<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2026 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2028 07:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทย&#039; พบติดเชื้อโควิดใหม่8,918รายเสียชีวิต79คน</HEADLINE>
                <CONTENT>


  


  กำลังพาไปหน้าใหม่...

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120258</URL_LINK>
                <HASHTAG>https://teslastocknetwork.com/, https://tookhuay789.com, tookhuay789, การพนันฟุตบอล, ทลายเครือข่ายพนันฟุตบอลออนไลน์, ยอดผู้ติดเชื้อ, สล็อตเว็บตรง, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f6780dbdd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อโควิด 11,375 ราย หายป่วยกลับบ้าน 13,127 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2564 รวม รวม 11,375 ราย จำแนกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 10,245 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 929 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 184 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 17 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยสะสม 1,597,741 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
---------------------
หายป่วยกลับบ้าน 13,127 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หายป่วยสะสม 1,468,847 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยกำลังรักษา 113,394 ราย
---------------------
เสียชีวิต 87 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118506</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ติดเชื้อโควิด, ยอดผู้ติดเชื้อ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_6157ad9af0f52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; ย้ำโควิดไทยยังวิกฤต ชี้ยอดผู้ติดเชื้อจริงมีสูงกว่าที่รายงาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุข้อความว่า สถานการณ์ทั่วโลก 22 สิงหาคม 2564...
ทะลุ 212 ล้านคนไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 557,406 คน รวมแล้วตอนนี้ 212,098,176 คน ตายเพิ่มอีก 8,644 คน ยอดตายรวม 4,435,497 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุด คือ อเมริกา สหราชอาณาจักร อินเดีย บราซิล และญี่ปุ่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 86,707 คน รวม 38,514,242 คน ตายเพิ่ม 500 คน ยอดเสียชีวิตรวม 644,823 คน อัตราตาย 1.7%&amp;nbsp;
อินเดีย ติดเพิ่ม 31,043 คน รวม 32,423,549 คน ตายเพิ่ม 401 คน ยอดเสียชีวิตรวม 434,399 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;
บราซิล ติดเพิ่ม 28,388 คน รวม 20,556,487 คน ตายเพิ่ม 585 คน ยอดเสียชีวิตรวม 574,243 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,000 คน รวม 6,726,523 คน ตายเพิ่ม 797 คน ยอดเสียชีวิตรวม 175,282 คน อัตราตาย 2.6%&amp;nbsp;
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 22,636 คน ยอดรวม 6,602,311 คน ตายเพิ่ม 81 คน ยอดเสียชีวิตรวม 113,267 คน อัตราตาย 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และสเปน ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;
หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 87.29 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;
แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
เวียดนามติดเพิ่มเกินหมื่นเหมือนฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเมียนมาร์ และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ภาพรวมการระบาดของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีคนติดเพิ่มกว่า 4.5 ล้านคน ตายเพิ่มกว่า 6.7 หมื่นคน จำนวนการติดเชื้อเพิ่มนั้นสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า 0.4% แต่จำนวนการเสียชีวิตลดลง 0.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...หากเจาะดูของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาติดเพิ่ม 146,521 คน ลดลงกว่าสัปดาห์ก่อน 1% (สัปดาห์ก่อนหน้านั้นติดไป 148,505 คน) แต่จำนวนการเสียชีวิตนั้นมีถึง 1,700 คน สูงกว่าสัปดาห์ก่อนถึง 34% (สัปดาห์ก่อนหน้านั้นเสียชีวิตไป 1,272 คน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การดูตัวเลขรายงานเป็นทางการดังกล่าวนั้นต้องดูอย่างมีวิจารณญาณ และตระหนักว่าโดยแท้จริงแล้วมีคนที่ใช้วิธีการตรวจแบบ Antigen test kit (ATK) อีกจำนวนไม่น้อย ที่ได้ผลบวก และเข้าสู่การระบบการดูแลรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน home isolation ซึ่งจำนวนเหล่านั้นไม่ได้นำมารวมในรายงานอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจำนวนการติดเชื้อรายสัปดาห์ที่แท้จริงจึงมากกว่าที่รายงานอย่างเป็นทางการ และอาจมากกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าได้ ดังที่เห็นในรูปประกอบ ซึ่งนำจำนวนคนที่ตรวจผลบวกจาก ATK ในเดือนสิงหาคมมารวม จะพบว่าสถานการณ์การระบาดของไทยยังวิกฤติ
อนึ่ง การตรวจ ATK นั้น สิ่งที่เราควรระวังคือ ผลลบปลอม เพราะมีค่าความไวไม่สูงมาก แปลว่าติดเชื้อแต่ตรวจแล้วได้ผลลบ อาจเข้าใจผิดว่าไม่ติดเชื้อทั้งๆ ที่ติดเชื้อ และหากไม่ป้องกันตัวให้ดีก็จะแพร่ไปให้คนในบ้าน หรือคนอื่นๆ ในสังคมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนเรื่องผลบวกปลอมนั้น เกิดได้ แต่น้อยกว่าผลลบปลอม เพราะมีค่าความจำเพาะสูง เมื่อมีการนำ ATK มาใช้ในสถานการณ์ระบาดหนักแบบปัจจุบัน หากตรวจพบว่าเป็นผลบวกแล้ว โอกาสที่จะติดเชื้อจริงมีสูงมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การต่อสู้ในสถานการณ์การระบาดนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความพยายามที่จะต้องรวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วน ไม่ให้หลุด และเป็นปัจจุบันให้มากที่สุด เพราะจะส่งผลต่อการประเมิน เพื่อวางแผนนโยบายและมาตรการได้อย่างถูกต้องเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ตระหนักว่าการระบาดรุนแรง กระจายไปทั่ว ยังควบคุมตัดวงจรการระบาดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า สำคัญมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เตรียมตัว เตรียมงาน เตรียมสถานที่ เตรียมข้าวของเครื่องใช้และอุปกรณ์จำเป็นภายในบ้านไว้เผื่อยามจำเป็น และเตรียมใจเพื่อสู้กับศึกโรคระบาดระยะยาว และที่สำคัญมากตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี การวางแผนการเงินและการใช้จ่ายเป็นสิ่งจำเป็นมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้วยรักและห่วงใย
สวัสดีวันอาทิตย์ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114104</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผู้ติดเชื้อ, โควิดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c3f33e4785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 07:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!ไทยติดโควิด-19รายใหม่ทะลุ2หมื่นแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ส.ค.2564 - เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19 โพสต์กราฟฟิกพร้อมเนื้อหาว่า ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันพุธที่ 4 สิงหาคม 2564 รวม 20,200 ราย จำแนกเป็นติดเชื้อใหม่ 20,013 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 187 ราย&amp;nbsp;ทำให้มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ 1 เม.ย.จำนวน 643,522 ราย &amp;nbsp;หายป่วยกลับบ้าน 17,975 ราย หายป่วยสะสม 428,380 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้ป่วยกำลังรักษา 211,076 ราย และเสียชีวิต 188 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112134</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราฟฟิก, ยอดผู้ติดเชื้อ, เพจศูนย์ข้อมูล COVID-19, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_6109e3ceedc79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วงแพงคุมราคาชุดตรวจโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก 8,685 ราย เสียชีวิต 56 ราย คลัสเตอร์ใหม่กระจายหลายพื้นที่ &amp;quot;คลังห้างซูเปอร์มาร์เก็ต&amp;quot; จ.นนทบุรี วันเดียวเจอ 312 ราย &amp;quot;หมอประสิทธิ์&amp;quot; จับตาติดเชื้อ 2 สายพันธุ์พร้อมกัน รับยังไม่มีข้อมูลผลกระทบ &amp;quot;ราชกิจจาฯ&amp;quot; ประกาศให้ ปชช.ใช้ชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง &amp;nbsp;&amp;quot;สธ.&amp;quot; เร่งอธิบายวิธีใช้ตรวจโควิดที่ถูกต้อง &amp;quot;โฆษก ศบศ.&amp;quot; ยันยังไม่ปิดเกาะภูเก็ต &amp;quot;บุรีรัมย์&amp;quot; สั่งปิด 4 หมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เผยแพร่สถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,685 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,527 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 6,026 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,501 ราย, มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 146 ราย, มาจากต่างประเทศ 12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 353,712 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 3,797 ราย หายป่วยสะสม 255,455 ราย อยู่ระหว่างรักษา 95,410 ราย อาการหนัก 3,042 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 794 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 56 ราย เป็นชาย 25 ราย หญิง 31 ราย อยู่ใน กทม. 30 ราย, นราธิวาส 4 ราย, &amp;nbsp;นครปฐม ปทุมธานี กำแพงเพชร ชลบุรี เพชรบุรี จังหวัดละ 2 ราย, ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ ชุมพร ตราด สระบุรี นครราชสีมา ภูเก็ต นครสวรรค์ ปัตตานี มุกดาหาร ศรีสะเกษ หนองงบัวลำภู จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,847 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 13 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,631 ราย, &amp;nbsp;สมุทรสาคร 561 ราย, นนทบุรี 537 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 529 ราย, ชลบุรี 459 ราย, ปทุมธานี 189 ราย, นราธิวาส 178 ราย, นครปฐม 177 ราย, สงขลา 150 ราย, อุดรธานี 126 ราย และพบคลัสเตอร์ใหม่ในหลายแห่ง ประกอบด้วย จ.สมุทรสาคร 2 แห่งคือ โรงงานผลิตภัณฑ์จากโลหะ อ.เมืองฯ ติดเชื้อ 9 ราย โรงงานผลิตอุปกรณ์ล็อก อ.เมืองฯ 8 ราย, คลังห้างซูเปอร์มาร์เก็ต อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 312 ราย, โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี 14 ราย, &amp;nbsp;ตลาดไท อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 9 ราย และโรงเรียนสอนศาสนาใน จ.ปัตตานี 29 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีพบคนงานในแคมป์ 7 รายติดเชื้อ 2 สายพันธุ์ในคนคนเดียว ทั้งสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) และอัลฟา (อังกฤษ) ว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิด ประเทศอื่นก็มีพบ มีจำนวนน้อย 2-3 หลัก โดยรวมยังไม่ได้พบเจอมากพอที่จะบอกรายละเอียดได้ว่าปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อ 2 สายพันธุ์คืออะไร และยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีผลอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ ยังไม่มีใครทราบข้อมูลว่า 1 คนติด 2 สายพันธุ์จะกระทบต่อตัวบุคคลและการระบาดของโรคแค่ไหนอย่างไร แต่จากการอ่านรายงานยังไม่เคยพบว่าการติด 2 สายพันธุ์มีการเสียชีวิตมากกว่าการติดสายพันธุ์เดียว ซึ่งอาจเพราะยังมีรายงานไม่มาก ดังนั้นอย่าเพิ่งไปเอามาเป็นอีกโจทย์ มิเช่นนั้นโควิด-19 จะมีโจทย์เยอะมาก แต่นักวิชาการติดตาม เมื่อไรที่มีโจทย์มีคำตอบชัดเจนก็จะรายงานให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ประเทศไทยที่พบเป็นสายพันธุ์อัลฟาและเดลตาในคนเดียว ซึ่ง 2 สายพันธุ์นี้มีลักษณะคล้ายกัน คือแพร่กระจายเร็ว แต่มีความรุนแรงไม่มาก จึงไม่รู้ว่าจะแตกต่างจากเดิมหรือไม่อย่างไร ซึ่งเท่าที่ดูก็ยังไม่มีอาการอะไรแตกต่างจากคนอื่น ส่วนกรณี 2 สายพันธุ์ที่มีความแตกต่าง เช่น ติดร่วมกับสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) ก็อาจน่ากังวลมากขึ้น เพราะมีจุดเด่นของสายพันธุ์แตกต่างกัน จึงต้องเฝ้าระวังจับตาต่อไป รวมถึงหาก 2 สายพันธุ์เกิดมีการแลกเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมอาจเกิดผลเชิงบวกหรือเชิงลบอะไรก็ได้ ทำได้แต่ติดตามดู หรือหากเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ ถ้าแพร่ได้ช้ากว่าเดิมก็จะหายไปเอง เพราะไม่ได้แพร่เชื้อต่อให้ใคร
ปชช.ใช้ชุดตรวจโควิดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ไวรัสโควิดมีการกลายพันธุ์มีเป็นพันๆ ชนิด ถ้าทำให้ติดช้าลงมันจะสลายไปเอง ดังนั้นต้องติดตามดูกลุ่มที่ติดเชื้อ 2 สายพันธุ์ต่อไป ส่วนการแพร่เชื้อต่อจะแพร่ตัวไหนนั้นไม่มีใครตอบได้ แต่หลักการอย่างที่บอกว่าสายพันธุ์ไหนแพร่เร็วสายพันธุ์นั้นคงอยู่ หากแพร่ช้าก็หายไป ตอนนี้หาอู่ฮั่นยากมาก หรือในอังกฤษก็หาสายพันธุ์อัลฟาได้น้อย กลายเป็นเดลตาไปหมดแล้ว&amp;rdquo; นพ.ประสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯกล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์เดลตาเริ่มมีข้อมูลว่าอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ส่วนจะกระทบต่อมาตรการดูแลรักษาที่บ้านหรือไม่ หลักการคือเราไม่ได้ทำการรักษาดูแลที่บ้านในทุกคนหรือทุกบ้าน ต้องพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ คือ 1.ผู้ป่วย หากทำแล้วเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุมีโรคร่วมเยอะก็ไม่ควรทำ 2.สถานที่อยู่อาศัยไม่สามารถทำได้ เช่น มีคนสูงอายุอยู่ด้วย หรือมีห้องน้ำห้องเดียว แยกตัวเองได้ยาก และ 3.แพทย์พิจารณาว่ามีโรคอะไรอยู่ รายไหนควรทำหรือไม่ เมื่อทำต้องมีมาตรการอย่างไรไม่ให้แพร่เชื้อคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง เพื่อให้มีการเข้าถึงการตรวจคัดกรองที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยตนเอง อันจะทำให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ติดเชื้อก่อโรคของตนเองตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก นำไปสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัย ยืนยันรักษาและป้องกันที่เหมาะสมโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเองว่า ทาง อย.ได้ให้ทางบริษัทผู้ผลิตเร่งจัดทำคู่มือในการอธิบายประชาชน และแสดงหลักฐานว่าการตรวจด้วยชุดทดสอบนี้ที่จะมีการตรวจในลักษณะการแยงโพรงจมูกด้านหน้ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการแยงโพรงจมูกด้านหลังที่มีการใช้ในสถานพยาบาลเพื่อให้มีมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจด้วยชุดทดสอบแอนติเจนด้วยตัวเองคาดว่าจะสามารถใช้ได้จริงในสัปดาห์หน้า ในระหว่างนี้ทาง อย.และกรมวิทย์ได้เร่งทำคลิปวิดีโออธิบายการใช้ในประชาชน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องถึงขั้นตอนการทำ ตั้งแต่การแยงจมูกในโพรงด้านหน้าที่ต้องลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร และปั่นจมูกชิดด้านขวา เพื่อให้ตัวอย่างในการตรวจที่สมบูรณ์ จากนั้นนำมาแช่ในน้ำยา และรวมถึงวิธีการจัดเก็บทำลายเพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะติดเชื้อ&amp;quot; นพ.สุรโชคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ อย.กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทที่คาดว่าจะสามารถปรับชุดทดสอบให้สามารถใช้ได้ในโพรงจมูกด้านหน้า 7 บริษัท เดิมมี 24 บริษัทที่เป็นชุดทดสอบที่ใช้ในโพรงจมูกด้านหลัง อย่างไรก็ตาม การวางจำหน่ายชุดทดสอบนี้จะทำในร้านขายยาที่มีเภสัชกร และต้องมีการรายงานการจำหน่ายมายัง อย.เหมือนกับเครื่องมือแพทย์ทั่วไป โดยทราบว่าภายในสัปดาห์นี้ ทาง สปสช.ได้มีการกระจายชุดทดสอบนี้ลงไปในคลินิกชุมชนอบอุ่นแล้ว เริ่มมีการใช้ในประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย.ยังกังวลถึงการใช้ชุดตรวจที่ถูกต้อง เพราะวิธีการตรวจนี้อาจไม่แม่นยำเท่า RT-PCR แต่เหมาะสำหรับคนเสี่ยงสูงที่ไม่มีอาการต้องการรับการตรวจอย่างรวดเร็ว แต่ต้องควบคู่กับมาตรการกักตรวจอย่างเคร่งครัด เพราะบางรายผลตรวจเป็นลบ ต้องมีการตรวจซ้ำใน 3 วันถัดไป เพื่อความแม่นยำปลอดภัย เพราะชุดตรวจดังกล่าวจะตรวจจับได้ดีในคนที่มีปริมาณเชื้อมาก ก็จะแสดงผลเป็นบวกทันที หากภายใน 1-3 วันเริ่มมีอาการตรวจซ้ำ และเมื่อตรวจแล้วยังต้องมีช่องทางการติดต่อกับสถานพยาบาลด้วยทุกอย่างต้องทำอย่างเป็นระบบ&amp;quot; เลขาฯ อย.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เรื่องที่ที่ประชุมใช้เวลาถกกันนานที่สุดคือ การตรวจแบบแรพิด แอนติเจน เทสต์ (Rapid Antigen Test) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งคำถามว่า ทำไมชุดตรวจดังกล่าวราคาจึงแพง ทำอย่างไรจึงจะให้ราคาถูกลง โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ยืนยันว่าไม่ได้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าสำหรับอุปกรณ์ที่นำเข้ามาแก้ปัญหาโควิด-19 เลย ขณะที่กระทรวงพาณิชย์แนะนำว่า หากให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำเข้ามาเองจะทำให้กำหนดราคาในตลาดได้จะดีหรือไม่ ทำให้นายอนุทินชี้แจงว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีการอนุมัติให้เอกชนนำเข้าชุดตรวจดังกล่าวอยู่แล้ว สามารถซื้อจากเอกชน 24 รายได้เลย แต่ตนจะกลับไปดูรายละเอียดว่า อภ.สามารถนำเข้าได้อีกหรือไม่ โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการเพื่อควบคุมไม่ให้การซื้อชุดตรวจเป็นภาระของประชาชน นอกจากนี้ ยังสั่งการว่า สุดท้ายแล้วหากประชาชนต้องซื้อชุดตรวจมาใช้เอง กระทรวงสาธารณสุขต้องมีข้อแนะนำที่ชัดเจนในการใช้ เพื่อให้ทุกอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;
ยันยังไม่ปิดเกาะภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าการวิจัยและพัฒนาการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในประเทศสำหรับต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circula-Green Economy) ของรัฐบาลว่า ในเดือน ก.ค.นี้ ทางองค์การเภสัชกรรมคาดว่ายาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนั้นจะได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. จากนั้นจะเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อให้ผู้ป่วยโควิดเข้าถึงยาอย่างเพียงพอ เมื่อทุกอย่างสำเร็จลุล่วง ประเทศไทยจะสามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในราคาที่ถูกกว่านำเข้าอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนความร่วมมือระหว่าง สวทช., อภ. และบริษัท ปตท. ที่ครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงระดับอุตสาหกรรม ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยา&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย ที่ต้องการกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาหรือในต่างจังหวัด ก็สามารถดำเนินการได้ 2 ทางคือ 1.ผู้ป่วยติดต่อไปยังโรงพยาบาลโดยตรง จัดการนัดหมายเรื่องการรับ-ส่งกันโดยตรง และ 2.โทร.มายังสายด่วน 1330 กด 15 แล้วทาง 1330 จะประสานกับโรงพยาบาลปลายทางและจัดรถไปส่งให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อโควิด ได้ประสานสถานพยาบาลเอกชนให้เข้ามาตรวจ Rapid Antigen Test &amp;nbsp;ทราบผลตรวจภายใน 10 นาที ให้กับ ส.ส.และสมาชิกพรรค รวมไปถึงข้าราชการและเจ้าหน้าที่คณะกรรมาธิการฯ ที่มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตนเองจำนวน 21 คน ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร โดยนายณัฐชาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียประเด็นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สั่งปิดทั้งเกาะภูเก็ตว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้ยังไม่มีการปิดเกาะภูเก็ต และการดำเนินการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ยังดำเนินการตามแผนเดิม นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนไม่ส่งต่อข้อความดังกล่าว เพื่อป้องกันข่าวปลอมหรือข่าวที่ทำให้เกิดการตื่นตระหนก ซึ่งตอนนี้จังหวัดภูเก็ตได้มีการตรวจคัดกรองป้องกันตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ในส่วนผู้ที่ติดเชื้อทุกรายเข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงสูงก็กักตัวตามมาตรการเช่นกัน&amp;quot; โฆษก ศบศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ สถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มีจำนวน 529 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 484 ราย โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 45 ราย ไม่มีเสียชีวิต, จ.นครราชสีมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 147 ราย ในพื้นที่ครบ 32 อำเภอ รวมยอดผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ 2,264 ราย รักษาหายรวม 1,111 ราย รักษาอยู่โรงพยาบาล 1,130 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 23 ราย, จ.อำนาจเจริญ มีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 23 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกคำสั่งกำหนดพื้นที่ควบคุมในพื้นที่บ้านเสม็ด หมู่ที่ 1 บ้านโคกเพชร หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 7 และบ้านโนนพลอย หมู่ที่ 19 ต.เสม็ด อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ หลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 38 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า &amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จากในภูเก็ต 1 ราย ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากต่างประเทศ 0 ราย &amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 1 ราย เพศหญิง ชาวแอฟริกาใต้ เป็นเพื่อนกับผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวแล้วในโรงพยาบาล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109607</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ยอดผู้ติดเชื้อ, ราชกิจจาฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอประสิทธิ์, เสียชีวิต, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9783e18952.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพีกแตะ1,767ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เมษายน 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;1,767ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อในประเทศจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,477 ราย และจากการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 288 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 2 ราย เสียชีวิตอีก 2 ราย
ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 42,352 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 39,117 ราย ส่วนผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 3,234 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 28,683 ราย เพิ่มขึ้น 113 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 101 ราย
ส่วนยอดการรับวัคซีนระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 17 เมษายน 2564 มีผู้รับวัคซีน สะสมทั้งหมด จำนวน 608,521 ราย
วันที่ 17 เมษายน 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน
เข็มที่ 1 จำนวน 2,876 ราย
เข็มที่ 2 จำนวน 386 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99817</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผู้ติดเชื้อ, ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.).</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607bb8b2a6299.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19พุ่งทะยานเข้าใกล้43ล้านคนทั่วโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค. 63เว็บไซต์ worldometers.info&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยตามรายงานเมื่อเวลา 07.30 น.ของวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค.63 ตามวันเวลาในไทย ระบุว่า เชื้อไวรัสฯ ได้ลุกลามไปแล้ว 215 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 42,916,332 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 1,154,301 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 31,659,611 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกายังนำเป็นอันดับ 1 ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในวันเดียว 77,966 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 8,826,449 ราย และเสียชีวิตแล้วกว่า 230,064 ราย อันดับ 2 ยังคงเป็นอินเดีย ยอดผู้ป่วย 7,863,892 ราย เสียชีวิตกว่า 118,567 ราย และอันดับ 3 บราซิล ยอดผู้ป่วยสะสม 5,381,224 ราย เสียชีวิต 156,926 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผู้ติดเชื้อ, สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f94c73b4356f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
