<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 06:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 06:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> แสนสิริ ปังไม่หยุดยอดโตพุ่ง เร่งรุกคืบประกาศรับซื้อดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค. 2564 นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ. แสนสิริ หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทมีผลงานที่แข็งแกร่งในรอบ 9 เดือน โดยสร้างยอดขายรวมได้ถึง 25,500 ล้านบาท คิดเป็น 82% จากเป้าหมายยอดขาย 31,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนยอดขายจากโครงการแนวราบ 17,300 ล้านบาท และยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 8,200 ล้านบาท โดยผลงานในไตรมาสที่ 3 บริษัทมียอดขายสูงถึง 7,900 ล้านบาท โตขึ้น 139% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 3,300 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงไตรมาส 4 อีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 โครงการแนวราบ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท รวมถึงเตรียมเปิดตัว 4 โครงการคอนโดมิเนียม ราคาเข้าถึงง่ายมูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทมองเห็นโอกาสที่ดีหลังสถานการณ์โควิดที่เริ่มคลี่คลาย ซึ่งหากรัฐสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาได้เร็ว ก็จะส่งผลที่ดีต่อตลาดอสังหาฯ ตามไปด้วย บริษัทมองแง่บวกถึงทิศทางในปี 2565 หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ที่ต้องปรับตัวให้เร็ว รองรับความต้องการลูกค้าและการกลับมาของตลาด เพื่อพร้อมวิ่งก่อนใคร โดยบริษัทได้เตรียมแผนขยายธุรกิจ ประกาศรับซื้อที่ดินจำนวนมาก 10 ทำเลรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119014</URL_LINK>
                <HASHTAG>9เดือน, ยอดขาย, อุทัย อุทัยแสงสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615e319f5e9ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2020 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2020 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮเออร์ชี้โควิด-19ไม่กระทบยอดขายครึ่งปีแรกเข้าเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 2563 นายจาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ ยังคงเดินตามแผนเดิมที่วางไว้ แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความท้าทายให้กับไฮเออร์เป็นอย่างมาก ที่นอกจากจะต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์แล้ว ยังต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า แต่บริษัทสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการวางแผนมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ทำให้ผลประกอบการยังคงเติบโตได้เป็นอย่างดี หรือทำได้แล้วประมาณ&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;จากเป้าหมาย&amp;nbsp;6,340&amp;nbsp;ล้านบาทในปีนี้

ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมการตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 โดยเฉพาะการนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยชูจุดเด่นด้านคุณภาพสินค้า ดีไซน์ที่สวยงาม นวัตกรรมล้ำสมัย และฟังก์ชันที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค รวมถึงมีผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;Haier Smart Home&amp;nbsp;เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ภายใต้งบการตลาด 170 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมการขายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ขยายช่องทางการตลาด ควบคู่ไปกับเจาะกลุ่มธุรกิจบีทูบีมากขึ้น ปรับภาพลักษณ์ร้านตัวแทนจำหน่าย และพัฒนาบริการทั้งก่อนและหลังการขายให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

&amp;ldquo;เรามองว่าแผนที่ใช้ครึ่งปีแรกสามารถนำมาปรับต่อได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพราะที่ผ่านมาแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย พบว่าสินค้าทุกหมวดยังคงมีการเติบโต มีเพียงแค่เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ที่อาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีโครงการหลายแห่งได้เลื่อนการดำเนินงานออกไป ขณะเดียวกันการเติบโตช่องอีคอมเมิร์ซก็สูงเป็นอย่างมาก เราจะยังพัฒนาช่องทางดังกล่าวต่อไป ควบคู่กับให้ลูกค้าสั่งซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายจาง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศปีนี้ ได้เปิดตัวแคมเปญรูปแบบใหม่&amp;nbsp;Smart Sharing AC &amp;ldquo;เย็นดีแค่ 4 บาท&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่ให้ทุกคนสามารถติดแอร์ที่บ้านได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นชั่วโมงที่ใช้ ที่ 4 บาท/ต่อชั่วโมง มาพร้อมบริการและอุปกรณ์ติดตั้งฟรี มีบริการหลังการขาย รวมถึงเมื่อใช้ครบ 5,200 ชั่วโมง ภายในระยะเวลาสัญญา 3 ปี รับเครื่องปรับอากาศฟรี

นายจาง ยังกล่าวอีกว่า&amp;nbsp;จากนโยบายของบริษัทแม่ บริษัทยังเตรียมพร้อมสำหรับการทำตลาดในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในเมืองไทยให้มากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวตู้เย็นอัจฉริยะใหม่&amp;nbsp;IOT Smart Series&amp;nbsp;รุ่นHRF-MD758 ซึ่งมีจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ พร้อมผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่สั่งการด้วยเสียง หรือสอบถามสภาพอากาศ สะดวกยิ่งขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปีนี้น่าจะติดลบประมาณ&amp;nbsp;5-10%&amp;nbsp;จากมูลค่าประมาณ&amp;nbsp;6.9&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท แต่นับว่ายังดีกว่าอุตสาหกรรมอื่นที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะภาคบริการและท่องเที่ยว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดขาย, ไฮเออร์ อีเลคทริคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f125a8d40c44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นันยางคงเป้ายอดขายโต5%แม้เลื่อนเปิดเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ตั้งแต่ต้นปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ทำให้บริษัทต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อรองรับเหตุการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยขณะนี้แม้ว่ายังไม่มีบวกใดๆ แต่บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตไว้ที่&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;จากไตรมาสแรกเติบโต&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากร้านค้ามีการสต็อกสินค้าเพื่อเตรียมรับช่วงเปิดเทอมในช่วงไตรมาส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และการอ่อนตัวของค่าเงินบาทส่งผลให้การส่งออกดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศพม่าที่เป็นช่วงไฮซีซั่นและมีเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตเท่าเดิม เพราะมองว่าสินค้าของนันยางไม่ใช่สินค้าแฟชั่นหรือสินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นสินค้าสำหรับใช้งานและเป็นรองเท้าที่ผู้บริโภคใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ทำให้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจ นันยางก็สามารถรักษาตลาดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น&amp;nbsp;โดยตลาดรองเท้านักเรียนยังคงตัวเหมือนเดิม เพียงแต่เลื่อนระยะเวลาการเปิดภาคเรียนและการจับจ่ายเท่านั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายจักรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;-19 นั้น จึงเปิดตัวรองเท้าผ้าใบนักเรียน&amp;nbsp;Nanyang Have Fun&amp;nbsp;ใหม่ ที่มาพร้อมเชือกยืดหยุ่น ไม่ต้องผูก ลดการสัมผัส โดยจะแถมฟรีเชือกยืดหยุ่นมูลค่า 69 บาทจนกว่าโควิด-19 จะหมดไปจากประเทศไทย เนื่องจากผลสำรวจระบุว่า ปัญหาใหญ่ของเด็กประถมคือการผูกเชือกรองเท้าที่มากกว่าคนละ 10 ครั้งต่อวัน ซึ่งมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคจากรองเท้า เชือกยืดหยุ่นจึงช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ รวมถึงเพิ่มความสะดวกให้แก่ทั้งตัวเด็กและผู้ปกครองอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65984</URL_LINK>
                <HASHTAG>นันยางมาร์เก็ตติ้ง, ยอดขาย, รองเท้านันยาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe09ea0e2af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MG V80 กวาดยอดสูงกว่าเป้า รุกต่อเนื่องอัดแคมเปญถึง มิย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ &amp;ndash; ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเผยถึงความสำเร็จจากการเปิดตัว NEW MG V80 ได้ยอดจองสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมรุกตลาดต่อเนื่องมอบข้อเสนอพิเศษถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการเปิดตัวรถยนต์ NEW MG V80 ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ซึ่งเป็นรถ Passenger van 11 ที่นั่ง มาเติมเต็มเซ็กเมนท์ ของรถยนต์ภายใต้แบรนด์เอ็มจี และตอบสนองความตัองการของกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มีห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสะดวกสบายสำหรับการเดินทางของครอบครัวและหมู่คณะ ซึ่งจากคุณสมบัติเด่นของ NEW MG V80 ที่มีการออกแบบด้วยการวางเครื่องยนต์ด้านหน้าสไตล์รถยุโรปประกอบกับใช้ระบบขับเคลื่อนแบบล้อหน้าที่ทำให้พื้นที่ห้องโดยสารเป็นแบบแบนราบและมีความโอ่โถง สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ภายในห้องโดยสาร พร้อมประตูสไลด์ข้าง 2 บาน และบันไดไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ทั้งยังมีประตูท้ายบานคู่ที่เปิดได้กว้าง 180 องศา มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทำให้รถรุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ด้วยยอดจองภายในงานกว่า 120 คัน ซึ่งถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งยังทำให้ยอดจองรถยนต์รวมของเอ็มจีภายในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้สูงถึง 2,225 คัน เติบโตขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับงานมอเตอร์โชว์ในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ทางเอ็มจียังคงมอบข้อเสนอพิเศษเป็นส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า &amp;ldquo;65,000 บาท&amp;rdquo; ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 รายละเอียดดังนี้ NEW MG V80 รุ่น 2.5L MT ราคา 923,000 บาท จากราคาปกติ 988,000 บาท NEW MG V80 รุ่น 2.5L SELEMATIC  ราคา 973,000 บาท จากราคาปกติ 1,038,000 บาท &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33814</URL_LINK>
                <HASHTAG>mg, thaipost, พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์, ยอดขาย, ยานยนต์ไทยโพสต์, เอ็มจี, ไทยโพสต์., ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb6a479efbaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาสด้า โกยยอดขายกระฉูด 70,000 คัน พร้อมส่งรถใหม่เสริมทัพ 6 รุ่น  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm 0pt;&quot;&gt;บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยความสำเร็จผลการดำเนินธุรกิจประจำปีงบประมาณ 2561 ยอดขายพุ่งสร้างสถิติใหม่เกิน 70,000 คัน เพิ่มขึ้น 25% เติบโตสูงสุดอันดับหนึ่งของมาสด้าทั่วโลกสองปีติดต่อกัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 6.6% รั้งอันดับสองของโลก ปริมาณยอดขายสร้างสถิติใหม่ขยับขึ้นครองอันดับ 6 ประเทศที่มียอดขายมากที่สุด ประกาศชัดปีนี้เตรียมเสริมทัพพร้อมส่งรถยนต์รุ่นใหม่ลงทำตลาดมากถึง 6 รุ่น ตั้งเป้าขาย 75,000 คัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 18pt 0cm 0pt;&quot;&gt;ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากความสำเร็จด้านการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในปีนี้ ระหว่างปีปฏิทินหรือ Calendar Year และปีงบประมาณหรือ Fiscal Year มียอดขายใกล้เคียงกันมาก สำหรับปีงบประมาณ FY2018 มียอดขายสูงถึง 70,468 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 25% จากปีงบประมาณ FY2017 อยู่ที่ 56,379 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 6.6% สูงสุดเป็นอันดับสองรองจากออสเตรเลีย วันนี้ มาสด้า ประเทศไทย ถูกจับตามองจากตลาดทั่วโลกเนื่องจากอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลกสองปีติดต่อกัน ที่สำคัญปริมาณยอดขายที่ทะลุเกิน 70,000 คัน นั้น ยังส่งผลให้ มาสด้า ประเทศไทย ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของมาสด้าทั่วโลก ส่วนปีนี้ FY2019 มาสด้าตั้งเป้าไว้ที่ 75,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 18pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 18pt 0cm 0pt;&quot;&gt;ขณะที่รถยนต์นั่งมาสด้า2 มียอดขายสูงถึง 48,119 คัน เพิ่มขึ้น 36% ขึ้นครองเบอร์หนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก 11 เดือน ติดต่อกัน ส่วนปิกอัพ มาสด้า บีที-50 โปร หลังจากที่ปล่อยรุ่นพิเศษ มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ออกสู่ตลาด ด้วยยอดขายสูงถึง 7,500 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 29% มาสด้า CX-5 มียอดขายสะสมสูงถึง 6,834 คัน เพิ่มขึ้น 7% มาสด้า3 ก็ร้อนแรงไม่แพ้กันมียอดขายสูงถึง 4,852 คัน มาสด้า CX-3 ที่แม้จะเจอกับคู่แข่งรอบด้านแต่ก็สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 3,132 คัน และสุดท้ายคือรถสปอร์ตเปิดประทุนหลังคาไฟฟ้าที่เปิด-ปิดเร็วที่สุดในโลก ที่ได้รับยกย่องให้เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุกที่สุด และเป็นแบรนด์ไอคอนระดับตำนาน มาสด้า MX-5 มียอดขายถึง 31 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 18pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 18pt 0cm 0pt;&quot;&gt;ยอดขายมาสด้าไตรมาสแรกของปีนี้ (มกราคม &amp;ndash; มีนาคม 2562) มียอดจำหน่ายรวม 16,579 คัน ยังคงรักษาระดับยอดขายใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 6.3% โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 มีจำนวนมากที่สุด 12,460 คัน ตามมาด้วยรถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 1,652 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวี มาสด้า CX-5 จำนวน 1,021 คัน รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 887 คัน รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์มาสด้า CX-3 จำนวน 509 คัน และรถสปอร์ตเปิดประทุนมาสด้า MX-5 จำนวน 5 คัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 18pt 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 18pt 0cm 0pt;&quot;&gt;ด้าน ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่มาสด้ากำลังก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ มาสด้าเริ่มวางแผนการสื่อสารไปยังลูกค้าเกี่ยวกับรถยนต์ในเจนเนอเรชั่นที่ 7 หรือ G7 ซึ่งจะทำการเปิดตัวในครึ่งปีหลัง พร้อมๆ กับรุ่นอื่นที่จะทยอยเปิดตัวในปีนี้ รวมแล้วทั้งหมด 6 รุ่น ครอบคลุมในทุกเซกเม้นต์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ การเติบโตของค่ายมาสด้าเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง หลังจากที่เดินหน้าปรับเปลี่ยนทั้งการขายและการบริการ ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า จนส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสองสามปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีรถยนต์รุ่นใหม่ส่งเข้าตลาด แต่จากการสร้างประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานของลูกค้า จนเกิดการบอกต่อสู่คนรอบข้าง ทำให้รถมาสด้าทุกรุ่นเดินหน้ากอบโกยยอดขายไปได้อย่างสวยงาม แน่นอนว่าปีนี้ถือเป็นปีทองที่มาสด้าจะเก็บเกี่ยวยอดขายให้บรรลุตามเป้าที่ตั้งไว้ 75,000 คัน หลายคนอาจมองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนรุ่นที่จะส่งลงตลาด นับจากนี้เป็นต้นไปมาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงแข็งแกร่งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย ตระการอุดมสุข, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์, มาสด้า, ยอดขาย, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb6a3949e457.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูซูกิ ปลื้ม เปิดตัวเดือนเดียว ยอดจองทะลุ 1,300 คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;&quot;&gt;มิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากได้ทำการแนะนำ All New Suzuki ERTIGA รถยนต์ 7 ที่นั่ง เจนเนอเรชั่น 2 ไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา All New Suzuki ERTIGA สามารถสร้างปรากฎการณ์ให้กับตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ในประเทศไทยด้วยระยะเวลาเพียง 1 เดือนที่ผ่านมา มีกระแสตอบรับและความต้องการจากกลุ่มผู้บริโภคอย่างล้นหลาม สร้างยอดจองจากผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ได้มากถึงกว่า 1,300 คัน โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากผู้บริโภคกว่า 90% คือ รุ่น GX (AT) ทั้งนี้ด้วยความคุ้มค้าที่ตอบโจทย์ทุกฟังชั่นการใช้งานกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเริ่มทยอยส่งมอบล็อตแรกถึงมือลูกค้าเป็นที่เรียบร้อย &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: left;&quot;&gt;ทางด้าน วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายที่เราวางไว้ คือ คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและยังชื่นชอบในการใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อน มองหารถที่มีดีไซน์ทันสมัย เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ของตัวเองและคนรอบข้าง จึงเชื่อได้ว่าด้วยคุณสมมบัติของ All New Suzuki ERTIGA จะสามารถเข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี นับจากวันเปิดตัวเราเดินหน้ากลยุทธ์ทางการตลาดที่คลอบคลุมและหลากหลายมุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า อีกทั้งยังเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ ในปีนี้ที่ 2,500 อย่างแน่นอน บริษัทฯ ได้เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกให้กับลูกค้านับตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจากยอดจองที่เข้ามาสูงเกินความคาดหมายในช่วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ ได้หารือร่วมกับทางผู้ผลิตในประเทศอินโดนีเซียเพื่อหาแนวทางการนำเข้ามาเพื่อเร่งส่งมอบเพิ่มเติมรองรับกับความต้องการที่มีเข้ามาอย่างล้นหลาม รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อตอบรับกับยอดจองที่จะเข้ามาในช่วงงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 40 ที่กำลังจะมาถึง ส่วนด้านของราคาจำหน่ายในช่วงแนะนำ ตั้งแต่วันเปิดตัวจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค โดยในรุ่น GL (AT) จำหน่ายอยู่ที่ 655,000 บาท และ GX (AT) จำหน่ายอยู่ที่ 695,000 บาท &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ซูซูกิ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, มิโนรุ อามาโนะ, ยอดขาย, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, วัลลภ ตรีฤกษ์งาม, เออร์ติก้าร์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c87433c3a84e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ทุบสถิติยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูในปี 2561 โตขึ้น 20%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สร้างสถิติใหม่ด้วยอัตราการเติบโตปีต่อปีของรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยูที่ 20% ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลกถึงสองปีซ้อน นอกจากนี้ แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดยังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในประเทศไทย ความสำเร็จทั้งหมดนี้ช่วยให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มียอดส่งมอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ในระดับหลักหมื่นติดต่อกันเป็นปีที่สอง พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จตลอดปี 2562 ด้วยทัพยนตรกรรมพรีเมียมในหลากหลายเซกเมนต์ และนวัตกรรมแห่งอนาคตที่ตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างรอบด้าน ทั้งประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ สายการผลิตที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และบริการแบบครบวงจร พร้อมสร้างประโยชน์อันยั่งยืนและคุณค่าให้แก่สังคมผ่านกิจกรรมและโครงการที่หลากหลาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีในตัวเราคืออีกมาตรวัดความสำเร็จที่สำคัญ โดยในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็นบริษัทรถยนต์อันดับหนึ่งในการสำรวจ Thailand&amp;rsquo;s Most Admired Company 2018 โดยนิตยสารแบรนด์เอจ ด้วยคะแนนที่ยอดเยี่ยมในด้านนวัตกรรม ภาพลักษณ์แบรนด์ ความสำเร็จทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคม แน่นอนว่าในปี 2562 นี้ เราจะเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จในทุกด้าน เริ่มต้นจากการเปิดตัวรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ๆ มากมายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการด้านการขับขี่ ดังจะเห็นได้จากการเผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู Z4 ใหม่ หรือมอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT ในวันนี้ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีล้ำยุคอย่าง 3D Printing มาเพิ่มทางเลือกใน การผลิต ปรับแต่งรถยนต์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น และการเริ่มดำเนินงาน สายการประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดให้ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;สำหรับความสำเร็จด้านนวัตกรรม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เปิดตัวเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive บริการและแอปพลิเคชั่นเฉพาะบุคคล ให้ผู้ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้เพลิดเพลินกับฟีเจอร์ผู้ช่วยในการขับขี่ ข้อมูลและความบันเทิง รวมถึงการสัญจร เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับพรีเมียม เมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา นับเป็นการมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อแบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม Open Mobility Cloud ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ดิจิตอลเข้ากับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้แบบไร้สาย ไม่ว่าจะด้วย iPhone หรือ Apple Watch&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ ระบบคลาวด์อัจฉริยะที่มาพร้อมความปลอดภัยระดับโลก ช่วยให้ BMW ConnectedDrive สามารถวิเคราะห์และเรียนรู้จากข้อมูลปริมาณมหาศาลที่บันทึกจากการขับขี่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู โดยระบบ Open Mobility Cloud ของบีเอ็มดับเบิลยูได้เลือกใช้แพลตฟอร์มไมโครซอฟท์ อาซัวร์เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาบริการอัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมให้เกิดประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่มากมาย ที่ไม่เพียงเชื่อมโยงตัวรถเข้ากับสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคอนเทนต์และระบบเครือข่ายอีกมากมายจากภายนอก ฟีเจอร์พื้นฐานของ BMW ConnectedDrive ประกอบด้วย BMW Teleservices บริการที่ช่วยจัดการนัดหมายอัตโนมัติผ่านการแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการบีเอ็มดับเบิลยูที่ลูกค้าเลือกไว้วางใจ หรือผู้ขับขี่สามารถติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยูด้วยตนเองผ่าน BMW Teleservice Call เพื่อนัดหมายการรับบริการล่วงหน้าได้อีกด้วย ส่วนในภาคการผลิต เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งอนาคต บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จะเริ่มต้นเดินหน้าประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery &amp;ndash; HVB) ณ โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 ภายในปีนี้ โดยได้วางรากฐานเชิงทักษะสำหรับพนักงานไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายน 2561 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ความมุ่งมั่นในการสรรค์สร้างนวัตกรรมเพื่อโลกยานยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ไม่ได้หยุดเพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและการยกระดับสายการผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วยการมอบประสบการณ์พิเศษสุดในทุกด้านและทุกช่องทางให้กับลูกค้า นับตั้งแต่โปรแกรม The Ultimate JOY Experience ที่เตรียมก้าวขึ้นสู่ปีที่ 3 อย่างยิ่งใหญ่ด้วยหลากหลายกิจกรรมที่จะมาสร้างความสุขให้กับเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;
ไปจนถึงการขยายช่องทางและรูปแบบการเข้ารับบริการจากเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยให้หลากหลายและตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู สตูดิโอ ที่นำบริการระดับพรีเมียมเข้ามาใกล้ชิดลูกค้ามากขึ้นในห้างสรรพสินค้า หรือการเปิด เออร์เบิน สโตร์ แห่งใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์สไตล์โชว์รูมเต็มรูปแบบที่ผสมผสานด้วยเทคโนโลยีล้ำยุคและพื้นที่รับรองลูกค้าสุดหรู ขณะที่แนวคิด บีเอ็มดับเบิลยู เซอร์วิส เอาท์เล็ท เน้นขยายศักยภาพด้านบริการหลังการขายให้ครบเครื่องและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เช่น ลูกค้าสามารถใช้บริการ Online Booking เพื่อนัดหมายบริการล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ www.bmw.co.th ได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว พร้อมความสะดวกสบายที่เหนือชั้นด้วยการบริการ Fastlane ที่ใช้เวลาในการตรวจซ่อมบำรุงรถยนต์จากช่างผู้ชำนาญการเพียงแค่ 90 นาที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ทางด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็ได้ร่วมยกระดับบริการหลังการขายให้ลูกค้าในปีนี้ด้วยการเป็นผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์เจ้าแรกในประเทศไทยที่มอบโปรแกรมการรับประกัน BMW Motorrad Warranty เพิ่มเป็น 3 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง ให้กับมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดรุ่นใหม่ทุกรุ่นที่ส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 โดยครอบคลุมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความอุ่นใจในทุกเส้นทางการขับขี่อย่างเหนือระดับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30727</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Ultimate JOY Experience, ข่าวรถ, คริสเตียน วิดมานน์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, บีเอ็มดับเบิลยู, บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป, ยอดขาย, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190307/image_big_5c80a25af194e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
