<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดฉุดยอดใช้พลังงานปี63ร่วง5.8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;พบว่า ความต้องการใช้พลังงานเกือบทุกชนิดเชื้อเพลิงลดลง ภาพรวมใช้พลังงานขั้นต้นลดลง&amp;nbsp;5.8%&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการลดลงจากเกือบทุกภาคส่วน แบ่งเป็นการใช้น้ำมันสำเร็จรูป ลดลง 11.5%&amp;nbsp;โดยการใช้น้ำมันดีเซลลดลง 2.6%&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งมาจากการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลงจากสถานการณ์ภัยแล้งช่วงต้นปี ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ในช่วงปลายปี รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การใช้รถเพื่อเดินทางลดลง การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล ลดลง 1.2%&amp;nbsp;จากมาตรการทำงานจากที่บ้าน (เวิร์ค ฟอร์ม โฮม)&amp;nbsp;และลดการเดินทางข้ามจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การใช้น้ำมันเครื่องบิน ลดลง 61.8%&amp;nbsp;เนื่องจากมาตรการระงับการบินจากต่างประเทศและลดการบินในประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีทำให้การบินในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่ การใช้ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)&amp;nbsp;ลดลงเกือบทุกสาขา โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง ลดลง 26.3%&amp;nbsp;จากการปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมัน ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์แอลพีจีบางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน การใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ลดลง 17.7%&amp;nbsp;การใช้ในภาคอุตสาหกรรม ลดลง 7.9%&amp;nbsp;และภาคครัวเรือนมีการใช้ลดลง 4.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดลง&amp;nbsp;8.2%&amp;nbsp;โดยลดลงทุกสาขาเศรษฐกิจ ซึ่งลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และในส่วนของการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี)&amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;28.5%&amp;nbsp;จากผู้ใช้รถยนต์เอ็นจีวีบางส่วนเปลี่ยนมาใช้น้ำมันเนื่องจากราคาไม่สูงมากนัก ขณะที่การใช้ไฟฟ้า ลดลง 2.9%&amp;nbsp;โดยลดลงเกือบทุกสาขา โดยกลุ่มธุรกิจหลักที่มีการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างชัดเจน ได้แก่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ภัตตาคารและไนต์คลับ ซึ่งมีผลมาจากมาตรการล็อก ดาวน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การใช้พลังงานที่ลดลงส่งผลให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) จากการใช้พลังงานของประเทศไทย ปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ลดลงในทุกภาคเศรษฐกิจ ทั้งการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจอื่นๆ โดยคาดว่าการปล่อย&amp;nbsp;CO2&amp;nbsp;จากการใช้พลังงานอยู่ที่ระดับ&amp;nbsp;222.8&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;CO2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดลงจากปีก่อน&amp;nbsp;11.1%&amp;nbsp;และยังมีเชื้อเพลิงบางส่วนที่เพิ่มขึ้นคือการใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.2%&amp;nbsp;โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้ถ่านหินในภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่พลังงานทดแทนมีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.4%&amp;nbsp;และไฟฟ้านำเข้ามีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;7.1%&amp;nbsp;เนื่องจากปลายปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำของประเทศลาวเริ่มจ่ายเข้าระบบจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรง&amp;rdquo;นายวัฒนพงษ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแนวโน้มการใช้พลังงานปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่ง สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานด้านเศรษฐกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้พลังงาน โดย สศช. คาดว่าในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะขยายตัว&amp;nbsp;3.5 - 4.5%&amp;nbsp;ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สศช. คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คาดว่าจะอยู่ในช่วง&amp;nbsp;41&amp;ndash; 51&amp;nbsp;เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะอยู่ในช่วง&amp;nbsp;30.3 &amp;ndash; 31.3&amp;nbsp;บาทต่อเหรียญสหรัฐ และคาดว่าเศรษฐกิจโลกปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จะขยายตัวลดลง&amp;nbsp;4.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สนพ. ได้คำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น โดย สนพ. ได้ประมาณการความต้องการใช้พลังงานในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรณี คือกรณีที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง และกรณีที่เกิดการระบาดมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ การใช้พลังงานขั้นต้น ปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;0.2-1.9%&amp;nbsp;จากการเพิ่มขึ้นของพลังงานเกือบทุกประเภท ยกเว้นการใช้น้ำมันที่ลดลง -1.9&amp;nbsp;ถึง -2.9%&amp;nbsp;โดยคาดการณ์ว่าการใช้ก๊าซธรรมชาติจะมีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.1-4.1%&amp;nbsp;การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์คาดว่าจะมีการใช้ค่อนข้างทรงตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;0.1-0.4%&amp;nbsp;ส่วนการใช้พลังงานทดแทน คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;5.0%&amp;nbsp;จากนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของภาครัฐ และไฟฟ้านำเข้า คาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;0.1%&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดใช้พลังงานปี 63, วัฒนพงษ์ คุโรวาท, สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5e9fab0ef3d5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
