<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยอมแล้วจ้า!! “สรรพากร” ถอยรื้อเกณฑ์รีดภาษีดอกเบี้ยฝาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย. 62นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเก็บภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 15% และออกประกาศใหม่ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนผู้ฝากเงินเกิดความตื่นตระหนกและสับสนว่ากรมสรรพากรจะเข้าไปเก็บดอกเบี้ยจากเงินฝากจากทุกบัญชี จากเดิมที่เว้นภาษีสำหรับดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ ที่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี โดยประกาศใหม่จะแก้ไขในประเด็นการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งยอมรับว่าตามประกาศเดิมสร้างความยุ่งยาก และกระทบกับคนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2562 กรมได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝาก ให้กระทบกับผู้ฝากเงินส่วนใหญ่น้อยที่สุด โดยเฉพาะกลุ่ม 99% ที่มีดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไม่ถึง 20,000 บาทต่อปี ที่อาจจะต้องหาวิธีแสดงความยินยอมที่มีความยืดหยุ่น เช่น ให้กลุ่มที่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากมากกว่า 20,000 บาทต่อปี ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่า 1% มาลงทะเบียนแสดงความไม่ยินยอมให้ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากแทน ทำให้ผู้ฝากเงินกว่า 99% ไม่ต้องแสดงตน และได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝากเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางสมาคมธนาคารไทยเสนอให้มีการเลื่อนการบังคับใช้ประกาศออกไป เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบมาก แต่กรมฯ ให้ไปดูแนวทางว่าจะยืดหยุ่นวิธีการได้อย่างไร โดยเฉพาะการแสดงความยินยอม ซึ่งอาจจะต้องมีการคิดกลับข้างกันเพื่อไม่ให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อน ซึ่งในประกาศฉบับใหม่ของกรมฯ จะแยกชัดเจนระหว่างแสดงความยินยอมส่งข้อมูลกับการเสียภาษี เพราะหากมาแสดงตัวว่าไม่ต้องการให้ส่งข้อมูล แต่ถ้าดอกเบี้ยเข้าเกณฑ์ ก็ต้องเสียภาษีตามปกติ&amp;rdquo;นายปิ่นสาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ได้หารือกับกรมสรรพากรและให้ข้อมูลว่าปัจจุบันมีลูกค้าบัญชีเงินฝากกว่า 80 ล้านบัญชี หากต้องขอให้ลูกค้าแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝาก คาดว่าจะไม่สามารถทำรอบการจ่ายดอกเบี้ย มิ.ย.นี้ และจะมีลูกค้าส่วนใหญ่ต้องได้รับผลกระทบจากประกาศของกรมสรรพากรถูกหักภาษีดอกเบี้ยเงินฝากจากทุกบัญชีทันที ซึ่งสมาคมเสนอว่า ถ้าไม่สามารถเลื่อนเวลาบังคับใช้ประกาศออกไปได้ กรมสรรพากรจะมีวิธีการยืดหยุ่นหลักเกณฑ์ในการแสดงความยินยอมของลูกค้าบัญชีเงินฝากด้วยวิธีใดได้บ้างโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ สมาคมธนาคารจะทำงานร่วมกับกรมสรรพากร เพื่อหาวิธีการให้ลูกค้าได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่สามารถมาแสดงความยินยอมได้ จะทำแบบรายการแสดงความยินยอมแบบเดียว เพื่อใช้กับทุกธนาคาร และจะแสดงความยินยอมเพียงครั้งเดียวครอบคลุมทุกบัญชีหรือไม่ รวมทั้งจะมีการส่งแจ้งข้อมูลแบบรายบุคคลไปถึงลูกค้าให้มาแสดงความยินยอมหรือไม่ อยู่ระหว่างการหารือวิธีการ แต่ในขณะนี้ สมาคมธนาคารยังไม่มีการแจ้งไปยังลูกค้าให้เข้ามาดำเนินการใด ๆ เพราะต้องรอความชัดเจนจากกรมสรรพากรอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายงานข่าวจากกรมสรรพากร ระบุว่า สมาคมธนาคารไทยเสนอให้มีการชะลอการบังคับใช้ประกาศออกไป เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ทัน แต่กรมสรรพากรเห็นว่าเรื่องนี้มีการเตรียมตัวมานานในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จึงไม่สามารถชะลอออกไปได้ นอกจากนี้ ทางธนาคารยังเสนอให้ไม่ต้องให้มีการแสดงความยินยอมในการส่งข้อมูลได้หรือไม่ หรือแนวทางที่ธนาคารจะจัดกลุ่มลูกค้าออกเป็นหลายกลุ่ม เช่นกลุ่มที่มีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาท ต้องส่งข้อมูล กลุ่มที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท ไม่ต้องส่งข้อมูล เป็นต้น ซึ่งกรมสรรพากรก็รับข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ในส่วนของธนาคารกรุงเทพนั้นยืนยันลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบ จึงไม่อยากให้ลูกค้าเกิดความตื่นตระหนก เพราะที่ผ่านมาได้ดำเนินตามกฎระเบียบมาโดยตลอด ซึ่งธนาคารได้มีการหารือกันในเรื่องนี้มากว่า 1 ปีแล้ว ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธนาคารก็จะกำชับให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงข้อมูลที่ถูกกต้องให้กับลูกค้าได้รับทราบ เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันอย่างถูกต้อง ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าเงินฝากออมทรัพย์อยู่ 10 ล้านบัญชี วงเงิน 1 ล้านล้านบาท&amp;rdquo; นายชาติศิริ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ อย่างธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้น แม้จะมีฐานเงินฝากออมทรัพย์สูง แต่ทั้ง 2 ธนาคารได้รับการยกเว้นการเสียภาษีรายได้ที่ได้จากอัตราดอกเบี้ยออยู่แล้ว เนื่องจากเป็นธนาคารที่มีพันธกิจเฉพาะด้านที่ต้องการให้เกษตรกรและเยาวชนออมเงินให้มากขึ้น แต่ทั้ง 2 ธนาคารก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกรมสรรพากรในการส่งข้อมูลเงินฝากต่างๆ ให้แน่นอน และที่ผ่านมามีลูกค้าจำนวนมากสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในฐานะประธานกรรมการสภาสถาบันการเงินของรัฐ เปิดเผยว่า ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐจะมีการประชุมเรื่องดังกล่าวกันในต้นเดือน พ.ค.นี้ เพื่อทำความเข้าใจและหาแนวทางในการดำเนินการตามประกาศของกรมสรรพากรที่ออกมา ซึ่งเชื่อว่าจะทันต่อการบังคับใช้ของกรมสรรพากรอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34271</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิ่นสาย สุรัสวดี, ภาษีสำหรับดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์, ยอมถอย, โฆษกกรมสรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190207/image_big_5c5b9f6a40eba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังงานถอยโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ เปิดช่องใช้เซื้อเพลิงอื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังงานเปิดช่องศึกษาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอื่น ๆ ในภาคใต้ นอกเหนือจากถ่านหิน รองรับความมั่นคงในอนาคต พร้อมเดินสายรับฟังความคิดเห็นทำแผนพีดีพีอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงาน โดย สนพ. ได้จัด&amp;ldquo;เวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(พีดีพี) ฉบับใหม่ภาคใต้&amp;rdquo;(พับลิค เฮียริ่ง) ขึ้น ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการปรับปรุงแผนพีดีพีฉบับใหม่ไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นและตอบข้อซักถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ทั้งจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน นักวิชาการ และประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่มีประเด็นสำคัญที่แตกต่างจากฉบับที่ผ่านมาคือ ระยะเวลาช่วงปลายของแผนจะสิ้นสุดที่ปี พ.ศ. 2580 จากเดิมปี 2579 รวมทั้งการจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่ จะคำนึงถึงสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปมีการผลิตไฟฟ้าใช้เอง (ไอพีเอส) และจะพิจารณาถึงความสมดุลของระบบไฟฟ้าตามรายภาครวมอยู่ด้วย ซึ่งในส่วนของภาคใต้ได้พิจารณาโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงเชื้อเพลิงอื่นๆ นอกเหนือจากถ่านหินด้วย&amp;rdquo;นายวัฒนพงษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการสำคัญในการจัดทำร่างแผน PDP จะให้ความสำคัญ 3 ด้านคือ 1. ด้านความมั่นคง สร้างสมดุลระบบไฟฟ้าตามรายภูมิภาค มีการพิจารณาโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงในระดับที่เหมาะสม 2. ด้านราคา โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อรักษาระดับราคาไฟฟ้าขายปลีกไม่ให้สูงขึ้น และ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การพัฒนาสู่ระบบสมาร์ทกริด เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตลาดสู่การที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลายเป็นผู้ผลิตเองในอนาคตด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการเดินสายรับฟังความคิดเห็นได้ดำเนินการมาแล้วในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น และครั้งนี้เป็นเวทีภาคใต้ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกระทรวงพลังงานจะเดินสายต่อเนื่องไปยังภาคตะวันออก ที่จังหวัดชลบุรี หลังจากนั้นจะมีเวทีสรุปความเห็นอีกครั้งที่กรุงเทพฯ และผลจากการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ สนพ. จะรวบรวมเป็นแนวทางในการปรับปรุงร่างแผนพีดีพีฉบับใหม่ และจะสรุปนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน, ยอมถอย, วัฒนพงษ์ คุโรวาท, สนพ., โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b150b64c25a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
