<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ151ล้าน&#039;หมอธีระ&#039;ชี้ล็อกดาวน์เป็นยาขมจึงรณรงค์ขอร้องถึงเวลาต้องร่วมมือกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 เม.ย.64 -รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊ก รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 30 เมษายน 2564 ว่า ทะลุ 151 ล้านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่อินเดียทำลายสถิติอีกครั้ง ติดเพิ่มเกือบสามแสนเก้าหมื่นคน ส่วนอิตาลียอดติดเชื้อรวมเกินสี่ล้านแล้ว
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 892,171 คน รวมแล้วตอนนี้ 151,081,227 คน ตายเพิ่มอีก 14,991 คน ยอดตายรวม 3,177,692 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดยังคงเดิมคือ อินเดีย บราซิล อเมริกา ตุรกี&amp;nbsp; และฝรั่งเศส
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 54,755 คน รวม 33,038,450 คน ตายเพิ่ม 816 คน ยอดเสียชีวิตรวม 589,153 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 386,829 คน รวม 18,754,925 คน ตายเพิ่ม 3,501 คน ยอดเสียชีวิตรวม 208,313 คน อัตราตาย 1.1%
บราซิล ติดเพิ่ม 66,871 คน รวม 14,590,678 คน ตายเพิ่มถึง 2,843 คน ยอดเสียชีวิตรวม 401,186 คน อัตราตาย 2.7%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 26,538 คน ยอดรวม 5,592,390 คน ตายเพิ่ม 306 คน ยอดเสียชีวิตรวม 104,224 คน อัตราตาย 1.9%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 9,284 คน รวม 4,796,557 คน ตายเพิ่ม 364 คน ยอดเสียชีวิตรวม 109,731 คน อัตราตาย 2.3%
อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกสามของเยอรมันนั้นพอๆ กับระลอกสอง จำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดจะมากกว่าเดิมนิดหน่อย (32,546 คน ณ 14 เมษายน 2564 vs 31,553 คน ณ 18 ธันวาคม 2563) ล่าสุดยังเกินสองหมื่นคนต่อวัน ดูแล้วคาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 4-6 สัปดาห์กว่าจะกดการระบาดลงได้จนคงที่ ขอส่งกำลังใจให้คุมได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง
เกาหลีใต้ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...กัมพูชาตอนนี้ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 880 คน ยอดรวมกว่า 12,000 คนแล้ว ยอดรวมเพิ่มขึ้นสองเท่าในระยะเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;
จากธรรมชาติของการระบาดระลอกสามในประเทศต่างๆ ที่ติดตามมา หากมาประเมินเพื่อคาดการณ์สถานการณ์ของไทยเรา เคยเล่าให้ฟังแล้วว่าเรามีโอกาสที่จะเห็นพีคตอนช่วงสัปดาห์ที่ 1-3 ของพฤษภาคม ถ้าการระบาดของเรามีการดำเนินไปคล้ายกับเค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางศบค.ได้ขันน็อตมาตรการต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป เพื่อให้หลายต่อหลายฝ่ายมีเวลาเตรียมตัวเตรียมงานก่อนดำเนินการตามมาตรการที่ระบุ
แต่ในความเป็นจริง ทุกภาคส่วนควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ หากเป็นไปได้ เพราะโรคระบาดไม่คอยใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบาดที่จะปะทุขึ้นรุนแรงนั้นจะเกิดได้ในสถานที่ทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศ ที่ประชุม ห้างร้านที่ค้าขายหรือบริการ ที่พักแรม ที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้าน หอพัก แฟลต คอนโด อพาร์ตเมนท์ หรือชุมชน/หมู่บ้าน และที่สำคัญมากคือ ขนส่งสาธารณะต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ขอร้องให้ร้านอาหารและร้านบุฟเฟ่ต์ต่างๆ กรุณาอย่าโฆษณาเชิญชวนให้คนรีบมานั่งกินในร้าน ก่อนจะปิดการนั่งกินในวันพรุ่งนี้ เพราะการประชาสัมพันธ์เช่นนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อติดเชื้อกันได้มากขึ้น
ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงสวัสดิภาพความปลอดภัยของทั้งพนักงานและลูกค้า
2 สัปดาห์ถัดจากนี้ไปคือ ครึ่งเดือนที่จะวัดใจเราทุกคน และชี้ชะตาของการระบาดครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ออกมานั้น มุ่งจะให้คนทุกคนในประเทศช่วยกันอยู่นิ่งๆ ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นจริงๆ เพราะการระบาดกระจายไปทั่ว ก้าวออกจากบ้านแต่ละครั้งล้วนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาจนำเชื้อมาแพร่แก่สมาชิกในบ้าน คนรักคนใกล้ชิด
คำว่าล็อคดาวน์ และเคอร์ฟิวส์ ดูจะเป็นยาขมที่แสลงใจของหลายฝ่าย จึงออกมาในรูปแบบการรณรงค์ ขอร้องให้ทำกัน แทนที่จะบังคับกัน ดังนั้นการควบคุมการระบาดจะสำเร็จหรือไม่ จึงอยู่ที่ประชาชนและทุกภาคส่วนในสังคม
ถึงเวลาที่ต้องตระหนักถึงภาวะวิกฤติที่เรากำลังเผชิญ
ถึงเวลาที่ต้องทราบว่ามันใกล้ตัวทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาที่ต้องรู้ว่าโควิด-19 ครั้งนี้มันโหด แพร่เร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม 65-82% และรุนแรง ทำให้ป่วยมากขึ้นเร็วขึ้น เสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากขึ้น 67%
ถึงเวลาที่ต้องแคร์ เพราะหากปล่อยไว้ นอกจากจะติดกันระนาว ตายกันเป็นใบไม้ร่วง ระบบเศรษฐกิจจะล้ม ยากที่จะเยียวยา และส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ
และถึงเวลาที่ต้องช่วยร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้ เพื่อปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของตนเองและคนที่เรารัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...อยู่บ้านนะครับ
...ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น และใช้เวลาให้สั้น
...ใส่หน้ากากเสมอ ปิดปาก ปิดจมูก ใส่สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า จะป้องกันได้ดีขึ้น
...พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดต่อ ใช้ล้างมือบ่อยๆ หลังจับต้องสิ่งของสาธารณะ
...เลี่ยงการพบปะคนอื่น อยู่ห่างกับคนอื่นอย่างน้อยหนึ่งเมตร
...เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหารโรงอาหารศูนย์อาหารตั้งแต่บัดนี้ ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า
...งดตะลอนท่องเที่ยว ไม่นัดพบปะสังสรรค์กับใครต่อใคร ไม่งั้นจะเสี่ยงที่จะกลายเป็น&amp;quot;เราจะไม่ได้เที่ยวด้วยกันอีก&amp;quot;
...หากไปทำธุระข้างนอกบ้าน กลับบ้านมา อย่าเพิ่งไปคลุกคลีกับคนในครอบครัว ให้ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเสมอ
...สั่งดีลิเวอรี่ อย่าลืมสเปร์ยแอลกอฮอล์ และล้างมือทุกครั้ง
...หากไม่สบาย ให้แยกจากคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด หยุดงาน และรีบไปตรวจรักษา
...ช่วยเหลือแบ่งปันคนที่ลำบากกว่าเรา ตามกำลังที่เราพอมี
ประเทศไทยต้องทำได้ และต้องอยู่รอดปลอดภัยไปด้วยกัน
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101244</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรการล็อกดาวน์, ยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1596dcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบผู้ติดเชื้อใหม่ 4 ราย ติดในประเทศ 1ราย มาจากต่างประเทศ 3 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.63- ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 4 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย และตรวจพบในสถานที่กักตัวของรัฐ 3 ราย คือผู้ที่มาจากสหรัฐอเมริกา 1 ราย สิงคโปร์ 1 ราย และซาอุดีอาระเบีย 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,431 ราย ยอดหายป่วยสะสมรวม 3,277 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 96 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 26,465,221 ราย อาการรุนแรง 60,749 ราย รักษาหายแล้ว 18,660,112 ราย เสียชีวิต 873,108 ราย
อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด
1. สหรัฐอเมริกา ?? จำนวน 6,335,244 ราย
2. บราซิล ?? จำนวน 4,046,150 ราย
3. อินเดีย ?? จำนวน 3,933,124 ราย
4. รัสเซีย ?? จำนวน 1,009,995 ราย
5. เปรู ?? จำนวน 670,145 ราย
ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 121 จำนวน 3,431 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76484</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อใหม่, ยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200904/image_big_5f51c5e8cf15c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลมาเงียบ! ติดเชื้อพุ่งพรวด อันดับ4ของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ยอดติดเชื้อไวรัสในบราซิลพุ่งแซงสเปนและอิตาลีมากเป็นอันดับ 4 ของโลกแล้ว ขณะหลายชาติของยุโรปเริ่มเบาใจ &amp;nbsp;สเปนสังเวยรายวันต่ำกว่า 100 ศพครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ฝรั่งเศสตายไม่ถึง 100 เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกอยู่ที่ 4,650,793 ราย เสียชีวิตแล้ว 312,119 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุด โดยติดเชื้อ 1,467,884 ราย เสียชีวิต 88,754 ราย โดยสหรัฐมีผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงถึงช่วงค่ำวันเสาร์อีก 1,237 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลกที่ 281,752 ราย ตามด้วยสหราชอาณาจักร 241,461 ราย ที่น่าสนใจคืออันดับ 4 กลายเป็นบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 233,511 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงถึง 14,919 รายเมื่อวันเสาร์ แซงหน้าสเปนที่มีผู้ติดเชื้อ 231,350 ราย และอิตาลีมีผู้ติดเชื้อ 230,698 ราย นอกจากนี้ บราซิลยังมีผู้เสียชีวิตเกิน 15,000 คนแล้ว โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 816 คน ทำให้ยอดรวมเป็น 15,633 คน มากเป็นอันดับ 6 ของโลก รองจากสหรัฐ, สหราชอาณาจักร, อิตาลี, สเปน และฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า เมื่อวันอาทิตย์ กระทรวงสาธารณสุขสเปนแถลงว่า มีผู้สังเวยโควิด-19 เสียชีวิต 87 คนในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขสังเวยรายวันต่ำกว่า 100 ศพเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โดยยอดรวมเป็น 27,650 ศพ ส่วนฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 27,625 ราย เสียชีวิตเพิ่มรายวัน 96 ราย ต่ำกว่าหลายวันก่อนหน้านี้ ตัวเลขล่าสุดออกมาในวันที่ 6 ที่ฝรั่งเศสผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์บางส่วนหลังจากเริ่มใช้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ของอิตาลีก็ดีขึ้นเช่นกัน โดยยอดเสียชีวิตรายวัน 153 คนเมื่อวันเสาร์ต่ำที่สุดนับแต่วันที่ 9 มีนาคม ยอดรวมอยู่ที่ 31,763 ศพ มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ต่อจากสหรัฐ และสหราชอาณาจักรที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว 34,546 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เยอรมนีเริ่มให้สโมสรฟุตบอลลีกสูงสุดแข่งขันกันได้อีกครั้ง โดยไม่อนุญาตให้มีผู้เข้าชม ส่วนอิตาลีประกาศจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (อียู) เข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน โดยได้ยกเลิกแผนบังคับกักกันโรคนาน 14 วัน สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่ฝรั่งเศสอนุญาตให้ประชาชนออกนอกบ้านได้อิสระมากขึ้น รวมถึงการพักผ่อนริมชายหาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภูมิภาคอาเซียน เมื่อวันอาทิตย์ สิงคโปร์รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 682 คน ยอดรวมผู้ติดเชื้อสะสม 28,038 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานข้ามชาติ และมีผู้เสียชีวิต 22 คน, อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 489 คน เสียชีวิตเพิ่ม 59 คน ทำให้ยอดติดเชื้อเพิ่มเป็น 17,514 คน เสียชีวิต 1,148 คน, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 208 คน เสียชีวิตอีก 7 คน ยอดติดเชื้อสะสม 12,513 คน เสียชีวิตรวม 824 คน และมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22 คน ยอดรวมเป็น 6,894 คน เสียชีวิตเท่าเดิม 113 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66200</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ติดเชื้อพุ่งพรวด, บราซิล, ยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19, สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec137fc88bd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
