<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;นนทบุรี-บุรีรัมย์&quot;โมเดลกำจัดซากขยะอิเล็กทรอนิกส์  บทจำลองผลักดันร่าง กม.จัดการฯฉบับแรกของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากขยะโทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;หนึ่งในขยะอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากกว่า 400,000 ตัน ต่อปี &amp;nbsp;กำลังสร้างปัญหาสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อมภายในประเทศไทย เพราะสถานที่รับคืนขยะอิเล็กทรอนิกส์มีจำกัด ชาวบ้านทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปหรือขายให้ซาเล้ง รถเร่ กลุ่มซาเล้งขายต่อให้ร้านรับซื้อถอดแยกชิ้นส่วนขยะ ทั้งที่เศษซากเหล่านี้จัดเป็นของเสียอันตราย ต้องกำจัดแบบปลอดภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชิ้นส่วนที่รีไซเคิลได้ จะถูกนำไปขาย ส่วนเศษซากที่เหลือกลับถูกกำจัดโดยการเผากลางแจ้ง &amp;nbsp;รวมถึงทิ้งในบ่อขยะชุมชน &amp;nbsp;สารอันตรายรั่วไหลต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความพยายามผลักดันการจัดการซากขยะพิษ ล่าสุด การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สนับสนุนโครงการ &amp;ldquo;ศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&amp;rdquo; ซึ่งมุ่งจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญ 5 ประเภทอย่างถูกวิธี ได้แก่ คอมพิวเตอร์ ,เครื่องโทรศัพท์และโทรศัพท์ไร้สาย,เครื่องปรับอากาศ ,เครื่องรับโทรทัศน์ และตู้เย็น กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 เดือน คิกออฟเดือนกันยายน 2563 &amp;ndash; พฤศจิกายน 2564 เริ่มรับคืนซากราวเดือนมกราคม &amp;ndash;มีนาคม ปีหน้า จะนำร่องใน 2 พื้นที่ตัวอย่าง ได้แก่ จ.นนทบุรี ตัวแทนขยะพิษของกลุ่มคนเมือง และ จ.บุรีรัมย์ ตัวแทนเศษซากของกลุ่มชุมชนชนบท &amp;nbsp; โดยผลศึกษาวิจัยใช้สนับสนุนให้เกิด ร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;พ.ศ. &amp;hellip; เพื่อให้มีกฎหมายสำหรับจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการวิจัยไม่ขึ้นหิ้งนี้ &amp;nbsp;กฟผ. ผนึกกำลังสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) และกรมควบคุมมลพิษ &amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;รวมถึงพันธมิตรสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างต้นแบบจัดการเศษซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ คุมมลพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประลอง ดำรงค์ไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ้นในประเทศ มีข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมชัดเจนต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการประกอบกิจการถอดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;กรณี ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ มี 287 หลังคาเรือน บริเวณบ้านถอดคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ มีเศษซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรเกลื่อนไปหมด ผู้ถอดคัดแยก นอกจากพ่อบ้าน แม่บ้าน ยังมีคนสูงอายุทำด้วย &amp;nbsp;ทั้งยังมีเด็กใช้ชีวิตบริเวณบ้าน ในบ่อขยะมีการทิ้งและเผาเศษซากที่เหลือ มีกลิ่นเหม็นรบกวน ก๊าซพิษ และพบการปนเปื้อนโลหะหนักของทองแดง ตะกั่ว นิกเกิล สารหนูเกินค่ามาตรฐาน &amp;nbsp;แหล่งน้ำที่ผลิตประปา แหล่งน้ำธรรมชาติ พบสารหนู ทองแดง ตะกั่ว เกินมาตรฐาน &amp;nbsp;ในดินก็เกินค่ามาตรฐาน ด้านสุขภาพพบตะกั่วในเลือดเด็กต่ำกว่า 5 ปี เกินมาตรฐาน บริเวณรอบบ้านฆ้องชัยเป็นพื้นที่ปลูกข้าว เสี่ยงการปนเปื้อน &amp;nbsp;นอกจากนี้ คพ.ได้ตรวจพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ,จ.อุบลราชธานี รวมถึงซอยเสือใหญ่อุทิศ กรุงเทพฯ ที่มีการแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ แต่ละพื้นที่จัดการต่างกัน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน &amp;nbsp;เพราะบ้านเราไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;นำมาสู่การผลักดันร่างกฎหมายจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าฯ &amp;nbsp; ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนค้างการพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ วาระที่ 2 วันนี้ ยังพบจุดอ่อนร่าง พ.ร.บ. คาดว่า ร่างกม&amp;hellip;จะแล้วเสร็จเดือน ก.ย. ปี 2564

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ต้องเป็นรูปธรรม และลดปริมาณขยะพิษเหล่านี้ ปัจจุบันไทยออกประกาศห้ามนำเข้าจากต่างประเทศ 428 รายการ แต่ประเทศไทยยังมีซากผลิตภัณฑ์ฯ กว่า 4 แสนตันต่อปี ที่เป็นพิษต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า 5 ประเภท คือ ทีวี ตู้เย็น มือถือ แอร์ และโน็ตบุ๊ค การทิ้งในบ่อขยะผิด พ.ร.บ.สาธารณสุข &amp;nbsp;พ.ศ. 2535 บ่อขยะ 2,000 แห่งทั่วประเทศ ไม่มีที่ทิ้ง ส่วนท้องถิ่นไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่กรมกำหนด &amp;nbsp;บ้างก็บอกรองบโรงไฟฟ้าจากขยะ &amp;nbsp;ปล่อยให้ปริมาณขยะพิษเพิ่มขึ้น หน้าฝนชะล้างปนเปื้อน หน้าร้อนกองขยะลุกไหม้ สร้างมลพิษ โครงการศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากขยะอิเล็กทรอนิก เป็นการสร้างโมเดล ให้ร่างกฎหมายใหม่ครบถ้วนด้านการรับคืนซากตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง &amp;nbsp;ครอบคลุมถึงการจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมาบริหารจัดการ และตั้งกองทุนฯ ขึ้นมาดูแล แหล่งที่มาของรายได้จะอยู่ในราคาผลิตภัณฑ์ เช่น ตู้เย็นราคา 10,000 บาท จะจัดเก็บเข้ากองทุนฯ 500 บาท เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.โทรทัศน์รุ่นเก่า ขยะอันตรายรอการจัดการอย่างถูกต้อง

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดี คพ. กล่าวด้วยว่า ระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ภาครัฐต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น ออกคู่มือแนวทางจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้งฝากความหวังไว้ที่การทำงานของคณะทำงาน 3 ชุด ประกอบด้วยด้านการพัฒนากลไกการจัดการพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมควบคุมมลพิษ ด้านการส่งเสริมและรณรงค์ประชาสัมพันธ์การจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และด้านการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากขยะพลาสติก โดยสภาอุตสาหกรรรมแห่งประเทศไทย การจัดการต้องอาศัยความร่วมมือทั้งกลุ่มผู้ผลิต ผู้รวบรวม ผู้ขนส่งและโรงงานถอดแยกชิ้นส่วน จึงจะแก้ปัญหายั่งยืน &amp;nbsp;

&amp;nbsp;ยงยุทธ ศรีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม กฟผ. กล่าวว่า กฟผ.สนับสนุนโครงการศึกษาวิจัยฯ ครั้งนี้ 5 ล้านบาท โดยสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาวิจัยจำลองกระบวนการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 &amp;ndash; พฤศจิกายน 2564 ทั้งนี้ โครงการฯ จะเริ่มดำเนินกิจกรรมรับคืนซากประมาณการไว้ในช่วงเดือนมกราคม &amp;ndash; มีนาคม 2564 และดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ผ่านระบบฐานข้อมูล Digital WEEE Manifest ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนาเพื่อเป็นเครื่องมือติดตามซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และจะนำร่องใน 2 พื้นที่ตัวอย่าง ได้แก่ จ.นนทบุรีประชากรมีกำลังซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบชุมชนเมือง และ จ.บุรีรัมย์ ประชากรมีศักยภาพซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างกัน ทั้งสองโมเดลที่เกิดจากการศึกษาจะบูรณาการ พัฒนาต่อยอดสู่การจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน เพราะซากผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบที่มีมูลค่า &amp;nbsp;

&amp;ldquo; โครงการศึกษานี้ กฟผ.ดำเนินการให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;ตลอดจนสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เกิดการปรับปรุง พัฒนากระบวนการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ถอดแยกได้ง่ายขึ้น และลดการใช้สารอันตรายในเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ทำให้เกิดการนำกลับมาใช้ใหม่ หรือ รีไซเคิล อย่างเป็นรูปธรรม ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง กฟผ.ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพผ่านมาตรการติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญเสริมสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพลังงานของไทย &amp;nbsp;&amp;ldquo; ยงยุทธ ย้ำผลวิจัยนี้จะสู่การปฏิบัติแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ.ผนึกพันธมิตรวิจัยจำลองการจัดการซากขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน 2 พื้นที่นำร่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในฐานะที่เป็นจังหวัดนนทบุรี เป็นพื้นที่นำร่องวิจัยจำลองจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทิพย์อาภา ยลธรรม์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี ให้ข้อมูลว่า นนทบุรี เป็นเมืองที่ขยายตัวรวดเร็วมาก ประชากรอยู่อาศัยจำนวนมาก เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ที่หมดอายุใช้งานแล้ว ปัจจุบันไม่ได้นิ่งนอนใจ &amp;nbsp;อปท. เก็บขนและรวบรวมซากขยะนี้ ไปส่งที่ศูนย์รวบรวมของเสียอันตรายของชุมชนของ อบจ.นนทบุรี ตั้งอยู่ อ.ไทรน้อย เพื่อส่งให้บริษัทเอกชนนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;

&amp;ldquo; แม้จะมีศูนย์ แต่อุปสรรคปัญหาตอนนี้ประชาชนนิยมนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปขายต่อให้ร้านรับซื้อของเก่า หรือนำไปบริจาค &amp;nbsp;อีกทั้งยังมี อปท. ที่ยังไม่มีรูปแบบแยกจัดเก็บ รวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ จำนวนขยะของเสียอันตรายที่ส่งไปศูนย์รวบรวมฯ จึงมีจำนวนไม่มาก จากข้อมูลปี 62 ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์เทศบาลนครนนทบุรีเก็บรวบรวมมีถึง 11.3 ตัน ส่วนปีนี้ตั้งแต่มกราคมถึงกรกฎาคม เก็บได้ 5 ตัน เราห่วงเก็บรวบรวมได้น้อย ปลายทางขยะไปที่ไหน ไม่ใช่ลักลอบทิ้ง เกิดอันตรายจากสารพิษในขยะ &amp;nbsp;สำหรับโครงการศึกษาจำลองจัดเก็บซากทั้งระบบ คงไม่รอถึง 15 เดือน ให้สมบูรณ์แบบ แต่ค่อยๆ จัดทำระบบ เก็บข้อมูลต้นทาง ปลายทาง &amp;nbsp;คิดว่า &amp;nbsp;ตอบโจทย์ปัญหา และจะได้รับคำแนะนำ สร้างเครือข่าย ต่อยอดกับหน่วยราชการ ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง เกิดโมเดลที่ดี &amp;ldquo; ทิพย์อาภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยงยุทธ ศรีชัย ผอ.ฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการสังคม กฟผ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกพื้นที่จำลองจัดการซากขยะพิษอยู่บุรีรัมย์ อนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ อบต.แดงใหญ่ มี 103 ครัวเรือน ถอดคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการจัดการขยะอันตราย ซึ่งจำเป็นต้องให้ความรู้กับประชาชน ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง &amp;nbsp;ด้านผู้ประกอบการถอดแยกขยะชิ้นส่วนต้องจัดการอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้มากที่สุด &amp;nbsp;รวมถึงไม่เกิดมลพิษต่อชุมชนโดยรอบ การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ต้องศึกษาวิจัยให้ครบทุกมิติ ช่วยในพื้นที่บุรีรัมย์ อีกทั้งส่งเสริมการผลักดันกฎหมายใหม่ด้วย

&amp;ldquo; บุรีรัมย์ตั้งเป้าหมายการพัฒนา จะเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวอารยธรรมขอม ศูนย์กลางผลิตอาหารปลอดภัย &amp;nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อมจะพัฒนาโดยไม่มีขยะล้นเมือง ไม่มีน้ำเสีย อากาศเป็นพิษ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญ โครงการวิจัยนี้เป็นกลไกหนึ่งขับเคลื่อน ทางจังหวัด &amp;nbsp; และอบต.แดงใหญ่ พร้อมร่วมงานจัดการขยะอิเล้กทรอนิกส์ตลอด 15 เดือน เพื่ออยากให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; อนุพงษ์ ยืนยันพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ &amp;nbsp;



&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77991</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, กฟผ., ซากขยะอิเล์กทรอนิกส์, นนทบุรี, นายประลอง ดำรงค์ไทย, ยงยุทธ ศรีชัย, ร่างพ.ร.บ.จัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64ae37582dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. จัดกิจกรรมค่ายปัจฉิมนิเทศ โครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม (ค่ายเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.) รุ่นที่ 11 คัดเลือกสุดยอดค่ายอาสาพัฒนาเจาะลึกชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยงยุทธ ศรีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารด้านการใช้ไฟฟ้าและกิจการเพื่อสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า โครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคม (ค่ายเศรษฐกิจพอเพียง กฟผ.) เกิดจากแนวคิดที่ กฟผ. ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ที่เป็นความหวังของประเทศชาติ โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา หลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาจัดโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ดำเนินการในรูปแบบค่ายเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมให้นักศึกษามีความคิดสร้างสรรค์ในการเป็นจิตอาสา ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดให้กับชุมชน พร้อมทั้งปลูกฝังการเป็นผู้นำที่เสียสละและมีจิตสาธารณะ โดย กฟผ. ได้ประกาศเชิญชวนนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้เสนอโครงการค่ายอาสาพัฒนา เพื่อขอรับทุนสนับสนุนการดำเนินงานค่ายอาสาพัฒนา โครงการนี้มีนักศึกษาจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 37 กลุ่ม ผ่านการคัดเลือก 10 กลุ่ม จาก 10 สถาบัน ได้รับทุนสนับสนุนจาก กฟผ. กลุ่มละไม่เกินหนึ่งแสนบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น กฟผ. ได้นำนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 กลุ่มเข้าค่ายปฐมนิเทศเพื่อเตรียมความพร้อมและติดอาวุธทางปัญญา เสริมสร้างทักษะเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งได้เชิญวิทยากรหลักสูตรจิตอาสา 904 &amp;ldquo;หลักสูตรประจำ&amp;rdquo; รุ่นที่ 3/62 &amp;ldquo;เป็นเบ้า เป็น แม่พิมพ์&amp;rdquo; มาบรรยายเรื่องสถาบันพระมหากษัติริย์กับประเทศไทย และโครงการจิตอาสาพระราชทาน นอกจากนี้ยังได้ร่วมทำกิจกรรม CSR ปลูกป่า กับ กฟผ. ณ เขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 &amp;ndash; 21 มิถุนายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม &amp;ndash; พฤศจิกายน 2562 นักศึกษาทั้ง 10 สถาบัน ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจบริบทชุมชนและสภาพภูมิประเทศ และพบปะกับชุมชนเพื่อสำรวจความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง และดำเนินการออกค่ายอาสาพัฒนา ได้แก่ &amp;ldquo;โครงการมดอาสาพัฒนาชุมชน ตามรอยศาสตร์พระราชา&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี &amp;ldquo;โครงการวิศวะอาสา นำพานวัตกรรม น้อมนำปรัชญา พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยนครพนม &amp;ldquo;โครงการจิตอาสาพัฒนาแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงวิถีเกษตรธรรมชาติ ชุมชนศิริราษฎร์ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย &amp;ldquo;โครงการพลิกฟื้น คืนน้ำคืนดิน ทำมาหากินตามวิถีพอเพียง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี &amp;ldquo;โครงการครูบ้านนอกสร้างสรรค์ค่ายอาสาพัฒนาชนบท ครั้งที่ 8 ตอน บัณฑิตจิตอาสาสานต่อพระราชปณิธานเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง &amp;ldquo;โครงการค่ายราชภัฏร่วมใจอาสาพัฒนาท้องถิ่น ปี 9 ตอน สหกรณ์กับเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ &amp;ldquo;โครงการสร้างสรรค์สังคมกับคนหลังเลนส์&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา &amp;ldquo;โครงการ zero waste จะบังติกอ&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ &amp;ldquo;โครงการค่ายจิตอาสา กฟผ. เพื่อน้อง&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสยาม และ &amp;ldquo;โครงการสร้างสรรค์นวัตกรรม สื่อและหนังสือนิทานจากพี่สู่น้องปฐมวัย&amp;rdquo; วิทยาลัยชุมชนหนองบัวลำภู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่นักศึกษาทุกกลุ่มลงพื้นที่ออกค่ายอาสาพัฒนาแล้ว กฟผ. ได้จัดกิจกรรมค่ายปัจฉิมนิเทศเพื่อเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการดำเนินงาน พร้อมทั้งคัดเลือกสุดยอดค่ายอาสาพัฒนาเจาะลึกชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาตัดสินจากการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนใน 4 ด้าน คือ การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ การมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ และการมีส่วนร่วมในการประเมินผล โดยรางวัลสุดยอดค่ายอาสาพัฒนามี 3 รางวัล ได้แก่ ค่ายดีเลิศ ค่ายดีเยี่ยม และค่ายดีเด่น นอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยประเภทค่ายโดดเด่นอีก 2 รางวัล รวมทั้งสิ้น 5 รางวัล โดยมีโครงการที่ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รางวัลค่ายดีเลิศ ได้รับเงินรางวัลเงินสดจำนวน 15,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร และของที่ระลึกจาก กฟผ. ได้แก่ &amp;ldquo;โครงการวิศวะอาสา นำพานวัตกรรม น้อมนำปรัชญา พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; ณ ชุมชนบ้านนาโดนใหม่ ต.โคกหินแห่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม โดยวิทยาลัยธาตุพนม มหาวิทยาลัยนครพนม ซึ่งคิดค้นนวัตกรรมเครื่องปั่นด้ายประหยัดพลังงาน เตาเผาถ่านไบโอชา เตานึ่งข้าวพลังเทอร์โบ การขยายจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ และทำการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รางวัลค่ายดีเยี่ยม ได้รับเงินรางวัลเงินสดจำนวน 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร และของที่ระลึกจาก กฟผ. ได้แก่ &amp;ldquo;โครงการมดอาสาพัฒนาชุมชน ตามรอยศาสตร์พระราชา&amp;rdquo; ณ ชุมชนตะโกปิดทอง และโรงเรียนตำรวจตระเวรชายแดนตะโกปิดทอง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งคิดค้นและต่อยอดเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์โดยเพิ่มพัดลมเพื่อดูดความชื้นออกจากวัตถุดิบ รวมทั้งติดตั้งแผงโซล่าเซลและเดินสายไฟฟ้าในชุมชนจำนวน 25 ครัวเรือนและโรงเรียน พร้อมทั้งอบรมให้ความรู้กับชุมชนในเรื่องการดูแลรักษาและการซ่อมบำรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รางวัลค่ายดีเด่น ได้รับเงินรางวัลจำนวน 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติคุ เกียรติบัตร และของที่ระลึกจาก กฟผ. ได้แก่ &amp;ldquo;โครงการพลิกฟื้น คืนน้ำคืนดิน ทำมาหากินตามวิถีพอเพียง&amp;rdquo; ณ บ้านตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทรบุรี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ได้สร้างประตูกั้นน้ำเค็ม ทำแปลงนาสาธิต แปลงเพาะเห็ด และแผนที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. รางวัลชมเชย ประเภทค่ายโดดเด่น 2 รางวัล ได้รับเกียรติบัตรและของที่ระลึกจาก กฟผ. ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;โครงการค่ายราชภัฏร่วมใจอาสาพัฒนาท้องถิ่น ปี 9 ตอน สหกรณ์กับเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ณ โรงเรียนบ้านเค็ง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ได้สร้างโรงผลิตน้ำดื่มตามมาตรฐาน อ.ย. ซ่อมแซมศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และปรับปรุงภูมิทัศภายในโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;โครงการครูบ้านนอกสร้างสรรค์ค่ายอาสาพัฒนาชนบท ครั้งที่ 8 ตอน บัณฑิตจิตอาสาสานต่อพระราชปณิธานเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ณ โรงเรียนบ้านห้วยปิง อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ได้สร้างฝายชะลอน้ำให้กับชุมชน จัดทำศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จัดทำสื่อการเรียนการสอน การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain Based Learning: BBL) จัดทำแปลงปลูกผักอินทรีย์และปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กฟผ. ได้นำนักศึกษาทำกิจกรรม CSR ร่วมกับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านเจ้าเณร และผู้นำชุมชน สร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 3 ฝาย ณ เส้นทางที่ 5 ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (อพ.สธ.) และศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การเรียนรู้ราชานุรักษ์ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 27 - 29 พฤศจิกายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กฟผ. ดำเนินโครงการ กฟผ. เพาะเมล็ดพันธุ์จิตอาสาพัฒนาสังคมมาตั้งแต่ปี 2552 โดยมุ่งส่งเสริมเยาวชนไทยให้มีภาวะผู้นำ กล้าคิดกล้าทำอย่างสร้างสรรค์ สามารถเป็นอนาคตของชาติที่จะสร้างสรรค์สังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน ที่ผ่านมามีเยาวชนเข้าร่วมโครงการไปแล้วกว่า 3,000 คน สามารถจัดทำโครงการที่ก่อให้เกิดสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวมในด้านต่างๆ ไปแล้วกว่า 150 โครงการ อาทิ การพัฒนาโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร การนำโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพัฒนาชุมชน โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการเรียนของเยาวชนในชนบทที่อยู่ห่างไกล เป็นต้น นับเป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและประเทศชาติอย่างแท้จริง&amp;rdquo; นายยงยุทธ ศรีชัย กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52593</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), จิตอาสา, ยงยุทธ ศรีชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df752d2e4d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
