<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ช็อปปิ้งห้างคึก! ปชช.เข้าแถวรอก่อนเปิด‘สธ.’แนะเข้มถึงสิ้นพ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไทยติดเชื้อเพิ่ม 3 ราย พบที่สถานกักกันกลับจากปากีสถาน-อียิปต์ เผยความร่วมมือ ปชช.หย่อนลงทุกด้านหลังผ่อนปรน มท.สั่ง ผวจ.ยึดข้อกำหนด ศบค.คลายล็อกเฟส 2 เปิดห้างวันแรกคึกคัก! คนแห่รอเข้าตั้งแต่ก่อนเปิดทำการ ภายใต้มาตรการเข้มป้องโควิด-19 &amp;quot;ผู้ว่าฯ กทม.&amp;quot; ย้ำห้ามปล่อยกินเหล้า-จัดนาทีทอง ฝ่าฝืนปิดทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,028 ราย หายป่วยสะสม 2,856 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 56 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 116 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย มาจากสถานกักกันที่รัฐจัดให้ทั้งหมด และเป็นเพศชายทั้งหมด โดย 1 ราย เป็นนักศึกษา อายุ 23 ปี กลับมาจากปากีสถานเมื่อวันที่ 7 พ.ค. อีก 2 ราย เป็นนักศึกษาอายุ 21 ปี และ 23 ปี กลับมาจากอียิปต์เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งก่อนเดินทางได้มีการตรวจสารคัดหลั่งในโพรงจมูกมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่พบเชื้อ แต่มาตรวจพบเชื้อที่ประเทศไทย โดยระยะฟักตัวจากวันที่เดินทางมาถึงไทย อยู่ที่ 9-10 วัน ยืนยันเราจะดูแลอย่างเต็มที่ ในส่วนของปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยใน 2 สัปดาห์ล่าสุด มาจากศูนย์กักผู้ต้องกักมากที่สุด รองลงมาคือจากการค้นหาเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จากการศึกษาร่วมกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยต่างๆ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อสำรวจพฤติกรรมประชาชนหลังจากมีมาตรการผ่อนปรน โดยเทียบระหว่างช่วงวันที่ 23-30 เม.ย.กับ 14-18 พ.ค. พบว่า ตัวเลขความร่วมมือต่ำลงทั้งสิ้น โดยพฤติกรรมโดยรวมลดลงจาก 77.6% เหลือ 72.5% สวมหน้ากากอนามัย จาก 91.2% เหลือ 91% ล้างมือด้วยสบู่หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ จาก 87.2% เหลือ 83.4% กินร้อน ใช้ช้อนตัวเอง จาก 86.1% เหลือ 82.3% ระวังไม่อยู่ใกล้คนอื่นในระยะน้อยกว่า 2 เมตร จาก 65.3% เหลือ 60.7% และการไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก จาก 62.9% เหลือ 52.9% ขณะที่ผลการตรวจกิจการ/กิจกรรมประจำวันที่ 16 พ.ค. ตรวจไปทั้งสิ้น 20,204 กิจการ/กิจกรรม ปฏิบัติตามมาตรการ 20,153 กิจการ/กิจกรรม ปฏิบัติตามมาตรการ แต่ไม่ครบ 51 กิจการ/กิจกรรม ไม่พบการกิจการ/กิจกรรมที่ไม่ปฏิบัติตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สำหรับแพลตฟอร์มไทยชนะ รัฐบาลบังคับให้ทุกคนต้องลงทะเบียนใช่หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการบังคับ แต่เป็นการขอความร่วมมือ เพราะดีต่อสุขภาพท่านเอง เพื่อทำให้ได้รับทราบความแออัดและหนาแน่นของผู้ใช้บริการ ดีต่อผู้ที่เปิดกิจการด้วย เพราะไม่รู้ว่าลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งของการนำเชื้อมาด้วยหรือไม่ และยังดีต่อการตรวจสอบมาตรการ ถือว่าดีต่อทุกส่วน ข้อดีอีกอย่างคือ หากท่านไปติดโรคมา หรือมีข่าวว่าเกิดการติดเชื้อในสถานที่นั้นๆ สามารถจำกัดคนได้ ไม่ต้องไปหว่านแหตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวด้วยว่า จำนวนการรับคนไทยจากต่างประเทศจากที่กำหนดไว้ 200 คนต่อวัน อาจขยับมา 300 ต่อวัน และต่อไปน่าจะขยับไป 400 ต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พลวรรธน์ วิทูรชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกที่มีการเปิดใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ โดยในเวลา 11.30 น. มีผู้ลงทะเบียนสำหรับร้านค้าไปแล้วทั้งสิ้น 26,736 ร้านค้า และผ่านไป 2 ชั่วโมงมีผู้เช็กเอาต์ผ่านระบบ 155,486 คน และมีผู้เช็กอินทุกๆ นาที ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด 4,635 คน ถือเป็นความร่วมมือร่วมใจของคนไทยในการใช้แพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งวันนี้ขอชื่นชมประชาชนเป็นแสนคน ที่เข้าใจขั้นตอนการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานถึงร้านค้าที่ลงทะเบียนใช้แพลตฟอร์มไทยชนะว่า 10 อันดับ จังหวัดลงทะเบียนสูงสุด ดังนี้ 1.กรุงเทพฯ 3,420 ร้าน 2.ชลบุรี 877 ร้าน 3.นนทบุรี 611 ร้าน 4.สมุทรปราการ 545 ร้าน 5.ปทุมธานี 423 ร้าน 6.เชียงใหม่ 381 ร้าน 7.สุราษฎร์ธานี 357 ร้าน 8.นครราชสีมา 311 ร้าน 9.ขอนแก่น 248 ร้าน 10.สงขลา 219 ร้าน
สั่ง ผวจ.ยึดคำสั่ง ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ลงวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยขอให้จังหวัดดำเนินการดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.รับทราบ ถือปฏิบัติ และออกคำสั่ง ตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 7) และคำสั่ง ศบค.ที่ 3/2563 เรื่อง แนวปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) โดยเคร่งครัด ไม่ต้องเพิ่มเติมกิจการ/กิจกรรมใดๆ แต่อาจเสริมมาตรการในทางปฏิบัติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.สร้างการรับรู้ตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามคำสั่ง ศบค.ที่ 3/2563 แก่ผู้ประกอบการ พนักงาน ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.หากผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาและมีความเห็นจะดำเนินการอื่นใดต่างไปจากข้อกำหนดฯ ให้รายงานศูนย์โควิด-19ของกระทรวงมหาดไทยก่อนดำเนินการ เพื่อจะได้รายงาน ศบค. เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในการตรวจสอบและให้ทุกส่วนงานของ ศบค.ได้รับทราบ เพื่อประสานการปฏิบัติไม่ให้เกิดความลักลั่นและนำไปสู่การวิพากษ์ว่าส่วนราชการไม่มีการบูรณาการซึ่งกันและกัน รวมทั้งไม่ให้เกิดความสับสนต่อประชาชน และผู้ปฏิบัติงานได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ให้รายงานผลการปฏิบัติงาน ปัญหา/อุปสรรค และข้อแนะนำตามแบบที่กำหนดต่อเนื่อง ไปยังศูนย์โควิด-19 กระทรวงมหาดไทย เป็นประจำทุกวัน ภายในเวลา 16.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจิรยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขอย้ำว่าแม้จะผ่านการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ แต่เรายังต้องเฝ้าระวังจนถึงวันที่ 31 พ.ค. อย่าทำให้เกิดช่องว่าง เช่น กรณีภูเก็ตได้ปิดเมืองมาระยะหนึ่ง และสามารถควบคุมโรคได้ในระดับดีขึ้น แต่พบว่าช่วงรอยต่อของการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้นเดือน พ.ค. ทำให้มีประชาชนในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เดินทางข้ามจังหวัดในลักษณะที่เรียกว่า &amp;ldquo;ฝูงผึ้งแตกรัง&amp;rdquo; และประชาชนได้เคลื่อนย้ายไปยังจังหวัดต่างๆ ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ซึ่งการเคลื่อนย้ายของคนจากพื้นที่มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว จึงเป็นช่องว่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระยะปลอดภัยของโรคจะต้องนับให้ถึง 28 วันที่ไม่มีการรายงานผู้ป่วย แม้ในขณะนี้ จ.ภูเก็ต ไม่มีรายงานว่าพบผู้ป่วยเพิ่ม แต่ยังต้องทำการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่ามีความปลอดภัยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างวันที่ 14-28 วัน อาจจะต้องดูต่อว่าสัปดาห์หน้าจะมีผู้ป่วยรายใหม่ที่เกิดจากการติดเชื้อในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งถ้ามี แล้วอยู่ในภาวะที่เราควบคุมได้ก็ดี แต่ถ้าหากเกิดเป็นกลุ่มก้อนที่เรียกว่า Super spreader ขึ้นมาก็ต้องมีการเตรียมการใหม่ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขต่อไปให้เป็นนิสัย สร้างชีวิตวิถีใหม่ตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;17 พ.ค.ห้างฯ เปิดแล้ว แต่การ์ดอย่าตก&amp;quot; ว่า จะไปตรวจมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 ที่ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะผู้บริหาร กทม.ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ รวมถึง 50 สำนักงานเขต ลงพื้นที่ตรวจมาตรการป้องกันโควิด-19 ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และคอมมูนิตี้ ซึ่งทั่วกรุงเทพฯ มีอยู่เกือบๆ 200 แห่ง ขอย้ำหากร้านอาหารปล่อยให้มีการนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน ถ้าตรวจพบจะสั่งให้ปิดร้านทันที และห้ามมิให้ทางห้างและร้านค้าจัดโปรโมชั่นนาทีทอง หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการสัมผัสใกล้ชิดกันซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 ด้วย
เปิดห้างวันแรกคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม. ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในการเปิดให้บริการของห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ซึ่งเปิดเป็นวันแรก หลังจากที่ภาครัฐออกมาตรการผ่อนปรน โดยพบว่ามีประชาชนเดินทางมาเข้าคิวรอเข้าห้างเป็นจำนวนมาก ก่อนห้างเปิดในเวลา 10.00 น. โดยระหว่างยืนรอจะมีเจ้าหน้าที่ของห้างมาแจ้งให้พี่น้องประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างน้อย 1-1.5 เมตร รวมทั้งก่อนเข้าห้างทุกคนจะต้องมีการเช็กอินและเวลาออกจะต้องเช็กเอาต์ ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ดแพลตฟอร์ม &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; เมื่อเข้ามาในตัวห้างจะต้องผ่านการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และใครไม่สวมหน้ากากอนามัยจะไม่ให้เข้าในตัวห้าง และบริเวณทุกจุด ที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น ประตูทางเข้า หน้าลิฟต์ บันไดเลื่อน จะมีบริการเจลล้างมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัด กทม.กล่าวว่า จากการตรวจสอบทั้งร้านอาหาร ฟู้ดคอร์ต &amp;nbsp;ธนาคาร และร้านค้า ร้านเสื้อผ้า &amp;nbsp;มีมาตรการเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี มีการตรวจวัดอุณหภูมิ มีเจลล้างมือ และที่สำคัญในส่วนกลางของตัวห้าง และภายในร้านมีการประชาสัมพันธ์การเว้นระยะห่างอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นมาตรการสำคัญที่ทุกร้านต้องเข้มงวดต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ เข้ามาพร้อมกันกลัวเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม จึงได้กำชับห้างให้เข้มงวดเรื่องนี้ พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานเขตมาตรวจตราเป็นประจำทุกห้าง ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วกรุง ซึ่งหลังดำเนินการได้ 2-3 วัน กทม.จะมีการเรียกข้อมูลจากทุกเขต เพื่อมาประชุมสรุปผลการดำเนินการ ว่ามีห้างใดฝ่าฝืน ร่วมมือขนาดไหน ต้องมีการเพิ่มเติมหรือปรับปรุงมาตรการใดอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการแล้ว วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-20.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมคุมเข้มมาตรการ &amp;ldquo;เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ&amp;rdquo; อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ New Normal และแนะนำให้ลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงภายในศูนย์การค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้แก่ เดอะมอลล์ ทุกสาขา, ดิเอ็มโพเรียม, ดิเอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งด้วย 100 มาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจเมื่อมาใช้บริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การเปิดห้างสรรพสินค้าในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศก็เป็นไปอย่างคึกคักไม่แพ้กัน อย่างที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จ.ปทุมธานี มีประชาชนจำนวนมากแห่ไปรอที่ประตูทางเข้าห้างทั้ง 15 ประตู เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เป็นเวลาห้างเปิด เจ้าหน้าที่มีการตั้งจุดสแกนที่บริเวณประตูทางเข้าห้างทั้ง 15 จุด โดยมีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มข้น เช่น ให้สแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ และสแกนแอปพลิเคชันของห้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ จ.สงขลา มีมาตรการคัดกรองอย่างเข้มงวด ที่สำคัญตรงบันไดเลื่อนจะเป็นระบบไฟเขียวไฟแดง หากคนแน่นเกินไปก็จะขึ้นไฟแดงเพื่อให้ทิ้งระยะห่างระหว่างกัน และหากจำนวนคนปกติก็จะเป็นไฟเขียว ซึ่งมีที่เดียวในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เป็นลูกค้ารายแรกที่เข้าห้าง โดยตรวจเยี่ยมมาตรการป้องกันโควิด-19 ก่อนเดินทางไปศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จากนั้นนายวิเชียรเปิดเผยว่า รู้สึกพอใจที่ทางห้างให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาด มีการควบคุมป้องกันไว้อย่างรัดกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า มีผู้ป่วยยืนยันจำนวน 224 ราย ไม่พบรายใหม่ ซึ่งเท่ากับไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ติดต่อกันเป็นเวลา 16 วันแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66195</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ยอดติดเชื้อโควิด-19, สถานกักกันกลับจากปากีสถาน-อียิปต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec13784b5524.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รัสเซียอาการหนัก ‘คนป่วย’พุ่งกระฉูด ‘กิมจิ’หวั่นระลอก2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เกาหลีใต้หวั่นโควิด-19 ระบาดระลอกสอง หลังยอดติดเชื้อรายใหม่ในประเทศสูงสุดในรอบ 1 เดือน กรุงโซลสั่งปิดบาร์ไนต์คลับทั้งหมด หลังนักเที่ยวคนเดียวแพร่ไวรัสหลายสิบราย อู่ฮั่นพบติดเชื้อรายแรกในรอบเดือนเศษ รัสเซียติดเชื้อเกินหมื่นอีกวันยอดรวมทะลุ 2 แสน มากเป็นอันดับ 5 ของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกมากเกิน 4 ล้านรายแล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2563 โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงเย็นวันอาทิตย์ จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกมี 4,041,520 ราย เสียชีวิต 279,565 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 1,309,541 ราย เสียชีวิต 78,794 ราย โดยเมื่อวันเสาร์ สหรัฐมีผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มอีก 1,568 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียเป็นอีกประเทศที่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง มีผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวันเกินหมื่นรายติดต่อกัน 7 วันแล้ว โดยในวันอาทิตย์รัสเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,012 คน ยอดรวมเพิ่มเป็น 209,688 คน มากเป็นอันดับ 5 ของโลก ต่อจากสหรัฐ, สเปน, อิตาลีและสหราชอาณาจักร ส่วนผู้เสียชีวิตมีเพิ่มอีก 88 คน ยอดรวมเป็น 1,915 คน เจ้าหน้าที่รัสเซียกล่าวว่า ยอดติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากเพราะรัสเซียตรวจเชื้อมากขึ้น โดยตรวจไปแล้ว 5.4 ล้านราย ขณะที่อังกฤษตรวจเชื้อไม่ถึง 2 ล้านราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกาหลีใต้ ประธานาธิบดีมุน แจอิน แถลงต่อประชาชนเมื่อวันอาทิตย์ เตือนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 2 โดยกล่าวว่าสถานการณ์จะไม่ยุติจนกว่ามันจะยุติจริงๆ เมื่อวันอาทิตย์ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคซีดีซี) รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 34 คน ซึ่งสูงที่สุดนับแต่วันที่ 9 เมษายน ส่วนผู้เสียชีวิต 256 คนเท่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละไม่เกิน 10 ราย และไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศมานานกว่า 10 วัน และรัฐบาลเพิ่งผ่อนคลายข้อจำกัดการเว้นระยะห่างทางสังคมบางอย่างและเปิดธุรกิจและโรงเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบการแพร่เชื้อที่โยงถึงชายวัย 29 ปีรายหนึ่ง ที่เคยเที่ยวบาร์และไนต์คลับ 5 แห่งในย่านอีแทวอนของกรุงโซล ต่อมาตรวจพบว่าเขาติดเชื้อไวรัสโคโรนาและมีผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดเขาติดเชื้อมากกว่า 50 ราย นายกเทศมนตรีกรุงโซลมีคำสั่งให้ปิดบาร์และไนต์คลับทุกแห่งอย่างไม่มีกำหนดแล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนที่จังหวัดคย็องกีที่อยู่ติดเมืองหลวง ก็มีคำสั่งให้สถานบันเทิงมากกว่า 5,700 แห่งระงับบริการ 2 สัปดาห์เริ่มแต่วันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในประเทศเพิ่มอีก 14 คนเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดนับแต่วันที่ 28 เมษายน ในจำนวนนี้รวมถึงผู้ติดเชื้อคนแรกของเมืองอู่ฮั่นนับแต่วันที่ 3 เมษายน ผู้ติดเชื้อรายนี้ก่อนหน้านี้ไม่ได้แสดงอาการ นอกจากนี้ 11 รายของผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นการแพร่เชื้อแบบกลุ่มที่เมืองซูหลาน มณฑลจี๋หลินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยติดจากหญิงคนหนึ่งที่ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันเสาร์อีก 2 รายติดเชื้อมาจากต่างประเทศ ถึงวันอาทิตย์จีนมีผู้ติดเชื้อสะสม 82,901ราย เสียชีวิต 4,633 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65584</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรุงโซลสั่งปิดบาร์, ยอดติดเชื้อโควิด-19, รัสเซีย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกาหลีใต้, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb800c08ebb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มโควิดตํ่ากว่า1% ศบค.สดุดีหมอครบ100วันป่วยเพิ่ม15ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดติดเชื้อโควิด-19 ลดต่อเนื่อง มีป่วยใหม่ 15 ราย โฆษก ศบค.เผยน่าพอใจอย่างยิ่ง แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ยังลากยาวกันไปอีก บางทฤษฎีบอกว่าเป็นปี หวั่นผ่อนปรนจะซ้ำรอยสิงคโปร์ ประมาทนิดเดียวตัวเลขพุ่ง &amp;quot;เพจ ศบค.&amp;quot; สดุดีทีมแพทย์ไทย-อสม. นักรบแถวหน้าสู้โควิดครบ 100 วันเต็มจนอัตราผู้ป่วยใหม่ต่ำกว่า 1% แล้ว เหลือผู้ป่วยรักษา 425 ราย &amp;ldquo;อนุทิน&amp;quot; ตั้งกรอบ 3 เดือนขอความชัดเจนวัคซีนโควิด &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; นัดพรรคร่วมฝ่ายค้าน 23 เม.ย. เข้าชื่อเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญถก พ.ร.ก.เงินกู้-พ.ร.บ.โอนงบปี 63 &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; ถามรัฐบาลดันร่าง พ.ร.บ.โอนงบทำประชาพิจารณ์ตาม ม.77 หรือยัง&amp;nbsp;
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 เมษายน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 15 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,826 ราย หายป่วยและกลับบ้านเพิ่มเติม 244 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เสียชีวิตสะสม 49 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 49 เป็นหญิงไทย อายุ 58 ปี เป็นแม่บ้าน มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง มีภาวะอ้วน มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นลูกสาว มีอาการไอ ไข้ เสมหะสีขาวเหลือง มีน้ำมูก ในวันที่ 20 มี.ค. จากนั้นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน กทม. เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ต่อมาวันที่ 28 มี.ค. ผลตรวจยืนยันเป็นโควิด-19 ระหว่างการรักษาตัวมีอาการทรุดลงเรื่อยๆ เหนื่อยหอบ ถ่ายเหลว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่วันนี้ถือว่าน่าพอใจอย่างยิ่ง ถือเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่ง และความสำเร็จเล็กๆ ระหว่างทาง เราต้องเก็บความสำเร็จเล็กๆ ไปเรื่อยๆ เพราะยังไม่จบสิ้น การเผชิญไวรัสโควิด-19 เป็นวิกฤติของทั่วโลก ของเราเองแม้ตัวเลขจะต่ำลงมาก็เป็นความภาคภูมิใจของทั้งประเทศ แต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ยังทอดยาวกันไปอีก หลายคนบอกว่าอีกหลายเดือน และบางทฤษฎีบอกว่าเป็นปี การลากยาวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผลของการทำงานวันนี้จะแสดงผลในอีก 14 วันข้างหน้า ต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ เบาใจได้ แต่วางใจไม่ได้ การ์ดอย่าตก&amp;rdquo;
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในรอบ 14 วันที่ผ่านมา มีจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ 36 จังหวัด ซึ่งยอดเท่ากับวันที่ 21 เม.ย. โดยจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติมเข้ามาคือนครราชสีมา แต่ จ.พระนครศรีอยุธยาที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยมาหลายวันกลับพบผู้ป่วย จากนี้ต้องไปดูสาเหตุและสอบสวนโรคกันต่อไป ส่วนจังหวัดที่ยังมีรายงานผู้ป่วยในรอบ 7 วันที่ผ่านมามี 14 จังหวัด ได้แก่ กทม. นนทบุรี ภูเก็ต ชลบุรี ยะลา ปัตตานี สงขลา ปทุมธานี นครปฐม กระบี่ นราธิวาส ขอนแก่น ชุมพร พระนครศรีอยุธยา
โฆษก ศบค.กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โลก มีผู้ป่วยสะสม 2,554,568 ราย เสียชีวิต 177,402 ราย โดยในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ที่ทั่วโลกจับตามองว่าจะกลายเป็นจุดขยายตัวของโรค เพราะมีผู้ป่วยรายใหม่รวมกันแล้วพุ่งสูงขึ้น ล่าสุดสิงคโปร์มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นวันเดียว 1,111 ราย ตัวเลขดังกล่าวทำให้เรียนรู้ว่าการ์ดตกนิดหน่อยไม่ได้เลย ขณะที่เราทำได้ดี แต่มาตรการที่เราทำดีมาตลอดถ้าแก้ไขนิดเดียวสิ่งที่ทำมาจะไม่ได้ผลอะไร เน้นย้ำว่าเราต้องเรียนรู้จากรอบบ้านของเรา ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปตัดสินใจในเชิงนโยบาย
นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า กรมสุขภาพจิตได้ไปสำรวจความเครียดของกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 12-18 มี.ค., 30 มี.ค.-เม.ย. และ 13-19 เม.ย. พบว่า ทั้งสองกลุ่มมีความเครียดเพิ่มขึ้น เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นต่อสภาวะไม่ปกติ ต้องดูแลกันทุกคน ส่วนใหญ่มีความสามารถในการปรับตัวในสิ่งต่างๆ แตกต่างกันไป แต่มีบางส่วนแก้ปัญหาไม่ได้ก็ต้องไปดูแล โดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มอบกรมสุขภาพจิตเข้าไปดูแลบุคลากรทางการแพทย์ เชื่อมโยงจัดการเรื่องการหมุนเวียนให้ได้พักบ้าง ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ ค่าตอบแทน&amp;nbsp;
100 วันแห่งการต่อสู้สดุดีทีมแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิว คืนวันที่ 21 เม.ย. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 22 เม.ย. มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 554 ราย ลดลงจากคืนก่อน 139 ราย ชุมนุม มั่วสุม 55 ราย ลดลงจากคืนก่อน 10 ราย ส่วนจังหวัดที่มีการกระทำผิดมากที่สุด ได้แก่ ภูเก็ต รองมาลงมา กทม. ปทุมธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ลพบุรี ราชบุรี ขอนแก่น ส่วนคนไทยที่เดินทางกลับประเทศในวันที่ 22 เม.ย. รัสเซีย 25 ราย เกาหลีใต้ 60 ราย เวียดนาม 115 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าบางจังหวัดเตรียมจะคลายล็อก ผ่อนผันให้มีการขายของในตลาดได้ ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อเหลือเลขตัวเดียว จะทำให้ยืดหยุ่นมากกว่านี้ได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผอ.ศบค.จะใช้สถิติ ชุดข้อมูล และความร่วมมือเป็นสำคัญ การจะเปิด ผ่อนปรน ขึ้นอยู่กับตัวเลขเหล่านี้ ยืนยันว่าการจะยกเลิกตอนนี้ยังไม่มี แต่เป็นลักษณะผ่อนปรน เพราะสถานการณ์รอบบ้านเรามีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ของเราแม้จะควบคุมได้ แต่ถ้ากะพริบตา ประมาทนิดเดียว ตัวเลขพุ่งขึ้นทันที รายละเอียดต้องฟังมติจาก ครม.และมติ ศบค.ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้นายกฯ ไม่ได้ตัดสินใจอะไรคนเดียว เพราะคนเดียวสั่งไม่ได้ ต้องดูตัวเลขทั้งหมด เป็นการตัดสินใจแบบหมู่คณะ เพื่อให้รอบด้านและเป็นทิศทางที่ปฏิบัติได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 -ศบค.&amp;quot; โพสต์ข้อความในหัวข้อ &amp;quot;100 วันแห่งการต่อสู้...ขอสดุดีทีมแพทย์ไทย&amp;quot; ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2563 วันที่มีการรายงานผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน และเป็นผู้ป่วยโควิด-19 นอกประเทศจีนเป็นรายแรกถึงวันนี้ 22 เมษายน นับเป็นเวลา 100 วันแล้ว ที่ทีมบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล นักวิจัย รวมถึง อสม. ทั่วประเทศกว่า 1 ล้านคน ได้ทำหน้าที่เป็นนักสู้แนวหน้า เสียสละ ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เพื่อช่วยกันดึงกราฟ ยอดผู้ติดเชื้อให้ตกลงมาจนประสบความสำเร็จ จากที่สูงสุด 188 รายในหนึ่งวัน (22 มี.ค.63) จนลดลงมาเรื่อยๆ วันนี้เหลือ 15 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น ทีมแพทย์ไทยยังสามารถรักษาผู้ป่วยทั้งไทยและต่างชาติ จนมีผู้รักษาหายดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วันนี้มีผู้หายดีมากถึง 244 ราย มากกว่ายอดผู้ติดเชื้อถึงมากกว่า 16 เท่า ทำให้ยอดของผู้หายดี สูงถึง 2,352 เข้าใกล้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 2,826 ราย เข้าไปทุกที เหลือผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ 425 ราย จากที่เคยขึ้นสูงสุด 1,472 ราย (5 เม.ย.63)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราเคยหวั่นกลัวว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย จะขึ้นไปถึง 20% หรือ 30% อย่างในบางประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาวะที่ทำให้คนป่วยล้นโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งเราเคยมีบางวันที่อัตราการเพิ่มนั้นถึงไปสูงถึง 45% (22 มี.ค.63) แต่ด้วยความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ของไทย รวมทั้งความร่วมมือของประชาชนส่วนใหญ่ ทำให้เหตุการณ์เช่นนั้นไม่เกิดขึ้น และค่อยๆ ลดลง จนเหลือเพียงเลขหลักเดียว จนวันนี้อัตรานั้นต่ำกว่า 1% แล้ว ในวันนี้ที่ครบ 100 วันของการต่อสู้กับโรคร้ายโควิด-19 เพจ ศบค.ขอสดุดีและขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล อสม. และทุกคนที่เสียสละ อดทนร่วมกันจนมาถึงวันนี้&amp;rdquo; เพจ ศบค.ระบุ
ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติครั้งที่ 2/2563 ว่าที่ประชุมได้มีการเสนอพิมพ์เขียวของแผนการทำวัคซีนเพื่อต่อสู้โรคโควิด-19 อีกทั้งมีมติเป็นเอกฉันท์ในการสนับสนุนทำแผนการทดลอง และจัดให้มีการทำความร่วมมือกันในระดับประเทศในการผลิตวัคซีน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการติดต่อกับสถาบันวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศและในไทย เพื่อทำความร่วมมือ (MOU)? เพื่อพัฒนาวิจัยวัคซีน ตนกำชับให้ผู้รับผิดชอบไปศึกษาเกี่ยวกับสัญญาต่างๆ ใน MOU โดยขออย่าให้มีการเอาเปรียบกันระหว่างคู่สัญญา อย่าให้ไทยได้เข้าถึงวัคซีนช้ากว่าคนอื่น
พัฒนาวัคซีนชัดเจนใน 3 เดือน
&amp;quot;โควิด-19 จะเลิกรังควานผู้คนก็ต่อเมื่อเราได้วัคซีนแล้ว ทุกกรมต้องสุมหัวกันพัฒนาวัคซีนมาให้ได้ ประเทศไทยจะต้องเป็นพระเอกในการพัฒนาวัคซีนให้ได้ โดยในที่ประชุมขอความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนที่ชัดเจนภายใน 3 เดือน แต่เน้นย้ำว่าภายใน 3เดือนนี้วัคซีนจะยังไม่เสร็จทันที&amp;quot; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายอนุทินกล่าวถึงการประชุมสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยเงินกู้ส่วนบุคคลระหว่างธนาคารออมสินและกรุงไทยว่า ทั้ง 2 ธนาคารได้เสนอช่วยเหลือโดยการพักชำระหนี้ ลดเงินต้น โดยตนขอให้ทั้ง 2 ธนาคารช่วยกลับไปพิจารณาอีกครั้ง เพราะเจ้าหน้าที่ พนักงานของ สธ.เป็นลูกจ้างที่มีรายได้ที่มั่นคง ไม่ใช่คนกลุ่มที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุน จึงไม่มีความเสี่ยงด้านการเงิน โดยเสนอให้มีการลดอัตราดอกเบี้ยให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
นายอนุทินโพสต์ข้อความลงในกลุ่มไลน์ผู้บริหาร สธ. เกี่ยวกับการนำเสนอโครงการตามงบประมาณ ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ตามที่ สธ.ได้รับจัดสรรมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระบุว่า สธ.ของเราจะต้องนำเสนองบประมาณในวงเงิน 45,000 ล้านบาท เพื่อรับมือสถานการณ์โควิด-19 จากนี้ไป งบประมาณนี้ได้รับการจัดสรรมาตามมติ ครม.ที่อนุมัติในที่ประชุมเมื่อวานนี้ เราควรต้องจัดการใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งกระทรวงต้องการให้ผู้บริหารทุกท่านมีส่วนร่วมและนำเสนอข้อแนะนำดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ให้พยายามใช้ของที่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศให้น้อยที่สุด อุดหนุนกิจการของคนไทยให้มากที่สุด ขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันคิดให้ละเอียด และนำเสนอมาตามสายงานบังคับบัญชา เพื่อนำไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า หากจะมีการผ่อนคลายมาตรการ จะต้องพิจารณาสถานการณ์ว่าดีขึ้น ซึ่งประกอบด้วยหลายปัจจัย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ที่ลดลงถือเป็นความสำเร็จของคนไทยทุกคน แต่การยืนยันว่าไม่พบผู้ป่วยรายใหม่หรือตัวเลขเป็นศูนย์ จะต้องเฝ้าติดตามค้นหาต่อไปอีก 28 วันนับจากวันที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ติดเชื้อตกค้างหรือซ่อนอยู่ เพราะหากผ่อนคลายแล้วเกิดการปล่อยปละละเลย จะเกิดการระบาดกลับมาซ้ำอีกแน่นอน และจะเพิ่มแบบก้าวกระโดด ดังนั้นต้องไม่ประมาท ยังต้องรักษาความเข้มข้นมาตรการเดิมต่อไปอีกสักระยะ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการสำหรับห้างสรรพสินค้าในการเปิดให้บริการ หาก ศบค.คลายล็อกมาตรการ หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง ว่า เป็นอำนาจของ ศบค. ในการกำหนดมาตรการต่างๆ ไปยังห้างสรรพสินค้า ซึ่งการคลายล็อกจะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้น เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.จะตัดสินใจ และมีหลักปฏิบัติไว้แล้วที่จะต้องดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ได้มีการประสานกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ช่วยเหลือผ่อนปรนแก่รถบรรทุกพืชผลทางการเกษตร และเครื่องอุปโภค บริโภคในครัวเรือน ในการบรรทุกข้ามจังหวัด หลังนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนมา เนื่องจากมีเกษตรกรได้รับผลกระทบในการบรรทุกสินค้าจากจังหวัดพัทลุงไปจังหวัดตรัง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะช่วยประสานผ่อนปรนให้ เพื่อให้สามารถบรรทุกข้ามจังหวัดได้ แต่จะต้องไม่กระทบต่อมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแถลงข่าวของ นพ.ทวีศิลป์ เลือกที่จะแถลงเพียงตัวเลขผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการรักษา ผู้ที่รักษาหาย และผู้เสียชีวิต แต่ไม่ยอมแถลงจำนวนการตรวจหาเชื้อว่ามีจำนวนการตรวจหาเชื้อไปแล้วจำนวนเท่าใด รายงานล่าสุดจาก สธ. พบว่ามีการตรวจหาเชื้อในประชาชนทั้งหมด 80,000 ตัวอย่าง แต่รัฐบาลเลือกรายงานเพียง 30,000 ตัวอย่าง อีก 50,000 รายทำไมไม่รายงาน อยากทราบว่ารัฐบาลทำไมไม่รายงานผลการตรวจให้ประชาชนทราบ รัฐบาลต้องทำทุกอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เพื่อการป้องกันตัวเอง การเลือกรายงานแต่เฉพาะที่จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย&amp;nbsp;
ฝ่ายค้านลงชื่อเปิดสภาวิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า รัฐสภาจะเป็นทางออกของประเทศในการแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ได้มอบหมายให้ตนดำเนินการยกร่างหนังสือเพื่อเตรียมขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 ซึ่ง ส.ส.และ ส.ว.ต้องเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม หรือ 247 คน โดยขณะนี้ได้มีการยกร่างหนังสือเรียบร้อยแล้ว และเตรียมที่จะนำเอกสารดังกล่าวให้สมาชิกสภาร่วมลงชื่อในวันที่ 23 เม.ย. ที่พรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ได้นัดหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค เพื่อหารือถึงการขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญจะได้ร่วมกันพิจารณาถึงการเยียวยาประชาชน รวมถึงพิจารณากรณีที่รัฐบาลเสนอ พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ ซึ่งทั้งหมดจะต้องได้รับความเห็นชอบ และร่างพระราชบัญญัติโอนจ่ายงบประมาณแผ่นดิน หากเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน พ.ค. ก็จะทำให้สามารถนำเงินในส่วนนี้มาช่วยเยียวยาประชาชนได้เร็วยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การจะออก พ.ร.ก.กู้เงินมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านบาท เนื้อหาการใช้จ่ายมีเพียงนิดเดียว เหมือนกับตีเช็คเปล่า ฝ่ายค้านจึงเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะนำเรื่องนี้เข้าสภาให้ ส.ส.ได้พิจารณาวิธีการใช้จ่ายร่วมกัน เพราะเมื่อ พ.ร.ก.ประกาศใช้แล้วจะมีผลทันที ถ้าเราปล่อยไว้นาน สภาเปิดการตรวจสอบวิธีใช้จ่ายอาจไม่ทัน สิ่งจำเป็นที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการก่อนการออก พ.ร.ก.เงินกู้ คือการถ่ายโอนงบประมาณปี 2563 ที่ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะตัดงบส่วนไหนอย่างไร ในการขอเปิดสภาสมัยวิสามัญจะชัดเจนหลังการประชุม 23 เม.ย.
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง กรณีที่ ส.ส.เสนอให้เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 ว่า การจะเปิดสมัยประชุมวิสามัญ ประธานรัฐสภาไม่สามารถเปิดเองได้ ต้องเป็นรัฐบาลทำเรื่องกราบบังคมทูลเพื่อขอให้มี พ.ร.ฎ.เปิดสมัยประชุมวิสามัญ หรือสมาชิกรัฐสภาจำนวน 1 ใน 3 เข้าชื่อกัน ก็สามารถทำเรื่องกราบบังคมทูลได้เช่นกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอมา มีเพียงการพูดผ่านสื่อ ในส่วนของสภา ได้มีการเตรียมความพร้อมห้องประชุมไว้แล้ว ไม่ว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ก็ตาม เพราะวันที่ 22 พ.ค. จะเป็นวันเปิดสมัยประชุมสามัญ รัฐสภา &amp;nbsp;เพราะมีกฎหมายสำคัญที่จะต้องพิจารณา และจะเชิญผู้นำฝ่ายค้านและ ส.ส. มาหารือกระบวนการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ กล่าวว่า สามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ เพราะขณะนี้มีทั้ง พ.ร.ก.และ พ.ร.บ.ที่ต้องรีบทำโดยไม่ชักช้า เพื่อนำเงินจากส่วนต่างๆ มาช่วย แต่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเป็นผู้เสนอ หรือสมาชิกทั้ง 2 สภาเข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หากมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ คงนำเรื่องเกี่ยวกับพ.ร.ก.กู้เงินมาพิจารณาเป็นฉบับแรก ส่วนร่าง พ.ร.บ.การโอนงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ นั้น ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลได้ดำเนินการทำประชาพิจารณ์สอบถามความเห็นจากประชาชนเรื่องผลกระทบต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 แล้วหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดเจน การจะเสนอกฎหมายใดๆ เข้าสภาต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า? เชื่อว่ารัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ กทม. ?โดยเฉพาะการยกเลิกเคอร์ฟิวในพื้นที่ที่ห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. อย่างช้ากลางเดือนพฤษภาคม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อการประชุมสภาที่จะเริ่มต้นประชุมในสมัยสามัญ?ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ อีกทั้งการผ่อนปรนดังกล่าวจะสอดคล้องกับการเปิดภาคเรียนของนักเรียนด้วย หากรัฐบาลไม่พิจารณาปลดล็อกเชื่อว่าอาจมีปัญหายาวเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากคนไทยในต่างประเทศที่ที่ยังตกค้างไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ โดยเฉพาะที่ประเทศอินเดีย มีทั้งคนไทยและพระภิกษุสงฆ์จำนวนมากที่ตกค้างและประสบความยากลำบากมากในการใช้ชีวิตในต่างแดน จึงร้องขอมาว่าอยากกลับประเทศไทย มีประมาณ 1,400 คน ทางสถานทูตไทยที่อินเดียแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปอำนวยความสะดวกให้แล้วระดับหนึ่ง ทางคณะคนไทยที่ตกค้างพร้อมที่จะดำเนินการในการเช่าเครื่องบินแบบเหมาลำเพื่อเดินทางกลับไทยเองหากเดินทางมาถึงไทยก็พร้อมที่จะกักตัว 14 วันตามเงื่อนไขอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการในการนำคณะคนไทยที่เหลือกลับมาสู่ประเทศทั้งหมดโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63968</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ยอดติดเชื้อ, ยอดติดเชื้อโควิด-19, ลดต่อเนื่อง, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5ea04445016a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเจาะสหรัฐอ่วม-ยุโรปก็สาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกผ่านหลัก 800,000 รายแล้ว สเปนโงหัวไม่ขึ้นตายเพิ่มวันเดียวเป็นสถิติใหม่ 849 ศพ อิตาลีสงบนิ่งไว้อาลัยผู้วายชนม์ครบ 11,500 ชีวิต สหรัฐดับทะลุ 3,000 อาเซียนน่าวิตก พม่าสังเวยศพแรก หลายชาติพบผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง อินโดนีเซียตายเยอะสุดแต่ผู้นำเพิ่งตื่นประกาศภาวะฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังส่งผลกระทบต่อประชากรเกือบครึ่งโลก หรือราว 3,600 ล้านคน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อล่าสุดตามการรวบรวมแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐ เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2563 ตามเวลาประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อสะสม 801,400 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิตแล้ว 38,743 ราย และหายแล้ว 172,657 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก เมื่อวันจันทร์เสียชีวิตเพิ่ม 812 ราย จำนวนรวมเป็น 11,591 ศพแล้ว จากผู้ติดเชื้อสะสม 101,739 ราย ซึ่งหายแล้ว 14,620 ราย เมื่อวันอังคารทั่วอิตาลีพร้อมใจกันสงบนิ่งไว้อาลัยนาน 1 นาที และลดธงครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตที่ทะลุหลัก 11,500 คนในเวลา 1 เดือน ซึ่งนับเป็นโศกนาฏกรรมการสูญเสียจากภัยพิบัติคราวเดียวครั้งเลวร้ายที่สุดของอิตาลีนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้รัฐบาลยังตัดสินใจขยายเวลาการล็อกดาวน์ 3 สัปดาห์ออกไปเป็นถึงวันที่ 12 เมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในสเปนก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดเช่นกัน เมื่อวันอังคารสเปนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 849 คนในช่วง 24 ชั่วโมง เป็นยอดตายมากที่สุดในวันเดียว ยอดรวมเป็น 8,189 ศพ จากผู้ติดเชื้อ 94,417 ราย วันก่อนหน้านี้ทางการสเปนออกคำสั่งห้ามจัดงานศพไม่ว่าบุคคลนั้นจะเสียชีวิตจากสาเหตุใด รวมถึงการจัดพิธีรำลึกที่บ้าน โดยจะอนุญาตให้มีผู้ร่วมพิธีฝังศพไม่เกิน 3 รายและต้องรักษาระยะห่าง 1-2 เมตรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เบลเยียม ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มอย่างต่อเนื่องเป็น 12,775 ราย และ 705 ศพ ตามลำดับ เมื่อวันอังคารพบกรณีเด็กหญิงอายุเพียง 12 ปีที่ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิต ซึ่งเป็นกรณีที่พบน้อยมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สหรัฐอเมริกา จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 3,170 คนแล้วในวันอังคาร สหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกและยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด โดยมียอดติดเชื้อสะสม 164,719 ราย หายแล้วเพียง 5,945 ราย มหานครนิวยอร์กเมืองเดียวมีคนเสียชีวิต 914 รายแล้ว เรือพยาบาลของกองทัพสหรัฐขนาด 1,000 เตียงเข้าเทียบท่าที่เกาะแมนฮัตตัน เพื่อแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลในเมืองนี้ ขณะเดียวกันที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ก ทางการก็จัดตั้งโรงพยาบาลสนามไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน รัฐบาลเมียนมายืนยันว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเสียชีวิตรายแรกในประเทศเมื่อวันอังคาร เป็นชายวัย 69 ปีที่เป็นโรคมะเร็ง คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขเมียนมากล่าวว่า คนไข้รายนี้เคยไปรับการรักษาที่ออสเตรเลีย และระหว่างการเดินทางกลับเมียนมายังได้แวะที่สิงคโปร์ด้วย เขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้งเมื่อเช้าวันอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมามีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วเพียง 14 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยเดินทางไปต่างประเทศ แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขเมียนมาเตือนว่า มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด &amp;quot;การระบาดใหญ่&amp;quot; ในประเทศ หลังจากแรงงานนับแสนคนในไทยเดินทางกลับเข้าประเทศก่อนไทยปิดพรมแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เวียดนาม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 204 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต เมื่อวันอังคาร นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก แถลงว่า เวียดนามจะเริ่มใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมเป็นเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 1 เมษายน โดยประชาชนจะต้องอยู่ในเคหสถาน และจะอนุญาตให้ออกจากบ้านได้เพื่อซื้ออาหารหรือเป็นกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และต้องเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ในฟิลิปปินส์รุนแรงมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 538 คน เพิ่มขึ้นมากที่สุดใน 1 วัน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 2,084 ราย มากเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 10 คน ยอดเสียชีวิตรวมเป็น 88 คน ส่วนมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 140 รายเมื่อวันอังคาร ยอดรวมเพิ่มเป็น 2,766 ราย มากที่สุดในกลุ่มอาเซียน และมีผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย รวมเป็น 43 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่งตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกเมื่อต้นเดือนมีนาคม แต่ถึงวันอังคาร พบผู้ติดเชื้อแล้ว 1,528 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 114 รายเมื่อวันอังคาร และเสียชีวิตอีก 14 ราย ยอดรวมเป็น 136 ศพ เป็นยอดเสียชีวิตมากที่สุดในอาเซียน อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปเชื่อกันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในอินโดนีเซียซึ่งเต็มไปด้วยหมู่เกาะและมีประชากรมากกว่า 260 ล้านคน สูงกว่าที่รัฐบาลรายงานมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า สมาคมแพทย์อินโดนีเซียกล่าวเตือนไว้ว่า วิกฤติไวรัสโคโรนาในประเทศเลวร้ายกว่าที่มีรายงานอย่างเป็นทางการมาก และการตอบสนองของรัฐบาลก็ย่ำแย่ไม่มีชิ้นดี ผู้ว่าราชการจังหวัดจาการ์ตาซึ่งมีประชากรถึง 30 ล้านคน กล่าวไว้ว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม มีศพเหยื่อไวรัสทั้งที่ยืนยันแล้วหรือต้องสงสัยเกือบ 300 ศพ ถูกห่อด้วยพลาสติกแล้วรีบนำไปฝังในเมืองนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศแล้วเมื่อวันอังคาร แต่เขายังคงเมินเสียงเรียกร้องให้ล็อกดาวน์เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ในคำแถลงเมื่อวันอังคารวิโดโดไม่ได้เผยรายละเอียดของภาวะฉุกเฉินมากนัก มีเพียงการขอให้ประชาชนเว้นระยะห่างในสังคม และประกาศงบประมาณช่วยเหลือทางสังคมและอุดหนุนแรงงานรายได้ต่ำ 1,500 ล้านดอลลาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ของอินโดนีเซียประกาศจะปล่อยผู้ต้องขังเกือบ 30,000 คน เพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาดในเรือนจำที่แออัด จำนวนดังกล่าวมากกว่า 10% จำนวนผู้ต้องขังทั้งประเทศ 272,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61641</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทั่วโลก, ยอดติดเชื้อโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e835012d64fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
