<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!โควิดคร่าหญิงตั้งครรภ์-เด็ก5เดือนที่ยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64-ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. รายงานตัวเลขสถานการณ์ประจำวันว่า&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 14,029 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่13,753 ราย ผู้ป่วยในเรือนจำ 276 ราย พบผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งหมด 1,382,173 รายรักษาอยู่ 135,966 ราย รักษาในโรงพยาบาล 40,601 ราย และโรงพยาบาลสนาม95,365 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 4,103 ราย และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 856 รายรักษาหายกลับบ้านแล้ว 1,231,854 ราย หายเพิ่ม 15,742 ราย เสียชีวิตใหม่ 180 รายรวมเสียชีวิต 14,353&amp;nbsp; คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้เสียชีวิตรายใหม่เป็นผู้ป่วยชาย 101 ราย ผู้ป่วยหญิง 79 ราย เป็นชาวไทย 175 ราย, เมียนมา 4 ราย และจีน 1 ราย ค่ากลางอายุผู้ป่วย 70 ปี อายุระหว่าง 5 เดือน-108 ปี ค่ากลางระหว่างการทราบผลติดเชื้อจนเสียชีวิต 12 วัน นานสุด 75 วัน พบอายุมากกว่า60 ปีขึ้นไป 132 ราย คิดเป็น 73% อายุน้อยกว่า 60 ปีมีโรคเรื้อรัง 36 ราย คิดเป็น 20% และไม่มีโรคเรื้อรัง 10 ราย คิดเป็น 6% ตั้งครรภ์ 1 ราย ที่จังหวัดยะลาและเป็นเด็กอายุ 5 เดือน 1 ราย ที่จังหวัดยะลา เสียชีวิตนอกโรงพยาบาล 1 รายที่จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อในพื้นที่ 176 ราย, ติดจากคนรู้จัก 68 ราย, ติดจากครอบครัว 12 ราย, อาศัยในพื้นที่เสี่ยง 95 ราย และอาชีพเสี่ยง 1 ราย โดยมีการเดินทางจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา 3 ราย จากกรุงเทพมหานครเดินทางไปรักษาตัวจังหวัดสีแดงเข้ม 1 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; 67 ราย, ปริมณฑล 31 ราย, ภาคใต้ 19 ราย , ภาคอีสาน 10 ราย, ภาคเหนือ 12 ราย และภาคตะวันออก 41 ราย ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 13,749 ราย เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine&amp;nbsp; 4 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก/โรงงานและในชุมชน 1,525 ราย ค้นหาเชิงรุกในเรือนจำ 276 ราย และเข้าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 12,224 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านยอดการฉีดวัคซีนในประเทศไทยรวม 40,060,467 โดส สะสมแบ่งเป็นฉีดวัคซีนเข็มแรก 27,194,487 ราย เพิ่มขึ้น 239,941 ราย เข็มที่สองจำนวน 12,251,011 ราย เพิ่มขึ้น187,368 ราย และเข็มที่สามสะสมจำนวน 614,969 ราย เพิ่มขึ้น 1,296 ราย มีการเดินทางจากต่างประเทศ รวม 4 ราย แบ่งเป็น ประเทศเนเธอร์แลนด์ 1 ราย, มาเลเซีย 2 ราย จากด่านพรมแดนทางบก และเมียนมา 1 ราย จากช่องทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ 10 อันดับแรก แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 3,356 ราย, ชลบุรี 848 ราย, สมุทรปราการ 832 ราย, ระยอง 524 ราย, ราชบุรี 516 ราย, สมุทรปราการ 506 ราย, นนทบุรี 410 ราย, ยะลา 402 ราย, สงขลา 396 ราย และปราจีนบุรี 379 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116436</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ยะลา, ยอดผู้เสียชีวิต, ศบค., เด็ก5เดือน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613d9c67d23af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดอินโดนีเซียดับรายวันเกิน2,000ศพ ต่างชาติเผ่น มาเลเซียก็ยังหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินโดนีเซียมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มอีก 2,069 คนในวันอังคาร เป็นสถิติใหม่ของประเทศ หลังรัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายล็อกดาวน์ ชาวต่างชาติแห่กลับประเทศ ส่วนมาเลเซียเสียชีวิตเพิ่ม 207 คน เท่าสถิติสูงสุดในวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุสานเคปูติห์ในเมืองสุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก ของอินโดนีเซีย ที่ฝังศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 (Suryanto Putramudji/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงของอินโดนีเซียตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันอังคารที่ 27 กรกฎาคม เป็นจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันมากที่สุดนับแต่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดในประเทศนี้ ทำลายสถิติ 1,566 ศพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตของวันอังคารเพิ่มขึ้นเกือบ 600 คนจากวันจันทร์ และทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 86,835 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาเดียวกัน อินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา เพิ่มขึ้น 45,203 คน จากยอดประมาณ 28,000 คนของวันจันทร์ และทำให้ยอดผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมเพิ่มเป็นเกือบ 3.24 ล้านคน แม้โดยทั่วไปจะเชื่อว่าจำนวนที่แท้จริงสูงกว่านี้ เนื่องจากอัตราการตรวจหาเชื้อและการติดตามโรคต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์รายวัน อินโดนีเซียกลายเป็นศูนย์กลางที่โควิดแพร่ระบาดหนักที่สุดในโลกเวลานี้ แทนที่อินเดียและบราซิล ข้อมูลล่าสุดมีออกมาภายหลังรัฐบาลของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ตัดสินใจผ่อนคลายข้อจำกัดควบคุมไวรัสในสัปดาห์นี้ โดยอนุญาตให้ร้านค้าขนาดเล็ก, ร้านอาหารริมทาง และศูนย์การค้าบางแห่งเปิดทำการได้ หลังจากการล็อกดาวน์บางส่วนนาน 3 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีวิโดโดตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยอ้างข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันและอัตราการครองเตียงในโรงพยาบาลกำลังลดลงแล้ว รวมถึงในกรุงจาการ์ตา แต่ไวรัสสายพันธุ์เดลตากำลังแพร่เชื้อในอีก 12 ภูมิภาคนอกจาการ์ตา รวมถึงบนเกาะชวาและบาหลีที่ประชากรหนาแน่น ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กรมตรวจคนเข้าเมืองเผยเมื่อวันอังคารว่า ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม มีชาวต่างชาติเกือบ 19,000 คน เดินทางออกจากอินโดนีเซียผ่านสนามบินหลักของจาการ์ตา กลุ่มใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นและชาวจีนที่มาทำงานหรือพำนักในประเทศนี้ 2,962 คน และ 2,219 คน ตามลำดับ อินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่สำหรับบริษัทจากญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นที่ตั้งของโครงการธุรกิจหลายแห่งที่บริษัทจีนสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราการฉีดวัคซีนของอินโดนีเซียยังคงทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้วันละ 1 ล้านคนสำหรับเดือนนี้ โดยปัจจุบันมีประชากรไม่ถึงร้อยละ 7 จาก 270 ล้านคนที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาเลเซีย นูร์ ฮิชาม อับดุลลาห์ อธิบดีกรมอนามัย แถลงเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 เพิ่มอีก 207 คน เป็นสถิติสูงสุดเท่ากับของวันจันทร์ โดย 31 คนเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล นอกจากนี้จำนวนผู้ป่วยนอนไอซียูทำสถิติใหม่อีกที่ 1,023 คน ในจำนวนนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 524 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียมีผู้ติดเชื้่อรายใหม่ 16,117 คน เป็นจำนวนรายวันมากเป็นอันดับ 2 จากที่เคยพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 17,000 คนเมื่อ 2 วันก่อน ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 1,044,071 คน เสียชีวิต 8,408 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111333</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาเลเซีย, ยอดผู้เสียชีวิต, สถิติรายวัน, อินโดนีเซีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_61001bbe2a884.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียยังหนัก ผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตเป็นสถิติรายวัน126ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โควิด-19 ระลอกสามยังหนัก มาเลเซียมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตมากเป็นสถิติใหม่เมื่อวันพุธถึง 126 ราย สูงที่สุดนับแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ในประเทศ ขณะที่ผู้ป่วยนอนไอซียูก็มากเป็นสถิติสูงสุดเช่นกันที่เกือบ 900 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้องถนนในสภาพเกือบร้างด้านหน้าตึกแฝดเปโตรนาสในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อคืนวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ซึ่งเป็นวันแรกของการล็อกดาวน์รอบที่ 3 (Photo by Syaiful Redzuan/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นูร์ ฮิชัม ฮับดุลเลาะห์ อธิบดีกรมสุขภาพ ของมาเลเซีย แถลงเมื่อวันพุธที่ 2 มิถุนายน ว่ามาเลเซียมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพราะโควิด-19 เพิ่มอีก 126 คน โดยเป็นชาวต่างชาติ 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตล่าสุดทำให้จำนวนรวมผู้เสียชีวิตของมาเลเซียเพิ่มเป็น 2,993 คน ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มขึ้นเป็นสถิติอีก 7,703 คนในวันพุธ ทำยอดสะสมเพิ่มเป็น 587,165 คน ในจำนวนนี้ 82,274 คนยังมีอาการป่วยหรือติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้ป่วย มีถึง 878 คนที่รักษาในแผนกผู้ป่วยหนักหรือไอซียู ซึ่งมากเป็นสถิติสูงสุดของประเทศเช่นกัน ในจำนวนนี้ 441 คนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียเพิ่งเริ่มล็อกดาวน์ทั่วประเทศรอบที่ 3 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดระลอกที่ 3 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และหน่วยงานด้านสาธารณสุขเตือนว่า ระบบการแพทย์ท่วมท้น และเตียงในแผนกไอซียูรวมถึงที่เก็บศพเกือบไม่เหลือพื้นที่ว่าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยไอซียู, มาเลเซีย, ยอดผู้เสียชีวิต, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b7809b47774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยตัวเลขจริงอินโดนีเซียอาจเซ่นไวรัสเกิน 2,000 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รอยเตอร์รวบรวมข้อมูลจากพื้นที่แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในอินโดนีเซีย พบว่ามีผู้ป่วยมากกว่า 2,200 รายที่เสียชีวิตเพราะอาการป่วยเฉียบพลันของโรคโควิด-19 ซึ่งไม่ได้ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นผู้เสียชีวิตเพราะโรคนี้ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการของประเทศมีไม่ถึง 800 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันขณะฝังศพผู้ที่เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ที่กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 กล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่อัตราการตรวจเชื้อต่ำมากที่สุดในโลก ซึ่งนักวิทยาการระบาดบางรายกล่าวว่าทำให้ยากที่จะเห็นภาพรวมขนาดของการติดเชื้อในประเทศที่มีประชากร 260 ล้านคนแห่งนี้ ซึ่งมากเป็นอันดับ 4 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลล่าสุดที่ได้จาก 16 จังหวัด ของทั้งหมด 34 จังหวัดของอินโดนีเซีย ที่รอยเตอร์รวบรวมจากสำนักงานระดับจังหวัดหรือตัวเลขรายสัปดาห์ของโรงพยาบาล, คลินิกและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องการฝังศพ เปิดเผยว่า มีการเสียชีวิตของผู้ป่วย 2,212 รายที่อยู่ภายใต้การตรวจตราเพราะคนไข้เหล่านี้มีอาการของโรคโควิด-19 แต่ยังไม่เคยผ่านการตรวจเชื้อเพื่อยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียใช้อักษรย่อว่า &amp;quot;พีดีพี&amp;quot; เพื่อใช้เรียกผู้ป่วยกลุ่มนี้เมื่อไม่สามารถอธิบายอาการทางคลินิกได้จากสาเหตุอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกู อาดิซัสมิโต เจ้าหน้าที่ในคณะทำงานเฉพาะกิจด้านโควิด-19 ของรัฐบาลอินโดนีเซีย ไม่ได้โต้แย้งข้อมูลของรอยเตอร์ แต่เขาปฏิเสธจะประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตในกลุ่มพีดีพีจำนวนเท่าใดที่เขาเชื่อว่าเป็นผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนา อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่ามีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 19,897 คนในอินโดนีเซียที่ยังไม่ได้รับการตรวจเนื่องจากมีตัวอย่างรอตรวจในห้องแล็บเยอะมาก และบางคนเสียชีวิตก่อนที่ตัวอย่างของพวกเขาจะถูกนำไปตรวจวิเคราะห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าพวกเขามีตัวอย่างหลายร้อยหลายพันตัวอย่างที่ต้องตรวจ คิดว่าพวกเขาจะให้ความสำคัญกับของใครเป็นอันดับแรก? พวกเขายอมต้องให้ความสำคัญกับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ก่อน&amp;quot; เขาบอกกับรอยเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียฉบับล่าสุดระบุว่า ผู้ป่วยที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพีดีพีคือกลุ่มที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจฉับพลัน ซึ่งไม่สามารถมีคำอธิบายทางคลินิกในทางอื่นใดได้นอกจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ผู้ป่วยที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ต้องเป็นผู้ที่เคยเดินทางไปยังประเทศหนึ่งใดหรือในพื้นที่ใดในอินโดนีเซียที่มีการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา ภายในเวลา 14 วันเมื่อเริ่มมีอาการป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปันดู รีโอโน นักวิทยาการระบาดจากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย กล่าวว่า เขาเชื่อว่าผู้เสียชีวิตในกลุ่มพีดีพีส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะโควิด-19 เมื่อดูจากอาการและไม่มีการระบุสาเหตุการเสียชีวิตอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอินโดนีเซียช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลบางรายไม่ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงของการแพร่ระบาดนัก บางคนแนะว่าการละหมาด, การรักษาด้วยสมุนไพร และอากาศร้อนจะช่วยขจัดไวรัสนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลถึงวันอังคาร อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 แล้ว 773 ราย สูงที่สุดในกลุ่มอาเซียน จากจำนวนผู้ติดเชื้อสะสม 9,511 ราย แต่อินโดนีเซียมีอัตราการตรวจเชื้อเทียบกับจำนวนประชากรต่ำมาก โดยอยู่ที่ 210 รายต่อประชากร 1 ล้านคน ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเวียดนามตรวจเชื้อในอัตรามากกว่า 10 เท่า และออสเตรเลียมีอัตราตรวจเชื้อมากกว่าอินโดนีเซีย 100 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.อีวาน อาเรียวาน นักวิทยาการระบาดจากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซียกล่าวว่า อัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตที่แท้จริงในอินโดนีเซียสูงกว่าข้อมูลที่รายงานอย่างเป็นทางการมาก เพราะอัตราการตรวจเชื้อยังต่ำมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64559</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผู้เสียชีวิต, อินโดนีเซีย, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea82d851fb04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2019 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2019 20:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนามัยโลกชี้ ลิเบียสังเวยการสู้รบเดือนนี้มากกว่า 120 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า การสู้รบใกล้กับกรุงตริโปลีของลิเบียนับแต่นายพลคอลิฟะ ฮัฟตาร์ เปิดฉากรุกโจมตีเมืองหลวงเมื่อวันที่ 4 เมษายน คร่าชีวิตคนแล้ว 121 คน และทำให้บาดเจ็บ 561 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2562 กลุ่มควันจากการโจมตีทางอากาศใกล้กับรถถังและรถกระบะติดปืนกลของกองกำลังฝ่ายรัฐบาลแห่งชาติ ที่เมืองวาดีราบี ราว 30 กม. ทางใต้ของกรุงตริโปลี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2562 อ้างข้อมูลที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ)&amp;nbsp; ประจำลิเบียเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ในวันเดียวกันว่า ดับเบิลยูเอชโอกำลังจัดส่งความช่วยเหลือทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ไปเสริมที่กรุงตริโปลี คำแถลงยังตำหนิการโจมตีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและรถยนต์ของหน่วยแพทย์หลายครั้งนับแต่การสู้รบปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแถลงของดับเบิลยูเอชโอกล่าวว่า การสู้รบสังหารชีวิตผู้คนแล้วอย่างน้อย 121 คน และทำให้บาดเจ็บอีก 561 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองกำลังภายใต้การบัญชาการของนายพลฮัฟตาร์ ซึ่งควบคุมดินแดนในภาคตะวันออกของลิเบีย ไม่เชื่อฟังคำร้องขอของนานาประเทศเพื่อให้ยุติการต่อสู้กับพวกนักรบที่ภักดีต่อรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติในกรุงตริโปลี ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) กล่าวว่า การปะทะกันใกล้กับกรุงตริโปลีทำให้ประชาชนไร้ที่อยู่แล้วมากกว่า 13,500 คน และมีประชาชนมากกว่า 900 คนอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอซีเอชเอกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ด้วยว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ 3 คนโดนฆ่าตาย และรถพยาบาล 5 คันได้รับความเสียหายจากสะเก็ดกระสุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากการสู้รบกันภาคพื้นดิน ทั้งสองฝ่ายยังตอบโต้กันด้วยการโจมตีทางอากาศแบบรายวัน และต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศแอฟริกาตอนเหนือแห่งนี้ตกอยู่ในภาวะวุ่นวายโกลาหลนับแต่กองกำลังที่นาโตหนุนหลังโค่นเผด็จการมูอัมมาร์ กัดดาฟี ลงได้เมื่อปี 2557 ทำให้พวกนักรบแตกฉานซ่านเซ็นและแย่งชิงดินแดนกัน ฮัฟตาร์หนุนหลังรัฐบาลท้องถิ่นในฝั่งตะวันออกของลิเบียและไม่ยอมรับรัฐบาลเอกภาพภายใต้การนำของฟาเยซ อัลซาร์ราช ที่ยูเอ็นหนุนหลัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33618</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสู้รบ, คอลิฟะ ฮัฟตาร์, ยอดผู้เสียชีวิต, ลิเบีย, องค์การอนามัยโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190414/image_big_5cb3321e490cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อภูเขาไฟฟูเอโกในกัวเตมาลาปะทุ เพิ่มเป็น 69 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารกัวเตมาลายังคงค้นหาร่างผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากการปะทุของภูเขาไฟฟูเอโกเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในวันจันทร์เพิ่มเป็นอย่างน้อย 69 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพความเสียหายที่หมู่บ้านซานมิเกลลอสโลเตน จังหวัดเอสกูอินตลา หลังจากภูเขาไฟฟูเอโกปะทุรุนแรง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุภูเขาไฟฟูเอโกความสูง 3,763 เมตรปะทุอย่างรุนแรง พ่นเถ้าถ่านและหินร้อนจากปากปล่องภูเขาไฟเมื่อเช้าวันอาทิตย์ ทางการกัวเตมาลาเผยยอดผู้เสียชีวิตถึงวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน อยู่ที่อย่างน้อย 69 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 300 คน โดย 46 คนที่อาการสาหัสยังต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล และประชาชน 3,217 คนต้องอพยพออกจากบ้านในจังหวัดเอสกูอินตลา, ชิมัลเตนันโก&amp;nbsp; และซากาเตเปเกซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงแรก ยอดผู้เสียชีวิตจากการปะทุของภูเขาไฟลูกนี้อยู่ที่ 25 คน แต่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ภายหลังหน่วยกู้ภัยพบผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านที่โดนถล่มจากโคลนและหินร้อนของภูเขาไฟ การปะทุครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยในหมู่บ้านใกล้กับภูเขาไฟไม่สามารถหลบหนีได้ทัน หลายศพพบอยู่ในบ้านหรือรอบๆ บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจกัวเตมาลาออกค้นหารอบภูเขาไฟฟูเอโกภายหลังการปะทุเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2561 / National Police of Guatemala / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซร์จิโอ กาบานาส ผู้อำนวยการศูนย์จัดการภัยพิบัติแห่งชาติกัวเตมาลาเผยว่า มีผู้สูญหายจากการปะทุของภูเขาไฟฟูเอโกแต่ยังไม่ทราบยอดที่แน่นอน โดยจะต้องนับประชากรตามหมู่บ้านต่างๆ ที่ตั้งอยู่ตามไหล่เขาของภูเขาไฟลูกนี้ หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณไหล่เขาทางใต้ของภูเขาไฟได้รับความเสียหายมากที่สุดและผู้เสียชีวิตหลายคนเป็นเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่าเห็นอย่างน้อย 3 ศพที่ถูกเผาไหม้ในซากบ้านของหมู่บ้านซานมิเกล ลอสโลเตส นอกจากนี้ยังพบสุนัข ไก่และเป็ดจำนวนมากนอนตายอยู่ท่ามกลางซากโคลนและเถ้าถ่านของภูเขาไฟที่ถล่มหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิลเฟเมีย การ์เซีย วัย 48 ปี ชาวบ้านที่ต้องอพยพออกจากหมู่บ้านกล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่ต้องการจากบ้านไปแต่ถ้ากลับไปที่บ้านก็ไม่มีเหลืออีกแล้ว หลังภูเขาไฟระเบิดเธอยังไม่พบแม่ ลูก 3 คน หลานและพี่น้องของเธอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10758</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัวเตมาลา, ฟูเอโก, ภูเขาไฟปะทุ, ยอดผู้เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16952f28be8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
