<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คลัง&#039;ปลื้มยอดคนละครึ่งพุ่งพรวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค. 2564 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 10 ต.ค. 2564 พบว่า มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.92 ล้านราย จากผู้ได้รับสิทธิรวม 27.55 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 87,124.3 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 44,291.7 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 42,832.6 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายสะสมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด (08.00 น.) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีการใช้จ่ายสะสมประมาณ 214 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 110.3 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 103.7 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 80,793 คน จากจำนวนผู้ได้รับสิทธิกว่า 4.7 แสนราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,551 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 2,006 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 218 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher สะสมกว่า 122 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลการใช้จ่ายสะสมผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มล่าสุด (08.00 น.) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีการใช้จ่ายสะสมกว่า 176,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2564 และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ยังสามารถลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องได้ตั้งแต่เวลา 06.00 &amp;ndash; 22.00 น. ของทุกวัน จนกว่าจะครบ 28 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิเหลือกว่า 3.6 แสนสิทธิ ส่วนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้จนกว่าจะครบ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งยังมีสิทธิคงเหลือกว่า 5.2 แสนสิทธิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถใช้สิทธิซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มทั้ง 2 ราย ในขณะนี้ ได้แก่ Grab และ LINEMAN โดยรัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหารและ/หรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด โดยสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่เวลา 06.00 &amp;ndash; 20.00 น. ของทุกวัน&amp;rdquo; นายพรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่ขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มขณะนี้ มีจำนวนกว่า 58,000 ราย โดยผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการ ที่ประสงค์จะขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถเลือกเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มเพื่อขายอาหารและเครื่องดื่มตามโครงการได้เพียงรายเดียวและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงภายหลังได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119407</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรชัย ฐีระเวช, ยอดใช้คนละครึ่ง, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163e40ec59d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
