<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ชี้ดูแลป้องกันดีขึ้นทำอัตราการเสียชีวิตโควิด-19ลดลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.64- ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;โควิด-19 อัตราการเสียชีวิต&amp;quot; ระบุว่า&amp;nbsp;
เมื่อโรคอุบัติใหม่ๆ อัตราการเสียชีวิตจะดูค่อนข้างสูงจะเห็นว่าข้อมูลจากจีนตอนแรกจะอยู่ที่ 4-5% และต่อมาเมื่อระบาดเข้ายุโรปและตะวันออกกลาง อัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง 5-10% เพราะส่วนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเรามีองค์ความรู้มากขึ้น การดูแล ป้องกันได้ดีขึ้นและโรคได้กระจายกว้างขวาง อัตราการเสียชีวิตเริ่มลดลงมาโดยตลอด จนในปัจจุบันเมื่อคำนวนเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มต้นระบาดจะอยู่ที่ 2% แต่ถ้าดูระยะหลังในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยที่วินิจฉัยจะอยู่ระหว่าง 1-2% และจะเริ่มเห็นว่ามีการวินิจฉัยเกมรุกมากขึ้นทำให้ตรวจหาคนที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการได้มาก ทำให้ยอดการเสียชีวิตต่อการติดเชื้อยิ่งลดน้อยลงอีกเช่นในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม กลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัว สูงอายุ ก็ยังมีอัตราการป่วยที่รุนแรงยังสูงอยู่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92994</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดเสียชีวิต, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f031ccceeb72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยโควิดในสหรัฐ-ฝรั่งเศสแซงหน้าจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กราฟยังพุ่งทะยานไม่หยุด ข้อมูลล่าสุดระบุสหรัฐมีผู้เสียชีวิตเกิน 4,000 ศพ แซงหน้าจีนห่างไกลแล้ว ขณะฝรั่งเศสดับเพิ่มเกือบ 500 คนใน 24 ชั่วโมง ยอดรวมเกิน 3,500 ศพ มากกว่าจีนแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Credit : Coronavirus Resource Center ; Johns Hopkins University&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลล่าสุดแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐเมื่อเวลา 13.30 น.ของวันพุธที่ 1 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 860,181 ราย เสียชีวิตแล้ว&amp;nbsp; 42,345 ราย หายแล้ว 178,301 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก 189,618 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 4,080 ราย ซึ่งมากกว่ายอดของเมื่อวันเสาร์เกิน 2 เท่า และมากแซงหน้าจีนแล้ว นครนิวยอร์กซิตีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 1,096 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลกยังคงเป็นอิตาลี มีผู้เสียชีวิตแล้ว 12,428 ราย จากผู้ติดเชื้อ
105,792 ราย รองลงมาคือสเปน 8,464 ราย จากผู้ติดเชื้อ 95,923 ราย ขณะที่ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตรายวันมากเป็นสถิติใหม่ของประเทศที่ 499 รายเมื่อวันอังคาร ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3,523 ราย จากผู้ติดเชื้อ 52,836 ราย ยอดเสียชีวิตในฝรั่งเศสแซงหน้าจีนด้วยเช่นกัน โดยจีนมีผู้เสียชีวิต 3,310 ราย ในจำนวนนี้ 3,187 รายอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ที่เริ่มพบการระบาดเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61690</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝรั่งเศส, มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์, ยอดเสียชีวิต, สหรัฐ, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e84376d747f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนห้ามค้าสัตว์ป่า ยอดดับ 56 ศพ ติดเชื้อเกิน 2,000 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกพุ่งเกิน 2,000 คน ชาวจีนเสียชีวิตเพิ่มเป็น 56 ราย เซี่ยงไฮ้ดับศพแรก รัฐบาลออกคำสั่งห้ามค้าขายสัตว์ป่าจนกว่าสถานการณ์แพร่ระบาดยุติ สหรัฐเตรียมส่งเครื่องบินอพยพนักการทูตจากอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่แพทย์สวมชุดป้องกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลกาชาดอู่ฮั่นเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2563 ระบุว่า จีนยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 1,975 ราย นับข้อมูลถึงวันเสาร์ที่ 25 มกราคม โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 15 ราย รวมเป็น 56 รายจากทั่วประเทศ โดยนครเซี่ยงไฮ้พบผู้เสียชีวิตรายแรก เป็นชายอายุ 88 ปีที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ทางการจีนประกาศห้ามขายสัตว์ป่าทั่วประเทศ ไม่ว่าในตลาด, ร้านอาหาร และการขายผ่านอี-คอมเมิร์ซ เริ่มมีผลตั้งแต่วันอาทิตย์ไปต้นไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศจะยุติ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสัตว์ป่าเป็นแหล่งฟักเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่กลายพันธุ์จนสามารถแพร่สู่มนุษย์ได้ รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า สัตว์ป่าเช่นงู, นกยูง, จระเข้ และสัตว์ชนิดอื่นๆ มีประกาศขายทางอี-คอมเมิร์ซเช่นในร้าน Taobao ของอาลีบาบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของไวรัสก่อโรคปอดอักเสบ ซึ่งเชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากตลาดขายอาหารทะเลที่ลักลอบขายสัตว์ป่า ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้ทางการจีนสั่งปิดเมืองที่มีประชากร 11 ล้านคนแห่งหนึ่ง เพื่อตัดขาดการคมนาคมกับภายนอกอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว และเมื่อวันเสาร์ ทางการอู่ฮั่นยังได้ห้ามยานพาหนะวิ่งภายในเมืองนี้ยกเว้นเฉพาะรถฉุกเฉิน ทำให้สภาพภายในเมืองไม่ต่างจากเมืองร้าง แม้จะเป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองตรุษจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเมืองอู่ฮั่น ทางการจีนยังสั่งควบคุมการคมนาคมขนส่งในอีกมากกว่า 10 เมืองในมณฑลหูเป่ย์ และล่าสุด รัฐบาลกรุงปักกิ่งสั่งระงับบริการรถโดยสารทางไกลทั้งขาเข้าและขาออกเมืองหลวงแห่งนี้ตั้งแต่วันอาทิตย์เป็นต้นไป มาตรการคล้ายกันจะใช้กับมณฑลชานตงในภาคตะวันออก ซึ่งมีประชากรราว 100 ล้านคนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนห้ามกรุ๊ปทัวร์เดินทางออกนอกประเทศเริ่มมีผลตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 มกราคม ขณะที่การทัวร์ในประเทศสั่งระงับมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งถูกปิดตั้งแต่หลายวันก่อน เช่น พระราชวังต้องห้าม, กำแพงเมืองจีน และสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในนครเซี่ยงไฮ้ที่ปิดเมื่อวันเสาร์ ส่วนดิสนีย์แลนด์ในฮ่องกง และสวนสนุกโอเชียนพาร์คเริ่มปิดเมื่อวันอาทิตย์ โดยรัฐบาลฮ่องกงประกาศภาวะฉุกเฉินมาตั้งแต่วันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวระหว่างประชุมกรมการเมืองเมื่อวันเสาร์ว่า จีนกำลังเผชิญสถานการณ์ร้ายแรงของการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสชนิดนี้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐแถลงว่าจะจัดเที่ยวบินอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากสถานกงสุลอู่ฮั่นกลับนครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐวันที่ 28 มกราคม โดยจะมีที่นั่งสำหรับพลเมืองอเมริกันในเมืองนี้อย่างจำกัดจำนวน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐ (ซีดีซี) เพิ่งยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า พบผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นรายที่ 3 ของสหรัฐ ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เพิ่มเติมจาก 2 รายก่อนหน้านี้ที่นครชิคาโกและรัฐวอชิงตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฝรั่งเศสและบริษัทพีเอสเอ ผู้ผลิตรถยนต์ฝรั่งเศส ซึ่งมีบุคลากรอยู่ที่อู่ฮั่นมากพอสมควร กำลังเตรียมแผนอพยพเจ้าหน้าที่และครอบครัวกลับประเทศ โดยจะเคลื่อนย้ายไปยังเมืองในมณฑลใกล้เคียงเพื่อกักกันเชื้อโรคระยะหนึ่งก่อน ทางการฝรั่งเศสรายงานพบผู้ติดเชื้อรายแรกของยุโรปเมื่อวันศุกร์ เป็นชาวจีน 3 รายจากอู่ฮั่น ซึ่งมาถึงฝรั่งเศสโดยไม่ได้แสดงอาการป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ แคนาดาประกาศว่ามีผู้ติดเชื้อที่ค่อนข้างจะยืนยันได้แล้ว 1 ราย เป็นชายวัย 50 ปีเศษ เดินทางจากอู่ฮั่นกลับถึงแคนาดาวันที่ 22 มกราคม และเข้าโรงพยาบาลวันดถัดมาด้วยอาการป่วยระบบทางเดินทางหายใจ ก่อนหน้านั้นวันเดียวกัน ออสเตรเลียก็ยืนยันพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกจำนวน 4 ราย, มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อแล้ว 4 รายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น แถลงเมื่อันอาทิตย์ว่า รัฐบาลตัดสินใจอพยพพลเมืองญี่ปุ่นทั้งหมดออกจากเมืองอู่ฮั่น และกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนในทุกระดับเพื่อเร่งการอพยพ โดยจะพยายามทุกวิถีทาง รวมถึงการเช่าเที่ยวบินเหมาลำ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นคาดว่ามีชาวญี่ปุ่นอยู่ที่อู่ฮั่น 430 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55540</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ยอดเสียชีวิต, ห้ามขายสัตว์ป่า, อู่ฮั่น, แพร่ระบาด, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2d684889de2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยแผ่นดินไหวปากีสถานเพิ่มเป็น 38 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของปากีสถานเมื่อวันอังคาร เพิ่มเป็นอย่างน้อย 38 ศพและบาดเจ็บหลายร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนทรุดที่เมืองมีร์ปุระ หลังแผ่นดินไหวเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.2 แม็กนิจูดที่ปากีสถานเมื่อวันอังคารที่ 24 กันยายน โดยเกิดที่ความลึกแค่ 10&amp;nbsp; กิโลเมตร แต่กลับสร้างความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะกับเมืองมีร์ปุระในแคว้นแคชเมียร์ของปากีสถาน อยู่ห่างจากกรุงอิสลามาบัดไปราว 130 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูฮัมมัด ทายยับ เชาดรี เจ้าหน้าที่อาวุโสในพื้นที่ กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 คน พบที่เมืองมีร์ปุระ 33 คน อีก 4 คนพบที่เขตภิมเบอร์ที่อยู่ติดกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลโทโมฮัมหมัด อัฟซัล ผู้บัญชาการสำนักจัดการภัยพิบัติแห่งชาติปากีสถาน (เอ็นดีเอ็มเอ) กล่าวว่า ยังพบผู้เสียชีวิตอีก 1 รายที่เมืองเฌลัมในรัฐปัญจาบ และมีผู้บาดเจ็บราว 350 คน ในจำนวนนี้ 80 คนอาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวก่อนหน้านี้ อัฟซัลเผยว่า ทีมแพทย์เดินทางถึงพื้นที่แผ่นดินไหวแล้ว พร้อมกับนำเต็นท์, อาหาร และน้ำดื่มไปช่วยผู้ประสบภัย บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 450 หลัง โดย 136 หลังบ้านพังเสียหายทั้งหลัง และถนนระยะทาง 14&amp;nbsp; กิโลเมตรเสียหายอย่างหนักซึ่งวิศวกรกำลังเร่งซ่อมแซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้ประชาชนในกรุงอิสลามาบัดและเมืองลาฮอร์ต้องวิ่งหนีมาอยู่ริมถนน แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงกรุงนิวเดลีของอินเดีย หนังสือพิมพ์เพรสทรัสต์ออฟอินเดียรายงานว่า ผู้คนในรัฐราชสถาน, รัฐปัญจาบ และรัฐหรยาณาต่างตื่นกลัวและรีบวิ่งออกจากบ้านและสำนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากีสถานเผชิญแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดขนาด 7.6 แม็กนิจูดเมื่อปี 2548 มีผู้เสียชีวิตกว่า&amp;nbsp; 73,000 รายและไร้ที่อยู่ราว 3.5 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46634</URL_LINK>
                <HASHTAG>5.2 แมกนิจูด, ปากีสถาน, ยอดเสียชีวิต, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b6fa9bc197.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
