<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039;ตีปี๊บยึดทรัพย์แก๊งค้ายาเพิ่มพันล้าน! ขาดอีก341ล.ทะลุเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีการแถลงผลปฏิบัติการ &amp;quot;ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด&amp;quot; ครั้งที่ 3/2564 (เครือข่ายการเงินนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ) โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. และนายคริสโตเฟอร์ นีลเซ่น ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคสำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า แนวทางของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด ให้หน่วยงานบูรณาการการทำงานโดยมี ป.ป.ส.เป็นหน่วยงานหลัก เป้าหมายคือยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดให้ได้ 6,000 ล้านบาท หรือ 10 เท่าจากเดิม โดยยุทธการพิทักษ์ไทยได้ดำเนินการมาเรื่อยๆ และยังมีปฏิบัติการพาลีปราบยาได้ตัวเลขการยึดทรัพย์ได้มากพอสมควร ตนอยากให้ทุกท่านสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลและกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเครื่องมือสำคัญคือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่จะทำให้ราชการทำงานได้ง่ายขึ้นในการยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภา ขนาดเราทำตามกฎหมายเก่าเรายังทำได้ตามเป้าหมาย ซึ่งในร่างกฎหมายใหม่จะมีคำว่า แวลู เบท&amp;nbsp; คือการยึดทรัพย์ย้อนหลังตามมูลค่าที่เคยค้ายาเสพติดมา โดยมีคณะกรรมการศึกษาภูมิหลังของผู้ต้องหา ซึ่งจะทำให้การปราบปรามยาเสพติดสัมฤทธิ์ผลในการจัดการให้สิ้นซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลในอดีตมีการตัดตอนผู้ค้า ซึ่งตรงนี้เราไม่เห็นด้วย แต่เห็นด้วยกับการยึดทรัพย์ และเราไม่สนใจคนขายหรือคนขนยา แต่จะเน้นการยึดทรัพย์ทั้งขบวนการและสาวไปให้ถึงต้นตอ ซึ่งเราจะใช้แนวทางนี้เป็นหลักเน้นการยึดทรัพย์ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งหวังว่าร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดจะผ่านการพิจารณาของรัฐสภาภายในเดือน ก.ค.นี้ และที่ผ่านมาได้เชิญหน่วยงานจากศาล กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข มาหารือการทำงานหลังร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดบังคับใช้ ซึ่งทุกหน่วยงานพร้อมที่จะเดินหน้าไปกับเรา ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาผลการชี้วัดการปราบปรามยาเสพติดจะมาจากจำนวนผู้เสพและการจับเม็ดยา แต่จะเปลี่ยนตัวชี้วัดตรงนี้ใหม่โดยจะใช้จำนวนการยึดทรัพย์แทน ซึ่งรางวัลนำจับเม็ดยาจะลดลงแต่จะไปเพิ่มรางวัลในเรื่องของการยึดทรัพย์แทน ซึ่งตนขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงประเทศพันธมิตรในกลุ่มลุ่มน้ำโขงและประเทศปลายทาง ที่ร่วมมือกันทำงานปราบปรามอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวอีกว่า การปฏิบัติการวันนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 3 ก.พ. 2564 ตำรวจ บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมไอซ์ 100 กิโลกรัม และยาบ้า 381 เม็ด ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ต่อมาวันที่ 18 ก.พ. 2564 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ตำรวจภูธรภาค 5 ขยายผลจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางเฮโรอีน 100 แท่ง ที่ จ.น่าน และขยายผลจนสามารถจับกุม น.ส.เขมมิกา พร้อมยึดทรัพย์ 34.9 ล้านบาท ในยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 2/2564 และในวันนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุม น.ส.เขมมิกา ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินของเครือข่าย 5 คน ได้แก่ 1. น.ส.ดุลยลักษณ์ ว่องไวยนต์ 2.น.ส.ตง เฉิน 3.น.ส.ณัฐพัชร์ เชษฐธนินภัชร์ 4.นายชยพล ไพรรุ่งเรือง 5.นายสุชัย เครือแก้ว และผู้ลักลอบขนเฮโรอีนไปยังประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp; 5 คน คือ ได้แก่ 1.น.ส.นีรา เจะเงาะ 2.นายมูฮามัดฟาอิส ยูโซะ 3.นายเจ๊อุเสน จาปีพันธุ์ นายสมชาติ จาปีพันธ์ และนายไฟโซ อาแว และอายัดทรัพย์สินในวันนี้ได้ 37 ล้านบาท รวมแล้วทั้งเครือข่ายขณะนี้ยึดได้กว่า 1,066 ล้านบาท โดยยังจะมีเพิ่มเติมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผู้ต้องหาที่อนุมัติหมายจับทั้งหมด 10 ราย ขณะนี้จับกุมได้แล้ว 5 ราย จากการลงพื้นที่ตรวจค้นทั้งหมด 17 จุด โดยขณะนี้กำลังเร่งสืบสาวไปให้ถึงผู้บงการและเป็นเจ้าของโรรงงานผลิตยา ทราบว่าชื่อนายหลง อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยมีธุรกิจร้านรับแลกเงินในไทยด้วย รวมถึงผู้รับยาปลายทางที่อยู่ในประเทศมาเลเซียซึ่งเรากำลังเร่งติดตาม ทั้งนี้จากเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท การดำเนินการตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563 กับยอดรวมในวันนี้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5,658 ล้านบาทแล้ว โดยยังขาดอีก 341 ล้านบาท จะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเหลือระยะการทำงานอีก 3 เดือน ซึ่งจะได้จำนวนเกินเป้าที่เราวางไว้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108648</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยธ., ยาเสพติด, ยึดทรัพย์, ยุทธการพิทักษ์ไทยครั้งที่3, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e28bd37a2a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยธ.เร่งปลดล็อก&#039;กระท่อม&#039;พ้นยาเสพติด! ลดปวดกว่ามอร์ฟีน13เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีเตรียมปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ว่า ขณะนี้กระทรวงเตรียมเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งเรื่องชนิดยาเสพติด และโทษของยาเสพติด โดยในส่วนของโทษนั้นเดิมจะมีโทษขั้นต่ำสุด และโทษสูงสุด แต่บางความผิด เช่น การขน การขายยาบ้านั้น ที่ผ่านมาอาจจะได้รับโทษขั้นต่ำ ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นเจตนาของการลงโทษการค้า ดังนั้นจึงจะมีการปรับให้มีการรับโทษสูงสุด ส่วนโทษต่ำ เรื่องการบำบัดรักษา นั้นให้เป็นผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องชนิดของยาเสพติดนั้นได้มีการพิจารณาตามกรอบข้อกำหนดเรื่องยาเสพติดของสหประชาชาติ ซึ่งสหประชาชาติเองก็ได้นำมาจากข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและยาพบว่ามีข้อกำหนดอยู่ 4 ด้าน 1.เสพแล้วหากหยุดเสพมีผลต่อร่างกาย เช่น กระวน กระวาย หรือลงแดง 2.ไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์เลย หรือมีน้อยมาก 3. มีผลต่อสุขภาพ เช่น ผอมแห้ง แรงน้อย ระบบจิตประสาทเสีย ครองตัวเองไม่ได้ และ 4. มีผลกระทบกับสังคม ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าพืชกระท่อมไม่เข้าข้อกำหนด 4 ข้อนี้ แต่กลับพบว่าคนเสพ หรือคนเคี้ยวสามารถเลิกได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบว่า มีและประโยชน์ในการแก้ปวด แก้ไข้ แก้บิด ท้องเสีย หรือเมื่อเทียบกับมอร์ฟีน ซึ่งเป็นสารเสพติดที่ใช้ทางการแพทย์เพื่อลดอาการปวด ก็พบว่ากระท่อมช่วยลดความเจ็บปวดมากกว่ามอร์ฟีน 13 เท่า ถือว่าผลเสียน้อยมาก จึงต้องมีการทบทวนเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีนักวิจัยไทยศึกษาร่วมกับนักวิจัยญี่ปุ่นแล้วไปจดลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่น 2 ฉบับ อเมริกา 2 ฉบับ ดังนั้นเราต้องรีบทำ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหลายส่วน ขึ้นอยู่กับสภา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52239</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อม, ปลดล็อก, ยธ., ยาเสพติด, รมว.ยุติธรรม, สมศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7ac0added1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2018 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2018 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองปลัดยธ.กางกฎหมาย 8 ข้อหย่าศึกแย่งลูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.61 - นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ธวัชชัย ไทยเขียว&amp;rdquo; แนะนำขั้นตอนทางกฎหมาย ในการขอเลี้ยงดูบุตรหลังการหย่าร้าง หรือแยกทางของสามีภรรยา ว่า เมื่อหมดรักและหมดใจ อย่ากลัวเรื่องที่จะแยกทางหรือลาออกจากการเป็นผัวเมียกัน แต่...จงกลัวว่าเราไม่สามารถลาออกจากการเป็นพ่อแม่ได้นั้น จะทำอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินคดีครอบครัวในศาลฟรีครับ..ไม่เสียค่าใช้จ่าย กรณีถ้าไม่มีทนายความสามารถขอให้ศาลแต่งตั้งให้ก็ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๑๕๘ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการทางคดีง่ายๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. ไปยื่นคำฟ้อง หรือคำร้องขอใด ๆ ในคดีครอบครัวที่ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสียที่ศาลเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดที่คุณมีภูมิลำเนาอยู่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. เมื่อศาลเยาวชนฯ ได้รับคำฟ้องหรือคำร้องแล้ว ศาลจะแจ้งให้ผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจทราบ เพื่อไปประมวลและรายงานเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของครอบครัว สวัสดิภาพ ความประสงค์หรือประโยชน์สูงสุดของผู้เยาว์และข้อเท็จจริงอื่นและเสนอความเห็นต่อศาลโดยไม่ชักช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. เมื่อศาลได้รับความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจแล้ว ศาลก็จะแจ้งความเห็นนั้นให้คู่ความทราบ คู่ความมีสิทธิที่จะแถลงคัดค้านและนำสืบหักล้างข้อมูลดังกล่าวได้ตามมาตรา ๑๖๘ ปกติคดีครอบครัวการพิจารณาพิพากษานั้น ตามกฏหมายจะให้ศาลพยายามเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมกันในข้อพิพาทโดยคำนึงถึงความสงบสุขและการอยู่ร่วมกันในครอบครัวเป็นสำคัญก่อนมาตรา ๑๔๖ เพื่อคำนึงถึงสวัสดิภาพและอนาคตของบุตรเป็นสำคัญ โดยเฉพาะต้องรับผิดชอบในการดูแลให้การศึกษาแก่บุตรที่เป็นผู้เยาว์ ซึ่งศาลเยาวชนก็จะตั้งผู้ประนีประนอมคดีครอบครัวเข้ามาทำหน้าที่ตามมาตรา ๑๔๘ และในการพิจารณาคดีคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์หรือไม่ประสงค์จะให้มีผู้พิพากษาสมทบเป็นองค์คณะด้วยก็ได้ โดยร้องขอต่อศาล แต่ถ้าคดีนั้นเป็นคดีที่ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย ศาลจะเป็นผู้กำหนดให้มีผู้พิพากษาสมทบเองได้ และถ้าจำเป็นต้องฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ จิตวิทยา การให้คำปรึกษา แนะนำการสังคมสงเคราะห์ และการคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ศาลอาจเรียกบุคคลดังกล่าวมาร่วมปรึกษาหารือหรือให้ความเห็นได้ตามมาตรา ๑๔๗&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. การดำเนินการดังกล่าวข้างต้นในระหว่างการไกล่เกลี่ยหรือพิจารณาคดี ศาลอาจมอบหมายให้ผู้อำนวยการสถานพินิจ นักสังคมสงเคราะห์ หรือนักจิตวิทยา ดำเนินการสืบเสาะภาวะความเป็นอยู่ของครอบครัวเพื่อมาใช้ประโยชน์ในการเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงหรือประนีประนอมกันในข้อพิพาทหรือเมื่อเห็นเป็นการสมควรและคู่ความได้ยินยอมแล้ว จะสั่งให้แพทย์หรือจิตแพทย์ตรวจสภาพร่างกายหรือสภาพจิตของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจก็ได้ตามมาตรา ๑๕๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คู่ความจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นในในกระบวนการพิจารณา เพราะศาลจะสั่งให้ดำเนินการเป็นการลับเฉพาะต่อหน้าตัวความทุกฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยจะให้มีทนายความอยู่ด้วยหรือไม่ก็ได้ตามคำร้องขอของคู่ความ และเพื่อเป็นการปกป้อง ข้อมูลเกี่ยวกับคดีไม่สามารถนำไปโฆษณา ไม่ว่าด้วยวาจา เป็นหนังสือ เผยแพร่ทางสื่อมวลชน สื่อสารสนเทศหรือโดยวิธีการอื่นใดซึ่งคำคู่ความ ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ใด ๆ ในคดี หรือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีครอบครัวหรือการไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว ห้ามมิให้แพร่ภาพ แพร่เสียง ระบุชื่อหรือแสดงข้อความหรือกระทำการด้วยประการใด ๆ อันอาจทำให้รู้จักตัวคู่ความหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณของบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือถูกกล่าวถึงในคดี เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลตามมาตรา ๑๕๓ ถ้าฝ่าฝืนก็จะมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา ๑๙๒ ครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. กรณีถ้าในคดีนั้นมีคำพิพากษาให้มีชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพนั้น สิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีเป็นจำนวนตามที่ศาลเห็นสมควร ซึ่งจะคำนึงถึงฐานะในทางครอบครัวของลูกหนี้ตามคำพิพากษา จำนวนบุพการี และผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วย ศาลท่านอาจตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานศาล เจ้าพนักงานอื่นหรือบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเป็นผู้ดำเนินการ โดยจะได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีดังกล่าวตามมาตรา ๑๕๔ และถ้าคดีนั้นๆ มีเรื่องสินสมรส ค่าทดแทน ที่พักอาศัย การอุปการะเลี้ยงดูสามีภริยาและการพิทักษ์อุปการะเลี้ยงดูบุตรหรือวิธีการใด ๆ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือประโยชน์ของคู่ความหรือบุตรได้ตามความจำเป็นและสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดีศาลมีอำนาจกำหนดวิธีการหรือมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในตามมาตรา ๑๕๙ ได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. นอกจากนี้ ศาลมีอำนาจตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจเป็นผู้กำกับการปกครอง และให้ผู้กำกับการปกครองมีอำนาจหน้าที่สอดส่องว่าบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของผู้เยาว์ได้ใช้อำนาจปกครองเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของผู้เยาว์หรือไม่ และให้มีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่ศาลมอบหมาย รวมทั้งรวบรวมและรายงานข้อเท็จจริงและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับการปกครองต่อศาลเป็นครั้งคราวหรือภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ซึ่งในที่นี้ให้หมายรวมถึงให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้อนุบาลของผู้เยาว์ซึ่งเป็นคนไร้ความสามารถหรือผู้พิทักษ์ของผู้เยาว์ซึ่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถโดยอนุโลมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. ในระหว่างการกำกับการปกครองดังกล่าว หากผู้อยู่ใต้การกำกับการปกครองเห็นว่าการกระทำหรือคำวินิจฉัยของผู้กำกับการปกครองไม่เป็นไปเพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของผู้เยาว์ หรือตามที่ศาลมอบหมาย ผู้อยู่ใต้การกำกับการปกครอง ก็สามารถไปร้องต่อศาลที่สั่งตั้งผู้กำกับการปกครองภายในกำหนด ๑๕ วันนับตั้งแต่วันที่ได้ทราบการกระทำหรือคำวินิจฉัยนั้น ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งแก้ไขการกระทำหรือสั่งยืน กลับ หรือแก้ไขคำวินิจฉัยของผู้กำกับการปกครองหรือสั่งการอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรครับตามมาตรา ๑๖๙&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. กรณีที่ศาลจะตั้งผู้ปกครองของผู้เยาว์ ถ้าผู้เยาว์ไม่มีบิดา มารดา หรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครองหรือความเป็นผู้ปกครองของผู้เยาว์สิ้นสุดลง หรือมีเหตุจะถอนผู้ปกครองของผู้เยาว์ และศาลเห็นว่าไม่มีผู้เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์หรือจัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ ศาลจะตั้งผู้อำนวยการสถานพินิจที่ผู้เยาว์นั้นอยู่ในเขตอำนาจหรือครอบครัวอุปถัมภ์ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก หรือบุคคลอื่นใด เป็นผู้ปกครองผู้เยาว์หรือผู้จัดการทรัพย์สินของผู้เยาว์ก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นว่าขั้นตอนต่างๆมีกฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจน สำหรับคนที่หมดรักกัน แต่มีบุตรที่ยังเป็นผู้เยาว์ เด็กหรือเยาวชนครับ จึงไม่ควรจัดการปัญหาตามอำเภอใจครับ เดี๋ยวจะมีคดีอื่นๆงอกขึ้นมา ทั้งยังส่งผลกระทบต่อบุตรอย่างประมาณค่าไม่ได้ตามมาครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย ไทยเขียว, ยธ., รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, แย่งลูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7e2719f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
