<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาสังเวยโควิด-19 ทะลุ100,000ศพ บราซิลยอดพุ่งต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 มากกว่า 100,000 ศพแล้วเมื่อวันพุธ หลังจากยอดสังเวยรายวันกลับมาเพิ่มเกินหลักพันอีกครั้ง ส่วนบราซิลที่ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลกยอดเสียชีวิตเกิน 25,000 ศพในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สมาชิกกลุ่ม &amp;quot;ลุกฮือและต่อต้าน&amp;quot; ประท้วงด้านหน้าทรัมป์อินเตอร์เนชันแนลโฮเทลแอนด์ทาวเวอร์ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐเมื่อวันพุธที่ 28 พฤษภาคม ระบุว่า สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีก 1,401 รายภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากยอดสังเวยรายวันต่ำกว่า 700 ศพติดต่อกันอยู่นาน 3 วัน ตัวเลขอย่างเป็นทางการแบบเรียลไทม์ของจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี สหรัฐมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 100,442 รายแล้ว จากผู้ติดเชื้อสะสม 1,699,933 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ กระทรวงสาธารณสุขบราซิลรายงานว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตอีก 1,086 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นครั้งที่ 5 แล้วที่บราซิลมียอดเสียชีวิตรายวันเกิน 1,000 รายนับแต่เกิดวิกฤติรุนแรงขึ้นเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน และทำให้ขณะนี้จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศเพิ่มเป็น 25,598 รายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกถึงวันพฤหัสบดีอยู่ที่ 355,701 ราย ส่วนประเทศที่มีผู้เสียชีวิตเกิน 10,000 คนนอกจากสหรัฐและบราซิล ได้แก่ สหราชอาณาจักรเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ที่ 37,542 ราย, อิตาลี 33,072 ราย, ฝรั่งเศส 28,599 ราย และสเปน 27,117 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก 5,695,290 รายใน 188 ประเทศและดินแดน ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อแล้วเกินแสนรายที่เหลือ ได้แก่อันดับ 2.บราซิล 411,821 ราย, 3.รัสเซีย 370,680 ราย, 4.สหราชอาณาจักร 268,619 ราย, 5.สเปน 236,259 ราย, 6.อิตาลี 231,139 ราย, 7.ฝรั่งเศส 183,038 ราย, 8.เยอรมนี 181,524 ราย, 9.ตุรกี 159,797 ราย, 10.อินเดีย 158,333 ราย, 11.อิหร่าน 141,591 ราย และ 12.เปรู 135,905 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดสังเวย, สหรัฐอเมริกา, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecf5ffe83e09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านอินโดนีเซียตื่นข่าวลือสึนามิซ้ำ ยอดดับเกิน 420 ศพแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวบ้านในหมู่บ้านซุมเบอร์จายาริมชายหาดบนเกาะชวาของอินโดนีเซียหลายร้อยคน พากันแตกตื่นข่าวว่าเกิดสึนามิซ้ำอีกภายหลังน้ำทะเลหนุนสูงเมื่อวันอังคาร ขณะยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 429 คน สูญหายอีกมากกว่า 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านขึ้นรถกระบะอพยพหนีขึ้นที่สูงภายหลังมีข่าวลือคลื่นยักษ์ลูกใหม่กำลังเคลื่อนมายังชายหาดที่เมืองซูเมอร์ จังหวัดบันเต็น เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2561 กล่าวว่า ความแตกตื่นภายหลังข่าวลือปากต่อปากว่าคลื่นยักษ์กำลังมา ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านซุมเบอร์จายาต่างอุ้มลูกจูงหลานและขับยวดยานเบียดเสียดกันบนถนนเพื่อหนีขึ้นที่สูง ตำรวจและหน่วยกู้ภัยต้องเข้าช่วยเหลืออพยพผู้คน แต่ต่อมามัสยิดต้องประกาศผ่านเสียงตามสายระงับความโกลาหลว่าคลื่นสูงเกิดจากภาวะน้ำขึ้นปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหวาดกลัวนี้เป็นผลจากสึนามิเมื่อคืนวันเสาร์ ที่เกิดหลังจากบางส่วนของภูเขาไฟอานักกรากาตัวในช่องแคบซุนดาถล่มใต้ทะเลภายหลังการปะทุ และมีคำเตือนถึงความเป็นไปได้ที่อาจเกิดคลื่นยักษ์อีกเนื่องจากภูเขาไฟลูกนี้ยังแสดงพลังอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเดินสำรวจกลางซากสิ่งของที่คลื่นยักษ์ซัดทำลายที่หมู่บ้านซุมเบอร์จายา ในเมืองซูเมอร์ จังหวัดบันเต็น เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอินโดนีเซียเผยเมื่อเย็นวันอังคารด้วยว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 429 คนแล้ว และบาดเจ็บ 1,485 คน แต่ยังสูญหายอีก 154 คน หน่วยกู้ภัยของอินโดนีเซียใช้โดรนและสุนัขดมกลิ่นช่วยในการค้นหาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีความวิตกปัญหาสุขภาพของชาวบ้านไร้ที่อยู่นับหมื่นคนที่บ้านเรือนโดนคลื่นยักษ์ทำลายราบ แพทย์จากองค์กรเอชนอักซีเซปัตตังกัปกล่าวว่า มีเด็กหลายคนป่วยเป็นไข้ปวดหัวและไม่มีน้ำดื่มเพียงพอ ยารักษาก็มีน้อยด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25064</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นยักษ์, ตื่นข่าวลือ, ยอดสังเวย, สึนามิ, อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c222c69d2fe0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดดับสุลาเวสีทะลุ 1,200 ศพ อินโดฯ ตามจับขโมยฉวยโอกาสปล้นสะดม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดสังเวยแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์เพิ่มเป็นมากกว่า 1,200 ศพแล้วในวันอังคาร สลดพบศพนักเรียนหลายสิบศพใต้ซากโบสถ์ถล่ม อีกด้านตำรวจตามไล่จับผู้รอดชีวิตที่อาศัยความโกลาหลปล้นสะดมร้านค้าในเมืองปาลู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้รอดชีวิตรื้อค้นเก็บกู้สิ่งของที่ยังใช้การได้จากซากบ้านที่ถล่มในเมืองปาลู / Jewel SAMAD / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวขนาด 7.5 ที่เกาะสุลาเวสีเมื่อวันศุกร์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้อาคารบ้านเรือนพังถล่มและยังก่อให้เกิดสึนามิสูงกว่า 6 เมตรเข้าถล่มเมืองชายฝั่งในอ่าวปาลู จังหวัดสุลาเวสีกลาง คร่าชีวิตคนอีกจำนวนมาก รัฐบาลอินโดนีเซียแถลงข้อมูลอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2561 ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,234 รายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตที่พบเพิ่มเติมนั้นรวมถึงนักเรียนหลายสิบคนที่ถูกฝังอยู่ใต้โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองสุลาเวสีที่โดนดินถล่มเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ออเลีย อาร์เรียนี โฆษกกาชาดอินโดนีเซียกล่าวกับเอเอฟพีว่า สามารถกู้ศพนักเรียนออกมาได้แล้ว 34 ศพ โดยมีรายงานเบื้องต้นว่ามีนักเรียนที่มาเข้าค่ายศึกษาพระคัมภีร์ที่ศูนย์เรียนรู้โบสถ์โจนูเกแห่งนี้สูญหาย 86 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เรียนีกล่าวว่า หน่วยกู้ภัยต้องเดินลุยโคลนอย่างยากลำบากนานชั่วโมงครึ่งเพื่อขนย้ายศพลงมายังรถพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารอินโดนีเซียฝังร่างผู้เสียชีวิตในหลุมขนาดใหญ่ที่เมืองโปโบยา จังหวัดสุลาเวสีกลาง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการค้นหาและกู้ชีพซึ่งมีกองทัพเป็นแกนนำ เผชิญกับอุปสรรคหลายประการ ทั้งการขาดแคลนเครื่องจักรกลหนัก เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด และความเสียหายในระดับรุนแรง ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด จำยอมต้องขอรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยองค์กรบรรเทาทุกข์เอกชนจากนานาชาติได้ระดมกำลังกันมาที่เมืองปาลูที่ประสบภัยหนักที่สุดนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซียมีภูมิประเทศอยู่บนวงแหวนอัคคีของมหาสมุทรแปซิฟิกที่แผ่นเปลือกโลกบรรจบกัน และเกิดแผ่นดินไหวภูเขาไฟปะทุบ่อยครั้ง เมื่อวันอังคารอินโดนีเซียก็เผชิญกับแผ่นดินไหว 2 ครั้งติดที่เกาะซุมบา ห่างจากเมืองปาลูบนเกาะสุลาเวสีราว 1,600 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งแรกมีขนาดปานกลางที่ 5.9 จุดศูนย์กลางตื้น อยู่นอกชายฝั่งซุมบา 40 กิโลเมตร เมื่อเวลาราว 7 โมงเช้า จากนั้น 15 นาทีต่อมาเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้น มีขนาด 6.0 ในพื้นที่เดียวกัน แต่เกิดที่ความลึก 30 กิโลเมตร ไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรง แต่ชาวบ้านตื่นตกใจพากันวิ่งหนีออกมากลางแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติเตือนว่า&amp;nbsp; มีผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์ 191,000 คนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 46,000 คน และผู้สูงอายุ 14,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้รอดชีวิตรับไก่เป็นจากรถบรรทุกของตำรวจที่นำมาแจกจ่ายภายในค่ายพักชั่วคราวของผู้ประสบภัยในเมืองปาลู จังหวัดสุลาเวสีกลาง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้รอดชีวิตเหล่านี้กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มและอาหาร คนพากันอับจนหนทาง ตามท้องถนนในเมืองปาลูปรากฏภาพที่ผู้ประสบภัยออกรื้อค้นซากปรักหักพังเพื่อหาสิ่งที่ยังใช้การได้ คนจำนวนมากรวมตัวกันที่อาคารไม่กี่หลังที่ยังมีกระแสไฟฟ้า บางส่วนต่อแถวรอรับน้ำ เงินสด หรือน้ำมันที่ทหารนำมาแจกจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงปืนเตือนและใช้แก๊สน้ำตาเพื่อขับไล่ชาวบ้านที่เข้าไปปล้นสะดมร้านค้าต่างๆ ในเมืองปาลู ตำรวจกล่าวเมื่อวันอังคารว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจอดกลั้นกับผู้ประสบภัยที่สิ้นหวังซึ่งเข้าไปหยิบฉวยอาหารและน้ำจากร้านค้าที่ปิด แต่ตอนนี้ตำรวจสามารถจับกุมพวกที่ขโมยทรัพย์สินเช่นคอมพิวเตอร์และเงินสดได้ 35 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจยืนรักษาความสงบเรียบร้อยที่ปั๊มน้ำมัน ที่มีคนมารอแถวยาวเหยียด ในเมืองปาลู จังหวัดสุลาเวสีกลาง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อารี โดโน ซุกมานโต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วันแรกและวันที่สองนั้นไม่มีร้านไหนเปิดทำการ ผู้คนจึงหิวโหย พวกเขามีความจำเป็นอย่างยิ่ง ตำรวจจึงไม่มีปัญหา แต่ผ่าน 2 วันไปแล้วเสบียงอาหารเริ่มถูกส่งเข้าพื้นที่เพื่อแจกจ่าย และตำรวจต้องกลับมาบังคับใช้กฎหมายตามเดิม &amp;quot;ตู้เอทีเอ็มก็เปิดให้บริการแล้ว&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;ถ้าคนขโมยของ เราก็ต้องจับและสอบสวน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล้นสะดม, ปาลู, ยอดสังเวย, สึนามิ, สุลาเวสี, อินโดนีเซีย, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb3896fc8dac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 21:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยไต้ฝุ่นมังคุดในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็น 81 ศพ ยังสูญหายอีก 59</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นมังคุดพัดถล่มภาคเหนือของฟิลิปปินส์เมื่อสุปสัปดาห์และทำให้เหมืองถล่ม เพิ่มเป็น 81 ศพแล้วในวันพุธ แต่ยังสูญหายอีก 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัยขนย้ายร่างเหยื่อดินถล่มที่เกิดภายหลังฝนตกหนักเพราะไต้ฝุ่นมังคุดเข้าถล่มเมืองอิโตกอน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริคาร์โด จาลัด หัวหน้าสำนักป้องกันภัยพลเรือนของฟิลิปปินส์ เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 19 กันยายนว่า&amp;nbsp; จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มที่เหมืองในเมืองอิโตกอนภายหลังไต้ฝุ่นมังคุดถล่มเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 81 ศพแล้ว แต่ยังมีผู้สูญหายอยู่ถึง 59 ราย โดยคาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มครั้งนี้น่าจะเกิน 100 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไต้ฝุ่นมังคุดซึ่งเป็นไต้ฝุ่นรุนแรงที่สุดของปีนี้ พัดเข้าถล่มมาเก๊าและฮ่องกงด้วย รวมถึงมณฑลกวางตุ้งทางใต้ของจีน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากพายุลูกนี้ 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวเหมืองในเมืองอิโตกอนหลายร้อยคนใช้พลั่วและมือเปล่าขุดดินโคลนที่ทับบ้านของชาวเหมือง พวกเขาหวังว่าจะพบญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ที่สูญหาย ก่อนที่ไต้ฝุ่นมังคุดจะพัดถล่มเกาะลูซอน เหมืองแห่งนี้นับเป็นพื้นที่อันตรายอยู่แล้ว เนื่องจากเมื่อฝนตกหนักในฤดูมรสุมจะทำให้ดินชุ่มน้ำและทำให้เสี่ยงเกิดดินถล่ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17992</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินถล่ม, ฟิลิปปินส์, ยอดสังเวย, ไต้ฝุ่นมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba257e9b9248.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยน้ำท่วมรัฐเกรละเพิ่มเป็น 370 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์น้ำท่วมรัฐเกรละภาคใต้ของอินเดียยังวิกฤติ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 370 แล้วนับถึงวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเรืออินเดียอพยพผู้ประสบภัยด้วยเฮลิคอปเตอร์ ที่เมืองพาราวูร์ เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุภาษ ที. วี. โฆษกรัฐบาลท้องถิ่นรัฐเกรละ เผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม ถึงยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมนับแต่เริ่มฤดูมรสุมตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคมจนถึงวันอาทิตย์ ว่าเพิ่มเป็นอย่างน้อย 370 รายแล้ว โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตว 46 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปีรัฐนี้ยังทำให้ถนนและสะพาน 134 แห่งได้รับความเสียหาย หลายพื้นที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก และชาวบ้านหลายแห่งไม่มีไฟฟ้าใช้รวมถึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำสะอาดเริ่มมีมากขึ้นในหลายพื้นที่ ซ้ำร้ายเกิดดินถล่มหลายแห่งสร้างความเสียหายทั้งหมู่บ้าน ประชาชนเกือบ 725,000 คนไร้ที่อยู่ต้องอาศัยตามศูนย์พักพิงต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัยช่วยกันอุ้มคนชราและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่น้ำท่วม ที่หมู่บ้านมาลา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการรัฐเกรละประเมินว่า น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายแล้วอย่างน้อย 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านมุขมนตรีรัฐเกรละเสนอขอเงินช่วยเหลือฉุกเฉินจากรัฐบาลกลาง และขอให้ส่งเฮลิคอปเตอร์อีก 20 ลำและเรือยนต์ 600 ลำ เพื่อมาช่วยชาวบ้านที่ยังติดค้างในบ้านที่น้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ในรัฐเกรละทางอากาศ และประกาศอนุมัติเงินช่วยเหลือทันที 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15724</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตายเพิ่ม, น้ำท่วม, ยอดสังเวย, อินเดีย, เกรละ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b7980b68eb12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 21:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผ่นดินไหวลอมบอกเสียหายกว่าหมื่นล้าน ยอดสังเวยพุ่งเกิน 430</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินโดนีเซียแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า จำนวนผู้สังเวยชีวิตในภัยพิบัติแผ่นดินไหวขนาด 6.9 บนเกาะลอมบอก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม เพิ่มเป็นมากกว่า 430 รายแล้ว พร้อมประเมินมูลค่าความเสียหายว่ามีมากกว่า 5 ล้านล้านรูเปียห์ หรือเกือบ 11,420 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านดูคนงานใช้เครื่องจักทำลายซากบ้านที่พังเสียหาย ในย่านกังกา บนเกาะลอมบอก เมื่อวันอาทิตย์ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2561 อ้างคำกล่าวของซูโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย ว่าทีมค้นหาและกู้ภัยยังคงเคลื่อนย้ายร่างเหยื่อที่ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารหลายหลังที่พังถล่มและจากโคลนถล่ม ที่เกิดภายหลังแผ่นดินไหวขนาด 6.9 เมื่อค่ำวันที่ 5 สิงหาคม ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตขณะนี้เพิ่มเป็น 436 คนแล้ว มีคนบาดเจ็บอีกมากกว่า 1,300 คน และไร้ที่อยู่อีกเกือบ 353,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวซึ่งมีศูนย์กลางตื้น แต่มีความรุนแรงขนาด 6.9 ทำให้อาคารบ้านเรือน, มัสยิด และร้านค้าทั่วเกาะลอมบอกพังราบหลายหมื่นหลัง พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดอยู่ทางตอนเหนือของเกาะท่องเที่ยวแห่งนี้ ที่นั่นมีคนเสียชีวิตถึง 374 คน และอีกมากกว่า 137,000 คนไร้ที่อยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกผู้นี้เปิดเผยยอดประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงผลกระทบต่ออาคาร, โครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และผลผลิต ด้วยว่ามีมากถึง 5 ล้านล้านรูเปียห์ (ราว 342 ล้านดอลลาร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความเสียหายและความสูญเสียนั้นใหญ่โตมาก&amp;quot; นูโกรโฮกล่าว และว่า ตัวเลขสรุปน่าจะเพิ่มสูงกว่านี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15326</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลค่าความเสียหาย, ยอดสังเวย, ลอมบอก, อินโดนีเซีย, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b7192dec4d2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อแผ่นดินไหวลอมบอกไร้ที่อยู่ 156,000 คน ยอดสังเวยเกิน 130</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้สังเวยชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด&amp;nbsp; 6.9 บนเกาะลอมบอกเมื่อค่ำวันอาทิตย์เพิ่มเป็นมากกว่า 130 คนแล้ว และประชาชนไร้ที่อยู่มีมากกว่า 156,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านค้นหาข้าวของจากซากบ้านที่พังถล่มในเมืองเมงกาลา ทางเหนือของเกาะลอมบอก เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวซึ่งศูนย์กลางเกิดในระดับตื้นได้สร้างความเสียหายต่อเกาะท่องเที่ยวของอินโดนีเซียแห่งนี้มากกว่าแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่เกิดเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น ซึ่งคร่าชีวิตคน 17 คน รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561 อ้างคำแถลงของซูโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติ ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเมื่อวันอาทิตย์อยู่ที่ 131 คนแล้วในวันนี้ และคงจะเพิ่มขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากผู้เสียชีวิตยังพบว่าจำนวนผู้บาดเจ็บสาหัสเพิ่มเป็นประมาณ 1,477 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายหมื่นหลัง เจ้าหน้าที่ยังคงร้องขอความช่วยเหลือด้านบุคลากรทางการแพทย์และสิ่งจำเป็นพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตจากใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือน โรงเรียน และมัสยิด รวมถึงที่มัสยิดหลังหนึ่งซึ่งคอนกรีตพังถล่มทับซ้อนกันหลายชั้น ขณะเกิดแผ่นดินไหวนั้นมีชาวบ้านจำนวนมากมาทำละหมาดที่มัสยิด นูโกรโฮเตือนด้วยว่าศพที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารเริ่มส่งกลิ่นแล้ว แต่ยังเชื่อว่ามีผู้รอดชีวิตอยู่เช่นกันแม้ความหวังจะริบหรี่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านเปเมนังพังถล่มด้วยฤทธิ์ของแผ่นดินไหวเมื่อวันอาทิตย์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูฮัมหมัด ไซนุล มัจดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันตก ที่ครอบคลุมถึงเกาะลอมบอกด้วย กล่าวว่า พื้นที่ประสบภัยร้ายแรงหลายแห่งต้องการบุคลากรทางการแพทย์ อาหาร และยาอย่างยิ่ง ขอบเขตของความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ใหญ่มากสำหรับจังหวัดนี้ซึ่งไม่เคยพานพบประสบการณ์ระดับนี้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองมาตารัมซึ่งเป็นเมืองหลักของเกาะนี้ และอีกหลายพื้นที่ผู้บาดเจ็บนับพันคนต้องรับการรักษาพยาบาลด้านนอกโรงพยาบาลที่พังเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านไร้ที่อยู่เพิ่มเป็นมากกว่า 156,000 คน จำนวนมากซึ่งยังหวาดหวั่นขวัญเสีย พักแรมในกระโจมที่พักชั่วคราวหรือผ้าใบที่กางไว้ตามถนนหรือตามนาข้าว ชาวบ้านในค่ายพักพิงชั่วคราวบางแห่งกล่าวว่าอาหารของพวกเขาใกล้หมด ใกล้กับที่พักหลายแห่งหน่วยแพทย์ได้ตั้งหน่วยรักษาผู้บาดเจ็บและดูแลสุขภาพจิตของชาวบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการท้องถิ่น รัฐบาลกลาง และกลุ่มบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศได้เริ่มระดมสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อส่งเข้าพื้นที่ แต่มีปัญหาถนนชำรุดเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพื้นที่เทือกเขาทางเหนือและตะวันออกที่เสียหายหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กๆ ที่ประสบภัย เรียนหนังสือภายในศูนย์อพยพที่เขตลาปันกันตันจุง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอินโดนีเซียกล่าวว่า เครื่องบินลำเลียงเฮอร์คิวลิส 3 ลำบรรทุกอาหาร, เวชภัณฑ์, ผ้าห่ม,&amp;nbsp; เต็นท์ และถังน้ำเดินทางถึงลอมบอกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียแถลงด้วยว่า การอพยพนักท่องเที่ยวออกจากหมู่เกาะกิลี ซึ่งประกอบด้วยเกาะเล็ก 3 เกาะอยู่นอกชายฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะลอมบอกเสร็จสิ้นลงแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15008</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดสังเวย, ลอมบอก, อินโดนีเซีย, แผ่นดินไหว, ไร้ที่อยู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6af901c658d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
