<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เปิดข้อมูลบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิดหลังเข้ารับการฉีดวัคซีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข ในการแถลงสถานการณ์โควิด-19 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าวัคซีน บูสเตอร์ โดส ว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับพยาบาลที่เสียชีวิตเมื่อ 10 ก.ค.นี้ หลังจากติดโควิด-19 ซึ่งปฏิบัติงานที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ถือว่าเป็นความเสียสละ ในการปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท จนติดโควิด แต่ได้อยู่ในการดูแลรักษาพยาบาลของทีมแพทย์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.จนถึง 10 ก.ค.2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าวอยู่ในความสนใจของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า คุณพยาบาลได้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 เมื่อเดือนเม.ย. และฉีดเข็มที่ 2 ช่วงเดือนพ.ค. แต่ด้วยการปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยโควิดอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่วงเดือนมิ.ย.ก็มีโอกาสได้รับเชื้อจากการปฏิบัติงาน ประกอบกับมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องภาวะอ้วน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า ข้อมูลเบื้องต้นจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค(คร.) กรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อและประวัติการรับวัคซีน ตั้งแต่ 1 เม.ย.-10 ก.ค.2564 มีเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ประมาณ 700,000 คน โดย 97%ได้รับวัคซีนแล้ว มีตัวเลขติดเชื้อ 880 ราย 54%เป็นพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล อายุ 20-29ปีมากที่สุด และรองลงอายุ 30-39ปี ในจำนวนผู้ติดเชื้อ พบไม่มีประวัติรับวัคซีน 173 ราย หรือคิดเป็น 19.7% และเสียชีวิต 7 ราย จำนวนนี้มี 5 รายไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด และมี 2 รายได้รับวัคซีน แบ่งเป็น 1 รายได้รับวัคซีนซิโนแวค 1 เข็ม เนื่องจากวันเริ่มป่วยเป็นช่วงหลังจากฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 เพียงวันเดียว ซึ่งปกติภูมิคุ้มกันจะขึ้นเมื่อฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว 14 วัน และมี 1 รายที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว คือ น้องพยาบาลรายดังกล่าวข้างต้น
หากพิจารณาดูอัตราการติดเชื้อผู้ได้รับวัคซีน มีโอกาสป่วยและเสียชีวิตน้อยกว่าคนไม่ได้รับวัคซีนซึ่งพิจารณาจากบุคลากรทางการแพทย์ติดโควิด-19และประวัติการรับวัคซีน โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับวัคซีน ซิโนแวค 1 โดส จำนวน 22,062 คน ติดเชื้อ 68 ราย คิดเป็น 308ต่อ 1 แสนราย ไม่มีอาการ/อาการน้อย 67 ราย เสียชีวิต 1 ราย &amp;nbsp;รับครบ 2 โดส จำนวน 677,348 คน ติดเชื้อ 618 ราย คิดเป็น 91 ต่อ 1 แสนราย ไม่มีอาการ/อาการน้อย 597 ราย อาการปานกลาง 19 ราย อาการรุนแรงต้องใช้high flow 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และฉีดแอสตร้าเซนเนก้า 1 โดส จำนวน 66,913 คน ติดเชื้อ 45 ราย คิดเป็น 67ต่อ1 แสนราย ไม่มีอาการ/อาการน้อย 43 ราย อาการปานกลาง 1 ราย อาการรุนแรงต้องใช้high flow 1 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1 ราย ไม่มีเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.โสภณ กล่าวว่า ประเด็นการได้รับวัคซีนโควิด 2 เข็มเพียงพอหรือไม่นั้น ล่าสุดได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการวิชาการภายใต้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2564 ซึ่งจากการพิจารณาทั้งอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งด้านภูมิคุ้มกันวิทยา ไวรัสวิทยา และโรคติดเชื้อ มีความเห็นต้องกันว่า การฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม มีข้อมูลสนับสนุนว่า ภูมิคุ้มกันจะลดลงหลังฉีดวัคซีนไประยะหนึ่ง จึงเป็นที่มาต้องมีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีความเสี่ยง ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด โดยการฉีดกระตุ้นจะฉีดด้วยวัคซีนแตกต่างจากชนิดแรก อาจเป็นไวรัลแวกเตอร์ หรือแอสตร้าเซนเนก้า หรือชนิด mRNA ซึ่งอนาคตจะได้รับวัคซีนจากการบริจาค คือ ไฟเซอร์ ซึ่งข้อเสนอจากคณะกรรมการวิชาการ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติในวันที่ 12 ก.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด, หลังฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf2f0807396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
