<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 20:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยอดติดเชื้อพุ่ง!ศบค.พบผู้ป่วยโควิดรายใหม่19รายมาจากต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 พ.ย.63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. รายงานสถานการณ์วันที่ 27พ.ย.2563 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 19 คน : สะสม 3,961 คน 19 คน เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าสถานกักกัน (State Quarantine)&amp;nbsp; เดินทางมาจาก ซาอุดีอาระเบีย 4 คน&amp;nbsp; สหรัฐฯ 3 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินเดีย เยอรมนี และจอร์เจีย ประเทศละ 2 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สวีเดน สหราชอาณาจักร อิตาลี ลักเซมเบิร์ก โอมาน โปแลนด์ ประเทศละ 1 คน&amp;nbsp; รักษาหายกลับบ้านแล้วเพิ่ม 2 คน : สะสม 3,790 คน นอนรักษาในโรงพยาบาล 111 คน เสียชีวิต&amp;nbsp; สะสม 60 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก
ยอดผู้ติดเชื้อรวม 61,300,567 ราย
อาการรุนแรง 104,903 ราย
รักษาหายแล้ว 42,392,177 ราย
เสียชีวิต 1,437,629 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด
1. สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; จำนวน 13,248,676 ราย
2. อินเดีย จำนวน 9,309,871 ราย
3. บราซิล จำนวน 6,204,570 ราย
4. รัสเซีย&amp;nbsp; จำนวน 2,187,990 ราย
5. ฝรั่งเศส&amp;nbsp; จำนวน 2,183,660 ราย
ประเทศไทย&amp;nbsp; อยู่ในอันดับที่ 151 จำนวน 3,961 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด, ยอดติดเชื้อทั่วโลก, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0fb2f7e438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2020 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โควิด-19&#039; บราซิลขึ้นอันดับ2ของโลก จีนไร้ติดเชื้อรายใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาของบราซิลแซงรัสเซียทะยานขึ้นอันดับ 2 ของโลกแล้วเมื่อวันศุกร์ ตายเพิ่มวันเดียวอีกเกิน 1,000 ศพ อนามัยโลกระบุอเมริกาใต้กำลังเป็นศูนย์กลางการระบาดแห่งใหม่ ขณะจีนมีข่าวดีไร้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นครั้งแรกนับแต่เดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร รวมการชุมนุมต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ของบราซิล ด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงบราซิเลีย เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2563 ระบุว่า ตัวเลขอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขบราซิลเมื่อวันศุกร์ชี้ว่า บราซิลมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 เพิ่มเป็น 330,890 รายแล้ว และมีผู้เสียชีวิตรายวันอีก 1,001 รายภายใน 24 ชั่วโมง เป็นวันที่ 3 ในรอบ 4 วันที่บราซิลมีผู้เสียชีวิตเกิน 1,000 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่ม 21,048 ราย มากเป็นอันดับ 6 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดติดเชื้อสะสมของบราซิล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่าตัวเลขจริงอาจมากกว่านี้อย่างน้อย 15 เท่า ทำให้บราซิลมียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ที่มีผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 1.6 ล้านคน และเสียชีวิตเกือบ 65,000 คน และมากกว่ารัสเซีย ซึ่งเมื่อวันศุกร์มีผู้ติดเชื้อ 326,488 คน และเสียชีวิต 3,249 คน จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ทวีปอเมริกาใต้ได้กลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่ของโลกแล้ว &amp;quot;เห็นได้ชัดว่ามีความน่าวิตกในหลายประเทศ และชัดเจนว่า ณ ขณะนี้ บราซิลได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า สถานการณ์ของบราซิลซึ่งมีประชากร 210 ล้านคน จะถึงจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน แต่ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำขวาจัดที่เปรียบเทียบไวรัสโควิด-19 ว่าเป็น &amp;quot;ไข้หวัดเล็กน้อย&amp;quot; กำลังพยายามผลักดันให้ผู้ว่าการรัฐต่างๆ ยุติมาตรการล็อกดาวน์ เขาถึงขั้นร่วมการชุมนุมประท้วงและปราศรัยประณามมาตรการนี้ ซึ่งเขาระบุว่าทำร้ายเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ มีข่าวดีจากจีนด้วยว่า จีนไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จีนเริ่มรายงานข้อมูลสถานการณ์ในประเทศเมื่อเดือนมกราคม ประเทศที่มีประชากร 1,400 ล้านคนแห่งนี้เริ่มพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ก่ออาการปอดอักเสบครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนธันวาคม และถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสม 84,084 ราย เสียชีวิต 4,634 ราย ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ที่ประชากรน้อยกว่าจีนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ข้อมูลของจอห์นฮอปกินส์ถึงเวลา 10.00 น.วันเสาร์ของไทย ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วโลกอยู่ที่ 5,210,065 ราย โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมเกิน 100,000 ราย ได้แก่ 1. สหรัฐ 1,600,937 ราย, 2.บราซิล 330,890 ราย, 3.รัสเซีย 326,448 ราย, 4.สหราชอาณาจักร 255,544 ราย, 5.สเปน 234,824 ราย, 6.อิตาลี 228,658 ราย, 7. ฝรั่งเศส 182,015 ราย, 8.เยอรมนี 179,710 ราย, 9.ตุรกี 154,500 ราย, 10.อิหร่าน 131,652 ราย, 11.อินเดีย 124,794 ราย และ 12.เปรู 111,698 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก 338,160 ราย โดย 10 อันดับแรก สหรัฐเสียชีวิตมากที่สุดใน 95,979 ราย, สหราชอาณาจักร 36,475 ราย, อิตาลี 32,616 ราย, สเปน 28,628 ราย, ฝรั่งเศส 28,218 ราย, บราซิล 21,048 ราย, เบลเยียม 9,212 ราย, เยอรมนี 8,228 ราย, อิหร่าน 7,300 ราย และเม็กซิโก 6,989 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66690</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, ยอดติดเชื้อทั่วโลก, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eb00dfd8c627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุโรปหายใจคล่อง ยอดดับลดต่อเนื่อง รัสเซียแซงหน้าจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ชาติยุโรปที่ประสบวิกฤติหนักสุดเริ่มหายใจคล่อง &amp;nbsp;ยอดดับรายวันลดลงต่อเนื่อง หลายประเทศเตรียมแผนถอนตัวจากล็อกดาวน์ ขณะยอดติดเชื้อทั่วโลกจ่อ 3 ล้านราย รัสเซียกราฟยังพุ่งยอดติดเชื้อแซงหน้าจีนแล้ว ด้านข้าหลวงสิทธิยูเอ็นห่วงการใช้อำนาจควบคุมมาตรการฉุกเฉินก่อ &amp;quot;หายนภัยด้านสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มแพร่ระบาดในจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ถึงขณะนี้ได้คร่าชีวิตชาวโลกแล้วราว 207,000 คน นับข้อมูลที่รวบรวมถึงช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 และมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้แล้วทั่วโลกเกือบ 3 ล้านคน สหรัฐอเมริกาสถานการณ์หนักที่สุด แต่กำลังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เผยว่า สหรัฐมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1,330 รายภายใน 24 ชั่วโมง นับถึงเวลา 20.30 น.ของวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งลดลงจาก 2,494 ศพเมื่อวันเสาร์ แต่ใกล้เคียงกับยอด 1,258 ศพของวันศุกร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้เสียชีวิตในสหรัฐถึงวันจันทร์มีมากเกือบ 55,000 รายแล้ว จากผู้ติดเชื้อสะสมเกือบ 966,000 ราย รัฐนิวยอร์กมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเกือบ 300,000 ราย และเสียชีวิตมากกว่า 22,000 ราย แต่แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐ กำลังเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยเขาประกาศแผนจะเริ่มเปิดเศรษฐกิจระยะแรกในวันที่ 15 พฤษภาคม หากจำนวนผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลายมลรัฐของสหรัฐอเมริกาได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการเองโดยไม่นำพาคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญ เช่น รัฐจอร์เจียอนุญาตให้ธุรกิจนับหมื่นแห่งเปิดดำเนินการได้ตามปกติ และรัฐโอคลาโฮมาอนุญาตให้ภัตตาคารและโรงภาพยนตร์เปิดกิจการได้ตั้งแต่เดือนหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในฝั่งยุโรป เอเอฟพีรายงานว่า สี่ประเทศที่สถานการณ์หนักหนาที่สุดและมีผู้เสียชีวิตเกิน 20,000 คน ต่างรายงานว่าจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันลดลงหรือทรงตัว ให้ความหวังว่าสถานการณ์ในประเทศเหล่านี้ผ่านจุดสูงสุดแล้วอย่างน้อยในตอนนี้ โดยสเปนซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลก มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 331 คนเมื่อวันจันทร์ จำนวนรวมเป็น 23,521 ศพ มากเป็นอันดับ 3 รองจากสหรัฐและอิตาลี ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 236,199 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลของจอห์นฮอปกินส์ที่รวบรวมถึงวันอาทิตย์นั้น อิตาลีมีผู้เสียชีวิต 26,644 คน จากผู้ติดเชื้อ 197,675 คน, ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิต 22,856 จากผู้ติดเชื้อ 162,220 คน และอังกฤษมีผู้เสียชีวิต 20,732 คน จากผู้ติดเชื้อ 154,037 คน ยอดเสียชีวิตรายวันของอิตาลีและสเปนเมื่อวันอาทิตย์นั้นต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ของฝรั่งเศสลดลงเกิน 1 ใน 3 จากวันก่อนหน้านั้น ส่วนของอังกฤษต่ำที่สุดนับแต่วันที่ 31 พฤษภาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ จูเซปเป คอนเต ของอิตาลี ซึ่งประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ก่อนทุกประเทศในยุโรปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เตรียมผ่อนคลายมาตรการนี้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม แต่ยังบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะและเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศอื่นที่สถานการณ์ดีขึ้นแล้วก็เริ่มยืดหยุ่นมาตรการมากขึ้น นอร์เวย์กลับมาเปิดโรงเรียนประถมศึกษาเมื่อวันจันทร์ สวิตเซอร์แลนด์อนุญาตให้บางธุรกิจเปิดกิจการได้ ส่วนในนิวซีแลนด์ นายกฯ จาซินดา อาร์เดิร์น ประกาศว่าประเทศชนะการต่อสู้กับไวรัสนี้แล้ว และรัฐบาลของเธอเตรียมจะเริ่มถอนตัวจากการล็อกดาวน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงปักกิ่งและมหานครเซี่ยงไฮ้ของจีนก็เปิดโรงเรียนตามเดิมแล้วเช่นกัน แต่นักเรียนจะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิและต้องมีรหัสสุขภาพ &amp;quot;สีเขียว&amp;quot; แสดงในแอปที่คำนวณความเสี่ยงของการติดเชื้อ การผ่อนคลายมาตรการนี้เป็นผลจากมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ซึ่งทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดน้อยลง โดยในวันจันทร์ จีนมีผู้ติดเชื้อรายใหม่แค่ 3 คน ยอดสะสมอยู่ที่ 82,830 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 4,633 ศพ แต่ยังมีความวิตกว่าไวรัสนี้อาจกลับมาระบาดได้อีกโดยเฉพาะผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัสเซียซึ่งมีพรมแดนยาวเหยียดติดกับจีนกำลังมีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงกว่า เมื่อวันจันทร์รัสเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,198 ราย ยอดรวมเป็น 87,147 ราย มากแซงหน้าจีนแล้ว โดยมีผู้เสียชีวิต 794 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในกลุ่มอาเซียน กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ 799 ราย โดยมี 14 รายที่เป็นชาวสิงคโปร์หรือชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักถาวร ที่เหลือเป็นแรงงานข้ามชาติที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมายและส่วนใหญ่พักในหอพักแรงงาน จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของสิงคโปร์เพิ่มเป็น 14,423 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์ที่แล้วสิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นหลักพันติดต่อกันหลายวัน แต่ช่วงหลายวันมานี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ค่อยๆ ลดลงตามลำดับ รายงานเมื่อวันอาทิตย์นั้น สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 931 ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเดิมมาตั้งแต่วันพุธที่แล้ว ที่ 12 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากรองลงมาคืออินโดนีเซีย เมื่อวันจันทร์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 214 คน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 9,096 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 22 คน ยอดรวมเป็น 765 ศพ อินโดนีเซียตรวจเชื้อไปแล้วมากกว่า 59,000 ราย ส่วนฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อมากรองลงมาที่ 7,777 คน โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 198 คนเมื่อวันจันทร์ เสียชีวิตเพิ่ม 10 คน ยอดรวมเป็น 511 ศพ และมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 40 คน ยอดสะสมเพิ่มเป็น 5,820 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน ยอดรวมเป็น 99 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน เอเอฟพีรายงานคำแถลงของมิเชล บาชเล็ต ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่กล่าวเตือนว่า หลายประเทศกำลังใช้อำนาจตามมาตรการฉุกเฉินเพื่อต่อสู้กับโรคระบาดไปในทางที่เสี่ยงต่อการก่อ &amp;quot;หายนภัยด้านสิทธิมนุษยชน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;อำนาจฉุกเฉินไม่ควรเป็นอาวุธที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อปราบปรามผู้ที่เห็นแย้ง, ควบคุมประชากร หรือแม้แต่ใช้เพื่อยืดเวลาการครองอำนาจให้ยืนยาว&amp;quot; ข้าหลวงสิทธิยูเอ็นกล่าว &amp;quot;อำนาจเหล่านี้ควรใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64457</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ยอดติดเชื้อทั่วโลก, ยอดเสียชีวิตรายวันลดลง, ยุโรป, ล็อกดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6d905f410f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สหรัฐ’ผวา!ตายถึงแสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ยอดสังเวยโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งเกิน 50,000 ศพ ส่วนผู้ติดเชื้อทะลุหลักล้านเรียบร้อย สหรัฐอเมริกาวิกฤติสุด ตายเพิ่มวันเดียวกว่า 1,100 ราย เป็นสถิติใหม่ของโลก ติดเชื้อสะสมเกิน 245,000 ราย หวั่นยอดดับในสหรัฐถึงหลักแสน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในซีกโลกตะวันตกยังน่าวิตก โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเพิ่มรายวันสูงที่สุดนับแต่มีการบันทึกข้อมูลจากทั่วโลกตั้งแต่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เริ่มแพร่ระบาดในจีนเมื่อปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกตามฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเวลา 18.00 น. วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2563 ตามเวลาประเทศไทย เพิ่มเป็น 1,026,974 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 53,975 ราย และหายแล้ว 217,433 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี สหรัฐมีคนเสียชีวิตอีก 1,169 คนภายในเวลา 24 ชั่วโมง โดยจอห์นฮอปกินส์นับข้อมูลตั้งแต่เวลา 20.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ ก่อนหน้านี้ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในวันเดียวคืออิตาลี จำนวน 969 คนเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ข้อมูลล่าสุดในวันศุกร์สหรัฐมีผู้เสียชีวิตแล้ว 6,058 ราย ติดเชื้อ 245,573 ราย หรือเกือบ 1 ใน 4 ของผู้ติดเชื้อทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญของทำเนียบขาวหลายรายประเมินว่า อาจมีชาวอเมริกันสังเวยชีวิตเพราะโรคระบาดนี้ระหว่าง 100,000-240,000 คน ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า สำนักงานจัดการภัยฉุกเฉินของรัฐบาลกลางสหรัฐ (ฟีมา) ได้ร้องขอไปยังกระทรวงกลาโหมเมื่อวันพฤหัสบดี ให้จัดหาถุงบรรจุศพ 100,000 ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้มีชาวอเมริกันราวร้อยละ 85 ของประเทศอยู่ภายใต้คำสั่งหรือคำขอร้องให้อยู่บ้าน ที่มหานครนิวยอร์ก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 1,562 คน นายกเทศมนตรีบิล เดอ บลาซิโอ ขอร้องให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือปิดบังใบหน้าเมื่อออกมาภายนอก ขณะที่รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ที่ได้รับมอบหมายให้บัญชาการการรับมือโควิด-19 กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมจะออกคำแนะนำภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฝั่งยุโรป สเปนและอังกฤษก็รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มรายวันมากเป็นสถิติของประเทศ ที่ 950 ศพ และ 569 ศพ ตามลำดับ ยอดเสียชีวิตในสเปนขณะนี้อยู่ที่ 10,935 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมแบบเรียลไทม์แซงหน้าอิตาลีแล้วที่ 117,710 ราย อิตาลีมีผู้ติดเชื้อ 115,242 ราย แต่เสียชีวิตมากกว่าสเปน ที่ 13,915 ราย ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า แม้จำนวนผู้เสียชีวิตในอิตาลีและสเปนรวมกันยังมากเกือบครึ่งหนึ่งของโลก แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มชะลอตัวลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษ โดยนายกฯ บอริส จอห์นสัน ซึ่งตัวเขาติดเชื้อโควิด-19 ด้วย ประกาศจะเพิ่มการตรวจเชื้อให้ได้วันละ 100,000 รายภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อังกฤษยังรีบจัดตั้งโรงพยาบาลสนามอีกหลายแห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน สั่งการเมื่อวันพฤหัสบดีให้ขยายวันหยุดทำงานแต่ได้ค่าจ้างต่อไปจนถึงปลายเดือนเมษายน ขณะที่สถานการณ์ในประเทศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 601 คนเมื่อวันศุกร์ ยอดสะสมเพิ่มเป็น 4,149 คน เสียชีวิต 34 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานที่น่าเป็นห่วงจากอิรักในวันเดียวกันนั้นด้วย โดยแพทย์หลายคนที่ทำงานด้านการตรวจเชื้อรวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและนักการเมืองระดับสูงกล่าวกันว่า อิรักมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วหลายพันราย มากกว่าหลายเท่าจากตัวเลขที่แถลง แต่ กระทรวงสาธารณสุขปฏิเสธข่าวนี้ ข้อมูลของทางการเมื่อวันศุกร์อิรักมีผู้ติดเชื้อ 772 ราย เสียชีวิต 54 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบทั้งหมดในช่วงหลายวันมานี้เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 81,620 ราย เสียชีวิต 3,322 ราย และวันเสาร์นี้ รัฐบาลจีนเตรียมจัดพิธีไว้อาลัยแด่ผู้ที่เสียสละชีวิตในการต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่นี้ ซึ่งรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ในแนวหน้า 14 คน โดยจะลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ รวมถึงสถานทูตและสถานกงสุลในต่างแดน และเวลา 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ประชาชนทั่วประเทศจะสงบนิ่งนาน 3 นาที พาหนะทางบกทางเรือและระบบจราจรทางอากาศจะพร้อมใจกันบีบแตรและเปิดไซเรน กิจกรรมบันเทิงทุกประเทศจะระงับชั่วคราว.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61978</URL_LINK>
                <HASHTAG>000 ศพ, COVID-19, ติดเชื้อสะสม, ทั่วโลกพุ่งเกิน 50, ยอดติดเชื้อทั่วโลก, สหรัฐอเมริกา, สหรัฐอเมริกาวิกฤติสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e872f376bc69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐทะลุแสน จีนหล่นลำดับ3 ยุโรปยังแรงต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไวรัสโควิด-19 อาละวาดหนัก ฝั่งยุโรป-อเมริการะทม! ดันยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกทะลุ 6 &amp;nbsp;แสนคน มะกันติดเชื้อพุ่งเกินแสนคนแล้ว จีนตกเป็นลำดับ 3 ถูกอิตาลีแซงเรียบร้อย จับตาสเปน-เยอรมนีตามมาติดๆ สยอง! คาดนิวยอร์กจะยังไม่เข้าสู่จุดสูงสุดภายใน 3 สัปดาห์ข้างหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาพบว่ายอดผู้ติดเชื้อทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในฝั่งยุโรป อเมริกา ดันยอดผู้ติดเชื้อรวมทะลุ 6 แสนคนไปแล้ว เสียชีวิตเกือบ 3 หมื่นคน คาดว่าอีก 7 วันข้างหน้าจำนวนผู้ติดเชื้อหลายประเทศในยุโรปจะแซงจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่สหรัฐอเมริกาพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลเมื่อเวลา 18.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) มีผู้ติดเชื้อ 104,256 คน เสียชีวิต 1,704 คน อิตาลีติดเชื้อ 86,498 คน เสียชีวิต 9,134 คน ตามด้วยจีน ติดเชื้อ 81,394 คน เสียชีวิต 3,295 คน สเปนติดเชื้อ 72,248 คน เสียชีวิต 5,690 คน และเยอรมนีติดเชื้อ 53,340 คน เสียชีวิต 399 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มหานครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกากำลังหาหนทางให้ทีมสาธารณสุขผ่อนคลาย ลดความกดดันในการปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วย โดยการเสริมกำลังผู้ปฏิบัติงานเข้าไปอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งคาดว่า จำนวนผู้ติดเชื้อจะยังไม่เข้าสู่จุดสูงสุดภายใน 3 สัปดาห์ข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทีมแพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ในนครนิวยอร์ก ซึ่งปฏิบัติหน้าที่นานหลายชั่วโมง ยังคงขาดแคลนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการป้องกันโรคดังกล่าว ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อก็มีมากขึ้น ทำให้ทีมแพทย์และพยาบาลพากันหวาดกลัวในเรื่องความปลอดภัยของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงในวันศุกร์ว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ยังทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง และไม่ได้ทรงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่อย่างใด แม้ว่าพระองค์เพิ่งมีพระราชปฏิสันถารกับนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมาก็ตาม และนายจอห์นสันเพิ่งเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่าตัวเขาติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักพระราชวังอังกฤษระบุว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธมีพระราชปฏิสันถารกับนายจอห์นสันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา และขณะนี้พระองค์กำลังทรงปฏิบัติตามคำแนะนำที่เหมาะสมทั้งหมดที่เกี่ยวกับพระพลานามัยของพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่โฆษกของนายจอห์นสันกล่าวว่า นายจอห์นสันได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากมีอาการป่วยเล็กน้อย ซึ่งผลตรวจออกมาพบว่าติดเชื้อ และขณะนี้นายจอห์นสันกำลังกักตัวเองอยู่ในบ้านพักนายกรัฐมนตรีในกรุงลอนดอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายจอห์นสันจะยังคงเป็นผู้นำของรัฐบาลในภารกิจควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ รัฐบาลอังกฤษออกแถลงการณ์ยืนยันว่า หากนายจอห์นสันไม่สามารถบริหารประเทศต่อไปได้ นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ จะขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า รัฐบาลฝรั่งเศสตัดสินใจขยายเวลาปิดเมืองต่อไปเป็นเวลา 14 วัน หรืออีก 2 สัปดาห์ &amp;nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอดัวร์ ฟีลิป นายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส กล่าวว่า ในเวลานี้สถานการณ์แพร่ระบาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และคาดว่าจากนี้จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม การประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์จะมีไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. จากเดิมจะครบกำหนดในวันอังคารที่จะถึงนี้ (31 มี.ค.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า กรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้น 60 ราย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในวันเดียว ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั้งหมดของกรุงโตเกียวในขณะนี้มีจำนวนกว่า 350 ราย สูงที่สุดในบรรดา 47 เขตของญี่ปุ่น ทั้งนี้โตเกียวมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 40 รายต่อวันในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว ออกมาแถลงเตือนเมื่อวานนี้ว่า กรุงโตเกียวกำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรง และเรียกร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านในช่วงสุดสัปดาห์นี้เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เวียดนามเริ่มบังคับใช้มาตรการคุมเข้ม ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แล้วเมื่อวันเสาร์ ส่งผลให้ธุรกิจและบริการที่ไม่จำเป็นในการดำรงชีวิตต้องปิดให้บริการ เช่นเดียวกับการปิดสำนักงาน สถานศึกษา และบริการบางส่วนของโรงพยาบาล การจัดกิจกรรมทางศาสนาหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่มีการรวมตัวของประชาชนมากกว่า 20 คนขึ้นไปไม่สามารถดำเนินการได้ รวมทั้งกิจกรรมทางวัฒนธรรม การแข่งขันกีฬา และกิจกรรมความบันเทิงที่จัดในสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังมีการประกาศลดเที่ยวบิน ที่ให้บริการจากสนามบินในกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ไปยังเมืองต่างๆ ทั่วเวียดนาม และปรับเปลี่ยนการให้บริการของระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอื่นๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการดังกล่าวได้รับการลงนามบังคับใช้โดยนายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก เบื้องต้นจะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 15 เม.ย. ตามมาตรการฉบับล่าสุดนี้ได้ให้อำนาจผู้นำท้องถิ่นในการตัดสินใจว่าจะสั่งปิดร้านค้าหรืองดกิจกรรมใดบ้าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน เที่ยวบินพิเศษจากเยอรมนีและฝรั่งเศสเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงกาฐมาณฑุของเนปาลแล้ว เพื่อรับผู้โดยสารชาวเยอรมันและฝรั่งเศสที่ตกค้างในเนปาล หลังรัฐบาลเนปาลประกาศปิดประเทศและระงับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมด เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายประเทศ ซึ่งมีรายงานผู้ติดเชื้อ 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เที่ยวบินพิเศษจากทางการเยอรมนีนี้ จะนำพลเมืองชาวเยอรมันที่ตกค้างอยู่ในเนปาลมากกว่า &amp;nbsp;300 คนเดินทางกลับประเทศ อย่างไรก็ตามยังคงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกหลายร้อยคนที่ติดอยู่ในเนปาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตสหรัฐอเมริกาในกรุงกาฐมาณฑุส่งข้อความในทวิตเตอร์ระบุว่า ได้ยื่นเรื่องร้องขอรัฐบาลเนปาลให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการอพยพชาวอเมริกันออกจากเนปาลแล้ว ขณะนี้สถานทูตกำลังติดต่อเที่ยวบินเพื่อลำเลียงชาวอเมริกันออกจากเนปาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวเนปาลเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีนักปีนเขาชาวต่างชาติราว 500 &amp;nbsp;คนติดอยู่ตามเส้นทางการปีนเขาหลายแห่งทั่วเนปาล หลังรัฐบาลเนปาลสั่งปิดประเทศ และเจ้าหน้าที่ได้ทยอยติดตามตัวเพื่อนำนักปีนเขาชาวต่างชาติกลับมายังกรุงกาฐมาณฑุ โดยส่งเครื่องบินพิเศษ 5 ลำไปรอรับตัวนักปีนเขาดังกล่าวที่สนามบินลุคลา ซึ่งอยู่ใกล้กับยอดเขาเอเวอเรสต์ คาดว่านักปีนเขาต่างชาติทั้งหมดจะเดินทางถึงกรุงกาฐมาณฑุในช่วงเย็นวันนี้เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาออกแถลงการณ์ เรื่องการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 4 คน ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 102 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61282</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส, ยอดติดเชื้อทั่วโลก, สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิตาลี, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f63c533a8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ฟ้าชายชาร์ลส์’ติดเชื้อ! สเปนวิกฤติตายแซงจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งอังกฤษทรงติดไวรัสโควิด-19 ล็อกดาวน์ทั่วโลกกระทบประชากร 1 ใน 3 ของโลกแล้ว หลังจากอินเดียสั่งพลเมือง 1,300 ล้านคนอยู่ในเคหสถานนาน 21 วัน สเปนสังเวยโคโรนา แซงหน้าจีน ยอดติดเชื้อทั่วโลกพุ่งเกิน 436,000 คน ตายใกล้แตะ 20,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลทั่วโลกด้วยการสั่งล็อกดาวน์ ยุติการเคลื่อนย้ายและบังคับประชากรอยู่แต่ในเคหสถาน กำลังส่งผลต่อประชากรโลก 2,600 ล้านคนในมากกว่า 50 ประเทศ ขณะที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่กระจายเพิ่มในอีกหลายประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2563 พบว่า ลิเบีย ซึ่งผจญภัยสงครามยืดเยื้อ, เบลีซ ในภูมิภาคอเมริกากลาง, เกรนาดา และดอมินิกา ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, มาลีในแอฟริกา และลาว มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกในประเทศ ส่วนแคเมอรูนและไนเจอร์มีผู้เสียชีวิตรายแรก ข้อมูลนี้รวบตั้งแต่เวลา 02.00 น.ของวันจันทร์ ขณะเดียวกัน องค์การยูเนสโกกล่าวว่า ประชากรบนหมู่เกาะกาลาปาโกส 4 รายติดเชื้อไวรัสนี้ด้วย ทั้งหมดเพิ่งเดินทางกลับจากเมืองกัวยากิลของเอกวาดอร์เมื่อวันจันทร์ ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้มีผู้เสียชีวิต 27 คน จากติดเชื้อ 1,049 คน เกินครึ่งอยู่ที่เมืองกัวยากิลนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกรวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงค่ำวันพุธ อยู่ที่อย่างน้อย 436,159 ราย เสียชีวิตแล้ว 19,648 คน อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 6,820 คน โดยเสียชีวิตเพิ่มถึง 743 คนเมื่อวันอังคาร จากผู้ติดเชื้อ 69,176 คน รักษาหายแล้ว 8,326 คน ขณะที่สเปนมีผู้เสียชีวิตมากแซงจีนขึ้นอันดับ 2 ของโลกแล้ว หลังจากมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 738 คนเมื่อวันพุธ ยอดรวมอยู่ที่ 3,434 คน จากผู้ติดเชื้อ 47,610 คน หายแล้ว 5,367 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในสเปนยังคงเพิ่มขึ้นไม่หยุด แม้สเปนจะล็อกดาวน์ประเทศมาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม ก่อนจะขยายเวลาต่อไปเป็นวันที่ 11 เมษายน รัฐบาลสเปนได้ร้องขอความสนับสนุนจากกองกำลังนาโตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน จีนแผ่นดินใหญ่ไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเมื่อวันอังคาร แต่มีผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศอีก 47 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 4 คน ยอดรวมจีนมีผู้ติดเชื้อ 81,218 คน เสียชีวิต 3,281 คน, อิหร่านเสียชีวิตเพิ่ม 143 คน ยอดรวม 2,077 ศพ ติดเชื้อ 27,017 คน, ฝรั่งเศสเสียชีวิตแล้ว 1,100 คน ติดเชื้อ 22,302 คน และสหรัฐ เสียชีวิตแล้ว 802 คน ติดเชื้อ 55,238 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ เป็นบุคคลสำคัญคนล่าสุดที่ติดไวรัสโควิด-19 โดยสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างแถลงการณ์ของพระตำหนักแคลเรนซ์เมื่อวันพุธว่า พระราชโอรสองค์โตในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ทรงเริ่มมีพระอาการของโรคโควิด-19 ในระดับอ่อน แต่พระพลานามัยของพระองค์ยังแข็งแรงและยังทรงงานตามปรกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายแห่งเวลส์ ซึ่งมีพระชนมายุ 71 พรรษา และคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายา ทรงแยกกักพระองค์อยู่ที่พระตำหนักในสกอตแลนด์ แต่ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสด้วย แถลงการณ์กล่าวว่า ทั้งสองพระองค์ทรงรับการตรวจโดยระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) ที่สกอตแลนด์ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าพระองค์ทรงติดไวรัสจากใคร เนื่องจากเจ้าชายทรงพบปะกับบุคคลมากมายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงขณะนี้อังกฤษมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วมากกว่า 8,000 คน เสียชีวิต 422 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อินเดีย นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี มีคำสั่งเมื่อวันอังคารให้ล็อกดาวน์ทั้งประเทศนาน 21 วัน โดยขอให้ประชาชน 1,300 ล้านคนอยู่แต่ในเคหสถาน หลังจากนักวิจัยกล่าวเตือนว่า อินเดียอาจมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านคนภายในกลางเดือนพฤษภาคม ทำให้รัฐบาลตัดสินใจสั่งระงับการเดินทางทางอากาศและรถไฟทั้งหมด และสั่งปิดธุรกิจและโรงเรียนทั่วประเทศ ถึงวันพุธอินเดียมีผู้ติดเชื้อแล้ว 562 คนเสียชีวิต 10 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่สหรัฐ มีชาวอเมริกันเกือบ 130 ล้านคน หรือ 40% ของประชากรในหลายมลรัฐ กำลังถูกขอหรือถูกบังคับให้กักตัวในบ้าน ซึ่งรวมถึงประชาชนในรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ทว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความประสงค์ว่าไม่ต้องการเห็นการชัตดาวน์ขยายเกินวันที่ 12 เมษายน โดยระบุว่าไม่คุ้มค่ากับความสูญเสียทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ท่าทีของทรัมป์ขัดกับมาตรการที่ใช้กันทั่วโลก และย้อนแย้งกับแนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดในสหรัฐที่รุนแรงขึ้น และองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) โดยมาร์กาเร็ต แฮร์ริส โฆษกองค์การกล่าวเตือนที่นครเจนีวาเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐอาจกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่แทนที่ยุโรป เห็นได้จากอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลา 24 ชั่วโมงนั้น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 85% ของทั้งโลกอยู่ในยุโรปและสหรัฐ และในจำนวนนี้อยู่ในสหรัฐ 40%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐยังมีข่าวดีสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่บ้าง เมื่อวุฒิสภาและทำเนียบขาวสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อผ่านกฎหมายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบเท่ากับ 10% ของเศรษฐกิจสหรัฐทั้งหมด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60935</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ยอดติดเชื้อทั่วโลก, ล็อกดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7b6c8bac6d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
