<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 20:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 20:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุ๊ดตู่ ปลงไม่มีปัญญาชดใช้คดีคงต้องยอมถูกฟ้องล้มละลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ต.ค.2562 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ศาลแพ่งวินิจฉัย ให้แกนนำ นปช.3คนชดใช้ค่าเสียหาย กว่า30ล้านบาท เป็นคดีที่สองว่าไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะไม่มีเงิน ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากการเป็นส.ส.เมื่อ 18 พฤษภาคม 2555 มีเงินเดือนอย่างเดียวก็คือ บำนาญส.ส.เดือนละ 14,000 บาท เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ไม่มีปัญญาที่จะไปชดใช้ และทั้ง 2 คดีต่างก็ไม่มีจำเลยคดีทางอาญา &amp;nbsp;ว่าเป็นผู้เผาแม้แต่เพียงรายเดียว โจทก์จึงฟ้องในสำนวนแรก ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง &amp;nbsp;กองทัพบก กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แกนนำ นปช. และ อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ส่วนสำนวนที่สอง &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บริษัทประกันภัย และพวกตนสามคน เพราะฉะนั้น เป็นความเชื่อของศาล ซึ่งย้อนแย้งกับคำวินิจฉัย คดีแพ่งอื่น ๆ &amp;nbsp;เช่น กรณี ตลาดหลักทรัพย์ ได้ยืนยันว่า นปช.ยุติการชุมนุมตั้งแต่ 13.30 น. &amp;nbsp;ส่วนกรณีคดีที่สองที่มีการวินิจฉัยลงกันไปนั้น ได้นำเอาหลักฐานมาจาก วิกิพิเดีย ซึ่งใครเขียนลงไปก็ได้ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ดังนั้น คดีแรก ต้องชดใช้ 19ล้านบาทรวมดอกเบี้ย เป็นกว่า 30ล้านบาท คดีที่สอง 21 ล้านบาท บวกค่าเสียโอกาสบวกดอกเบี้ย ก็กว่า 30ล้านบาทเช่นเดียวกัน รวมสองคดี ก็กว่า 60ล้านบาท ทั้งนี้ &amp;nbsp;ตนล้มตั้งแต่คดีแรก ต้องไปพิทักษ์ทรัพย์ และถูกฟ้องล้มละลาย ไม่แตกต่างจากชะตากรรมของกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกฟ้องค่าเสียหายจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และวิทยุการบินฯ เงินต้นบวกดอกเบี้ยเกินหนึ่งพันล้านบาท &amp;nbsp;รวมถึงการบินไทย ที่รอคดีอาญาจบ ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกร่วมพันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เราอยู่ในสถานะที่ไม่แตกต่างกัน จะ60ล้าน หรือพันล้านบาท ก็มีค่าเท่ากัน เพราะฉะนั้น จึงบอกว่า คดีแรกก็ตายแล้ว คดีที่สองก็เหมือนยิงซ้ำ ศพที่ตายไปแล้ว ไม่มีอะไรแตกต่าง เจตนาของโจทก์ไม่ได้มุ่งมาที่ นปช. แต่มุ่งไปที่ รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงคดีแพ่งอื่น ๆ ก็มีการย้อนแย้ง พิสูจน์กันได้ และก็ไม่มีจำเลยคดีอาญาแม้แต่เพียงรายเดียว &amp;nbsp;ว่าใครเป็นผู้เผา คดีแรกถึงขนาดว่า ทั้งโจทก์และ จำเลยร่วม กองทัพบก กระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;กระทรวงการคลัง ต่างยืนยันว่าตนไม่ได้พูดให้เกิดการต่อต้าน เผาบ้านเผาเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมพูดเหมือนดร.ทักษิณ ในขณะที่ ดร.ทักษิณ ถูกยกฟ้อง แต่ผมถูกลงโทษ ด้วยเหตุผลว่าเป็น ประธาน นปช. ทั้งที่ขณะนั้น ไม่ได้เป็นประธาน นปช. ทั้งหมด เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด ก็คงต้องดูว่าใช้ช่องทางใดได้บ้าง แต่ในทางปฏิบัติ ไม่มีปัญญาจ่าย ก็คงหนีล้มละลายไม่พ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นการสื่อว่า ประธาน นปช.จะวางมือทางการเมืองหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ได้วางมือ แต่เป็นความเข้าใจ ตนเปรียบเปรยว่า เหมือนคนถูกไฟฟ้าช็อต ไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง ต้องเรียนรู้ว่าทำอย่างไร ไม่ให้ไฟฟ้าช็อต เมื่อยังต้องใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ &amp;nbsp;และต้องการความสำเร็จให้เกิดขึ้นกับประชาชน มากกว่าเรื่องของตัวเอง ไม่มีเรื่องอะไรในประเทศไทย ที่ตนยังไม่เคยโดน โดนมาเกือบครบ ขาดตายอย่างเดียว ไม่ต้องการปลุกเร้าประชาชน ให้ได้รับชะตากรรม แต่ต้องการให้ประเทศชาติอยู่รอด &amp;nbsp;สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องพูดความจริงกับประชาชน ไม่ต้องการปลุกประชาชนแข่งกัน หรือ สร้างความชิงชังระหว่างกัน &amp;nbsp;แต่ต้องการให้ประเทศนี้รอดพ้นจากชะตากรรมอันนี้ ผ่านกันมาหมดแล้ว ชนะก็ทุกข์ แพ้ก็ทุกข์กว่า &amp;nbsp;ปลายทางทุกข์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง วาระที่สอง ในการพิจารณา งบประมาณ ปี 2563 ฝ่ายค้านและรัฐบาลจะพูดคุยกันได้หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า เป็นขั้นตอน ในฐานะที่ตนเคยเป็น ส.ส. การแปรญัตติ เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน ใช้เสียงในกระบวนการรัฐสภา เชื่อว่าทุกฝ่าย ทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้วกัน ยึดถือผลประโยชน์ประเทศเป็นหลักจะพูดคุยกันได้ รัฐบาลจะไม่ล้มเพราะงบประมาณฯ แต่จะล้มเพราะเรื่องการใช้งบประมาณ ฯ การทุจริต คอร์รัปชั่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้ เรื่องอภิปรายงบประมาณ เป็นกระบวนการปรกติ ทั้งในกรรมาธิการและในสภาฯ วาระที่สอง ถ้าฝ่ายค้านมีเหตุผลที่ดีกว่า รัฐบาลดื้อดึง รัฐบาลก็ไปยาก เชื่อว่า หลักแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เอาคนไทยให้รอด เชื่อว่า คนไทยยังคุยกันได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องตัวเอง เป็นเรื่องประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประวัติศาสตร์การเมือง รัฐบาลไม่ได้พังตอนเสียงน้อย แต่พังตอนเสียงมากทั้งนั้น แต่ว่าขาดความชอบธรรมเมื่อไร ทุจริตเมื่อไร คอร์รัปชั่นเมื่อไร รัฐบาลก็จะพังเมื่อนั้น วันนี้เชื่อว่า สังคมสื่อสารไร้พรมแดน ทุกสิ่งทุกอย่างตรวจสอบได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร ยังกล่าวถึงเรื่องที่บอกว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่ พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พูดในสองเรื่อง และมีเรื่องไม่เห็นด้วยว่า ในวันดังกล่าว ถ้าเป้าประสงค์แค่สองข้อ คือเรื่องสถาบันกษัตริย์ และ ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวจะแบ่งแยกมิได้ จะได้แนวร่วมจากคนทั้งชาติ และหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้ง แต่เรื่องปลีกย่อยอื่น ๆ ก่อให้เกิดเป็นปัญหากระทบ ถ้าจะเปิดทอล์คโชว์อีกครั้งหนึ่ง ขอให้พูดให้คนไทยรักกัน จะเป็นประโยชน์กับท่านมากกว่า ส่วนเรื่องอื่น ๆ สถานการณ์ในปัจจุบัน คอมมิวนิสต์ มาร์กซิส เต็มรูปแบบไม่มีอีกต่อไป จีนก็เหลือแค่รูปแบบการปกครอง แต่ทางเศรษฐกิจ จีนเป็นทุนนิยมที่ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทันทีที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอกอภิรัชต์จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อนั้น ท่านจะเริ่มโชคร้าย เป็นการชี้เป้า ในประเทศไทย ใครถูกชี้ว่าจะเป็นนายกฯสังคมก็จะไปโฟกัส เป็นทุกขลาภมากกว่าความสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48474</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ประธานนปช., ยอมล้มละลาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc2d6e39c0f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
