<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดพุง่ 1,543ราย-เพิ่มเตียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก้าวกระโดดทุกวัน! พบผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง 1,543 ราย ยอดสะสมใกล้แตะ 4 หมื่้นคนแล้ว จำเป็นต้องจัดหาเตียงเพิ่ม 7,000 เตียง ย้ำคลินิกไหนไม่ส่งต่อ-ดูแลผู้ป่วย มีความผิด จับตา!รัฐบาล-กองทัพ กางแผนเตรียมเตียงสนามเพิ่มนับหมื่นเตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าประเทศไทยพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1,543 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 1,540 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 3 ราย ผู้ป่วยที่กำลังรักษาอยู่ 8,973 ราย มีอาการหนัก 11 ราย ผู้ป่วยที่หายดีเพิ่มขึ้น 61 ราย โดยวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้ภาพรวมการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในประเทศไทยอยู่ที่ 37,453 ราย หายป่วยแล้วสะสม 28,383 เสียชีวิตสะสม 97 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อในการระบาดระลอกใหม่เดือนเม.ย.2564 ผู้ป่วยสะสม 8,973 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์จำนวนผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 สะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-วันที่ 14 เม.ย. แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 507,360 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 73,948 ราย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มจํานวนผู้ติดเชื้อ พบว่าสัปดาห์นี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 5,795 ราย ซึ่งมากกว่าสัปดาห์ที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจํานวนผู้ติดเชื้อในวันนี้ 1,543 ราย กระจายใน 72 จังหวัด จังหวัดที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ เช่น ระนอง สตูล ฯลฯ โดยพื้นฐานเดิมคือมีความเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ กลุ่มเสี่ยงยังอยู่ในวัยทำงานที่มีการเดินทางเคลื่อนที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรกล่าวถึงส่วนสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ว่าขณะนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 803,194 ราย สะสม 138,826,004 ราย มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ 13,513 ราย สะสม 2,985,425 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดยังเป็นสหรัฐอเมริกา อินเดีย และบราซิล ขณะที่ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุดคือ อินเดีย รายใหม่ 199,569 ราย รองมาคือสหรัฐ พบผู้ป่วยรายใหม่ 78,439 ราย เป็นยอดต่ำกว่าแสนมาระยะหนึ่งที่นานพอสมควร บราซิลพบรายใหม่ 75,998 ราย ส่วนประเทศที่พบผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือบราซิล รายใหม่ 3,462 ราย สะสม 362,180 ราย รองมาเป็นอินเดีย สหรัฐ และโปแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดหาเตียงรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 มีการประชุมกันทุกวัน เพื่อเตรียม รพ.ในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข สังกัดกองทัพ รพ.มหาวิทยาลัย และ รพ.เอกชน ตอนนี้มีเตียงรองรับ 6,525 เตียง ปัจจุบันใช้ไปแล้วกว่า 3,700 เตียง อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งเก็บไว้สำหรับผู้ป่วยอาการเยอะ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดหาฮอสพิเทลหรือการจัดหาโรงแรมที่ไม่มีผู้พักอาศัยมาทำเป็น รพ.ชั่วคราวเพื่อใช้ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 มีแพทย์ พยาบาล อัตรา 20 คนต่อผู้ป่วย 1 เตียง มีเครื่องมือที่สำคัญ เช่น ปรอทวัดอุณหภูมิดิจิทัล เครื่องวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด และเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ โดยการดูแลจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มไม่มีอาการ แต่ระหว่างนี้หากมีอาการก็จะส่งไปรักษาใน รพ.พี่เลี้ยง กลุ่มที่ 2 กลุ่มมีอาการที่อยู่ใน รพ. 3-5 วัน แล้วอาการไม่ได้แย่ลง อาการปกติ สามารถย้ายมาอยู่ที่ฮอสพิเทลต่อไป
หาเพิ่มอีก 7 พันเตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ขณะนี้มีฮอสพิเทลแล้ว 23 แห่ง รวม 4,900 เตียง มีการครองเตียงแล้ว 2,000 เตียงแล้ว อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์การระบาดเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องจัดหาเตียงฮอสพิเทลและ รพ.สนามเพิ่ม 5,000-7,000 เตียง ส่วนค่ารักษานั้น หากมีประกันสุขภาพ ก็ให้เบิกจากประกันสุขภาพส่วนบุคคล หากไม่มีประกันส่วนบุคคล ก็จะได้รับสิทธิตามสิทธิในการรักษาพยาบาลภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการย้ายผู้ป่วยเข้ามา จะต้องถูกคัดกรองโดย รพ.หลักก่อน เช่น อายุไม่ควรเกิน 50 ปี ไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ไม่ใช่เด็ก ไม่ใช่คนท้อง ไม่มีผลการเอกซเรย์ที่เปลี่ยนแปลง ก็จะสามารถย้ายมาที่รพ.สนามหรือฮอสพิเทลได้ เพราะฉะนั้นเราจะสกรีนผู้ป่วยที่มีความปลอดภัยสูงเข้ามา รพ.สนาม ส่วนกรณีผู้ติดเชื้อเฉลี่ย ที่เจอในหลักพันรายต่อวันนั้น ก็ยังมีการประเมินว่าเตียงที่จัดหานั้นอย่างเพียงพอต่อการรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเรศกล่าวต่อว่า ขณะนี้ สบส.ได้รับการแจ้งว่ามีคลินิกหลายแห่งที่ตรวจผู้ป่วยโควิดแล้วให้ผู้ป่วยไปหาเตียงเอง ทำให้เกิดความยากลำบาก และมีการเดินทางต่างๆ ดังนั้น สบส.จึงออก ประกาศว่าคลินิกที่สามารถตรวจโควิดได้ต้องได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเมื่อตรวจผลเป็นบวก จะต้องดูและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคติดต่อ ต้องดำเนินการจัดหาเตียงให้กับผู้ป่วย หากไม่ดำเนินการตามนี้ สถานพยาบาลหรือคลินิกแห่งนั้นจะมีโทษตามกฎหมาย มีโทษทั้งจําทั้งปรับ ขณะนี้ในเรื่องของการไม่ส่งต่อนั้น เราพบ รพ.ย่านบางนา จะต้องถูกลงโทษ และขณะนี้มีการพิจารณาที่จะลงโทษ รพ.เอกชนอีกประมาณ 2-3 แห่ง รวมถึงคลินิกเอกชนอีกจํานวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกล่าวต่อว่า ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อกำหนดว่าหากเจอผู้ติดเชื้อแล้วต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคทราบภายใน 3 ชั่วโมงคือ ผู้อยู่ร่วมบ้าน สถานพยาบาล ผู้ทำการชันสูตร หรือผู้ประกอบกิจการจะต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบภายใน 3 ชั่วโมง หากไม่แจ้งจะมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีฝ่าฝืนไม่ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคติดต่อ เช่น เจ้าพนักงานสั่งให้ Home quarantine เพื่อรอเตียง หรือสั่งให้ไปรับการรักษาเพื่อลดการติดต่อสู่ผู้อื่น ก็จะมีความผิด โทษค่อนข้างแรง เพราะเสี่ยงที่จะแพร่กระจายของโรค จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท รวมถึงกรณีการปิดบังก็มีโทษ เรื่องการให้ข้อมูลเท็จ เป็นโทษปรับ แต่ทั้งหมดนี้ ขอฝากว่าหากเราช่วยกันให้ข้อมูลการควบคุมโรคติดต่อก็จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวเราและเพื่อนบ้านของเราก็จะปลอดภัยเพราะระบบสามารถควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว และถ้าเราให้ความร่วมมือกัน ก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้มาตรการทางกฎหมาย
รัฐบาลเพิ่มอีกนับหมื่นเตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเรศกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีกระแสว่ามี รพ.เอกชนมีการประชาสัมพันธ์ส่งข้อความถึงประชาชนให้มาลงทะเบียนรับวัคซีนทางเลือกนั้น ต้องขอชี้แจงว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการแนวทางปฏิบัติ และวัคซีน หากมีการไปโฆษณาเชิญชวนก่อนจะเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง บางกรณีถ้าไปเรียกเงินมัดจําจากประชาชนด้วย เหมือนเอาเงินคนอื่นมาใช้โดยที่ยังไม่มีบริการ อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้องดูข้อมูลให้ดีๆ ละเอียดด้วย เพราะขณะนี้มี รพ.เอกชนหลายแห่งที่เข้ามาช่วยเหลือรัฐในการฉีดวัคซีนฟรีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก และกรมแพทย์ทหารบก จัดตั้งโรงพยาบาลสนามกองทัพบกในพื้นที่ค่ายทหารหรือสถานที่ที่เหมาะสม เพื่อดูแลรองรับประชาชน กำลังพลและครอบครัวที่ติดเชื้อและมีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ รวมทั้งผู้ที่ได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลมาและอาการทุเลาลงแล้ว เพื่อเป็นการลดภาระด้านการรักษาพยาบาลให้กับโรงพยาบาลสาธารณสุขในจังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด โรงพยาบาลสนามกองทัพบกได้จัดตั้งแล้ว 2 แห่งคือ 1. โรงพยาบาลสนามกองทัพบก (ค่ายธนะรัชต์) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินการโดยศูนย์การทหารราบ และโรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์ สามารถรองรับผู้ป่วย 69 เตียง ซึ่งเป็นการส่งต่อการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลหัวหิน หรือโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อจาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแห่งที่ 2 คือโรงพยาบาลสนามกองทัพบก (เกียกกาย)&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร โดยได้ดำเนินการปรับอาคารรับรองเกียกกาย เขตดุสิต เป็นโรงพยาบาลสนาม ดำเนินการโดยกรมสวัสดิการทหารบก และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รองรับได้ 86 เตียง เป็นผู้ติดเชื้อที่อาการไม่หนัก ที่ส่งมาจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อสำรองเตียงในโรงพยาบาลไว้รองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ เผยว่า การบริหารจัดการเตียงผู้ป่วย ภาครัฐมีการบริหารจัดการเตียงเพียงพอในการรองรับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีการจัดเตียงรองรับทั้งจากสถานพยาบาลและโรงแรมแบบฮอสพิเทลรวมกว่า 6,000 เตียง รวมทั้ง โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหมมีการเตรียมโรงพยาบาลภาคสนาม และกรมการแพทย์เตรียมเปิดฮอสพิเทล ซึ่งจะรองรับได้อีก 450 เตียง และโรงพยาบาลรามาธิบดีเตรียมเปิดฮอสพิเทลอีก 2 แห่ง อีก 100 เตียง สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้มีการเพิ่มโรงพยาบาลสนามที่บางขุนเทียน 500 เตียง, ที่บางบอน 200 เตียง และเตรียมเปิดที่บางกอกอารีนา จะรับได้อีก 1,000 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจของอนามัยโพล (Anamai poll) ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2564 ต่อประเด็นความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จากคลัสเตอร์สถานบันเทิง ผับ บาร์ จำนวนผู้ตอบจำนวน 1,696 คน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความรู้สึกกังวลต่อสถานการณ์การระบาดนี้ในระดับมาก ร้อยละ 62.1 ในขณะที่ไม่กังวลเลย ร้อยละ 2.9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรื่องที่ประชาชนกังวลมากที่สุดคือการปกปิดไทม์ไลน์ของคนที่มีประวัติไปสถานบันเทิง ร้อยละ 27.5 รองลงมาคือ บางจังหวัดยังเปิดให้บริการ ซึ่งอาจเสี่ยงแพร่เชื้อ ร้อยละ 24.4 และกลัวจะติดเชื้อจากคนที่มีประวัติไปสถานบันเทิง ร้อยละ 24.1 ส่วนประเด็นด้านสังคมที่ประชาชนกังวล ได้แก่ ว่างงาน ขาดรายได้ ร้อยละ 6 และเศรษฐกิจซบเซา ร้อยละ 3.8 นอกจากนี้ จากสถานการณ์การระบาดในสถานบันเทิง ผับ บาร์ดังกล่าว พบว่ามีประชาชนร้อยละ 42 ที่จากเดิมไม่อยากฉีดวัคซีนเปลี่ยนมามีความต้องการ ฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 33.3 ยังไม่แน่ใจว่าจะฉีด.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99616</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาเตียงเพิ่ม, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อโควิด, ยอดสะสม, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เตียงสนาม, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077c7448e3e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
