<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โลกสังเวยโควิด ทะลุ3แสนราย! ทรัมป์เพ้อหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ยอดสังเวยโควิด-19 ทั่วโลกเกิน 300,000 คนแล้ว &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; พาลจีนไปไกลถึงขั้นขู่ตัดความสัมพันธ์!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 พบแพร่ระบาดครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว และเริ่มแพร่กระจายไปยังหลายประเทศเมื่อต้นปีนี้ ถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อในมากกว่า 188 ประเทศและดินแดนแล้ว 4,444,670 รายตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2563 โดยมีผู้เสียชีวิต 302,493 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 1 แสนราย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 1,417,889 ราย, รัสเซีย 252,245 ราย, สหราชอาณาจักร 234,441 ราย, สเปน 229,540 ราย, อิตาลี 223,096 ราย, บราซิล 203,165 ราย, ฝรั่งเศส 178,994 ราย, เยอรมนี 174,478 ราย, ตุรกี 144,749 ราย และอิหร่าน 114,533 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี สหรัฐมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกภายใน 24 ชั่วโมง 1,754 ราย โดยยอดรวมในวันศุกร์ของสหรัฐเพิ่มเป็น 85,906 ราย สหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตมากรองลงมาที่ 33,693 ราย แต่เมื่อวันศุกร์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (โอเอ็นเอส) เปิดเผยข้อมูลใหม่ว่า มีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพักคนชราที่อาจเชื่อมโยงกับการติดเชื้อไวรัสนี้ถึง 12,526 คน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน และเตือนว่าจำนวนที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ด้วย หากดูจากจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ซึ่งมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วถึง 23,136 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านชาติยุโรปที่สถานการณ์หนักสุดก่อนหน้านี้และปัจจุบันรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เป็นลำดับ อิตาลีมีผู้เสียชีวิตแล้ว 31,368 คน, ฝรั่งเศส 27,428 คน และสเปน 27,321 คน ส่วนเยอรมนีเสียชีวิต 7,884 คน ขณะที่ประเทศนอกเหนือยุโรปและอเมริกาเหนือ บราซิลมีสถานการณ์หนักสุดที่มียอดเสียชีวิตเกินหมื่น โดยมีคนเสียชีวิตแล้ว 13,999 ราย สำหรับจีน ซึ่งเป็นชาติแรกที่พบการระบาดนั้น มีผู้เสียชีวิต 4,637 ราย จากผู้ติดเชื้อสะสม 84,029 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโทษจีนว่าปิดบังข้อมูลสถานการณ์ที่แท้จริงหลังพบไวรัสนี้ระบาดที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังพยายามปลุกกระแสทฤษฎีเรื่องไวรัสจากแล็บอู่ฮั่น รวมถึงล่าสุดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐยังกล่าวหาว่าจีนแฮ็กข้อมูลการพัฒนาวัคซีนและยาของสหรัฐ ซึ่งจีนปฏิเสธทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาทรัมป์ให้สัมภาษณ์ออกรายการของสถานีฟอกซ์บิสสิเนสเน็ตเวิร์ก บอกว่า เขาผิดหวังมากกับความล้มเหลวในการควบคุมโรคของจีน และโรคระบาดนี้ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของเขาเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าที่เขาทำไว้กับจีนเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งคราวนั้นเขายกย่องว่าเป็นข้อตกลงการค้าที่ดีมาก แต่ตอนนี้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมแล้ว หมึกที่ลงนามยังไม่ทันแห้งดี แล้วโรคระบาดก็เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐกล่าวด้วยว่า ณ เวลานี้เขาไม่ต้องการพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ผู้ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยบอกว่าพวกเขามีสัมพันธไมตรีอันดีต่อกัน ยิ่งกว่านั้น ทรัมป์ขู่ด้วยว่าเขาอาจตัดความสัมพันธ์กับจีนไปเลย &amp;quot;มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำได้ เราทำได้หลายอย่าง เราอาจตัดความสัมพันธ์ทั้งหมด&amp;quot; ทรัมป์กล่าวเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องที่ ส.ว.รีพับลิกันรายหนึ่งเสนอให้ปฏิเสธวีซ่านักศึกษาจีนที่ศึกษาในภาคที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เช่น ปัญญาประดิษฐ์และควอนตัมคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ว่า การรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างมั่นคงเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ และจะเป็นประโยชน์ต่อสันติภาพและเสถียรภาพของโลกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ทั้งจีนและสหรัฐควรร่วมมือกันมากขึ้นด้านการต่อสู้กับไวรัสนี้ด้วยกัน, การรักษาผู้ป่วย และการฟื้นฟูการผลิตของภาคเศรษฐกิจ แต่จำเป็นต้องให้สหรัฐอยากทำงานร่วมกับเราในเรื่องนี้ด้วย&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66047</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19, ยอดสังเวยโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe929d87422.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐป้ายสีจีนแฮ็กข้อมูล 140ผู้นำโลกดันใช้วัคซีนฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ยอดสังเวยโควิด-19 จ่อ 300,000 ศพ อนามัยโลกเตือนไวรัสโคโรนาอาจคงอยู่ตลอดไปและชาวโลกต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ยันยอมรับไม่ได้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อค้านเปิดประเทศ ทางการสหรัฐอเมริกากล่าวหาจีนพยายามแฮ็กข้อมูลยาและวัคซีน ขณะผู้นำทั่วโลกกว่า &amp;nbsp;140 คนลงนามจดหมายเรียกร้องวัคซีนและยาฟรีสำหรับทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐอเมริกาถึงช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ภายใน 188 ประเทศและดินแดน มียอดสะสมที่ 4.364 ล้านรายแล้ว และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 297,491 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 1,390,764 ราย, อันดับ 2 รัสเซีย 252,245 ราย, อันดับ 3 สหราชอาณาจักร 230,985 ราย, อันดับ 4 สเปน 228,691 ราย, อันดับ 5 อิตาลี 222,104 ราย, อันดับ 6 &amp;nbsp;บราซิล 190,137 ราย, อันดับ 7 ฝรั่งเศส 178,184 ราย, อันดับ 8 เยอรมนี 174,098 ราย, อันดับ 9 ตุรกี &amp;nbsp;143,114 ราย และอันดับ 10 อิหร่าน 112,725 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด อันดับ 1 ยังคงเป็นสหรัฐอเมริกาที่ 84,136 ราย เพิ่มขึ้นวันเดียวมากกว่า 1,800 ราย, อันดับ 2 สหราชอาณาจักร 33,264 ราย, อันดับ 3 อิตาลี 31,106 ราย, อันดับ 4 &amp;nbsp;สเปน 27,104 ราย, อันดับ 5 ฝรั่งเศส 27,077 ราย, อันดับ 6 บราซิล 13,240 ราย, อันดับ 7 เบลเยียม &amp;nbsp;8,903 ราย, อันดับ 8 เยอรมนี 7,861 ราย, อันดับ 9 อิหร่าน 6,783 ราย และอันดับ 10 เนเธอร์แลนด์ &amp;nbsp;5,581 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด และเมื่อวันพฤหัสบดีกระทรวงสาธารณสุขแถลงว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 752 คน ยอดสะสมเพิ่มเป็น 26,098 รายแล้ว เสียชีวิต 21 รายเท่าเดิม, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 258 คน ยอดรวมเป็น 11,876 คน เสียชีวิตเพิ่ม 18 คน ยอดรวมเป็น 790 คน, มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 40 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน ยอดติดเชื้อสะสมเป็น 6,819 คน เสียชีวิต 112 &amp;nbsp;คน ส่วนอินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 568 คน เสียชีวิตเพิ่ม 15 คน ยอดติดเชื้อสะสมเป็น 16,006 คน &amp;nbsp;และเสียชีวิต 1,043 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเปิดเผยว่า ช่วงเวลาที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทุเลาลงในหลายประเทศและรัฐบาลต่างๆ ทยอยผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่เชื้อ โดยองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) &amp;nbsp;ได้กล่าวเตือนอีกครั้งเมื่อวันพุธว่า ไวรัสนี้อาจไม่มีวันหายขาดไปจากโลกและชาวโลกต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน แบบเดียวกับไวรัสเอชไอวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เรามีไวรัสชนิดใหม่เข้าสู่ประชากรมนุษย์เป็นครั้งแรก ฉะนั้นจึงยากที่จะทำนายว่าเราจะเอาชนะมันได้เมื่อใด&amp;quot; ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของดับเบิลยูเอชโอ แถลงที่นครเจนีวา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 มีประชากรเกินครึ่งโลกที่อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ดับเบิลยูเอชโอเตือนว่า ไม่มีทางที่จะรับประกันได้ว่าการผ่อนคลายข้อจำกัดจะไม่กระตุ้นให้เกิดการแพร่เชื้อระลอกสอง &amp;quot;หลายประเทศอยากจะออกจากมาตรการที่แตกต่างกัน&amp;quot; ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ดับเบิลยูเอชโอกล่าว &amp;quot;แต่คำแนะนำของเรายังคงเป็นการขอให้ประเทศทั้งหลายคงความตื่นตัวในระดับสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐอเมริกาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังมีปัญหาขัดแย้งกับผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เมื่อทรัมป์พยายามผลักดันให้สหรัฐอเมริกากลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเร็ว หวังจะพลิกฟื้นภาวะเศรษฐกิจที่แนวโน้มกำลังมืดมัว ซึ่งตอกย้ำด้วยการคาดการณ์ของเจอโรม เพาเวลล์ &amp;nbsp;ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาว่า การชัตดาวน์ยืดเยื้ออาจก่อคลื่นของการล้มละลายที่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพุธ ทรัมป์กล่าวตอบโต้ ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่ได้รับการยอมรับในแวดวงระหว่างประเทศ และยังทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการรับมือโควิด-19 ให้รัฐบาลของเขา โดยบอกว่าคำกล่าวของเฟาซีที่ว่าการเปิดประเทศเร็วไปเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่ไม่สามารถควบคุมได้นั้น เป็นคำพูดที่ &amp;quot;ไม่อาจยอมรับได้&amp;quot; และเขาไม่เห็นด้วยกับเฟาซีเรื่องการปิดโรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษาต่อไปอีก แทนที่จะเปิดได้ในเดือนกันยายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังทวีตโจมตีจีนซ้ำอีกว่า โลกต้องประสบกับโรคระบาดรุนแรงจากจีน และการทำข้อตกลงการค้าต่อให้มากถึง 100 ฉบับก็ไม่ได้สร้างความแตกต่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และสำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน &amp;nbsp;(ซีไอเอสเอ) ของสหรัฐอเมริกากล่าวโทษจีนว่า แฮกเกอร์จีนกำลังพยายามขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนายาและวัคซีน แต่ทั้งสองหน่วยงานนี้ไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาในวันพฤหัสบดี จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงตอบโต้ว่า สหรัฐอเมริกาใส่ร้ายป้ายสีจีนอีกแล้ว พร้อมกับย้อนว่าหากดูจากประวัติในอดีต สหรัฐอเมริกาคือผู้ที่ปฏิบัติการปล้นทางไซเบอร์ทั่วโลกครั้งใหญ่ที่สุด และจีนมีเหตุผลให้ต้องกังวลมากกว่าว่าจะตกเป็นเป้าหมายการจารกรรมทางไซเบอร์ เพราะจีนกำลังเป็นผู้นำของโลกในการค้นคว้าวิจัยและรักษาโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงขณะนี้ยังไม่มียาใดที่สามารถรักษาโควิด-19 ได้ และวัคซีนป้องกันก็ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาในหลายประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีผู้นำประเทศทั้งในอดีตและปัจจุบันมากกว่า 140 คนร่วมกันลงนามในจดหมายฉบับหนึ่ง เรียกร้องว่าวัคซีนโรคโควิด-19 ไม่ควรถูกจดสิทธิบัตรและความรู้นี้ควรแบ่งปันแก่ทุกประเทศ และทุกคนในโลกควรได้รับวัคซีนโดยเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้นำที่ร่วมลงนามในจดหมายนี้มีอาทิ ประธานาธิบดีไซริล รามาโพซา แห่งแอฟริกาใต้ และนายกฯ &amp;nbsp;อิมรอน ข่าน ของปากีสถาน เรียกร้องด้วยว่าสมัชชาอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชเอ) ที่จะประชุมใหญ่ประจำปีในสัปดาห์หน้าควรผลักดันแนวคิดนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65966</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน, ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19, ยอดสังเวยโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนามัยโลก, โควิด 19, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd49c6abd66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียติดโควิดพุ่งพรวด สหรัฐตายทะลุ8หมื่นศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อเมริกันสังเวยโควิด-19 ทะลุ 80,000 ศพ แต่ยอดดับรายวันต่ำกว่า 900 เป็นวันที่สอง &amp;nbsp;&amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; บังคับทีมงานทำเนียบขาวสวมหน้ากากอนามัยหลังคนทำงานใกล้ชิดติดไวรัส ยอดติดเชื้อของรัสเซียขึ้นอันดับ 2 ของโลก ขณะจีนสั่งตรวจเชื้อประชากรทั้งเมืองอู่ฮั่น เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโยงนักเที่ยวราตรีเกิน 100 รายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีอ้างข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2563 ว่าสหรัฐอเมริการายงานจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วง 24 ชั่วโมงถึงเวลา 20.30 น.ของวันจันทร์ (07.30 น.วันอังคารของไทย) ว่าอยู่ที่ 830 ราย ทำให้ยอดผู้สังเวยโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาเกิน &amp;nbsp;80,000 รายแล้ว ยอดตายนี้เพิ่มจากของวันอาทิตย์ซึ่งอยู่ที่ 776 ราย ต่ำที่สุดนับแต่เดือนมีนาคม และเป็นยอดเสียชีวิตรายวันต่ำกว่า 900 ศพวันที่ 2 ติดต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้เสียชีวิตในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการล่าสุดถึงช่วงเย็นวันอังคารของไทยอยู่ที่ &amp;nbsp;80,684 ราย จากผู้ติดเชื้อสะสม 1,347,936 ราย ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 286,613 ราย &amp;nbsp;ติดเชื้อสะสม 4,194,326 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายมลรัฐและหลายเมืองของสหรัฐอเมริกาเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์กักกันประชาชนแล้ว แม้จะมีคำเตือนว่ายังควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ไม่ทั้งหมดก็ตาม &amp;nbsp;และมีผลการศึกษาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) เตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในรัฐนิวยอร์กอาจมากกว่าตัวเลขทางการราว 30% หรืออาจสูงถึง 24,172 คน ระหว่างวันที่ 11 มีนาคม ถึง 2 พฤษภาคม ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในช่วงเวลานั้นซึ่งยืนยันแล้วอยู่ที่ 13,831 คน &amp;nbsp;และยอดผู้เสียชีวิตในข่ายที่เป็นไปได้อีก 5,048 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งปรารถนาจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจโดยเร็วก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายน แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐอเมริกากำลังเพิ่มการทดสอบอย่างก้าวกระโดดและจำนวนผู้ติดเชื้อกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนกำลังต้องการให้เปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวังเมื่อมีเจ้าหน้าที่ 2 รายติดเชื้อไวรัส รายหนึ่งเป็นผู้ช่วยของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งทรัมป์มอบหมายให้ดูแลคณะทำงานรับมือโควิด-19 &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาว ทรัมป์บอกว่าเขาจะจำกัดการติดต่อกับเพนซ์โดยใช้การโทรศัพท์ติดต่อแทน แต่ทรัมป์ย้ำว่าเพนซ์ไม่ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อป้องกันไว้ก่อน ทรัมป์มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในทำเนียบขาวต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือคลุมปากและจมูกเมื่ออยู่ในทำเนียบขาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แนวโน้มอัตราการติดเชื้อที่ชะลอตัวในหลายประเทศ ทำให้องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) &amp;nbsp;ชมเชยความก้าวหน้าที่เป็นผลจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอ เตือนว่าแม้การผ่อนคลายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนถือเป็นสัญญาณแห่งความหวัง &amp;nbsp;แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีการระแวดระวังถึงขีดสุดถึงความเป็นไปได้ของการแพร่ระบาดระลอกสอง หากรัฐบาลต่างๆ เลือกจะผ่อนคลายมาตรการอย่างมืดบอดโดยปราศจากการเพิ่มขีดความสามารถในการทดสอบและตามรอย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเพิ่งประกาศยกเลิกมาตรการ &amp;quot;ไม่ทำงาน&amp;quot; ที่บังคับใช้มานาน 6 สัปดาห์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยจะเริ่มมีผลในวันอังคาร ยกเว้นกรุงมอสโกที่จะล็อกดาวน์ต่อไปถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม แต่ผ่อนปรนให้ลูกจ้างบริษัทในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างราว 5 แสนคนกลับเข้าทำงานได้ เจ้าหน้าที่ยังบังคับประชาชนสวมหน้ากากและถุงมือเมื่อใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือเข้าร้านค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำกล่าวของผู้นำรัสเซียมีออกมาก่อนหน้าการเปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อรายวันที่มากเกิน 10,000 รายติดต่อกันมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยในวันอังคารรัสเซียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 10,899 คนใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และทำให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 232,243 ราย มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลกแทนที่สเปน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 227,436 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จีนแผ่นดินใหญ่กำลังวิตกการแพร่ระบาดระลอกสองในเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางของการแพร่เชื้อที่เพิ่งเปิดเมืองเมื่อวันที่ 8 เมษายน หลังมาตรการล็อกดาวน์นาน 76 วัน โดยพบผู้ติดเชื้อแบบกลุ่มอีกวันละ &amp;nbsp;6 คนในหมู่อาคารที่พักอาศัยของอำเภอตงซีหูเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ สื่อทางการจีนรายงานเมื่อวันอังคารว่า ทางการอู่ฮั่นมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจเชื้อประชากรทุกคนในเมืองนี้ ซึ่งมีราว 11 ล้านคนภายในเวลา 10 วัน เมืองนี้มีผู้เสียชีวิต 3,869 ราย จากผู้เสียชีวิต 4,637 รายทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่เกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่รายงานเมื่อวันอังคารว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 27 คน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 10,936 คน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ติดเชื้อ 102 คนโยงกับการแพร่เชื้อแบบกลุ่มที่เขตอีแทวอน ย่านท่องเที่ยวของกรุงโซล โดยส่วนใหญ่เป็นชายอายุระหว่าง 20-30 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การแพร่เชื้อกลุ่มใหญ่ที่พบนี้เกี่ยวโยงกับนักเที่ยวราตรีคนหนึ่งที่ตระเวนเที่ยวบาร์และไนต์คลับหลายแห่งเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งรวมถึงบาร์เกย์ ที่ลูกค้าไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนและทำให้การตามรอยทำได้ยากขึ้น ทางการเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันอังคารว่า พวกเขากำลังใช้ข้อมูลทางโทรศัพท์เพื่อติดตามนักเที่ยวเหล่านี้ โดยได้รายชื่อมาแล้ว 10,905 คนและได้ส่งข้อความให้พวกเขาเข้ารับการตรวจเชื้อไวรัส &amp;nbsp;แต่ก็ยังมีนักเที่ยวเกือบ 2,000 คนที่ติดต่อไม่ได้ และตำรวจหลายพันนายถูกส่งออกติดตามแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65775</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนทำงานใกล้ชิดติดไวรัส, ทำเนียบขาวสวมหน้ากากอนามัย, นักเที่ยวราตรี, ยอดสังเวยโควิด-19, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกาหลีใต้, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5ebaa424a5822.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ดื้อเปิดประเทศ ติดเชื้อเพิ่มตายยังพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ยอดสังเวยโควิด-19 รายวันของสหรัฐอเมริกากลับมาเพิ่มเกิน 2,000 ศพอีกครั้ง ยอดตายรวมพุ่งเกิน 70,000 ศพ แต่ &amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; ยังเรียกร้องเปิดเศรษฐกิจประเทศ รัสเซียติดเชื้อเกินหมื่นรายติดต่อกัน 4 วัน ความนิยม &amp;quot;ปูติน&amp;quot; ต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี จีนแถลงตอบโต้รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกามโนไวรัสหลุดจากแล็บจีนโดยไม่มีหลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์คืบหน้าการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศ ซึ่งมาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายและใช้ข้อบังคับป้องกันการแพร่เชื้อส่งผลให้สถานการณ์ในหลายประเทศดีขึ้นและรัฐบาลต่างๆ ทยอยประกาศแผนผ่อนคลายมาตรการแล้ว แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 อ้างข้อมูลอย่างเป็นทางการแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ช่วงเย็นวันเดียวกันว่า ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 นี้แล้ว 257,818 ราย จากผู้ติดเชื้อ 3,680,376 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 71,078 ราย และมีผู้ติดเชื้อมากสุดในโลก 1,204,475 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่รวบรวมในช่วง 24 ชั่วโมงถึง 20.30 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่นเผยว่า สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2,333 รายในวันเดียว ซึ่งมากกว่าวันก่อนหน้านั้น 2 เท่า หลังจากเมื่อวันจันทร์จำนวนผู้เสียชีวิตรายวันอยู่ที่ 1,015 ราย ต่ำที่สุดในรอบ 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเรียกร้องมลรัฐต่างๆ รีบผ่อนคลายกฎข้อบังคับ โดยหวังว่าจะสามารถเปิดเศรษฐกิจได้อีกครั้งโดยเร็วที่สุด แม้เขายอมรับว่าจะต้องมีผู้คนบางส่วนได้รับผลกระทบอย่างมากก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีสัญญาณด้วยว่า รัฐบาลของทรัมป์จะไม่พิจารณาว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัญหาสำคัญอันดับแรกอีกต่อไป โดยทำเนียบขาวเตรียมจะยุบคณะทำงานเฉพาะกิจฉุกเฉินรับมือการแพร่ระบาดของไวรัส ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้คุมคณะทำงานนี้กล่าวว่า &amp;nbsp;รัฐบาลจะเริ่มยุบคณะทำงานนี้ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม หรือช่วงต้นเดือนมิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มลรัฐราวครึ่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกาเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์กันแล้ว ที่นครนิวยอร์กเมื่อคืนวันอังคาร ระบบรถไฟใต้ดินปิดให้บริการครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพื่อทำการฆ่าเชื้อ ทั้งนี้ นิวยอร์กรัฐเดียวมีผู้เสียชีวิตมากเกิน 25,000 คน ใกล้เคียงกับยอดผู้เสียชีวิตของสเปนและฝรั่งเศส โดยยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตของสองประเทศนั้นกำลังทรงตัวหรือลดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนีซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสม 167,007 ราย และเสียชีวิตเพียง 6,340 ราย เมื่อวันพุธรัฐบาลประกาศแผนเปิดประเทศอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเริ่มกลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้เกือบสมบูรณ์ภายในเดือนนี้ &amp;nbsp;รวมถึงการเปิดโรงเรียนและเริ่มการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกาเป็นลีกแรกของ 5 ลีกใหญ่ในยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัสเซียเป็นอีกประเทศของยุโรปที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เมื่อวันพุธรัสเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;10,559 รายในช่วง 24 ชั่วโมง เป็นยอดเพิ่มรายวันเกิน 10,000 รายติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 165,929 ราย เสียชีวิต 1,437 ราย ถือเป็นอัตราการตายที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับหลายชาติในยุโรป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลรัสเซียใช้มาตรการหยุดงานเพื่อกักกันโรคถึงวันที่ 11 พฤษภาคม แต่เจ้าหน้าที่เผยว่าการยกเลิกหรือขยายมาตรการขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละภูมิภาค ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีกำหนดประชุมคณะรัฐมนตรีหารือเรื่องการผ่อนคลายล็อกดาวน์ต่อไปในวันพุธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า ผลสำรวจของเลวาดา-เซ็นเตอร์วันเดียวกันเผยว่า คะแนนนิยมในตัวปูตินลดลงเหลือ 59% เมื่อเดือนเมษายน จาก 63% ของเดือนก่อนหน้านั้น เป็นระดับต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 2 ทศวรรษ แต่การสำรวจทำโดยการสอบถามทางโทรศัพท์ ซึ่งต่างจากครั้งก่อนๆ ทำให้ตัวเลขอาจเบี่ยงเบน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เกาหลีใต้อนุญาตพนักงานกลับเข้าทำงานในสำนักงานได้ตามปกติแล้วในวันพุธ รวมถึงพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดสามารถเปิดได้ตามปกติ แต่ประชาชนยังต้องปฏิบัติตามกฎการเว้นระยะห่างทางสังคม เกาหลีใต้ซึ่งเคยมีสถานการณ์หนักรองจากจีนในช่วงต้นปี มีผู้ติดเชื้อสะสมเพียง 10,806 ราย และเสียชีวิต 255 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย์ของจีน ก็กลับเข้าสู่สภาพปกติแล้ว โรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนเป็นครั้งแรก เมืองภาคกลางของจีนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรนาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไวรัสนี้กระโดดจากสัตว์มาติดมนุษย์ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นแหล่งกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังสร้างความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา หลังจากช่วงหลายสัปดาห์มานี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกซึ่งรวมถึงทรัมป์ พยายามตอกย้ำว่าไวรัสนี้หลุดออกมาจากห้องแล็บไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อวันอาทิตย์ ไมค์ ปอมเปโอ &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อ้างว่ามีหลักฐานมากมายที่ยืนยันเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กรุงปักกิ่ง วันพุธ หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงตอบโต้ว่าปอมเปโอไม่มีหลักฐานใดๆ มาพิสูจน์คำกล่าวอ้างของเขา เรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของนักวิทยศาสตร์และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ไม่ใช่นักการเมืองที่โกหกเพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นายปอมเปโอพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาไม่สามารถแสดงหลักฐานใดๆ เลย เขาจะแสดงได้อย่างไรในเมื้อเขาไม่มีหลักฐานเลย&amp;quot; โฆษกหญิงของจีนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65258</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กองทัพรัสเซีย, ยอดสังเวยโควิด-19, สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2b88b6f72e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษสังเวยโควิด-19 เกิน 32,000 ศพ มากอันดับ 2 ของโลกแทนที่อิตาลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรแซงหน้าอิตาลี เป็นประเทศที่มีผู้สังเวยโควิด-19 มากที่สุดในยุโรปแล้ว และมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ หลังจากตัวเลขล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อวันอังคารระบุยอดเสียชีวิตมากเกิน 32,000 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) เดินเข้าโรงพยาบาลเอ็นเอชเอส ไนติงเกล ที่ดัดแปลงจากศูนย์แสดงนิทรรศการเอกเซลในกรุงลอนดอนเพื่อใช้รองรับผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 ระบุว่า ข้อมูลประจำสัปดาห์จากสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (โอเอ็นเอส) ล่าสุดได้เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโรคโควิด-19 ในอังกฤษและเวลส์อีกมากกว่า 7,000 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในสหราชอาณาจักรเพิ่มเป็น 32,313 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนล่าสุดนี้ทำให้สหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากที่สุดในยุโรป และเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา โดยข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐเมื่อค่ำวันอังคาร ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 252,000 ราย จากผู้ติดเชื้อ 3.6 ล้านราย&amp;nbsp; เฉพาะสหรัฐมีผู้เสียชีวิตเกือบ 69,000 รายแล้ว ส่วนอิตาลีมีผู้เสียชีวิต 29,079 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ตัวเลขล่าสุดของสหราชอาณาจักรอ้างอิงจากใบมรณบัตรที่ระบุสาเหตุจากโรคโควิด-19 และรวมถึงกรณีต้องสงสัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวกันว่า ตัวเลขล่าสุดนี้พิสูจน์ว่ารัฐบาลของนายกฯ บอริส จอห์นสัน ดำเนินการเชื่องช้าในการจัดอุปกรณ์ป้องกันอย่างเพียงพอให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ และการตรวจเชื้อประชาชนจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65168</URL_LINK>
                <HASHTAG>มากสุดในยุโรป, ยอดสังเวยโควิด-19, สหราชอาณาจักร, อังกฤษ, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb17823cc3f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
