<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 21:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิญญาพัฒนาถ้ำหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนคงยังไม่ลืมเหตุการณ์โค้ชและนักฟุตบอลหมูป่าอคาเดมีทั้ง 13 คน เข้าไปติดในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เห็นความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ น้ำใจ ความสามัคคี ภาครัฐ เอกชน ประชาชนคนไทยทุกสาขาอาชีพ ชาวต่างชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ระดมสมอง ผนึกกำลัง ประสานความร่วมมือช่วยเหลือน้องๆ ออกมาได้อย่างปลอดภัย และก็ต้องขอไว้อาลัยจ่าแซม-น.ต.สมาน กุนัน ที่ทุ่มเทในหน้าที่ เสียสละจนถึงวินาทีสุดท้าย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุครั้งนั้นมาถึงวันนี้ ผ่านมา 2 ปีแล้ว วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ที่มีความงดงาม ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และถ้ำที่มีตำนานเล่าขาน ดังกระฉ่อน ชื่อเสียงติดอันดับโลก เป็นสถานที่ทั้งคนไทย ชาวต่างชาติ ตั้งเป้าต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ก่อนหน้านี้ ภาครัฐพยายามส่งเสริม ผลักดัน ทุ่มงบลงไป แต่ขณะเดียวกัน ได้อีกแรงกายแรงใจของคนในพื้นที่ ที่มี อ้ายยุทธ-ยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นหัวแรง ประสานความร่วมมือ ชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อน ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น และผู้มีจิตอาสาทุกสารทิศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประสานมาทำภารกิจ &amp;lsquo;ปฏิญญาพัฒนาถ้ำหลวง&amp;rsquo; อยู่หลายวัน หลายคืน ในการช่วยกันปรับปรุงพื้นที่ลานจอดรถ ลงขัน ควักทุน ลงแรง แบกปูน ยกหิน ผสมทราย เทคอนกรีต ปรับสภาพพื้นที่โดยรอบ มีลานกิจกรรม มีที่จอดรถกว้างขวาง เพื่ออำนวยความสะดวกต่อแขกผู้มาเยือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่สุดก็สำเร็จลุล่วงสมดั่งใจหมาย ปฏิญญาพัฒนาถ้ำหลวงฯ สู่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจให้คนในพื้นที่งานลุล่วงอ้ายยงยุทธยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ปะหน้าใครมักชักชวน ออกปากเชิญให้ไปดูความเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานที่นี้ ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน กลิ่นอายความสามัคคีไม่เคยจางหาย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;ม้าไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82105</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ปฏิญญาพัฒนาถ้ำหลวง, ม้าไม้, ยงยุทธ ติยะไพรัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชูวิทย์&#039; ขอโทษ &#039;ยงยุทธ&#039; คดีหมิ่นเอี่ยว &#039;วิคตอเรียซีเครท&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ. 63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตพิธีกรผู้ดำเนินรายการชื่อดัง เดินทางมาศาลตามนัดไกล่เกลี่ย และได้รับอนุญาตแถลงข่าวเพื่อขอโทษ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย และอดีตประธานรัฐสภา ที่เป็นโจทก์ฟ้องคดีหมิ่นประมาทกล่าวหานายชูวิทย์ กรณีออกอากาศในรายการข่าวพาดพิงทำให้ประชาชนเข้าใจว่านายยงยุทธเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์ การฟอกเงิน หรือการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ คดีสถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท (ย่านพระราม 9) ซึ่งนายชูวิทย์เป็นผู้ดำเนินรายการ &amp;ldquo;ชูวิทย์มีเรื่องเล่า&amp;rdquo; ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 33 HD เมื่อวันที่ 21 - 22 ม.ค. 2561 และเป็นผู้ดำเนินรายการ &amp;ldquo;ชูวิทย์ตีแสกหน้า&amp;rdquo;ซึ่งออกอากาศช่องไทยรัฐทีวี 32 เมื่อวันที่ 22- 23 ม.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากที่ตนเองเคยทำข่าวและพิธีกรทั้ง 2 รายการ คือ &amp;ldquo;ชูวิทย์มีเรื่องเล่า&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ชูวิทย์ตีแสกหน้า&amp;rdquo; ซึ่งคดีวิตอเรีย ซีเครท ตนเองเป็นคนเปิดประเด็นจนกระทั่งศาลได้ลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี อย่างไรก็ตามตนกล่าวในทั้งสองรายการ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดไปทำนองว่า นายยงยุทธนำเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ได้จากการค้ามนุษย์มาสนับสนุนสโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ทำให้นายยงยุทธได้รับความเดือดร้อน ตนจึงกราบขออภัยต่อ นายยงยุทธครอบครัวและสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด ต่อความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น ตนขอเรียนว่านายยงยุทธ ติยะไพรัช และรวมถึงสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด ไม่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับคดีตรวจค้นจับกุมสถานอาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ทแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริงๆแล้วก่อนที่จะมีคดีวิคตอเรียซีเครทนั้น ผมกับพี่ยงยุทธก็มีความสนิทสนมกัน ยืนยันว่าท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และคิดอยู่ว่าอยากจะหาเวลาไปนั่งเชียร์ทีมสโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ดด้วย และขอให้เป็นตัวอย่างว่าเมื่อผมเองทำหน้าที่สื่อก็แบบนี้แหละครับ เมื่อพาดพิงไปบ้างและถูกฟ้องผมก็ต้องขออภัย และไม่อยากให้เป็นคดีในศาลเพราะไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งท่านยงยุทธก็ให้อภัยผม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความของนายยงยุทธ ติยะไพรัช เปิดเผยว่า คดีนี้นายยงยุทธฟ้องหมิ่นประมาทนายชูวิทย์ ขณะทำหน้าที่สื่อมวลชนจัดรายการข่าว ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องไว้แล้ว แต่ล่าสุดทั้งสองฝ่ายสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ โดยนายชูวิทย์ยินยอมขอโทษ ซึ่งนายยงยุทธเห็นว่านายชูวิทย์น่าจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ท่านก็ให้อภัย วันนี้จึงมอบหมายให้มาถอนฟ้องทั้งคดีหมิ่นประมาทในศาลอาญา 2 คดี และคดีฟ้องแพ่งอีก 2 คดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครท, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ยงยุทธ ติยะไพรัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a5d7f36c69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยงยุทธ&#039; บุกถ้ำหลวง จวกรัฐบาลผลาญงบพันล้านแต่ท่องเที่ยวย่ำอยู่กับที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.62 - นายยงยุทธ ติยะไพรัช หนึ่งในแกนนำพรรคเพื่อชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า สวัสดีพี่น้อง มิตรสหายที่รักทุกท่านครับ หลังจากห่างหายกันไปนาน วันนี้ผมอยากมาพูดคุยกันถึงเรื่องถ้ำหลวง สมบัติของประเทศ สามสี่วันก่อนผมได้ไปพบปะกับมิตรสหายพี่น้องในพื้นที่อำเภอแม่จันและแม่สาย ด้วยความตั้งใจที่จะเข้าไปดูว่า มีสิ่งใดบ้างที่ยังขาดตกบกพร่อง และมีสิ่งใดบ้างที่ผมพอจะเข้าไปช่วยทุกท่านได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่พบกลับทำให้ผมรู้สึกตกใจ เพราะทุกอย่างที่ถ้ำหลวงยังคงเหมือนเดิมและไม่ได้มีการพัฒนาหรือปรับปรุงใดๆเลย นับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นจนถึง ณ ขณะนี้ ถนนหนทาง สิ่งอำนวยความสะดวกยังคงเหมือนเดิม ทั้งๆที่ถ้ำหลวงน่าจะเป็นจุดหนึ่งซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจให้แวะมาเที่ยวชมจากชื่อเสียงที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่ภาพที่เห็นกลับตรงข้ามกับสิ่งที่ผมคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนที่เกิดเหตุนั้นมีผู้เกี่ยวข้องแบ่งออกได้เป็น 5 ฝ่ายคือ 1.เจ้าหน้าที่ทำงานประจำที่ถ้ำหลวงทั้งพนักงานและลูกจ้าง (ที่ยังปฏิบัติงานจนถึงทุกวันนี้)&amp;nbsp;2.ประชาชนในพื้นที่ 3.เด็กและเยาวชนที่ประสบภัย 4.คณะทำงานที่เข้าไปช่วยเหลือมีทั้งผู้ที่ประสงค์ออกนามและไม่ออกนาม 5.รัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากข่าวดังกล่าว โด่งดังไปทั่วโลก ในทางปฏิบัติเราควรรีบฉวยโอกาสพัฒนาถ้ำหลวงให้เป็นแหล่งธรรมชาติศึกษา อนุรักษ์ระบบนิเวศน์วิทยาที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์ในพื้นที่ ในส่วนการท่องเที่ยวควรมีการประสานงานการใช้พื้นที่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ โดยปรับถ้ำหลวงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นปี กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น มันช่างตรงข้ามกันยิ่งนัก ทำให้ผมได้แต่ร้อง &amp;ldquo;โอ้อนิจจา&amp;rdquo; เห็นแล้วอยากร้องไห้ รัฐบาลประกาศสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาถ้ำหลวงเป็นพันล้านบาท แต่สิ่งที่เห็นมีแค่เพียงหอศิลป์ของอาจารย์เฉลิมชัย (เฮียเบอะของผม) ที่สร้างโดยไม่ได้ใช้งบของรัฐบาลเลย ถ้ำหลวงไม่ได้รับการพัฒนาไปตามงบประมาณที่ได้รับแม้แต่น้อย&amp;nbsp;ทั้งๆที่ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติจำนวนล้านกว่าคนได้มาเที่ยวชมสถานที่แห่งนี้แล้ว แต่กลับไม่มีห้องบรรยาย มีห้องน้ำที่สร้างเสร็จแล้วแต่ใช้งานไม่ได้ ถนนแตกระแหงรอการฟื้นฟู มีคนเอาม้ามารับจ้างขี่โดยสาร โดยอ้างว่า ผู้ใหญ่ฝากมา ทำให้เกิดคำถามว่า เงินที่ได้มาไปอยู่ไหน เอาไปบำรุงสถานที่หรือเข้ากระเป๋าตนเอง ผมต้องขอรบกวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพี่น้องประชาชนช่วยกันตรวจสอบด้วยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประเด็นคือ เรื่องรถโดยสารที่วิ่งจากทางแยกถนนหลักมีหนึ่งคันไม่เก็บค่าโดยสาร แต่คนขับต้องมีภาระค่าน้ำมันวันละ 700-800 บาท จริงๆ รถคันนี้เช่ามา แต่กลับโฆษณาติดหลังรถว่า สนับสนุนโดย...แต่แท้จริง เขาคิดค่าเช่าเดือนละ 15,000 บาท อันนี้ก็ควรจะมีคนตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและเพื่อนเดินดูลานจอดรถ พื้นเป็นดินโคลน เวลาฝนมา ก็สภาพเหมือนตอนกู้ภัยช่วยเหลือทีมหมูป่า ในเมื่อมีงบจากรัฐบาลแต่ถ้ำหลวงไม่ได้รับการพัฒนาหรือปรับปรุงตามที่ควรจะเป็น พวกผมเลยปรึกษาแม่หลวง (ผู้ใหญ่บ้าน) ว่า เราควรแก้ปัญหากันเองดีไหม โดยมีชาวบ้านเป็นแรง พวกผมออกเงินหาอุปกรณ์และวัสดุ สร้างลานจอดรถโดยไม่รองบจากรัฐบาล หากชาวบ้านพร้อมเราไปกัน มีแรงก็ช่วยแรงครับ ประสานกับแม่หลวงได้เลย เพื่อบ้านและสมบัติของพวกเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ก็เป็นอีกบทหนึ่งของการพัฒนาประเทศ ที่ขาดการเอาใจใส่ และมองไม่ออกว่านี่คือสมบัติของชาติ มาช่วยกันนะครับ หากผู้ใดสนใจร่วมกันพัฒนาถ้ำหลวง สามารถมาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันได้นะครับ ทางพวกเราจะได้ประสานงานกับทางพื้นที่เพื่อขออนุญาตในการดำเนินงานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45043</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงราย, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ยงยุทธ ติยะไพรัช, แกนนำพรรคเพื่อชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d7077b26394d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานสภาผู้แทนราษฎร &#039;คีย์แมน&#039; ยุค &#039;เสียงปริ่มน้ำ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานสภาผู้แทนราษฎรถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เพราะเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ 1 ใน 3 อำนาจที่ถ่วงดุลกัน ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ที่จะมีบทบาทอย่างมาก ตั้งแต่การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ตลอดจนการเป็นประธานควบคุมการประชุม เพราะเสียงของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านค่อนข้าง &amp;ldquo;ปริ่มน้ำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมสภานัดแรกจึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเลือกนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ที่จะมาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรในชุดนี้ จึงต้องมีประสบการณ์ เชี่ยวชาญงานสภาฯ อาวุโส และบารมี เพียงพอต่อการควบคุมการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุคไม่กี่ปีหลัง ประธานสภาผู้แทนราษฎร มักจะมาจากพรรคอันดับ 1 ที่เป็นแกนนำรัฐบาล ไม่ว่าสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2535 ที่มีนายมารุต บุนนาค เป็นประธานสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ รัฐบาลพรรคชาติไทยในปี 2538, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รัฐบาลพรรคความหวังใหม่ในปี 2539, นายพิชัย รัตตกุล รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2543 นายอุทัย พิมพ์ใจชน รัฐบาลพรรคไทยรักไทยในปี 2544, นายโภคิน พลกุล รัฐบาลพรรคไทยรักไทยในปี 2548&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐบาลพรรคพลังประชาชนในเดือนมกราคม ปี 2551, นายชัย ชิดชอบ รัฐบาลพรรคพลังประชาชน เดือนพฤษภาคม 2551 ก่อนจะย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทยในช่วงระหว่างดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ &amp;nbsp;และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยในปี 2554&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการรัฐประหาร จะมีการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้ามาทำหน้าที่แทน ส.ส.และ ส.ว. โดยในปี 2549 มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน สนช. และในปี 2557 - ปัจจุบัน มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธาน สนช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่กำลังจะมาถึง พรรคพลังประชารัฐที่มีคะแนนรวมมากที่สุดในประเทศ กับพรรคเพื่อไทยที่มีจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตมากที่สุด ต่างต้องการจะผลักดันคนของพรรคตัวเองไปทำหน้าที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยคะแนนเสียงที่ &amp;ldquo;ปริ่มน้ำ&amp;rdquo; และ 250 ส.ว. ไม่สามารถเข้าร่วมลงมติเห็นชอบได้เหมือนกับการเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้การแย่งชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐต้องการประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคตัวเอง เพื่อความมั่นใจในการเลือกนายกรัฐมนตรี การพิจารณากฎหมาย ตลอดจนการลงอภิปรายไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่พรรคเพื่อไทย แม้รู้ว่าโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชารัฐเหลือน้อยนิด เพราะไม่มีเสียง 250 ส.ว.ช่วย แต่เมื่อการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรใช้ &amp;nbsp;ส.ส.เพียงอย่างเดียว จึงมีโอกาสที่ช่วงชิงเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากพรรคเพื่อไทยได้ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร จะทำให้การทำงานของฝ่ายบริหาร คือ รัฐบาลที่อยู่อีกขั้วทำงานยาก ทำให้เพิ่มโอกาสล้มรัฐบาลได้ในเวลาอันรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามรายงานที่ออกมาว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดัน &amp;quot;สมพงษ์ อมรวิวัฒน์&amp;quot; ว่า ที่ ส.ส.เชียงใหม่ ท้าชิงตำแหน่งนี้แข่งกับพรรคพลังประชารัฐ หรือหากพลาด อดีตแกนนำกลุ่ม 16 รายนี้จะเปลี่ยนบทบาทไปเป็น &amp;ldquo;ผู้นำฝ่ายค้าน&amp;rdquo; หลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และแกนนำของพรรคอีกหลายคนไม่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพรรคพลังประชารัฐ แม้ประกาศจองตำแหน่งนี้เอาไว้ แต่เมื่อดูบุคลากรในพรรคที่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ตัวเลือกมีน้อยนิด ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่มีบุคคลที่มีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้จำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 116 ที่นั่ง คือ ตัวเลขที่พรรคพลังประชารัฐคำนวณว่า เป็นจำนวน ส.ส.ที่พรรคจะได้ หากแยกเป็นว่าที่ ส.ส.รุ่นใหม่และรุ่นเก่า พบว่า ว่าที่ ส.ส.รุ่นใหม่มีตัวเลขถึง 60 คน ขณะที่ ส.ส.รุ่นเก่า แม้บางคนจะมีประสบการณ์ หรือคุณสมบัติ แต่ต่างอยากจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมากกว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงทำให้ตัวเลือกยิ่งแคบลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุนี้จึงมีชื่อของนักการเมืองรุ่นใหญ่ที่เก๋าเกมในสภา และพอมีบารมีกับพวก ส.ส.ด้วยกัน อย่าง &amp;ldquo;สุชาติ ตันเจริญ&amp;rdquo; อดีตแกนนำกลุ่ม 16 ปรากฏขึ้นมา เพราะเคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว เช่นเดียวกับ &amp;ldquo;วิรัช รัตนเศรษฐ&amp;rdquo; ว่าที่ ส.ส.นครราชสีมา ที่อยู่ในสภามานาน เป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ มีบารมีเมื่อเทียบคนที่เหลืออื่นๆ ในพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่นั่นเป็นเพียงการพูดถึงผู้ที่มีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งนี้ได้เท่านั้น เมื่อถึงเวลาจริงอาจไม่ใช่ ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเจ้าตัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพียงแต่สเปกว่าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคพลังประชารัฐ ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์ ชำนาญกระบวนการสภา เพราะต้องมารับมือกับเสียงที่ปริ่มน้ำ เก๋าเกมรับลูกล่อลูกชนกลอีกฝ่ายได้ ตลอดจนมีบารมีแม้แต่ฝ่ายค้านยังให้ความเคารพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34482</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.บุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ, พรเพชร วิชิตชลชัย, พิชัย รัตตกุล, ยงยุทธ ติยะไพรัช, วันมูหะมัดนอร์ มะทา, อุทัย พิมพ์ใจชน, เกษมราษฎร์, โภคิน พลกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1bab27ff8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตู่-ป้อม&#039;เมินรบ.แห่งชาติ เทพไท:รัฐบาลปรองดอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม&amp;quot; ไม่มีความเห็น รัฐบาลแห่งชาติ อยู่ที่จิตสำนึก ส่วน &amp;quot;เทพไท&amp;quot; เปลี่ยนชื่อใหม่ รัฐบาลปรองดอง ยืนยันวันนี้สถานการณ์เกิดเดดล็อกอย่างแท้จริง เดินไปทางอื่นไม่ได้ เว้นแต่ทุกพรรคต้องหันมาจับมือด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติ มองว่าประเทศถึงทางตันจริงแล้วหรือไม่ โดยนายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กล่าวเพียงว่า ไม่มีความเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวช่วงหนึ่งด้วยว่า &amp;nbsp;ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่จิตสำนึก ในเรื่องความขัดแย้งก็เช่นเดียวกัน อยู่ที่จิตสำนึกว่าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเป็นอย่างไร มีความสงบปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายฝ่ายเสนอความคิดเห็นเรื่องรัฐบาลแห่งชาติว่า &amp;quot;ไม่รู้&amp;quot; เมื่อถามว่ามองว่ากระบวนการปกติสามารถตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ทราบ และเรื่องนี้ ครม.ก็ไม่ได้พูดคุยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องรัฐบาลแห่งชาติไม่ควรจะถูกพูดถึงในช่วงนี้ เพราะยังมีการเลือกตั้งซ่อมอีกกี่เขตก็ยังไม่รู้ รวมทั้ง กกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรอง ส.ส. ทำให้แต่ละพรรคยังมีจำนวนส.ส.ไม่แน่นอนอย่างเป็นทางการ จึงไม่ควรกระโดดข้ามขั้น นอกจากนี้ ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายต่างๆ ก็ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้ด้วย และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการปฏิบัติกันมาก่อน ดังนั้นวันนี้ควรเอาเรื่องง่ายๆ ตามขั้นตอนก่อน อย่าเพิ่งคิดไปไกลขึ้นขั้นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะต้องรอ กกต.ประกาศรับรองหลังวันที่ 9 พ.ค. ที่สำคัญ พรรคจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การที่หลายฝ่ายพยายามออกมาโทษกติกา โทษรัฐธรรมนูญ ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติเสียงถึง 16.7 ล้านคน ทำเหมือนแพ้แล้วพาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากฝากไปยังองค์กรต่างๆ กลุ่มการเมืองที่ออกมาระบุว่า หากรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำจะบริหารลำบากว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะถ้าพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราสามารถบริหารจัดการได้แน่ ตนเชื่อมือผู้นำรัฐบาลอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ทิศทางที่ประชาชนคาดหวัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้พรรคพลังประชารัฐไม่เคยให้สัมภาษณ์พาดพิงหรือโจมตีใครก่อน มีแต่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเท่านั้น อากาศร้อนๆ แบบนี้ฝากไปยังพรรคต่างๆ ให้ใจเย็นๆ มีสติ ไม่เช่นนั้นจะเป็นบ้าได้ ส่วนบุคคลทางการเมืองที่โดนคดีต่างๆ นั้น อย่าไปโทษใครเลย ทุกอย่างเท่าเทียมใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับกรรม ไม่มีใครไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ กระบวนการยุติธรรมของไทยเชื่อถือได้เสมอ
รบ.แห่งชาติภาคประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่า แนวคิดการเสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ที่ผ่านมามีหลายคนนำเสนอออกมา ส่วนตัวได้เคยเสนอกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของเพื่อพ้องพี่น้องนักการเมืองว่าถึงเวลาต้องคิดถึงการตั้งรัฐบาลแห่งชาติภาคประชาชน ซึ่งก็มีเพื่อนนักการเมืองบางส่วนเห็นด้วย แต่บางส่วนยังไม่เข้าใจ ยังไปนำเสนอเอาคนที่จะเป็นปัญหาต่อระบอบประชาธิปไตยมาเป็นผู้นำรัฐบาลแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รัฐบาลแห่งชาติภาคประชาชนที่ตนเสนอคือการให้ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง หันหน้าคุยกัน เพื่อหาทางออกปลดล็อก 250 ส.ว.ให้ไปอยู่วงนอก แล้วหาประธานสภาผู้แทนราษฎร และคัดเลือกนายกฯจาก ส.ส.ที่มีอยู่ เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไป ซึ่งจะเป็นการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ ตัดวงจรการยึดอำนาจ และสร้างความหวัง ความศรัทธาให้กับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธกล่าวว่า วิธีการดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ออกนอกระบบ ดังเช่นที่หลายคนอ้างเพื่อจะเอาคนที่มีทัศนคติเป็นลบต่อระบอบประชาธิปไตยมาเป็นนายกฯ แนวทางการตั้งรัฐบาลแห่งชาติจึงมั่วกันไปหมด ส.ส.ทุกคนล้วนแต่มีวุฒิภาวะและได้รับความไว้วางใจผ่านฉันทานุมัติจากประชาชนที่เลือกให้เข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยแทนประชาชน เป็นที่พึ่งหวังว่าจะให้เข้ามาช่วยกันนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นกับดักทั้งความขัดแย้ง การช่วงชิงอำนาจจากพวกนอกระบบ เพื่อเป้าหมายจะให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความทุกข์ยากของประชาชนทั้งจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและปัญหาหมักหมมต่างๆ ของบ้านเมืองจะได้รับการแก้ไขเสียที ส.ส.ทุกพรรคทุกค่ายที่ผ่านสนามเลือกตั้งมาจนถึงวันนี้ ทุกคนคุยกันได้ หัวหน้าพรรคบางคนก็เกรงใจทหาร ทั้งที่ความจริงหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคก็รู้จักกันทั้งนั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธกล่าวว่า นักการเมืองที่มีแนวคิดสอดรับกันไม่จำเป็นต้องมีนายหน้า แค่ยกหูโทรศัพท์คุยกัน &amp;nbsp;จาก 1 เป็น 2 จาก 10 เป็น 100 หลายคนรวมกันก็มีพลัง แล้วไปเปิดเวทีคุยกัน จะทำได้หรือไม่ได้ จะได้บอกให้ประชาชนที่เฝ้ารอความหวังได้รับทราบ ไม่ต้องรอไปให้ส.ว.หรือใคร หรือทหารมาบงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า นับวันตนก็ยิ่งประหลาดใจกับพฤติกรรมกลุ่มอยากอยู่ยาวเข้าไปทุกวัน หลังจากเลือกตั้ง 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ในวันที่ 27 มี.ค. พรรคฝ่ายประชาธิปไตยที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมเกินครึ่งสภาได้ประกาศร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล แต่ช่วงเวลา 2 สัปดาห์กว่าๆ ที่ผ่านมา ฝ่ายแพ้เลือกตั้งที่มีจำนวน ส.ส.น้อยกว่า ไม่ยอมรับเจตนารมณ์ของประชาชน พยายามตั้งรัฐบาลแข่งฝ่ายประชาธิปไตยที่มีจำนวน ส.ส. มากกว่า ด้วยทุกวิธีการที่ไม่มีความละอาย&amp;nbsp;
ไร้ความละอาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าวว่า ตั้งแต่การแสดงความคิดเห็นที่ไร้ความละอาย ประเภทรัฐธรรมนูญฉบับอยากอยู่ยาวนี่ดีกำหนดให้มี ส.ว. 250 คน ไว้สนับสนุนการจัดตั้งนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้เลือก ส.ว.พวกนี้มา การทำฟาร์มงูเห่าที่ประมูลค่าตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยไป อีกทั้งการปล่อยข่าวว่าพรรคนู้นพรรคนี้มีจำนวน ส.ส.เท่านู้นเท่านี้ ไปสนับสนุนการสืบทอดอำนาจกับพรรคตน แต่พอเจอกระแสโป๊ะแตกในโซเชียลฯ ทำให้แต่ละพรรคต้องออกมาแถลงว่าไม่เคยตกลงว่าจะไปสนับสนุนพวกอยากสืบทอดอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า กระแสข่าว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พวกอยากอยู่ยาว ใช้สื่อกระแสหลักพยายามปล่อยข่าวว่าผู้ชนะเลือกตั้งฝ่ายประชาธิปไตยไม่มีทางจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะพวกอยากอยู่ยาวสามารถประกาศตัวทำเรื่องที่คนที่มีความละอายไม่กล้าทำ เรียกว่าเป็นบทเรียนในการใช้กระแสข่าว ความหน้าไม่อายปล่อยข่าวให้คนหน้าบางฝ่ายประชาธิปไตยท้อถอย แต่โชคดีที่กระแสโซเชียลฯ คนรุ่นใหม่คอยดักพฤติกรรมหน้าไม่อายเหล่านี้ ทำให้ฝ่ายอยากอยู่ยาวที่มีจำนวน ส.ส.แพ้เลือกตั้ง ยังไม่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับผู้ที่มีจำนวน ส.ส.ชนะเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาความวุ่นวายความสับสนความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล จะหมดไปเมื่อคนแพ้รู้จักแพ้ ไม่ใช่แพ้แล้วทำตัวเป็นคนชนะ ตั้งรัฐบาลแข่งคนชนะ ทำทุกวิธีให้คนชนะที่มีความละอายท้อถอย รวมทั้งอย่าให้คนหน้าไม่อายทำให้คนหน้าบางท้อถอย ขอบอกไว้เลยว่าคนที่ไม่รู้จักแพ้ ทำทุกอย่างขัดเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับบทเรียนแน่นอน ตัวอย่างในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ได้ให้บทเรียนผู้ที่ไม่รู้จักแพ้แล้ว&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอรัฐบาลปรองดองเพื่อให้ประเทศมีทางออกว่า การเสนอดังกล่าวมีรัฐธรรมนูญรับรอง โดยยึดตามมาตรา 272 ว่าด้วยการเลือกนายกรัฐมนตรีนอกบัญชีรายชื่อ โดยใช้เสียง 2 ใน 3 ของสองสภา หรือ 500 เสียงเพื่อยกเว้นบัญชีรายชื่อนายกฯ จากนั้นจึงเลือกเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเป็นนายกฯ แต่กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นได้พรรคการเมืองต่างๆ ต้องถอยกันคนละก้าวและลดทิฐิลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หลัง กกต.ประกาศผลรับรอง ส.ส. เชื่อว่าแต่ละพรรคที่ประกาศตัวตั้งรัฐบาลจะรวมเสียงได้แบบปริ่มน้ำ ซึ่งอาจจะเกิดเดดล็อก เพราะอย่าลืมว่าตามมารยาทจะมี 3 คนไม่ออกเสียง คือ ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ อีก 2 คน&amp;nbsp;
รัฐบาลปรองดอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวอีกว่า เมื่อทุกพรรคการเมืองโหวตให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี หรืออาจจะมีบางส่วนที่ไม่ร่วมก็ได้ ไม่เป็นปัญหา แต่หากพรรคการเมืองหลักๆ มาร่วมเป็นรัฐบาลแล้วก็ถือว่าเป็นรัฐบาลปรองดอง หากไม่อยากจะใช้คำว่ารัฐบาลแห่งชาติ เพราะยังเสียวกับข้อเสนอของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้แนวทางที่ผมเสนออาจจะเป็นไปได้น้อย แต่หลัง กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง ก็ความเป็นไปได้อาจจะประมาณ 50:50 แต่ต่อไปอีกหนึ่งเดือนเชื่อว่าความเป็นไปได้จะมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ และทวีมากขึ้น เพราะระยะเวลาจะเป็นตัวบีบ เพราะหากจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้จะเกิดแรงกดดันจากสังคมให้ทุกฝ่ายต้องเข้าหากัน ถ้าทุกคนถือทิฐิ หรือเห็นแก่ประโยชน์ เอาแต่ชนะคะคานกัน ประเทศก็ยิ่งเสียหาย เมื่อได้รับแรงกดดันมากๆ สุดท้ายก็หนีไปไม่ได้ ที่สุดก็ต้องมาจับมือกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสนอแนวคิดนี้ถูกมองว่าเป็นพวกที่อกหักจากการเลือกตั้ง และไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี นายเทพไทชี้แจงว่าถ้ามองอย่างนั้นอย่าลืมว่าคะแนนป๊อปปูลาร์โหวตของฝ่ายที่ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มีมากกว่าฝ่ายที่สนับสนุนหลายเท่า ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นนายกฯ เลย แต่พรรคการเมืองอย่าคิดหวังว่าตัวเองผ่านการเลือกตั้งแล้ว ลงทุนไปเยอะเลยยืนกระต่ายขาเดียวว่าจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ถ้ามีพฤติกรรมแบบนี้จะทำให้ประชาชนรู้ได้เลยว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หวังที่จะเป็นรัฐบาลเพื่อจะถอนทุนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า หากแนวทางนี้ไม่ได้รับการสนองตอบจากทุกพรรคการเมือง สถานการณ์จะเป็นอย่างไร นายเทพไทกล่าวว่า แม้ตอนนี้ กกต.จะยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้งที่เป็นทางการ แต่ตนเชื่อว่าหากประกาศแล้วก็ไม่มีผลที่คลาดเคลื่อนไปจากเดิม เว้นแต่จะมีการใช้อำนาจของ กกต.จนทำให้ผิดเพี้ยนไป ซึ่งก็จะเกิดปัญหาเดดล็อก ไม่สามารถทำอะไรได้ ขอเตือนทุกพรรคการเมืองว่า หากเกิดเดดล็อกจริงตามที่ตนวิเคราะห์ คนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือหาก พปชร. พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลรักษาการ รวมถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ยังสามารถอยู่ในอำนาจต่อไป เสวยสุขโดยไม่มีสิ้นสุด
เดดล็อกอย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีการเสนอแนวทางรัฐบาลแห่งชาติมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยสำเร็จ นายเทพไทกล่าวว่า เพราะที่ผ่านมาสถานการณ์เป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง เมื่อมีการเรียกหารัฐบาลแห่งชาติ แต่ไม่สำเร็จเพราะมีช่องทางอื่นแก้ไขได้ แต่วันนี้สถานการณ์เกิดเดดล็อกอย่างแท้จริง เดินไปทางอื่นไม่ได้ เว้นแต่ทุกพรรคต้องหันมาจับมือด้วยกัน หรือจะให้เทกระดานเลือกใหม่จะเอากันหรือเปล่า เงินที่ใช้ในการเลือกตั้ง 5-6 พันล้านใครจะรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) กล่าวว่า ตามที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ หากได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรไม่มาก เสียงเพียงปริ่มน้ำจะบริหารราชการแผ่นดินไม่ได้ เพราะจะมีปัญหาในการพิจารณาผ่านกฎหมายต่างๆ รวมทั้งการพิจารณากฎหมายงบประมาณแผ่นดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตนเชื่อว่าไม่มีปัญหาดังกล่าว เพราะเห็นว่ากฎหมายที่พิจารณาโดยรัฐบาลในสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงกฎหมายงบประมาณแผ่นดินเป็นกฎหมายที่สามารถดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ได้ โดยใช้การพิจารณากฎหมายในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งตนมั่นใจว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะมีเสียง ส.ส. และ ส.ว.สนับสนุนในรัฐสภามากกว่า 500 เสียง ทำให้สามารถบริหารราชการแผ่นดินไปได้ด้วยความมั่นคง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33875</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยงยุทธ ติยะไพรัช, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb740c8ebdbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยงยุทธ&#039;แนะนักการเมืองจับมือตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หยุดยั้งคสช.สืบทอดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 62 - นายยงยุทธ ติยะไพรัช &amp;nbsp;กองเชียร์พรรคเพื่อชาติและเป้ฯอดีตประธานรัฐสภา&amp;nbsp; ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า แนวคิดการเสนอจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ที่ผ่านมามีหลายคนนำเสนอออกมา ส่วนตัวได้เคยเสนอกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของเพื่อพ้องพี่น้องนักการเมืองว่าถึงเวลาต้องคิดถึงการตั้งรัฐบาลแห่งชาติภาคประชาชน ซึ่งก็มีเพื่อนนักการเมืองบางส่วนเห็นด้วย แต่บางส่วนยังไม่เข้าใจ ยังไปนำเสนอเอาคนที่จะเป็นปัญหาต่อระบอบประชาธิปไตยมาเป็นผู้นำรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลแห่งชาติภาคประชาชนที่ตนเสนอคือการให้ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง หันหน้าคุยกัน เพื่อหาทางออกปลดล็อก 250 สว.ให้ไปอยู่วงนอก แล้วหาประธานสภาผู้แทนราษฎร และคัดเลือกนายกฯจากส.ส.ที่มีอยู่ เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไป ซึ่งจะเป็นการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจ ตัดวงจรการยึดอำนาจ และสร้างความหวัง ความศรัทธาให้กับประชาชน ทั้งนี้วิธีการดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ออกนอกระบบ ดังเช่นที่หลายคนอ้างเพื่อจะเอาคนที่มีทัศนคติเป็นลบต่อระบอบประชาธิปไตยมาเป็นนายกฯ &amp;nbsp;แนวทางการตั้งรัฐบาลแห่งชาติจึงมั่วกันไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส.ส.ทุกคนล้วนแต่มีวุฒิภาวะและได้รับความไว้วางใจผ่านฉันทานุมัติจากประชาชนที่เลือกให้เข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยแทนประชาชน เป็นที่พึ่งหวังว่าจะให้เข้ามาช่วยกันนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นกับดักทั้งความขัดแย้ง การช่วงชิงอำนาจจากพวกนอกระบบ เพื่อเป้าหมายจะให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้อย่างแท้จริง ความทุกข์ยากของประชาชนทั้งจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและปัญหาหมักหมมต่างๆของบ้านเมืองจะได้รับการแก้ไขเสียที สส.ทุกพรรคทุกค่ายที่ผ่านมาสนามเลือกตั้งมาจนถึงวันนี้ทุกคนคุยกันได้ หัวหน้าพรรคบางคนก็เกรงใจทหาร ทั้งที่ความจริงหัวหน้าพรรคแต่ละพรรคก็รู้จักกันทั้งนั้น นักการเมืองที่มีแนวคิดสอดรับกันไม่จำเป็นต้องมีนายหน้า แค่ยกหูโทรศัพท์คุยกัน &amp;nbsp;จาก 1 เป็น 2 จาก10 เป็น 100 หลายคนรวมกันก็มีพลัง แล้วไปเปิดเวทีคุยกัน จะทำได้หรือไม่ได้ จะได้บอกให้ประชาชนที่เฝ้ารอความหวังได้รับทราบ ไม่ต้องรอส.ว.หรือใครหรือทหารมาบงการ&amp;quot;นายยงยุทธล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33840</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยงยุทธ ติยะไพรัช, รัฐบาลแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08c9ac908d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามติดศึกใน &quot;เพื่อชาติ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนคงตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นในพรรคเพื่อชาติ ภายใต้ 3 คีย์แมน &amp;lsquo;สงคราม กิจเลิศไพโรจน์&amp;rsquo; หัวหน้าพรรค &amp;lsquo;ยงยุทธ ติยะไพรัช&amp;rsquo; กองเชียร์ผู้สนับสนุน &amp;lsquo;จตุพร พรหมพันธุ์&amp;rsquo; ผู้ช่วยหาเสียงพรรค เรื่องราวในพรรคเพื่อชาติ มีเรื่องให้พูดกันตั้งแต่ก่อตั้งพรรค ระหว่างสู้ศึกเลือกตั้ง จนเสร็จศึกเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พรรคเพื่อชาติเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์แตกทัพ ตามแผน แยกกันเดิน ร่วมกันตี เพื่อไทยเน้น ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติเน้น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ (ต่อมาถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค) พรรคเพื่อชาติ เก็บคะแนนจากแนวร่วมเสื้อแดงที่หวังทั้ง ส.ส.ระบบเขต(บ้าง) บัญชีรายชื่อ (บ้าง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เรื่องราวที่หลุดออกมา เป็นไปในทิศทางลบ ปัญหาความไม่ลงรอยทางแนวความคิดของคีย์แมนหลัก เรื่องราวการจัดอันดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีการแบ่งก๊กการจัดโผ ลามไปถึงเรื่องราวการแก่งแย่ง ส่งคนของตัวเองให้อยู่ในลำดับที่ดี สอดแทรกด้วยข่าวลือมีเรื่องบางฝ่ายของแกนนำมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดความบาดหมางอย่างรุนแรงระหว่างแกนนำและผู้สมัคร ..&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเสร็จศึกเกิดปัญหาตามมาอีก ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง 60 คน ในทุกภูมิภาค ตบเท้าบุกที่ทำการพรรคเพื่อชาติ ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ทวงถามงบสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งจากแกนนำพรรค ที่ต่างฝ่ายก็ต่างมีชุดข้อมูลสนับสนุนในความถูกต้องของตัวเอง เป็นการมองต่างมุม นำมาสู่การทวงถามผ่านสื่อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มแกนนำพรรคให้เหตุผล งบสนับสนุนตามที่กฎหมายกำหนดเป็นไปตามระเบียบ กกต. ที่ทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าสมัคร ส.ส. และค่าช่วยเหลือในการทำป้าย แบนเนอร์ สื่อสำหรับการเลือกตั้ง รถหาเสียง ทางพรรคได้ช่วยเหลือไปแล้ว ในเพดานไม่เกิน 35ล้านบาท ตามกฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพียงแต่อาจจะจัดสรรไม่เท่ากัน เนื่องจากพรรคได้วิเคราะห์จากความน่าจะเป็น ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขต แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ S M L ตามสภาพพื้นที่ ตัวผู้สมัครและความน่าจะเป็นต่อการได้รับการตอบรับจากประชาชน เลยออกมาเป็นในสูตร 5 หมื่น 7 หมื่น 1 แสน ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเกินที่ผู้สมัครบางรายดำเนินการไปก็ล้วนเป็นข้อตกลงกันตั้งแต่แรกเริ่ม ที่จะต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง ดังนั้น ในส่วนเกินส่วนนี้ ผู้สมัครจะมาเรียกร้องไม่ได้ นอกจากนี้คะแนนบางคนที่ได้ไป บางคนได้ไม่ถึงร้อยคะแนน แล้วก็จะมาเรียกร้องกับทางพรรคอีก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมไปถึงกระแสข่าวกลุ่มที่ส่อไปในภาวะไม่ปกตินัก ไปคุยกับอีกกลุ่ม ที่โยนมาให้ทางนี้จัดการ เลยต้องมาเรียกร้องกับทางพรรค ซึ่งไม่ใช่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าในมุมมองผู้สมัคร บางคนที่มาทวงบอกว่า ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งจนเลือกตั้งแล้วเสร็จ ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเลย จึงรวมตัวมาร้องเรียนในส่วนที่ควรจะได้ กับอีกพวกจะขอมาเอาส่วนต่างที่ตัวเองสำรองจ่ายไป ที่ไม่เกี่ยวกับพรรค&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เกิดภาวะเห็นต่าง&amp;quot; พูดคุยกันคนละภาษา วันที่ 10เม.ย. กลุ่มผู้สมัครตามที่ได้ขีดเส้นตายให้กับพรรค ตามที่ได้มาเจรจากับอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรค ที่นั่งหัวโต๊ะเจรจา ต้องจ่ายตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อต้นเดือน ในส่วนของแกนนำพรรค มีข้อมูลเอกสาร หลักฐาน และคำชี้แจง พร้อมแจกแจงออกไป ไล่เรียงให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่ไม่ปกติ ไปจนถึงประเด็นที่อาจเกี่ยวพันกับข้อกฎหมาย ยังไม่นับรวมอดีตสมาชิกพรรคบางรายที่ก่อนออกไปได้ทิ้งปมเอาไว้น่าคิด ต่อกรณีความไม่เป็นประชาธิปไตยในพรรค และปมที่บุคคลนั้นอยู่ในสถานะจะมายุ่งเกี่ยวในทางการเมืองไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวในพรรคเพื่อชาติคงต้องไปว่ากันอีกหลายยก บทสรุปเอาเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องปัจจัยกระสุนดินดำ เรื่องความไม่ลงรอยทางแนวคิดของคนในพรรค ยังไม่รู้จะปรับจูนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างไร เพราะจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น บิ๊กในพรรคบางคนเสียความรู้สึกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนจะส่งผลไปถึงปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และชะตากรรมของพรรคจะเป็นอย่างไร ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องตามติดกันอย่างใกล้ชิดต่อไป!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33392</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ยงยุทธ ติยะไพรัช, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadf7da82a66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
