<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC ปลื้มนักลงทุนมั่นใจ ยอดจองกรีนบอนด์ล้น ‘6เท่า’ กว่า 30,000 ลบ. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค. 2563 นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทฯ ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือกรีนบอนด์ (Green Bond) และประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ซึ่งได้ออกและเสนอขายเป็นครั้งแรก หลังจากสำรวจความต้องการของนักลงทุน (Book Building) พบว่ามีความต้องการจองซื้อกว่า 30,000 ล้านบาท สูงกว่ามูลค่าที่เสนอขาย 5,000 ล้านบาท ถึง 6 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ ถือเป็นการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งแรกของบริษัทฯ เป็นหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน มูลค่าของหุ้นกู้ที่จะเสนอขายรวม 5,000 ล้านบาท เสนอให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยจะนำเงินจากการระดมทุนไปใช้ในโครงการพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร (Waste-to-Energy) ภายใต้กรอบการจัดหาเงินทุนเพื่อโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Finance Framework) ของบริษัทฯ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการระดมทุนเพื่อใช้ในโครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร โดยปัจจุบัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการเติบโตที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดหาเงินเพื่อธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเป็นครั้งแรก และได้รับการตอบรับจากนักลงทุนกลุ่มสถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่ที่ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทฯ ทั้งในปัจจุบัน และในระยะยาว&amp;rdquo; นายชวลิต กล่าว

ทั้งนี้ จากความต้องการซื้อที่มีอย่างมากมายของนักลงทุนดังกล่าว ส่งผลให้ GPSC มีต้นทุนในการระดมทุนอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยหุ้นกู้ชุดนี้แบ่งเป็น 3 ชุด คือ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.11% หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.94% และ หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 15 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.24% โดยมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็น Joint Green Structuring Advisors และเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้

หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ GPSC ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับ AA- จาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สะท้อนถึงสถานะของบริษัทฯ ที่เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศ และสะท้อนถึงความสำคัญของบริษัทฯ ในฐานะที่เป็นบริษัทหลักของกลุ่มปตท. ที่รับผิดชอบด้านธุรกิจไฟฟ้าและนวัตกรรมพลังงานที่สำคัญ

โดย GPSC มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องตามแนวทาง และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73374</URL_LINK>
                <HASHTAG>GPSC, กรีนบอนด์, ยอดจอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200804/image_big_5f28f0fc0a994.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดจอง&#039;เราเที่ยวด้วยกัน&#039;อืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค. 2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดการเปิดลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกันผ่านเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ล่าสุดถึงวันที่ 25 ก.ค. 2563 ณ เวลา 21.00 น. มีผู้เข้ามาลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการรวม 4.56 ล้านคน และลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 4.30 ล้านคน ซึ่งขณะนี้กำลังทยอยแจ้งผลทางเอสเอ็มเอสโทรศัพท์มือถืออยู่ขณะที่ยอดการจองโรงแรม ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีผู้เข้าจองโรงแรมแล้ว 234,670 คืน จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 5 ล้านคืนโดยมีการจองแล้วชำระเงินให้กับโรงแรม 193,323 ห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงวันหยุดยาวประชาชนจำนวนมากเริ่มเดินทางออกไปท่องเที่ยวตามที่ได้ลงทะเบีบนและจองโรงแรมไว้ ซึ่งมีการเช็คอินในโรงแรมกว่า 21,369 ห้อง และมีการเช็คเอาท์แล้ว 6,273 ห้อง&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติเห็นชอบให้มีการเพิ่มวงเงินในการใช้จ่ายโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ช่วงวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ แก่ผู้จองสิทธิในส่วนของค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวจากวันละ 600 บาท เพิ่มเป็น 900 บาท อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72604</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายลวรณ แสงสนิท, ยอดจอง, ลงทะเบียน, สศค., เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13205a1788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดจอง&quot;เราเที่ยวด้วยกัน&quot;อืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค. 2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดการเปิดลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกันผ่านเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ล่าสุดถึงวันที่ 25 ก.ค. 2563 ณ เวลา 21.00 น. มีผู้เข้ามาลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการรวม 4.56 ล้านคน และลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 4.30 ล้านคน ซึ่งขณะนี้กำลังทยอยแจ้งผลทางเอสเอ็มเอสโทรศัพท์มือถืออยู่ขณะที่ยอดการจองโรงแรม ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมีผู้เข้าจองโรงแรมแล้ว 234,670 คืน จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 5 ล้านคืนโดยมีการจองแล้วชำระเงินให้กับโรงแรม 193,323 ห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงวันหยุดยาวประชาชนจำนวนมากเริ่มเดินทางออกไปท่องเที่ยวตามที่ได้ลงทะเบีบนและจองโรงแรมไว้ ซึ่งมีการเช็คอินในโรงแรมกว่า 21,369 ห้อง และมีการเช็คเอาท์แล้ว 6,273 ห้อง&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติเห็นชอบให้มีการเพิ่มวงเงินในการใช้จ่ายโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ช่วงวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ แก่ผู้จองสิทธิในส่วนของค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวจากวันละ 600 บาท เพิ่มเป็น 900 บาท อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72603</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายลวรณ แสงสนิท, ยอดจอง, ลงทะเบียน, สศค., เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13205a1788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาสด้าปลื้มยอดจองทะลุ 1,107 คันในงานมอเตอร์โชว์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 2563 นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่างานมอเตอร์โชว์ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม จนถึงขณะนี้ผ่านมาได้ครึ่งทางแล้วนั้น พบว่าลูกค้าให้ความสนใจกับรถยนต์ของแบรนด์มาสด้าอย่างมาก จนทำให้รถยนต์มาสด้ามียอดจองสูงถึง 1,107 คัน โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์อเนกประสงค์จำนวน 522 คัน ประกอบด้วย Mazda CX-30 มีจำนวนมากที่สุดถึง 270 คัน ตามมาด้วย Mazda CX-3 จำนวนสูงถึง 150 คัน Mazda CX-8 จำนวน 62 คัน และ Mazda CX-5 จำนวน 40 คัน ส่วนรถยนต์นั่งก็ได้รับความนิยมสูงเช่นเดียวกัน มีจำนวนทั้งสิ้น 580 คัน แบ่งเป็น Mazda2 &amp;nbsp;ที่ได้รับความนิยมตลาดกาล มีจำนวนสูงถึง 425 คัน Mazda3 จำนวน 155 คัน และรถปิกอัพมาสด้า BT-50 Pro จำนวน 5 คัน ทั้งนี้มาสด้ายืนยันพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของมาสด้าหลังจากเปิดตัวรถอเนกประสงค์หลากหลายรุ่น รวมถึงน้องใหม่ล่าสุด New Mazda CX-3 &amp;ldquo;ให้ชีวิตไปอีกขั้น&amp;rdquo; ที่มาพร้อมกลยุทธ์การสื่อสารที่โดดเด่น ตรงกลุ่มเป้าหมาย ให้ความคุ้มค่าคุ้มราคา ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าจนทำให้ได้รับความนิยมอย่างดีเยี่ยมและมียอดจองสูงถึง 150 คัน และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจนี้ มาสด้าจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรม และยกระดับการให้บริการหลังการขายอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจยิ่งขึ้นและภูมิใจที่ได้ครอบครองยนตรกรรมมาสด้าไปตลอดการใช้งาน และเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่ตลอดไป&amp;rdquo; นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72080</URL_LINK>
                <HASHTAG>มอเตอร์โชว์, มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย, ยอดจอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f166e39e6339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
