<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.โอดเดือน ส.ค. ยอดผลิตรถยนต์หดต่ำสุดในรอบ 13 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2564 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนส.ค. 2564 ว่าจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนส.ค. 2564 มีทั้งสิ้น 104,144 ต่ำสุดในรอบ 13 เดือน ลดลงจากเดือนส.ค.ปีที่แล้ว 11.18% เพราะต้องชะลอการผลิตรถยนต์บางรุ่นจากการขาดชิปและชิ้นส่วนของรถยนต์จากการระบาดของโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศทำให้ผู้ผลิตชิปและชิ้นส่วนรถยนต์ต้องปิดโรงงานชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในช่วง 8 เดือน(ม.ค. - ส.ค.) มีจำนวนทั้งสิ้น 1,071,908 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 31.89% ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่รุนแรงกว่า ทั้งนี้กลุ่มฯ ยานยนต์ ส.อ.ท. ยังคงเป้าการผลิตรถยนต์ไว้ที่ 1,550,000-1,600,000 คัน โดยแบ่งเป็นผลิตเพื่อส่งออก 800,000-850,000 คัน และผลิตเพื่อขายในประเทศ 750,000 คัน&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผลิตเพื่อส่งออกในเดือนส.ค. ผลิตได้ 62,223 คัน เท่ากับ 59.75% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.20% ส่วนในช่วง 8 เดือน ผลิตเพื่อส่งออกได้ 618,400 คัน เท่ากับ 57.69% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 63 ที่ 39.42% ส่วนด้านการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ในเดือนส.ค. ผลิตได้ 41,921 คัน เท่ากับ 40.25% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 34.19% และในช่วง 8 เดือนผลิตได้ 453,508 คัน เท่ากับ 42.31% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 63 &amp;nbsp;ที่ 22.85%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนส.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 42,176 คัน ต่ำสุดในรอบ 15 เดือนจากการล็อกดาวน์ตั้งแต่กลางเดือนก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้ากังวลรายได้ในอนาคต จึงถอนมัดจำและเลื่อนการรับรถ ประกอบกับมีการชะลอการผลิตรถยนต์บางรุ่นที่ยังมีการจองอยู่แต่ขาดชิปและชิ้นส่วน จึงไม่สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 38.80% และลดลงจากเดือนก.ค. 19.58%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนส.ค. ส่งออกได้ 59,571 คัน ต่ำสุดในรอบ 4 เดือนแม้ว่าจะมีสัดส่วนถึง 59.74% ของยอดการผลิตเพราะต้องชะลอการผลิตรถยนต์บางรุ่นที่ขาดชิปและชิ้นส่วน ประกอบกับตลาดเอเชียมีการระบาดของโควิด-19 รุนแรงขึ้น จึงทำให้ส่งออกรถยนต์ไปที่ตลาดเอเชียและตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนียลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่ทั้งนี้ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.78% ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก 35,737.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามประเทศคู่ค้าได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์เกือบเป็นปกติแล้ว จึงทำให้การส่งออกเครื่องยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้นดังต่อไปนี้ เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,802.57 ล้านบาท &amp;nbsp; เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 57.09% ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 16,108.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 63.16% อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,081.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 49.80% โดยรวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนส.ค. เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 56,730.07 &amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18.99%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117644</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผลิตรถยนต์, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์, โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087c2cb8b0e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท. มั่นใจยอดผลิตรถยนต์ปี64 เข้าเป้า  1.55-1.6 ล้านคัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ส.ค. 2564 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าภาพรวมยอดผลิตรถยนต์ของไทยในช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.2564) ผลิตได้ 967,453 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 39.11% แม้ผู้ผลิตรถยนต์จะประสบปัญหาขาดแคลนชิพ แต่ถ้ายังสามารถผลิตได้อยู่ในระดับ 122,000 กว่าคันต่อเดือน คาดว่าในช่วงที่เหลือ 5 เดือนของปีนี้ ก็มีโอกาสที่ไทยจะผลิตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1,550,000-1,600,000 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยภาพรวมยอดผลิตรถยนต์ 7 เดือนที่เพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มขึ้นทั้งการผลิตเพื่อส่งออกที่ผลิตได้ 556,171 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 42.60% และเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 411,282 คัน เพิ่มขึ้น 34.65% สอดคล้องกับยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 7 เดือนอยู่ที่ 544,079 คัน เพิ่มขึ้น 35.98% รวมทั้งยอดขายในประเทศอยู่ที่ 425,633 คัน เพิ่มขึ้น 9.71%
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส.อ.ท.ยังคงเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปีนี้ไว้ แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 800,000-850,000 คัน และเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 750,000 คัน แต่ขึ้นอยู่กับการระบาดของโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับการขาดแคลนชิพทั่วโลกที่คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงปีหน้า หากไม่ยืดเยื้อ รัฐเร่งบริหารการฉีดวัคซีนได้มากขึ้นและสามารถคลายล็อกดาวน์ได้ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินการได้มากขึ้น ก็จะส่งเสริมยอดขายในประเทศให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับยอดผลิตรถยนต์เดือนก.ค.2564 ผลิตได้ 122,852 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 37.52% เพราะฐานต่ำในปีที่แล้ว แต่ลดลง 8.49% จากเดือนมิ.ย.2564 ซึ่งถือว่าต่ำสุดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ส่วนใหญ่พบกับปัญหาขาดแคลนชิพที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญและชิ้นส่วนรถยนต์บางชิ้นในการผลิต จึงต้องชะลอการผลิตรถยนต์บางรุ่น เป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 69,934 คัน เพิ่มขึ้น 60.25% และเป็นยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 52,918 คัน เพิ่มขึ้น 15.80%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนก.ค.2564 อยู่ที่ 52,442 คัน ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ลดลงจากช่วงเดียวกับปีก่อน 11.62% และลดลงจากเดือนก่อน 15.08% เพราะมีการล็อกดาวน์ตั้งแต่กลางเดือนก.ค. ลูกค้าจึงระมัดระวังในการใช้เงิน มีการยกเลิกการจองรถหรือเลื่อนการรับรถออกไป รวมทั้งการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และการชะลอการผลิตรถยนต์รุ่นที่นิยมจากการขาดแคลนชิพและชิ้นส่วนรถยนต์จากการระบาดของโควิด-19 ในประเทศและประเทศคู่ค้าที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ส่วนของยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่ 70,590 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 42.42% เพราะฐานต่ำในปีที่แล้ว แต่ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 14.97% ซึ่งเป็นการลดลงในบางทวีป เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา และยุโรป เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศคู่ค้าลดลง อย่างไรก็ตามประเทศคู่ค้าได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์เกือบเป็นปกติแล้ว จึงทำให้การส่งออกเครื่องยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114591</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผลิตรถยนต์, ส.อ.ท., สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f952916de00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ส.อ.ท. ปรับเป้าผลิตรถยนต์ปีนี้แตะ 1.6 ล้านคัน รับตลาดส่งออกฟื้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าส.อ.ท.ปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปีนี้เพิ่มขึ้น 50,000-100,000 คัน มาอยู่ที่ 1,550,000-1,600,000 คัน จากเดิมคาดไว้อยู่ที่ 1,500,000 คัน เนื่องจากมีสัญญาณการฟื้นตัวจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ทำให้มีความต้องการรถยนต์เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เวียดนาม ญี่ปุ่น เม็กซิโก มาเลเซีย ที่มียอดขายเติบโตอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสาเหตุหลักเป็นผลจากยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 8-8.5 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากเดิมคาดไว้ที่ 7.5 แสนคัน ตามยอดผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกที่สูงขึ้น เห็นได้จากยอดผลิตเพื่อส่งออกรวม 6 เดือนของปีนี้(ม.ค.-มิ.ย.2564) ผลิตได้ 486,237 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 40.37% ถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาพรวมการผลิต 6 เดือนอยู่ที่ 844,601 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 39.34%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์บางรุ่น ประกอบกับเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าปรัวตัวดีขึ้น ก็มีโอกาสที่ไทยจะสามารถผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกได้ถึง 900,000 คัน แต่ยอมรับว่ายังมีความกังวลเรื่องปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์ที่เบื้องต้นประเมินว่าอาจยืดเยื้อออกไปจนถึงปี 2565 ซึ่งจะปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมส่งผลกระทบต่อยอดการผลิต&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศปีนี้ ยังคงเป้าหมายอยู่ที่ 750,000 คัน เป็นระดับต่ำสุดที่คาดการณ์ไว้และต่ำกว่ายอดผลิตปีก่อนที่ผลิตได้ 790,000 คัน ภายใต้สมมติฐานที่ประเทศไทยประกาศล็อกดาวน์ และปัญหาการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์บางรุ่นไม่เพียงพอแล้ว จึงไม่น่าจะมีการปรับประมาณการลดลงต่ำไปกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 และการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ป้อนโรงงานอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับยอดผลิตรถยนต์เดือนมิ.ย.2564 ผลิตได้ 134,245 คัน เพิ่มขึ้น 87.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ฐานต่ำ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 แต่ลดลง &amp;nbsp;4.23% จากเดือนพ.ค.2564 เพราะผลิตได้ไม่เต็มที่จากการขาดชิ้นส่วนในบางรุ่น แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 74,574 คัน เพิ่มขึ้น 74.18% และยอดเพื่อจำหน่ายในประเทศ 59,671 คัน เพิ่มขึ้น 106.55%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดคล้องกับการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนมิ.ย.2564 อยู่ที่ 83,022 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 65.88% มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 49,278.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.54% ส่วนยอดขายรถยนต์ภายในประเทศอยู่ที่ 61,758 คัน เพิ่มขึ้น 15.07% จากฐานต่ำ ถือเป็นยอดขายที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการระบาดของโควิด19 ระลอกสามที่รุนแรงมากขึ้น มีการจำกัดการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ และรถยนต์บางรุ่นผลิตไม่พอกับความต้องการเพราะขาดชิ้นส่วน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110746</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท., ยอดผลิตรถยนต์, ส่งออกฟื้นตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f952916de00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัวเดือนพ.ค. ยอดผลิตโตทะลุ 150%  ส่งออกกระฉูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย. 2564 นายสุรพงษ์ &amp;nbsp;ไพสิฐพัฒนพงษ์ &amp;nbsp;รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนพ.ค. 2564 ว่ามีการผลิตจำนวนรถยนต์ทั้งสิ้น 140,168 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 150.14% จากการผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น 126.01% และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น 193.39%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเพิ่มขึ้นจากฐานต่ำปีที่แล้วที่มีการล็อกดาวน์ในเดือนเม.ย. และห้ามจัดงานมอเตอร์โชว์ปลายเดือนมี.ค. ทำให้สต็อกรถยนต์ในโชว์รูมยังมีจำนวนมาก บางบริษัทจึงยังไม่มีการผลิตรถยนต์ในเดือนพ.ค. &amp;nbsp;แต่การผลิตรถยนต์ในเดือนพ.ค.ปีนี้ยังน้อยกว่าเดือนพ.ค. 62 &amp;nbsp;ก่อนเกิดโควิด-19 ที่ 22.70%
&amp;nbsp;
ขณะที่จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนม.ค. - พ.ค. 64 มีจำนวนทั้งสิ้น 710,356 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 32.92% โดยการผลิตรถยนต์นั่งในเดือนพ.ค.นี้ ผลิตได้ 44,400 คัน เพิ่มจากปีก่อน 120.79% โดยผลิตเพื่อส่งออกในเดือนพ.ค. 64 ผลิตได้ 411,663 คัน เท่ากับ 57.95% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ง 35.60% ด้านการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ผลิตได้ 58,884 คัน เท่ากับ 42.01% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 193.39%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนด้านยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนพ.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 55,942 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 38.4% ขายในประเทศสูงกว่าเพราะฐานต่ำปีที่แล้ว แต่ลดลงจากเดือนเม.ย. 64 ที่ 3.77% เพราะการระบาดของโควิด 19 ระลอกสาม ประชาชนยังกังวลเรื่องรายได้ในอนาคตรวมทั้งสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อด้วย และยังน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 35.76% ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 141,881 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 45.75% และเพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย. 64 ที่ 6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน พ.ค. ส่งออกได้ 79,479 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 165.87% ส่งออกเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงเพราะฐานที่ต่ำปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย. 64 ที่ 50.30% เพราะประเทศคู่ค้าเริ่มมียอดขายรถยนต์ในประเทศดีขึ้นเช่น ออสเตรเลียขายรถยนต์เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค.ปีก่อน 68.3% เวียดนามขายในประเทศเพิ่มขึ้น 34.1% ญี่ปุ่นขายเพิ่มขึ้น 46.3% อินโดนีเซียขายเพิ่มขึ้น 1,443% เป็นต้น อย่างไรก็ตามยังส่งออกน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.63% โดยมูลค่าการส่งออก 48,416.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 176.62% เมื่อประเทศคู่ค้าเริ่มมีการผลิตรถยนต์มากขึ้น จึงส่งออกเครื่องยนต์และชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนพ.ค. เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 71,900.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนช่วงเดียวกันของปีก่อน 191.06% รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนม.ค. - พ.ค. 64 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 332,913.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 40.86% ขณะที่รถจักรยานยนต์ในเดือนพ.ค. มีจำนวนส่งออก 63,043 คัน รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนพ.ค. ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,601.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 107.23%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผลิตรถยนต์, ส.อ.ท., สุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d454e1d1117.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ยอดผลิตรถยนต์กระทบ เจอปัญหาโควิด-ชิปขาดแคลน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค. 2564 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่ายอดผลิตรถยนต์เดือนเม.ย.2564 ผลิตได้ 104,355 คัน เพิ่มขึ้น 322.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ฐานต่ำ เพราะมีการล็อกดาวน์ประเทศจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกช่วงต้นปี 2563 และขอให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ดังนั้นจึงเทียบกับเดือนเม.ย.2562 ที่เป็นภาวะปกติก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 พบว่ายอดผลิตลดลง 30.44%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ส่วนยอดผลิตรถยนต์ 4 เดือนของปีนี้(ม.ค.-เม.ย.2564) อยู่ที่ 570,188 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19.19% ทางกลุ่มรถยนต์ฯ จึงยังคงตั้งเป้าหมายการผลิตปี 2564 ไว้ที่ 1,500,000 คัน ซึ่งเป็นเป้าต่ำสุดที่มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าและอาจจะผลิตไปได้ถึง 1,700,000 คัน หากไทยสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศได้ การระบาดในต่างประเทศลดลง และปัญหาขาดแคลนชิพไม่รุนแรงมากไปกว่านี้ ทางกลุ่มรถยนต์ฯ จึงขอติดตามดูสถานการณ์อีก 2 เดือน ว่าจะปรับเป้าหมายเพิ่มขึ้นหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังไม่มีการปรับเพิ่มเป้าการผลิตรถยนต์ เพราะยังกังวลเรื่องการระบาดของโควิด-19 ระลอกสามในประเทศที่พบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นว่าจะควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องปัญหาการขาดแคลนชิปที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้โรงงานผลิตรถยนต์ในไทยบางแห่งและทั่วโลกต้องหยุดผลิตชั่วคราวเป็นระยะๆ โดยผู้ผลิตในไทยต้องหยุดผลิตรถยนต์บางรุ่นตั้งแต่ 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือน เพื่อนำชิปไปผลิตรถยนต์รุ่นยอดนิยมที่มียอดขายสูงก่อน คาดว่าปัญหานี้อาจยืดเยื้อไปอีก 2 ปี ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะทำให้การผลิตรถยนต์ทั่วโลกจะหายไปประมาณ 1 ล้านคันต่อไตรมาส คิดเป็นสัดส่วนที่หายไป 1% จากยอดการผลิตทั่วโลก 20 ล้านคันต่อไตรมาส&amp;rdquo;นายสุรพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยอดผลิตเดือนเม.ย.2564 ที่เพิ่มขึ้น มาจากยอดผลิตเพื่อส่งออกผลิตได้ 59,684 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 335.24% รวม 4 เดือนผลิตเพื่อส่งออกได้ 330,379 คัน เพิ่มขึ้น 23.45% และยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศผลิตได้ 44,671 คัน เพิ่มขึ้น 306.17% รวม 4 เดือนยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศผลิตได้ 239,809 คัน เพิ่มขึ้น 13.77 ขณะเดียวกัน การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนเม.ย.2564 ส่งออกได้ 52,880 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 160.16% จากฐานปีที่แล้วต่ำเพราะมีการล็อกดาวน์เช่นกัน ลดลง 21.21% เทียบกับเดือนเม.ย.2562 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 30,071.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 142.73%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนเม.ย. 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,132 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 93.1% เทียบจากฐานปีก่อนต่ำ แต่ลดลง 23.45% เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.2562 เนื่องจากมีลูกค้าที่จองขอเลื่อนการรับรถยนต์ไปก่อน เพราะไม่มั่นใจเรื่องรายได้ในอนาคตจากการระบาดของโควิด-19 ประกอบกับบริษัทปล่อยสินเชื่อก็เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อด้วย รวม 4 เดือนมียอดขายรถยนต์ในประเทศ 252,269 คัน เพิ่มขึ้น 9.6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นของประเทศคู่ค้า ทำให้ยอดขายของประเทศคู่ค้าในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาเติบโตอย่างโดดเด่นจากเดือนเดียวกันของปีก่อน เช่น ประเทศออสเตรเลียเติบโต 127% ญี่ปุ่นเติบโต 29% เวียดนามเติบโต 75% อินโดนีเซียเติบโต 1,002%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิปขาดแคลน, ยอดผลิตรถยนต์, โควิดระลอก 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087c2cb8b0e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท. ปลื้มยอดผลิตรถยนต์งวดมี.ค.64 กระเตื้องลุ้นยอดผลิตทั้งปี 1.5 ล้านคัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เมษายน&amp;nbsp; 2564 นายสุรพงษ์ เติมไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าแม้ปีนี้จะยังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ต่างจากปีก่อน แต่ยอดผลิตรถยนต์เดือนมี.ค.2564 ที่ผลิตได้ 162,515 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.70% แบ่งเป็นยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 65,932 คัน เพิ่มขึ้น 7.32% และเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 96,583 คัน เพิ่มขึ้น 13.13% นับเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยยอดผลิตและยอดขายรถยนต์เดือนมี.ค.2564 สามารถกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ จึงมีโอกาสที่ยอดผลิตรถยนต์ปีนี้อาจทะลุเป้าหมายที่คาดไว้ 1.5 ล้านคัน แต่ยังไม่รวมผลกระทบการระบาดของโควิดระลอกใหม่เดือนเม.ย.นี้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์กันว่าสถานการณ์จะลามยืดเยื้อไปถึงปี 2565 ทางกลุ่มฯ จึงยังไม่ปรับประมาณการการผลิตใหม่ เพราะต้องขอติดตามสถานการณ์โควิด-19 เพื่อประเมินผลกระทบและความเสียหายอีกสัก 1-2 เดือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศอยู่ที่ 74,295 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 25.47% และเพิ่มขึ้น 26.01% จากเดือนก.พ. 64 จากการเร่งส่งมอบรถยนต์ให้ลูกค้าที่จองในงานมอเตอร์โชว์ที่จัดขึ้นตามปกติในปีนี้ เพื่อใช้เดินทางในช่วงสงกรานต์ที่ปีนี้เดินทางได้ ประกอบกับรัฐบาลกระตุ้นกำลังซื้อด้วย &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; อย่างต่อเนื่อง ราคายางพารายังดีอยู่ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 24.19% รถพีพีวีเพิ่มขึ้น 89.87%และรถบรรทุกขายเพิ่มขึ้น 84.24%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่&amp;nbsp;104,506 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.38% และเพิ่มขึ้น 31.50% จากเดือนก.พ.2564 ซึ่งเป็นการส่งออกสูงสุดในรอบ 24 เดือน หลังเศรษฐกิจและยอดขายรถยนต์ของประเทศคู่ค้าในเดือนมี.ค.เติบโตจากปีก่อน เช่น ตลาดออสเตรเลียโต 22% นิวซีแลนด์โต 86% เวียดนามโต 58% อินโดนีเซียโต 10% มาเลเซียโต 200% ยุโรปโต 87% เพราะปีที่แล้วยอดขายรถยนต์ในยุโรปต่ำที่สุดในรอบ 30 กว่าปี ทำให้ไทยส่งออกรถยนต์ไปในตลาดออสเตรเลียและโอเชียเนียเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 48.16% ตลาดเอเชียเพิ่มขึ้น 46.40% และตลาดยุโรปเพิ่มขึ้น 53.93% รวมถึงการส่งออกเครื่องยนต์สันดาปภายใน ชิ้นส่วนรถยนต์ก็เพิ่มขึ้นตามการเปิดสายการผลิตของประเทศคู่ค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ยอดผลิตรถยนต์ในช่วง 3 เดือนของปีนี้(ม.ค.-มี.ค.64) ผลิตได้ 465,833 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.68% เป็นยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 195,138 คัน ลดลงจาก 2.32% และเป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 270,695 คัน เพิ่มขึ้น 6.61% ส่วนยอดขายในประเทศ 3 เดือนอยู่ที่ 194,137 คัน ลดลง 2.96% และยอดส่งออกอยู่ที่ 258,108 คัน เพิ่มขึ้น 3.13% มูลค่าการส่งออก 143,081.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.05%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท., ยอดผลิตรถยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087c2cb8b0e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2021 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.โชว์ยอดผลิตรถยนต์ก.พ. 64 เป็นบวกรับส่งออกสดใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค. 2564 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนก.พ. 2564 ว่าจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้มีทั้งสิ้น 155,200 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.05% โดยเป็นยอดบวกจากการผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น 5.91% โดยรถยนต์ที่ผลิตได้รวม 2 เดือนในปีนี้จำนวนทั้งสิ้น 303,318 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.16%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสัดส่วนการผลิตเพื่อส่งออกอยู่ที่ 88,315 คัน เท่ากับ 56.90% ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวนได้ 66,885 คัน เท่ากับ 43.10% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.50% &amp;nbsp; รถจักรยานยนต์ ขณะที่ยอดผลิตรถจักรยานยนต์ ในเดือนก.พ. นี้ื ผลิตรถได้ทั้งสิ้น 218,530 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนก.พ. 64 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,960 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 10.9% เป็นผลจากการกังวลการระบาดของโรคโควิด19 รอบสองตั้งแต่ปลายเดือนธ.ค. 2563 และกระจายไปอีกหลายจังหวัด ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่และเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น ประชาชนจึงระวังการใช้จ่ายมากขึ้น สถาบันการเงินก็เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น คาดว่างานมอเตอร์โชว์ในวันที่ 24 มี.ค. ถึง วันที่ 4 เม.ย. 64 จะกระตุ้นยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น ได้ดังเช่นปีที่แล้ว ตั้งแต่เดือนม.ค. - ก.พ. 64 รถยนต์มียอดขาย 114,242 คัน ลดลงจากปี 2563 ในระยะเวลาเดียวกัน &amp;nbsp;16.2% ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 265,771 คัน ลดลงจากเดือนม.ค.- ก.พ. ปีก่อน 46.33%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การส่งออกนั้น รถยนต์สำเร็จรูปในเดือนก.พ. 64 ส่งออกได้ 79,470 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันชองปีก่อน 16.52% เป็นผลมาจากตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ตะวันออกกลาง ยุโรปและแอฟริกา แต่ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย อเมริกาเหนือออเมริกากลางและอเมริกาใต้ มีมูลค่าการส่งออก 43,081.65 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.23% อย่างไรก็ตาม ประเทศคู่ค้าได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นจึงต้องการเครื่องยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มขึ้นดังต่อไปนี้ 1.เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,382.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ. 63 ที่ 38.17% ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก19,346.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันชองปีก่อน 37.15% และอะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,054.17 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว 2.73%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ., ยอดผลิตรถยนต์, สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210319/image_big_60540b4fcb09b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
