<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดข้ามแดนจากเมียนมาดันยอดติดเชื้อในจีนสูงสุดรอบ6เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนเพิ่มมาตรการคุมเข้มพื้นที่ชายแดนเมียนมา หลังจากพบผู้ติดเชื้ออีก 15 คนในเมืองรุ่ยลี่ที่สั่งล็อกดาวน์เมื่อวันก่อน ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของจีนเมื่อวันพุธทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 57 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมียนมารอรับการตรวจเชื้อโควิด-19 ที่เมืองรุ่ยลี่เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; ภายหลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น (Photo by Jia Lei/VCG via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 เป็นประเทศแรกของโลกเมื่อปลายปี 2562 แต่การใช้มาตรการที่เข้มงวดหลายอย่างและการควบคุมชายแดนอย่างเคร่งครัด ช่วยให้จีนสามารถจำกัดการแพร่ระบาดได้ แต่เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 7 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ทางการจีนเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดรายใหม่ 57 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ในจำนวนนี้ 15 คนพบที่เมืองรุ่ยลี่ มณฑลยูนนาน ติดชายแดนเมียนมา ผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำให้จีนมียอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 91,949 คน เสียชีวิต 4,636 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยูนนานกล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเมืองรุ่ยลี่เป็นชาวเมียนมา 12 คน พวกเขากล่าวโทษการระบาดรอบล่าสุดด้วยว่าเป็นเพราะไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่แพร่กระจายได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าการมณฑลยูนนานกล่าวเมื่อวันอังคารว่า เจ้าหน้าที่จะอุดช่องโหว่ทั้งหมดที่อาจทำให้ไวรัสเข้าสู่ประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร เมืองรุ่ยลี่เริ่มล็อกดาวน์ห้ามประชาชนออกจากบ้าน โรงเรียนและธุรกิจปิดชั่วคราว หลังจากมีรายงานพบผู้ติดเชื้อ 90 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ถึงคืนวันจันทร์ผู้พักอาศัยในเมืองนี้ทั้งหมด 210,000 คนได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การล็อกดาวน์เมืองรุ่ยลี่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 เดือน โดยมีสาเหตุจากการพบผู้ติดเชื้อเดินทางเข้ามาจากเมียนมา หลังจากพบการระบาดระดับเล็กน้อยเมื่อเดือนเมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนได้วางกำลังทหารเพิ่มขึ้นและเพิ่มการลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนเพื่อป้องกันพวกหลบหนีเข้าเมือง และปราบปรามการค้ามนุษย์ ป้องกันการหลั่งไหลของผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อที่ทางการจีนรายงานเมื่อวันพุธอีก 42 คนก็เป็นการนำเข้าเชื้อไวรัสมาจากต่างแดนเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108995</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนคุมเข้มชายแดน, ยอดติดเชื้อสูงสุด, เมียนมา, เมืองรุ่ยลี่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210707/image_big_60e5b28f4a7d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2020 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2020 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงสุดเกือบ 1,000 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์แถลงเมื่อวันเสาร์ว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศถึง 942 คน มากเป็นสถิติรายวันสูงสุด เกือบทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าว ส่วนอินโดนีเซียติดเชื้ออีก 325 คน ยอดสะสมเกิน 6,200 คนแล้ว เสียชีวิตไป 535 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นแรงงานต่างด้าวในสิงคโปร์เป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศนี้เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยอดติดเชื้อรายวันนับถึง 12.00 น.ของวันเสาร์ที่ 18 เมษายน อยู่ที่ 942 ราย เป็นจำนวนมากที่สุดทำลายสถิติ 728 คนของวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์กล่าวว่า ในกลุ่มผู้ติดเชื้อล่าสุดเมื่อวันเสาร์ มีเพียง 14 รายที่เป็นชาวสิงคโปร์หรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศ ส่วนยอดติดเชื้อสะสมของสิงคโปร์ล่าสุดอยู่ที่ 5,992 ราย และมีผู้เสียชีวิต 11 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง กล่าวในเฟซบุ๊กว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นเป็นกลุ่มแรงงานต่างชาติที่อยู่ในหอพัก และส่วนใหญ่มีอาการป่วยเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าหน้าที่กำลังพยายามตัดห่วงโซ่การแพร่เชื้อภายในหอพักแรงงาน แต่จะต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาเลเซีย เพื่อนบ้านของสิงคโปร์ จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันเสาร์มีเพียง 69 ราย ต่ำที่สุดนับแต่รัฐบาลประกาศใช้มาตรกควบคุมการเคลื่อนย้ายเมื่อวันที่ 18 มีนาคม จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในมาเลเซียอยู่ที่ 5,251 ราย แต่หายดีแล้ว 2,967 ราย หรือ 56.5% ส่วนผู้เสียชีวิตมีเพิ่ม 2 ราย รวมเป็น 86 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซีย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนามากที่สุดในอาเซียนแทนที่ฟิลิปปินส์เมื่อวันศุกร์ โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 325 คนเมื่อวันเสาร์ ยอดรวมสะสม 6,248 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 15 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 535 ราย ในขณะที่ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 209 คนเมื่อวันเสาร์ ยอดสะสมเป็น 6,087 คน มีคนเสียชีวิตอีก 10 ราย รวมยอดเสียชีวิต 397 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นอย่างมากช่วง 2 สัปดาห์มานี้เป็นผลจากการตรวจหาเชื้อเพิ่มขึ้น แต่ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดประชากรที่มีถึง 260 ล้านคน ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียมีอัตราการตรวจ 2,700 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ส่วนสิงคโปร์ตรววจ 12,000 คนต่อประชากร 1 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63546</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาเลเซีย, ยอดติดเชื้อสูงสุด, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
