<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คมนาคม&#039; เปิดตัวเลขยอดผู้โดยสารใช้บริการสายสีแดง เฉลี่ยวันละ3พันคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการเตรียมการเปิดให้บริการและการบริหารโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) และสถานีกลางบางซื่อ &amp;nbsp; ครั้งที่ 5/2564 เพื่อติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ว่าหลังจากเปิดให้บริการโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) แบบเสมือนจริง (Soft Opening) มาตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 โดยไม่คิดค่าโดยสาร ปัจจุบันมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณวันละ 3,073 คน ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 และนโยบายของรัฐบาลที่ให้ประชาชนงดการเดินทางหากไม่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาความตรงต่อเวลาและความน่าเชื่อถือในการให้บริการ พบว่าอยู่ที่ 96.84 และ 99.35% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับการให้บริการเป็นที่น่าพอใจ และได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการในด้านต่างๆ ดังนี้การเตรียมความพร้อมด้านการเดินรถและการเชื่อมต่อการให้บริการระบบขนส่ง มีการปรับเส้นทางรถโดยสารประจำทางเพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง โดย ขบ. และ ขสมก. ได้ปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทาง เพื่อให้มีรถโดยสารประจำทาง หมวด 1 กรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง และรถโดยสารประจำทางหมวด 4 รองรับการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกสถานี ซึ่ง รวค. ได้มีข้อสั่งการให้วิเคราะห์ระบบการเชื่อมต่อการให้บริการระบบขนส่งให้ครอบคลุม และไม่กระทบต่อการสัญจรของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการด้านสถานี โดย รฟท. ได้จ้างทำความสะอาดและกำจัดขยะบริเวณสถานีกลางบางซื่อ และบริเวณรถไฟฟ้าสายสีแดง พร้อมจ้างบริการรักษาความปลอดภัยและจราจรบริเวณสถานีกลางบางซื่อและบริเวณรถไฟฟ้าสายสีแดงจำนวน 12 สถานีเรียบร้อยแล้ว ส่วนการจัดประโยชน์พื้นที่เชิงพาณิชย์ได้จัดทำประกาศเชิญชวนแล้วเสร็จ ซึ่งอยู่ระหว่างจัดทำรายงานเพื่อขออนุมัติออกประกาศเชิญชวน เสนอคณะอนุกรรมการกำกับการบริหารทรัพย์สินฯ และคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติออกประกาศเชิญชวนต่อไป นอกจากนี้ ยังได้รายงานผลการสำรวจการจัดทำป้ายตามมาตรฐานป้ายสัญลักษณ์และการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานอารยสถาปัตย์ ณ สถานีกลางบางซื่อแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้รับทราบกรอบการพัฒนาสถานีเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารและสินค้าในระยะยาว สำหรับสถานีเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีรังสิต สถานีตลิ่งชัน และจุดจอดรถอโศก พร้อมทั้งสถานีเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สถานีเชียงรากน้อย สถานีวัดสุวรรณ และ ICD ลาดกระบัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมอบหมายให้ รฟท. ไปศึกษาในรายละเอียดในการพัฒนาต่อไป นอกจากนี้ยังได้รับทราบผลการดำเนินการโครงการระบบขนส่งสาธารณะเพื่อการเชื่อมต่อการเดินทางสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง (สถานีรังสิต) ตามที่คณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก จ.ปทุมธานี (อจร. จังหวัดปทุมธานี) ได้เห็นชอบแผนดำเนินการ ตามผลการศึกษาของ สนข. และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าการให้บริการในเส้นทางสายสถานีรถไฟฟ้ารังสิต - ธัญบุรีคลอง 7 จะสามารถเร่งรัดดำเนินการให้สามารถให้บริการได้ทันกับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงอย่างเป็นทางการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนด้านการกำหนดราคาค่าโดยสารและบัตร ได้รับทราบผลการดำเนินงานในประเด็นหลัก&amp;nbsp; ได้แก่ การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ความพร้อมเข้าสู่ระบบตั๋วร่วม &amp;nbsp;บัตรโดยสารในการเดินทางร่วม โดยได้มอบหมายให้ รฟท. พิจารณาค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นทุนการดำเนินงานและพิจารณาผลประกอบการจากการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง ส่วนในด้านความพร้อมเข้าสู่ระบบตั๋วร่วมภายใต้มาตรฐาน EMV รองรับการใช้งานในรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. และเรือโดยสาร MINE Smart Ferry นั้น สามารถเปิดใช้ระบบการชำระค่าโดยสารตามมาตรฐาน EMV ของรถไฟชานเมืองสายสีแดงได้ ภายในปลายปี 2564 รวมทั้ง เปิดใช้งานกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงได้ภายในต้นปี 2565 และด้านบัตรโดยสารในการเดินทางร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ บมจ. ธนาคารกรุงไทยประสานการหารือร่วมระหว่าง รฟท. ขสมก. จท. ผู้ให้บริการเรือโดยสาร รวมทั้ง รฟม. และ BEM เพื่อให้ได้ข้อสรุปในรายละเอียดโปรโมชั่นส่งเสริมการเดินทางร่วมระหว่างรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) รถโดยสารประจำทางของ ขสมก. เรือโดยสารและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รวมทั้ง แนวทางการดำเนินงานในด้านเทคนิคของบัตรโดยสารและรูปแบบของข้อตกลงทางธุรกิจร่วมกัน โดยความคืบหน้าการดำเนินงานจัดทำบัตรโดยสารในการเดินทางร่วมกับ รถโดยสารประจำทางของ ขสมก. เพื่อชำระค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายรายเดือนในบัตรเดียวกันนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดให้บัตรดังกล่าว สามารถเดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ในระยะเวลา 1 เดือน นับจากวันแรกที่ใช้งานผู้โดยสารสามารถซื้อบัตรโดยสารในการเดินทางร่วมได้ที่เขตการเดินรถตามที่ ขสมก. กำหนดและห้องจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟชานเมืองสายสีแดงพร้อมทั้ง สามารถเติมเงินเข้าบัตรได้หลายช่องทาง เช่น ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ตู้เติมเงิน รวมทั้ง การเติมเงินผ่าน QR Code การเติมเงินที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสาร ซึ่งการชำระเงินค่าโดยสารในการเดินทางนั้น ผู้โดยสารจะใช้บัตรดังกล่าว ชำระผ่านเครื่อง EDC บนรถเมล์ ขสมก. และแตะเข้า Gate ของสถานีรถไฟชานเมืองสายสีแดง ซึ่งจะทำให้การใช้บัตรโดยสารร่วมดังกล่าวเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็วในการเดินทางเชื่อมต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้มอบนโยบายในการกำหนดอัตราค่าโดยสารสำหรับการให้บริการต้องคำนึงถึงค่าครองชีพของประชาชนในสภาวการณ์ปัจจุบัน และการชดเชยรายได้ของการเดินรถจากการบริหารเชิงพานิชย์ โดยจะต้องยึดแนวทางการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าที่เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวของประชาชน ลดการใช้พลังงาน และแก้ปัญหาการเกิดมลพิษ เช่น ฝุ่น PM2.5 และพิจารณาการกำหนดค่าแรกเข้าให้มีความเหมาะสม เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการกำหนดอัตราค่าโดยสารต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ด้านการพัฒนาสถานีกรุงเทพ คณะกรรมการฯ ได้รับทราบแนวทางการพัฒนาพื้นที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และแผนการพัฒนาแนวพื้นที่ระหว่างสถานีบางซื่อถึงสถานีกรุงเทพ &amp;nbsp;โดย รฟท. จะสำรวจรายละเอียด และตรวจสอบพื้นที่ รวมถึงอาคารที่จะต้องทำการอนุรักษ์ และจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ที่จะต้องสอดคล้องกับแผนการลดจำนวนรถไฟที่เข้าสู่สถานีกรุงเทพ แผนงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินและแผนงานโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างสอดรับกันและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่าได้มีข้อสั่งการให้พิจารณาถึงการอนุรักษ์ความเป็นรถไฟไทยจากสถาปัตยกรรมเดิม&amp;nbsp;และรายได้การพัฒนาเชิงพาณิชย์เพื่อให้สามารถนำมาบำรุงรักษาแหล่งสำคัญทางประวัติศาสตร์&amp;nbsp;รวมถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่ทางรถไฟเดิมโดยการพัฒนาให้เป็นพื้นที่สวนสาธารณะและร้านค้าชุมขน&amp;nbsp;โดยเน้นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนาพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประชาชนผู้ใช้บริการสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการให้บริการ หรือร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการให้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดงและสถานีกลางบางซื่อ ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage : Bangsue Grand Station หรือ โทรสายด่วน 1690 เพื่อกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นำข้อมูลมาใช้ประกอบการพิจารณาพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์กับประชาชนสูงสุดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114783</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดผู้โดยสาร, สายสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103bedf44b41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เผยยอดผู้โดยสาร 15 เม.ย.1.2 แสนคน สายใต้ยังแชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.62-การรถไฟแห่งประเทศไทย สรุปยอดผู้โดยสารใช้บริการรถไฟเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2562 มีจำนวน 123,901 ราย เป็นผู้โดยสารปกติ 121,293 ราย ผู้โดยสารขบวนรถเสริม 2,608 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางที่มีประชาชนเดินทางมากที่สุด อันดับหนึ่งเป็นรถไฟสายใต้ จำนวน 39,910 ราย รองลงมาเป็นสายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 31,043 ราย สายเหนือ จำนวน 24,060 ราย สายตะวันออก จำนวน 16,091 ราย และสายมหาชัย จำนวน 12,797 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวันนี้(16 เม.ย 62) คาดการณ์จะมีประชาชนที่เดินทางกลับจากภูมิลำเนาเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ประมาณ 112,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการรถไฟฯ ได้เพิ่มขบวนรถพิเศษอีก 15 ขบวน และพ่วงตู้โดยสารเพิ่มในขบวนรถปกติจนเต็มหน่วยลากจูงทั้ง 242 ขบวน รองรับการเดินทางได้ถึงวันละ 100,000-120,000 คน ในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย. 62 และ 15-17 เม.ย. 62&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวันนี้ได้จัดขบวนรถพิเศษโดยสาร จำนวน 4 ขบวนคือ
1. ขบวน 976 ศรีสะเกษ 16.30 น. - กรุงเทพ 03.20 น. รองรับผู้โดยสารได้ 1,955 คน
2. ขบวน 962 ศิลาอาสน์ 19.30 น. - กรุงเทพ 04.45 น. รองรับผู้โดยสารได้ 1,762 คน
3. ขบวน 934 อุบลราชธานี 19.45 น. - กรุงเทพ 07.15 น. รองรับผู้โดยสารได้ 2,586 คน
4. ขบวน 936 อุดรธานี 20.40 น. - กรุงเทพ 08.30 น. รองรับผู้โดยสารได้ 2,265 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33755</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, ยอดผู้โดยสาร, รฟท., สงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb572f90db10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
