<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2019 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบฏยะไข่เหิม บุกถล่มโรงพักฆ่าตำรวจ 9 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์ในรัฐยะไข่ทางภาคตะวันตกของเมียนมายังร้อนระอุ กองกำลังติดอาวุธกองทัพอาระกันบุกโจมตีโรงพักในหมู่บ้านห่างไกลเมื่อช่วงดึกวันเสาร์ที่ผ่านมา สังหารตำรวจ 9 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างของตำรวจที่โดนสังหารนอนอยู่บนพื้นที่โรงพักของหมู่บ้านในรัฐยะไข่ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 อ้างคำกล่าวของตำรวจและกรรมการหมู่บ้านโยตาโย้กที่เกิดเหตุว่า ชาวบ้านได้ยินเสียงยิงปะทะกันหลังกองกำลังติดอาวุธบุกโจมตีโรงพักในหมู่บ้านนี้เมื่อช่วงหลัง 5 ทุ่มของคืนวันเสาร์ ชาวบ้านรายหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ว่าการยิงต่อสู้กินเวลาประมาณ 20 นาที แต่ชาวบ้านไม่ได้แตกตื่นหนีออกนอกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ไปทางเหนือราว 50 กิโลเมตร และอยู่บนเส้นทางสายหลักที่เชื่อมเมืองนี้กับเมืองอื่นๆ ของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีเผยแพร่ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ มีศพถูกคลุมด้วยผ้าห่มนอนอยู่บนพื้นดินของโรงพักเก่าซอมซ่อ บางศพมีกองเลือดอยู่ใกล้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจเสียชีวิต 9 นาย บาดเจ็บ 1 นาย และสูญหาย 1 นาย&amp;quot; ตำรวจอาวุโสนายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีโดยไม่เปิดเผยนาม มีรายงานเล็ดลอดออกมาด้วยว่ามีอาวุธหายไปจากโรงพักจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีกลุ่มใดประกาศว่าเป็นผู้ลงมือ แม้แต่กองทัพอาระกัน (เอเอ) ซึ่งก่อเหตุปะทะกับฝ่ายความมั่นคงเมียนมาหลายครั้งตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วก็ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังเอเอเคยก่อเหตุโจมตีนองเลือดเมื่อวันชาติของเมียนมาต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา โจมตีที่มั่นของตำรวจ 4 แห่ง สังหารตำรวจเมียนมาไปถึง 13 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกผู้นำเมียนมาให้คำมั่นว่าจะปราบปรามพวกกบฏยะไข่ที่ต่อสู้เพื่ออำนาจปกครองตนเองเหล่านี้&amp;nbsp; แต่การปะทะยังคงลุกลามไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆ กองทัพได้ส่งกำลังเสริมเข้าไปหลายพันนายและยิงปืนใหญ่โจมตีที่ตั้งของเอเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์รุนแรงรอบล่าสุดนี้ทำให้ชาวบ้านมากกว่า 5,000 คนละทิ้งถิ่นฐานหนีภัย ทางการเมียนมาได้ประกาศให้หลายพื้นที่ในภาคเหนือของรัฐเป็นเขตห้ามหน่วยงานบรรเทาทุกข์เข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2560 รัฐยากจนในภาคตะวันตกของเมียนมาแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์วุ่นวายที่กองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาโจมตีที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคง สังหารตำรวจมากกว่า 10 นาย และทำให้กองทัพเปิดปฏิบัติการปราบปรามขั้นรุนแรง ส่งผลให้ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพหนีภัยข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศมากกว่า 730,000 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30986</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอาระกัน, ฆ่าตำรวจ, พม่า, ยะไข่, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c851fd8a7aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 22:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้แฉ กองกำลังโรฮิงญาก็ฆ่าหมู่ชาวฮินดูที่รัฐยะไข่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลระบุผ่านรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ ว่ากองกำลังติดอาวุธของโรฮิงญาก่อเหตุสังหารหมู่ชาวบ้านที่เป็นฮินดูในรัฐยะไข่ของพม่าเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงเดียวกับที่กลุ่มนี้บุกโจมตีที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคงพม่า ที่จุดชนวนให้กองทัพพม่าปฏิบัติการปราบปรามอย่างรุนแรงจนโดนนานาชาติประณามว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 หญิงชาวฮินดูร่ำไห้ใกล้ศพของสมาชิกในครอบครัวที่พบในหมู่บ้านเยบ่อจอ ทางเหนือของรัฐยะไข่ STR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนี้เกิดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 วันเดียวกับที่กองกำลังติดอาวุธกองทัพปลดปล่อยโรฮิงญาแห่งอาระกัน (อาร์ซา) หลายร้อยคนบุกโจมตีที่ตั้งของตำรวจตระเวนชายแดนพม่าในรัฐยะไข่หลายสิบจุดพร้อมกันและสังหารตำรวจพม่ากว่า 10 นาย และทำให้กองทัพเปิดปฏิบัติการกวาดล้างขั้นรุนแรง บีบให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 700,000 คนอพยพหนีข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติกล่าวประณามการปราบปรามของกองทัพพม่าว่าเทียบได้กับการ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ชาวโรฮิงญา ทหารและม็อบชาวบ้านที่ตั้งตนเป็นศาลเตี้ยถูกกล่าวหาว่าเข่นฆ่าพลเรือนชาวโรฮิงญาและวางเพลิงหมู่บ้านของพวกเขา แต่ข้อมูลล่าสุดจากรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากลแห่งนี้ บ่งชี้ว่ากองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาก็กระทำผิดเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 กล่าวว่า กองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาฆ่าหมู่ชาวฮินดูในหมู่บ้านทางเหนือสุดของรัฐยะไข่ ซึ่งกองทัพพม่าเคยพาผู้สื่อข่าว ที่รวมถึงผู้สื่อข่าวเอเอฟพี ไปเป็นประจักษ์พยานการขุดศพเน่าเปื่อยจำนวนหลายศพขึ้นจากหลุมตื้นๆ เมื่อเดือนกันยายน ในช่วงเวลานั้น กองกำลังอาร์ซาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สังหารคนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลเมื่อวันพุธกล่าวว่า การสอบสวนใหม่ยืนยันว่ากองกำลังอาร์ซาฆ่าชาวฮินดู 53 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก ในรูปแบบการประหารชีวิต ที่หมู่บ้านข่าหม่องแซะในเมืองหม่องดอทางเหนือของรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทิรานา ฮัสซัน ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือวิกฤติของแอมเนสตี้อินเตอร์เนชันแนลกล่าวว่า การนำตัวพวกที่กระทำการอย่างโหดร้ายป่าเถื่อนมาลงโทษนั้นสำคัญมากเท่าๆ กับการดำเนินการกับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติโดยกองกำลังความมั่นคงของพม่าในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งนี้อ้างคำให้สัมภาษณ์ของผู้รอดชีวิต 8 คนว่า ชาวบ้านที่เป็นฮินดูหลายสิบคนโดนกลุ่มชายคลุมหน้าและชาวบ้านที่เป็นโรฮิงญา ต้อนมารวมกันแล้วปิดตาพาเดินออกจากชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราช กุมารี ชาวฮินดูวัย 18 ปี เล่าให้แอมเนสตีฟังว่า คนพวกนี้มีมีด พลั่วและท่อนเหล็ก พวกเขาฆ่าพวกผู้ชาย พวกเราถูกสั่งว่าไม่ให้มอง ตัวเขาหลบซ่อนอยู่ในดงไม้ และมองดูพ่อ พี่ชายและลุงโดนฆ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้กล่าวว่า ที่หมู่บ้านเยบ่อจอ มีผู้ชาย, ผู้หญิงและเด็กชาวฮินดู รวม 46 คน หายตัวไปในวันเดียวกันนั้น รายงานอ้างข้อมูลจากชาวบ้านฮินดูที่เชื่อว่าอาร์ซาฆ่าคนเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของแอมเนสตียืนยันข้อมูลของกองทัพพม่าที่อ้างว่ากองกำลังโรฮิงญาก็กระทำการโหดร้ายทารุณต่อชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในรัฐยะไข่เช่นกัน แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 STR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี มาอุล ผู้นำชุมชนชาวฮินดูกล่าวกับเอเอฟพีจากรัฐยะไข่ว่า พวกฆาตกรหนีเข้าบังกลาเทศ มีพยานหลายคนเห็นเหตุการณ์ แต่พวกเราไม่ได้รับความยุติธรรม &amp;quot;คนไม่ค่อยสนใจการเข่นฆ่าพวกนี้&amp;quot; เขากล่าว โดยเปรียบเทียบกับความโหดร้ายที่เกิดกับชาวโรฮิงญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นานาชาติพากันประณามพม่าว่าประหัตประหารชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นคนไร้รัฐและถูกกดขี่มายาวนาน แต่รัฐบาลพม่าปฏิเสธคำกล่าวหาการทารุณทำร้ายชาวโรฮิงญาอย่างกว้างขวาง และตำหนิกลุ่มสิทธิว่าอคติเข้าข้างโรฮิงญา พร้อมกับชี้ด้วยว่า มีชนกลุ่มน้อยอีกหลายกลุ่มที่ประสบภัยจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9844</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่, พม่า, ยะไข่, สังหารหมู่, ฮินดู, เมียนมา, แอมเนสตี็อินเตอร์เนชั่นแนล, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b05753f9dc47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าจำคุก 10 ปี ทหาร 7 นาย ร่วมฆ่าหมู่โรฮิงญา 10 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลทหารของพม่าตัดสินจำคุกทหาร 7 นาย รายละ 10 ปีพร้อมกับใช้แรงงานหนัก จากความผิดฐานวิสามัญฆาตกรรมชายชาวมุสลิมโรฮิงญา 10 คนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของรัฐยะไข่เมื่อปีที่แล้ว ขณะนักข่าวรอยเตอร์ 2 คนที่ถูกจับกุมดำเนินคดีเพราะสืบเหตุการณ์นี้ ศาลปฏิเสธคำร้องทนายที่ขอให้ยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แฟ้มภาพ ทหารพม่าลาดตระเวนที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองหม่องดอ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 11 เมษายน 2561 ว่าเฟซบุ๊กของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า เปิดเผยผลคำตัดสินเมื่อคืนวันอังคารที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ว่าทหารทั้ง 7 นายซึ่งประกอบด้วยนายทหาร 4 นาย และพลทหาร 3 นาย ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่หมู่บ้านอินดินเมื่อวันที่ 2 กันยายน และศาลทหารตัดสินลงโทษนายทหาร 4 นายโดยไล่ออกจากราชการและจำคุก 4 ปีพร้อมกับใช้แรงงานหนัก ส่วนทหารอีก 3 นายถูกลงโทษเท่ากัน แต่ให้จองจำในเรือนจำของนักโทษคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพิจารณาคดีและการตัดสินกระทำเป็นการภายใน แม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้เปิดการไต่สวนอย่างอิสระก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่หมู่บ้านอินดินครั้งนั้นเป็นพฤติการณ์โหดร้ายป่าเถื่อนเพียงเหตุการณ์เดียวที่กองทัพพม่ายอมรับผิด แม้ว่าองค์การสหประชาชาติและสหรัฐจะกล่าวโทษพม่าว่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ จากปฏิบัติการกวาดล้างที่เริ่มต้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ชาวโรฮิงญาหนีภัยข้ามพรมแดนเข้าบังกลาเทศกว่า 700,000 คน พร้อมกับคำบอกเล่าถึงการเข่นฆ่า รุมโทรมและวางเพลิงหมู่บ้านของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวรอยเตอร์ 2 คน คือ วา โลน วัย 31 ปี และจ่อ โซ อู วัย 27 ปี กำลังสืบสาวเหตุการณ์ฆ่าหมู่ที่อินดินจนทำให้พวกเขาโดนจับกุมเมื่อเดือนธันวาคม ฐานครอบครองเอกสารลับของทางราชการ ซึ่งมีโทษจำคุก 14 ปี หนึ่งเดือนภายหลังการจับกุมพวกเขา กองทัพพม่าออกแถลงการณ์ยอมรับว่ามีทหารบางนายเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น แต่กองทัพยังคงยืนกรานข้ออ้างของพวกเขาว่าชายชาวโรฮิงญาเหล่านี้เป็น &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; แต่กลับไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างของกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;เครดิตภาพ REUTERS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของนักข่าวคู่นี้ ซึ่งอ้างจากปากคำของชาวบ้านที่เป็นพุทธ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และญาติของชาวโรฮิงญา บรรยายถึงเหตุการณ์ที่ทหารพม่าและชาวบ้านที่เป็นพุทธสังหารชาย 10 คนนี้แล้วฝังศพพวกเขารวมกันในหลุมขนาดใหญ่ โดยมีภาพถ่ายเหยื่อเหล่านี้โดนมัดมือนั่งคุกเข่าก่อนโดนฆ่าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมคุมขังนักข่าวรอยเตอร์ 2 คนนี้ทำให้นานาประเทศโกรธและเรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวพวกเขา สัปดาห์ที่แล้วทนายความของพวกเขายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ยกฟ้องโดยอ้างคำให้การที่ขัดแย้งกันของพยาน แต่เมื่อวันพุธ ผู้พิพากษาเย ลวิน แห่งศาลในนครย่างกุ้งตัดสินปฏิเสธคำร้องดังกล่าวแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6938</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่โรฮิงญา, พม่า, ยะไข่, อินดิน, เมียนมา, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdef4f2b162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมืองเอกรัฐยะไข่ป่วน มือดีวางระเบิด 3 ครั้งซ้อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมืองซิตตเว รัฐยะไข่ ไม่ค่อยเผชิญเหตุระเบิดบ่อยนัก แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนร้ายวางระเบิด 3 ลูกในสถานที่ต่างกันของเมืองซิตตเว รัฐยะไข่ ทางเหนือของพม่า เมื่อเช้ามืดวันเสาร์ จุดหนึ่งเป็นบ้านของเจ้าหน้าที่ระดับสูง แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 อ้างการเปิดเผยของตำรวจพม่านายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยนามว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันเดียวกัน โดยระเบิด 3 ลูกทำงาน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย แต่อาการไม่สาหัส นอกจากนี้ยังพบระเบิดที่ยังไม่ทำงานอีก 3 ลูกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระเบิดลูกหนึ่งนั้นโจมตีจวนของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลยะไข่ ส่วนอีก 2 ลูกระเบิดด้านหน้าสำนักงานแห่งหนึ่งในเมืองซิตตเว และอีกลูกถูกวางไว้บนถนนที่เป็นเส้นทางสู่ชายหาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในรัฐบาลยะไข่รายหนึ่งยืนยันเช่นกันว่าเกิดระเบิดหลายลูกในเมืองซิตตเว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเกิดความเสียหายมากน้อยแค่ไหน เอเอฟพียังรายงานอ้างคำกล่าวของซอ ซอ ชาวเมืองซิตตเวรายหนึ่งด้วยว่า ตำรวจได้ปิดกั้นถนนบางสายเพราะเกิดเหตุระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมืองซิตตเว ที่เป็นเมืองเอกของรัฐยะไข่ ไม่ค่อยตกเป็นเป้าหมายของการระเบิดโจมตีนัก แต่พื้นที่อื่นๆในรัฐทางภาคเหนือของพม่าแห่งนี้เกิดความรุนแรงระหว่างชุมชนและการก่อความไม่สงบหลายครั้ง เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาโจมตีที่ตั้งของตำรวจตระเวนชายแดนพม่า 30 จุดพร้อมกัน ทำให้ตำรวจเสียชีวิตกว่า 10 นาย และทำให้กองทัพเปิดปฏิบัติการปราบปรามอย่างรุนแรง ส่งให้ชาวโรฮิงญากว่า 6 แสนคนอพยพข้ามพรมแดนเข้าบังกลาเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนมกราคมปีนี้ เกิดความไม่สงบเมื่อกลุ่มชาวพุทธยะไข่พยายามบุกยึดที่ทำการของรัฐบาลในเมืองมรัคอู ตำรวจยิงสลายฝูงชน สังหารผู้ชุมนุม 7 คนและบาดเจ็บ 12 คน หลังเหตุการณ์นั้น กองกำลังติดอาวุธชาวยะไข่ประกาศว่าพวกเขาจะตอบโต้อย่างรุนแรงเพื่อล้างแค้นให้ผู้ประท้วงที่เสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยะไข่, ระเบิด, เมียนมาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a90dc12d555f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2018 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2018 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉพม่าไถปราบหมู่บ้านโรฮิงญา 55 แห่ง ทำลายหลักฐานล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มสิทธิมนุษยชนอ้างภาพถ่ายดาวเทียม กล่าวโจมตีทางการพม่าว่าใช้เครื่องจักรกลหนักไถปราบหมู่บ้านของชาวโรฮิงญาอย่างน้อย 55 แห่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ถือเป็นการทำลายหลักฐานที่พิสูจน์ความโหดร้ายป่าเถื่อนของทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพดาวเทียมจากดิจิทัลโกลบ วันที่ 19 ก.พ. 2561 ที่ฮิวแมนไรต์วอตช์เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ อ้างว่าเป็นภาพการทำลายล้างหมู่บ้านชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ภาพ DIGITALGLOBE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรฮิวแมนไรต์วอตช์เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ว่า การทำลายล้างหมู่บ้านชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ทางเหนือของพม่านั้น อาจทำลายหลักฐานความโหดร้ายป่าเถื่อนของทหารพม่า ที่เปิดปฏิบัติการปราบปรามตามหมู่บ้านต่างๆ ตอบโต้ที่กองกำลังติดอาวุธชาวโรฮิงญาโจมตีที่ตั้งของตำรวจตระเวนชายแดน 30 แห่งในรัฐยะไข่เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการของกองทัพพม่าในคราวนั้นบีบให้ชาวโรฮิงญา 688,000 คนหนีข้ามพรมแดนเข้าบังกลาเทศ โรฮิงญาหลายคนบอกเล่าถึงพฤติกรรมโหดร้ายป่าเถื่อนของทหารและตำรวจพม่า ทั้งการเข่นฆ่า ข่มขืนและวางเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า การค้นพบขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งนี้เผยแพร่ภายหลังรัฐบาลพม่าบรรลุข้อตกลงกับองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และญี่ปุ่น เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างพม่ากับยูเอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูเอ็นเคยระงับการดำเนินการในรัฐยะไข่และอพยพเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีกิจสำคัญออกจากพื้นที่ ภายหลังรัฐบาลพม่ากล่าวหาว่า ยูเอ็นสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธโรฮิงญาเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูเอ็นและรัฐบาลสหรัฐยังเคยกล่าวถึงการปราบปรามทำลายล้างในรัฐยะไข่ว่าเป็นการล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา แต่รัฐบาลของนางอองซาน ซูจี ผู้เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ขัดขวางไม่ให้คณะสอบสวนข้อเท็จจริงของยูเอ็นและผู้สังเกตการณ์อิสระเข้าไปภายในพื้นที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางการพม่าอ้างเหตุผลว่า ปฏิบัติการของกองทัพมีความชอบด้วยกฎหมายเพื่อปราบปราม &amp;quot;ผู้ก่อการร้าย&amp;quot; มุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรสิทธิแห่งนี้กล่าวด้วยว่า มีหมู่บ้าน 362 แห่งถูกทำลายบางส่วนหรือถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงนับแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา หมู่บ้านบางแห่งในจำนวนนี้ และอีกอย่างน้อย 2 แห่งที่ไม่ได้รับผลกระทบ กลับถูกทำลายอย่างราบคาบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า หมู่บ้านหลายแห่งเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์โหดร้ายป่าเถื่อน และควรรักษาสภาพไว้ เพื่อที่ผู้เชี่ยวชาญที่ยูเอ็นมอบหมายให้เก็บรวบรวมเอกสารข้อมูลการกระทำผิด จะสามารถประเมินหลักฐานได้อย่างเหมาะสมและระบุตัวผู้ที่รับผิดชอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การไถปราบพื้นที่เหล่านี้ เสี่ยงที่จะทำลายทั้งความทรงจำ และการอ้างสิทธิตามกฎหมายของชาวโรฮิงญาที่เคยอาศัยที่นั่น&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮิวแมนไรต์วอตช์กล่าวด้วยว่า ภาพถ่ายหลายภาพจากดาวเทียม เผยให้เห็นหมู่บ้าน 2 แห่งในเขตมยินลุต ซึ่งไม่ได้โดนไฟไหม้เสียหาย และน่าจะไม่มีคนอาศัยอยู่ โดนเครื่องจักรกลทำลายจากราบคาบ ระหว่างวันที่ 9 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่พม่าพากันกล่าวอ้างว่า รัฐบาลกำลังเตรียมที่ทางเพื่อรับผู้ลี้ภัยที่จะเดินทางกลับ ตามข้อตกลงส่งตัวกลับ ที่พม่าลงนามไว้กับบังกลาเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อของทางการพม่ารายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า มีรถขุดดิน 8 คัน และรถปราบดิน 4 คันกำลังทำงานอยู่ในพื้นที่นั้น ทางการพม่ายังได้จัดตั้งศูนย์รับรอง 2 แห่ง และค่าย 1 แห่งสำหรับผู้ลี้ภัยที่เดินทางกลับ สถานที่เหล่านี้เป็นเพียงที่รองรับชั่วคราว และผู้อพยพจะสามารถเดินทางกลับถิ่นที่อยู่เดิมของพวกเขาหรือพื้นที่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิน มยัตอาย รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากนางซูจีให้รับผิดชอบงานฟื้นฟูบูรณะรัฐยะไข่ กล่าวไว้เมื่อเดือนกันยายนว่า ที่ดินที่โดนเพลิงไหม้เสียหายจะกลายเป็นที่ดินที่รัฐบาลบริหารจัดการตามกฎหมาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3771</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, ภาพถ่ายดาวเทียม, ยะไข่, ยูเอ็น, ล้างเผ่าพันธุ์, ฮิวแมนไรท์วอทช์, เมียนมาร์, โรฮิงญา, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a9014ef9fcb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2026 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2018 20:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าเดือดซ้ำ ตำรวจยิงม็อบพุทธยะไข่ดับ 7</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานการณ์ในรัฐยะไข่ของพม่ากลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตำรวจอ้างม็อบชาวยะไข่พยายามบุกยึดที่ทำการของรัฐ ทำให้ตำรวจต้องยิงขับไล่ จนชาวยะไข่เสียชีวิต 7 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ขบวนรถของตำรวจพม่าในรัฐยะไข่เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 ภาพ Development Media Group / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์รุนแรงล่าสุดนี้ยิ่งเพิ่มปัญหาท้าทายต่อรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี ที่ต้องรับมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ หลายสิบกลุ่มของพม่า ที่ร่ำร้องอำนาจปกครองตนเองมานับแต่พม่าเป็นเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2490&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 17 มกราคม 2561 กล่าวว่า เหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้นภายหลังชาวพุทธยะไข่ราว 5,000 คนมาชุมนุมกันที่เมืองมรัคอูเมื่อวันอังคารที่ 16 มกราคม 2561 เนื่องในวันล่มสลายของอาณาจักรอาระกันเมื่อ 200 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่แน่ชัดว่าเหตุใดการชุมนุมของกลุ่มยะไข่ชาตินิยมจึงบานปลายเป็นความรุนแรง แต่ชาวยะไข่ ซึ่งจำนวนมากมีฐานะยากจนและรู้สึกว่าถูกหมางเมิน มีความเป็นศัตรูมาช้านานกับรัฐพม่าซึ่งมีชนเชื้อสายพม่าเป็นคนส่วนใหญ่&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปะทะเกิดขึ้นในวันอังคาร ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐบาลพม่าและบังกลาเทศลงนามความตกลง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 655,000 คน จากค่ายผู้ลี้ภัยในบังกลาเทศ กลับคืนพม่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวยะไข่กล่าวว่า พวกโรฮิงญาเป็นผู้อพยพเข้าเมืองชาว &amp;quot;เบงกาลี&amp;quot; ที่เข้ามายังดินแดนของชาวพุทธอย่างผิดกฎหมาย&amp;nbsp;


สล็อต789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันตำรวจเอกเมียว โซ โฆษกของตำรวจพม่า กล่าวโทษฝูงชนชาวยะไข่ว่า &amp;quot;เริ่มความรุนแรง&amp;quot; ด้วยการขว้างปาก้อนหินและพรวดพราดเข้าสู่ที่ทำการอำเภอพร้อมกับชักธงของรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงขอร้องให้พวกเขาแยกย้ายกัน และได้ยิงกระสุนยางเตือน แต่พวกเขาไม่ยอมหยุด ตำรวจจึงต้องใช้กระสุนจริง&amp;quot; ตำรวจนายนี้กล่าวกับเอเอฟพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;มีคนเสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บ 13 คน&amp;quot; เขากล่าว และว่า ฝูงชนที่กำลังเรียกร้อง &amp;quot;อำนาจอธิปไตยแห่งรัฐยะไข่&amp;quot; ยังทำร้ายตำรวจบาดเจ็บด้วย 20 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอู ฮลา ซอ ส.ส.พรรคแห่งชาติอาระกันจากเขตมรัคอู ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 7 คนจริงและประณามการกระทำของตำรวจว่าเป็นอาชญากรรม &amp;quot;การที่พวกเขาใช้อาวุธปืนเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้&amp;quot; เขากล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;ตำรวจมีเวลาเตรียมการเพื่อหยุดฝูงชนก่อนที่พวกเขาจะไปถึงที่ว่าการอำเภอ ตำรวจควรปิดถนน แต่พวกเขากลับไม่ทำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองมรัคอูเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวพุทธแต่โบราณในสมัยอาณาจักรอาระกัน อยู่ห่างไม่กี่สิบกิโลเมตรจากจุดศูนย์กลางความขัดแย้งรุนแรงในรัฐยะไข่ที่ผลักดันให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายแสนคนอพยพเข้าบังกลาเทศมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย&amp;nbsp; ที่ผ่านมาเมืองทางตอนเหนือของรัฐยะไข่แห่งนี้แทบไม่ได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการปราบปรามของกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักสังเกตการณ์หลายคนกล่าวเตือนว่า ความรุนแรงเมื่อวันอังคารอาจเริ่มต้นบทใหม่ของสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐนี้ กาเบรียล อารอน นักวิเคราะห์อิสระ กล่าวว่า มีความเสี่ยงที่เหตุการณ์นี้จะลุกลามเป็นความรุนแรงระหว่างชุมชน ระดับความเสี่ยงขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายความมั่นคงจะรับมือกับเหตุการณ์เมื่อคืนวันอังคารได้ดีเพียงใด.&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1241</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, ยะไข่, เมียนมาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180117/image_mid_5a5f4f83d5ff5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
