ้น AstraZeneca ผลภูมิต้านทานทานจะสูงขึ้นไปอีกมาก (มากกว่า 30 เท่า) (ข้อมูลยังมีน้อยและกำลังศึกษาอยู่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้วัคซีนสลับเข็ม ที่ผ่านมา มีการและลงทะเบียนในหมอพร้อม ประมาณ 1000 ราย ไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง ทางศูนย์ฯ ยังศึกษาอย่างต่อเนื่อง และ ภายในสิ้นเดือนนี้จะได้ข้อมูลละเอียดยิ่งขึ้น รวมทั้งความปลอดภัยจากการศึกษาทางคลินิก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109208</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยง ภู่วรวรรณ, วัคซีนโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdd8b4228f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2021 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2021 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039; โพสต์ &#039;โควิด 19&#039; สอนให้เรารู้จักแบ่งปัน ชี้ทั้งโลกต้องช่วยกันถึงจะคุมได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดของโรคโควิด 19 &amp;nbsp;กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว การควบคุมการระบาดจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องทำในทุกประเทศ ถ้าปล่อยให้บางประเทศมีการระบาดอย่างมาก เช่นในอดีต อังกฤษและอินเดีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดียมีการระบาดจนระบบสาธารณสุขแทบล่มสลาย มีผู้ป่วยจำนวนมาก ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือว่า เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นที่เรียกว่า &amp;ldquo;เดลต้า&amp;rdquo; &amp;nbsp;สายพันธุ์เดลต้า ได้ย้อนกลับ ไปยังประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มีอุปกรณ์พร้อมและมีวัคซีนจำนวนมาก เกิดมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าในยุโรป และ อเมริกา สร้างปัญหาย้อนกลับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทเรียนที่สอนให้ทราบว่า ถ้าทุกชาติร่วมมือกัน แบ่งปัน ไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่ ก็จะไม่เกิดสายพันธุ์กลายพันธุ์ ที่สร้างปัญหาใหม่ ให้กับชาวโลก อย่างที่เห็นอยู่ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคโควิด 19 ดูเหมือนจะควบคุมได้ดี แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์แอลฟา ก็เพิ่มการระบาดอย่างมาก เมื่อกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เดลต้า ก็เช่นเดียวกันเพราะโรคติดได้ง่ายขึ้น ทั้งอังกฤษและอเมริกามีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ควบคุมโรคได้ดี ในอเมริกาเองก็ยังมีผู้ป่วย วันละมากกว่าหมื่นราย เสียชีวิตประมาณ 300 ราย ( 1 กรกฎาคม) ทั้งๆที่เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนที่อินเดียระบาดอย่างหนัก ประเทศที่พัฒนาแล้ว ลงมาช่วยเหลืออินเดียน้อยมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การร่วมมือกัน รู้จักแบ่งปันกัน ในการควบคุมโรค จะทำให้ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรค ของทั่วโลกมากยิ่งขึ้น
#หมอยง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108530</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยง ภู่วรวรรณ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f3e3a02f5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
