<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขบ.สั่งคุ้มเข้มขนสินค้าชายแดนเชียงรายหวั่นพิษโควิดสั่งลดจำนวนรถบรรทุกข้ามแดนเหลือ 6 คันต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2563 นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )ในประเทศเมียนมาที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ทำให้ไทยที่มีพื้นที่ชายแดนหลายจังหวัดติดกับประเทศเมียนมาได้เกาะติดสถานการณ์และเข้มงวดมาตรการด้านสาธารณสุขตามรัฐบาลและในพื้นที่แต่ละจังหวัดกำหนดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศ เพื่อให้มีความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับรายงานปัญหาจากการขนส่งสินค้าที่ด่านพรมแดนแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงรายเนื่องจากปกติมีรถบรรทุกขนส่งสินค้าไปเมียนมา 1,000 เที่ยวต่อวัน แต่ขณะนี้เมียนมาได้จำกัดสิทธิ์ลดจำนวนรถบรรทุกขนส่งสินค้าเหลือ 6 คันต่อวันเป็นการชั่วคราว เพื่อควบคุมโรคและความปลอดภัย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เมียนมาแพร่ระบาดจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยงยุทธ กล่าวว่า โดยรถบรรทุกขนส่งสินค้าไทยที่จำเป็นต้องขนส่งสินค้าประเภทผักและผลไม้ ผ่านเมียนมา เพื่อขนส่งต่อไปยังประเทศจีน ขณะที่รถบรรทุกขนส่งสินค้าจากเมียนมาเข้าไทยนั้นไทยยังไม่อนุญาตให้รถขนส่งสินค้าเมียนมาเข้าไทยได้ เนื่องจากเมียนมายังมีสถานการณ์โควิด-19 รุนแรง ขณะนี้ทางจังหวัดในพื้นที่และคณะทำงานร่วมทั้ง 2 ประเทศกำลังคลี่คลายปัญหาอยู่ เพื่อไม่ให้กระทบปัญหาการขนส่งสินค้าทั้ง 2 ประเทศ โดยจะประเมินสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด หากอนาคตสถานการณ์ดีขึ้น อาจจะมีการปรับเพิ่มจำนวนรถขนส่งสินค้าระหว่าง 2 ประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กรมได้จัดงานสัมมนาพัฒนา Platform การขนส่งสินค้าไทยในยุคดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานด้านประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกของประเทศ ยกระดับการบริการประชาชน ตามนโยบายการบริหารงานภาครัฐสมัยใหม่โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงาน ซึ้งกรมฯเป็นหน่วยงานหลักในการให้บริการผู้ประกอบการขนส่งในการออกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งด้วยรถบรรทุก ทั้งการยื่นคำขออนุญาตประกอบการ การเพิ่มรถ การถอนรถ ปรับปรุงลักษณะรถทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาระบบในการให้บริการให้มีความทันสมัย ลดขั้นตอน ลดระยะเวลา เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งให้ได้รับความสะดวกในการขอรับบริการจากกรมการขนส่งทางบก โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มให้บริการออนไลน์ผ่านระบบ e-Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งในการติดต่อทำธุรกรรมกับกรมการขนส่งทางบกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทุกขั้นตอน ทดแทนการยื่นเอกสารและหลักฐานจำนวนมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), ยงยุทธ นาคแดง, สินค้าข้ามแดน, โควิด-19, ไทย-เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e26fe46292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯลุยอัพเกรดพัฒนาแพลตฟอร์มให้บริการออกใบอนุญาตประกอบการขนส่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63-นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เป็นประธานเปิดงานสัมมนาพัฒนา Platform การขนส่งสินค้าไทยในยุคดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบงานด้านประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกของประเทศ ยกระดับการบริการประชาชน ตามนโยบายการบริหารงานภาครัฐสมัยใหม่โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม/ชมรมด้านการขนส่งสินค้าทางถนน เข้าร่วมการสัมมนา

นายยงยุทธ กล่าวว่ากรมการขนส่งทางบกเป็นหน่วยงานหลักในการให้บริการผู้ประกอบการขนส่งในการออกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งด้วยรถบรรทุก ทั้งการยื่นคำขออนุญาตประกอบการ การเพิ่มรถ การถอนรถ ปรับปรุงลักษณะรถทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ จึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาระบบในการให้บริการให้มีความทันสมัย ลดขั้นตอน ลดระยะเวลา เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งให้ได้รับความสะดวกในการขอรับบริการจากกรมการขนส่งทางบก โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มให้บริการออนไลน์ผ่านระบบ e-Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งในการติดต่อทำธุรกรรมกับกรมการขนส่งทางบกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทุกขั้นตอน ทดแทนการยื่นเอกสารและหลักฐานจำนวนมาก

นอกจากนี้ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอรับบริการและเจ้าหน้าที่สามารถส่งข้อมูลติดต่องานกันได้ผ่านระบบแพลตฟอร์มออนไลน์ ทำให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว คำขอมีความถูกต้อง ชัดเจน สามารถทราบวัน-เวลาที่แน่นอนผ่านระบบ ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย ในการเข้ามาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ณ กรมการขนส่งทางบก และสามารถติดตามสถานะของผลการดำเนินการพิจารณาตามคำขอแบบ Real time (Tracking) ทำให้วางแผนการบริหารจัดการ การเดินรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง สามารถชำระค่าธรรมเนียมในรูปแบบ e-payment และได้รับใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยในระยะแรกจะนำร่องใช้งานแพลตฟอร์มให้บริการออนไลน์ผ่านระบบ e-Service

สำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องยื่นคำขอ ณ สำนักการขนส่งสินค้า กรมการขนส่งทางบก และจะขยายผลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในอนาคต เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้ประกอบการขนส่ง ลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อน ลดเอกสารที่เป็นกระดาษ (Paperless) ลดระยะเวลา และลดต้นทุน และมีความทันสมัยสอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0

นายยงยุทธ กล่าวว่าการสัมมนาในวันนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการใช้งานระบบงานการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกให้แก่ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม/ชมรม ด้านการขนส่งสินค้าทางถนนเพื่อให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรมการขนส่งทางบกมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีที่กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจการขนส่งสินค้า อีกทั้งยังเป็นการยกระดับระบบงานการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกของประเทศให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78235</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), ยงยุทธ นาคแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f699e51e72d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯออกกฎเข้ม&#039;บิ๊กไบค์ &#039;เตรียมสอบใบขับขี่เพิ่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.63 นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. .... ทั้งนี้ จากปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากผู้ขับรถ กรมการขนส่งทางบกได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยได้ยกร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. .... เพื่อแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. 2548 ให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีสาระสำคัญ เช่น กำหนดให้ใบรับรองแพทย์ที่จะนำมาใช้ประกอบการขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลต้องแสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่มีโรคประจำตัวหรือสภาวะของโรคที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่า อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกจะประสานความร่วมมือกับแพทยสภาในการกำหนดโรคหรือสภาวะของโรคที่ต้องห้ามในการขอรับใบอนุญาตขับรถและจะวางแนวทางในการตรวจรับรองของแพทย์กับแพทยสภาต่อไป นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มเติมข้อกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big bike) ต้องผ่านการอบรมและทดสอบการขับรถตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การให้อำนาจนายทะเบียนสามารถพิจารณาให้ผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถต้องเข้ารับการตรวจและนำใบรับรองแพทย์มายืนยันความเหมาะสมในการขับรถ รวมทั้ง ยังได้กำหนดให้ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถจะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบในการดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าวด้วย โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีกำลังสูง (Big bike) หรือรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 400cc ขึ้นไป เป็นพาหนะที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ผู้ขับขี่ต้องมีความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย และมีประสบการณ์การใช้งาน เพราะรถมีสมรรถนะค่อนข้างสูง กำลังแรง และน้ำหนักค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นการใช้รถต้องอาศัยทักษะความชำนาญ เพื่อการป้องกันอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บนท้องถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีจำนวนรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 400cc ขึ้นไป จดทะเบียนทั้งสิ้น 216,547 คัน จากจำนวนรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 21,284,775 คัน การที่ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลให้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน สร้างความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่และประชาชนผู้ใช้ถนนไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75023</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Bike, กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), บิ๊กไบค์, ยงยุทธ นาคแดง, สอบใบขับขี่เพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e26fe46292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
