<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งจับเจ้าของร้านเชิดทองจำนำ เซ้งกิจการหนีติดต่อไม่ได้ มีผู้เสียหายกว่า 20 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;มี.ค.64 - ผู้เสียหาย 3 คนที่จำนำทองแล้วต่อดอกเบี้ยไม่ได้ แถมติดต่อร้านทองก็เงียบหายได้รวมตัวกันเดินทางมาที่ สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้นำสร้อยคอทองคำไปจำนำ แล้วปรากฏว่าภายหลังได้มีการเซ้งร้านขายทองให้คนอื่น ผู้เสียหายหลายรายเข้าไปติดต่อขอต่อดอกแล้วทางเจ้าของร้านทองเจ้าใหม่อ้างว่า เจ้าของเดิมไม่ได้โอนทองที่รับจำนำไว้ให้จึงรับผิดชอบให้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เสียหายจึงได้นำหลักฐานใบรับจำนำทอง เข้าพบ ร.ต.อ.ปัญญาพล บุญศรี พนักงานสอบสวน&amp;nbsp;สภ.บางปู เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับทางอดีตเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยสามห่วง ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้ดำเนินคดีกับอดีตเจ้าของร้านทองที่รับจำนำทองไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อินทิรา แก้วปัญญา&amp;nbsp;หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่าตนและผู้เสียหายอีกนับสิบรายที่นำสร้อยทองคำไปจำนำกับทางร้านทองแห่งนี้เมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;โดยมีกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุกสองเดือน แรกๆก็จ่ายดอกตามปกติไม่เคยขาดส่งแต่อย่างใด จนมาช่วงปลายปีที่ผ่านมา ตนจะไปจ่ายดอกเบี้ยตามปกติ แต่ทางเจ้าของร้านแจ้งว่า ให้ไปจ่ายดอกเบี้ยที่ร้านขายเสื้อผ้าติดกับร้านทอง ซึ่งเป็นคนรู้จักกัน ตนและคนอื่นๆก็นำเงินไปจ่ายดอกเบี้ยที่ร้านเสื้อผ้าตามที่เจ้าของร้านบอก&amp;nbsp;ซึ่งก็จ่ายได้ตามปกติไม่มีปัญหาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาทราบภายหลังว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาร้านทองแห่งนี้ได้ปิดกิจการและเซ้งให้กับนายทุนรายอื่นไป จนมาต้นเดือนนี้ ตนจะไปจ่ายดอกและขอไถ่สร้อยทองคืนมา แต่กลับได้รับคำตอบจากร้านเสื้อผ้าที่เคยรับส่งดอกว่า ทางเจ้าของร้านโทรมาแจ้งว่าให้งดรับดอกเบี้ย ตนจึงมีการติดต่อสอบถามไปสอบถามเจ้าของร้านที่รับจำนำเอาไว้ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้&amp;nbsp;จึงพากันมาแจ้งความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อินทิรา กล่าวว่า นอกจากผู้เสียหายสามคนนี้แล้วยังมีรายอื่นอีกกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;รายที่ไม่สามารถไถ่ทองคืนจากร้านนี้และติดต่อทางร้านนี้ไม่ได้เช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งผู้เสียหายกลุ่มนี้ยังได้เข้าขอคำปรึกษาด้านคดีกับทางทนายความอาสาที่มาประจำการที่ สภ.บางปู เพื่อหาแนวทางการดำเนินคดีทางกฎหมายโดยทางทนายความระบุว่า หากมีผู้เสียหายมากอาจจะเข้าข่ายฉ้อโกงได้ แต่หากเป็นรายบุคคลเช่นนี้ต้องดูเจตนาของทางร้าน แต่อาจเข้าข่ายยักยอกทรัพย์ได้เช่นกันต้องพิจารณาจากพนักงานสอบสวนอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกรับแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ และจะนัดผู้เสียหายมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานในการออกหมายเรียกและหมายจับเจ้าร้านทองรายดังกล่าวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95960</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสมุทรปราการ, ฉ้อโกง, ยักยอกทรัพย์, ร้านทอง, สภ.บางปู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210313/image_big_604c8edd7375f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แองโกลาตั้งข้อหาเศรษฐินี ลูกสาวอดีตปธน. ยักยอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัยการแองโกลาตั้งข้อหา &amp;quot;อิซาเบล โดส ซันโตส&amp;quot; มหาเศรษฐินีรวยสุดแห่งทวีปแอฟริกา ผู้เป็นบุตรีของอดีตประธานาธิบดีเผด็จการโฆเซ เอดูอาร์โด โดส ซันโตส ยักยอกเงินและบริหารจัดการบริษัทน้ำมันของรัฐผิดพลาด เรียกร้องเจ้าตัวกลับมาสู้คดีในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อิซาเบล โดส ซันโตส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตั้งข้อกล่าวหาเศรษฐินีรายนี้มีออกมาภายหลังมีเอกสารเผยแพร่ในสัปดาห์นี้ เปิดโปงว่า อิซาเบล โดส ซันโตส สร้างฐานะจนร่ำรวยเป็นเศรษฐินีอันดับหนึ่งแห่งทวีปแอฟริกาด้วยทรัพย์สินราว 2,100 ล้านดอลลาร์ (64,080 ล้านบาท) ขึ้นมาได้จากการปล้นเงินของชาติ แต่เธอยืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563 ว่าเอลแดร์ ปิตตา โกรส อัยการสูงสุดของแองโกลา แถลงที่กรุงลูอันดาเมื่อคืนวันพุธว่า อิซาเบล โดส ซันโดส ถูกกล่าวหาว่าบริหารจัดการผิดพลาดและยักยอกเงินกองทุนหลายกองทุนช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทพลังงานแห่งรัฐ โซนันโกล อัยการจึงตั้งข้อหาคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอาทิ ฟอกเงิน, ใช้อิทธิพล, การบริหารที่ก่อความเสียหาย, ปลอมแปลงเอกสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสอบสวนพฤติการณ์ของอิซาเบล โดส ซันโตส ระหว่างดำรงตำแหน่งผู้บริหารโซนันโกลนาน 18 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 เกิดขึ้นภายหลังการ์โลส ซาตูร์นิโน เข้ารับตำแหน่งต่อจากเธอ แล้วพบว่ามีการโอนเงินผิดปกติและการดำเนินการที่หลบเลี่ยงอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดส ซันโตส ถูกกล่าวหาว่าใช้อิทธิพลของบิดา ซึ่งปกครองประเทศยากจนแต่รุ่มรวยน้ำมันและเพชรแห่งนี้ด้วยกฎเหล็กยาวนานเกือบ 40 ปี เพื่อขโมยเงินของรัฐไปไว้ในต่างประเทศโดยได้รับความช่วยเหลือจากพวกบริษัทตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสาร &amp;quot;ลูอันดาลีกส์&amp;quot; ที่สื่อชั้นนำของโลกหลายสำนักตีพิมพ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กดดันรัฐบาลโปรตุเกส ซึ่งเคยเป็นเจ้าอาณานิคมของแองโกลา และบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ให้ชี้แจงว่าพวกเขารับรู้หรือได้กระทำสิ่งใดไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2556 ฟอร์บส์เคยจัดอันดับให้อิซาเบล โดส ซันโตส ที่ชาวแองโกลาเรียกขานเป็น &amp;quot;เจ้าหญิง&amp;quot; เป็นสตรีรวยที่สุดแห่งทวีปแอฟริกา เธอย้ายออกจากแองโกลาภายหลังบิดาลงจากอำนาจเมื่อปี 2560 แล้วแต่งตั้งให้จูเวา โลเร็งซู สืบทอดตำแหน่งแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกรสกล่าวว่า โดส ซันโตส เป็น 1 ใน 5 ผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหา ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ สิ่งที่กังวลในตอนนี้คือการแจ้งข้อกล่าวหาและขอให้คนเหล่านี้สมัครใจกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการผู้นี้กล่าวด้วยว่า แองโกลาจะออกหมายจับสากลกับผู้ต้องสงสัยทุกคน หากพวกเขาไม่ยอมมอบตัวต่อทางการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยักยอกทรัพย์, ลูกสาวอดีตประธานาธิบดี, อิซาเบล โดส ซันโตส, แองโกลา, โฆเซ เอดูอาร์โด โดส ซันโตส, โซนันโกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e29ab9b44f83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวร้อยเอ็ดร้องถูกเชิดเงิน-รถ หลังเพื่อนสนิทหลอกเอาไปจำนำกับคนมีสีโยงบ่อนพนัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาวร้อยเอ็ด ร้องถูกเชิดเงิน-เชิดรถ หลังถูกเพื่อนสนิทหลอกเอารถไปจำนำไว้กับคนมีสี&amp;nbsp;ก่อนพบโผล่ที่อุดรธานี&amp;nbsp;เจ้าตัวลั่นไม่คุย ไม่เคลียร์ ขอดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.62 -&amp;nbsp;ที่สภ.เมืองขอนแก่น น.ส.อรุณฉาย อุนาศรี อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.3 ต.หนองขุ่นใหญ่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ใน&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น นำเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติม มาส่งมอบให่้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ตามการนัดหมายของเจ้าหน้าที่หลังได้เข้าแจ้งความเอาผิดเพื่อนสาวในข้อหาลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณฉาย กล่าวว่าได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อ้อ&amp;nbsp;(นามสมมุติ) อายุ 34 ชาว อ.เชียงคาน จ.เลย เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา และในวันนี้ได้นำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นเนื่องจาก น.ส.อ้อ ได้เช่าตึกของตนเอง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 199/11 ถนนรอบเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ทำการเปิดเป็นร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้าออนไลน์ จึงมีความสนิทสนมกัน ต่อมา น.ส.อ้อได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนจำหน่ายเสื้อผ้า จึงตัดสินใจร่วมลงทุนด้วยเงินสดจำนวน 100,000 บาท โดยมอบหมายให้ น.ส.อ้อจัดหาเสื้อผ้ามาจำหน่ายตามที่ตกลงกันไว้ จากนั้นไม่นาน น.ส.อ้อก็บอกว่าน้ำท่วม เสื้อผ้าเปียกฝน ทำให้ขายไม่ได้และขาดทุน จึงอยากแก้ตัวใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ในครั้งที่สอง น.ส.อ้อชวนร่วมทุนเป็นการซื้อชุดกีฬามาขาย แต่ไม่มีเงินทุน โดย น.ส.อ้อแนะนำทางออกว่า ตนมีรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กจ-4990 ร้อยเอ็ด จึงแนะนำว่าเงินลงทุนครั้งที่ 2 ถ้าไม่มี ให้เอารถไปจำนำกับนายทุนเงินกู้ โดยจอดรถไว้เพียง 2 วัน เท่านั้น เมื่อขายสินค้าได้ ก็ไปไถ่ถอนรถคืนมา จึงตกลงก่อนที่ น.ส.อ้อจะพาขับรถยนต์ไปหานายทุนเงินกู้ ชื่อนายชู ซึ่งเป็นสารวัตรทหาร อยู่ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยได้ไปพบกันที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อนายชูเห็นจึงตีราคาการจำนำที่ 70,000 บาท ก่อนที่มีการโอนเงินเข้าบัญชี น.ส.อ้อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณฉาย กล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่นายชูโอนเงินให้กับ น.ส.อ้อ แล้วก็เงียบหายติดต่อไม่ได้ จนเวลาผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์ ซึ่งเลยเวลาไถ่ถอนรถคืนจากนายทุน น.ส.อ้อก็ยังไม่กลับที่ร้าน ทั้งยังติดต่อไม่ได้ จึงสอบถามไปยังนายทุนก็ได้รับคำตอบว่า น.ส.อ้อได้มาไถ่ถอนรถคืนไปแล้ว จึงพยายามติดต่อพร้อมกับให้เพื่อนๆช่วยตามหา จนทราบว่า น.ส.อ้อ นำรถไปจำนำต่อกับนายทุนเงินกู้นอกระบบที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี จึงได้พยายามติดต่อกับนายทุนรายดังกล่าว ซึ่งนายทุนแจ้งว่า น.ส.อ้อเอารถไปจอดจำนำไว้ในราคา 98,800 บาท จึงตัดสินใจรวบรวมเงินและติดต่อนายทุน ที่อ.กุมภวาปี อีกครั้งเมื่อวันที่ 14 ก.ย. เพื่อขอไถ่ถอนรถคืน นายทุนจึงให้โอนเงินจำนวน 98,800 บาท เข้าบัญชีเลขที่ 0578328335 ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี น.ส.วัชรี บุพพิ ซึ่งนายทุนย้ำว่า โอนเงินแล้วไม่เกิน 3 ชม.จะได้รับรถคืนไป จึงนัดรับรถที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่เมื่อโอนเงินให้แล้วเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น ก็ยังไม่มีใครนำรถมาส่งให้ และพยายามติดต่อนายทุนก็ติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีตำรวจติดต่อมาว่า น.ส.วัชรี บุพพิ เจ้าของเลขบัญชีที่โอนเงินเข้าให้นั้น เป็นพนักงานในบ่อนบาคาร่า เจ้าของบ่อนจะเอาเงินจำนวน 98,800 บาทคืนให้และขอจบเรื่องนี้ เราได้ยินแล้วก็ตอบกลับไปว่า จะคืนเงินหรือจะคุยอะไรให้มาคุยต่อหน้าพนักงานสอบสวน จะไม่มีการคุยข้างนอก ซึ่งตำรวจก็ตอบกลับมาว่า เจ้าของบ่อนบาคาร่าไม่คุย จึงเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำกันเป็นขบวนการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณฉาย กล่าวในตอนท้ายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันชัดเจนว่าจะไม่คุย ไม่รับเงินคืน และให้พนักงานสอบสวน ประสานชุดสืบสวน ทำการสืบสวนสอบสวน เอาตัวผู้ที่มีส่วนรู้เห็นละร่วมกันยักยอกทรัพย์ ลักทรัพย์ และร่วมกันโกง มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตามหลังจากตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี เริ่มมีบุคคลต้องสงสัยติดตามดูความเคลื่อนไหวของตนเองและครอบครัวทั้งขับรถยนต์ตามบ้าง ขับรถจักรยานยนต์ตามบ้าง จึงทำให้ครบอครัวเชื่อได้ว่าคนที่เฝ้าติดตามนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมด จึงนำหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนและขอแจ้งลงบันทึกประจำวันเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าห้นาที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินการตามขั้ตอนของกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47125</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีลักทรัพย์, ยักยอกทรัพย์, สภ.เมืองขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d943894c9a1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังอดีตเจ้าอาวาสยักยอกเงินวัด หลบหนีคดีหลังถูกซัดทอดเอี่ยวยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่บ้านบ่อน้ำเงิน ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี ได้ร้องขอให้ตำรวจเข้าตรวจสอบภายในกุฏิของพระอธิการยอดชาย ยติโก เจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำเงิน ต.ชากไทย อ.เขาคิชฌกูฎ และยังเป็นเลขานุการเจ้าคณะตำบลชากไทย หลังทราบว่าเจ้าอาวาสถูกพระลูกวัดที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมคดียาเสพติดภายในวัด ซัดทอดกรณียาเสพติด และเจ้าหน้าที่ขอตรวจปัสสาวะพระทั้งหมด แต่มีเพียงเจ้าอาวาสเท่านั้นที่ไม่ยอมให้ตรวจ และหลังเจ้าหน้าที่กลับไป ในช่วงกลางดึกมีชาวบ้านเห็นรถยนต์และมีผู้หญิงเข้ามารับเจ้าอาวาสและได้หายตัวไป ทำให้ผู้นำชุมชน กรรมการวัดและชาวบ้านได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบภายในกุฏิ ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบพบว่าประตูกุฏิถูกปิด&amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านต้องงัดหน้าต่างบานเลื่อนเข้าไปเปิดประตู เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบเพียงเอกสารโฉนดที่ดินในลิ้นชัก แต่เงินที่ได้จากการจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิต และเงินบริจาคจำนวน 1-2 ล้านบาท เจ้าอาวาสได้นำติดตัวไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.สมาน ชัยชาญ รองผู้กำกับสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฎ ได้มีการรวบรวมหลักฐานออกหมายจับพระยอดชาย ยติโก หรือนายยอดชาย ทับทิมทอง อายุ 41 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฎ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรี และประสานชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรทับทัน จังหวัดอุทัยธานี และตำรวจกองปราบสืบสวนจนทราบว่า นายยอดชาย ทับทิมทอง ผู้ต้องหามาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี จึงได้แสดงหมายจับ ซึ่งผู้ต้องหาได้ยินยอมให้จับแต่โดยดี และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในเช้าวันนี้ทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายยอดชาย ทับทิมทอง ส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นยอมเอาทรัพย์นั่นไป โดยมีกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่กว่า 20 คน ที่ทราบเรื่องเดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ&amp;nbsp;เพื่อคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน และได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดจันทบุรี เพื่อยื่นคัดค้านในชั้นศาลต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46668</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, จับเจ้าอาวาสวัดบ่อน้ำเงิน, ยักยอกทรัพย์, สภ.เขาคิชฌกูฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c457d7aaf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! จนมุมที่เยอรมนี รวบแล้ว&#039;อดีตพระพรหมเมธี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - รายงานข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รวบตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ &amp;nbsp;ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน เป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดโดยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่รายสุดท้ายตามหมายจับ ที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่ในขณะนี้ที่เยอรมนนี เนื่องจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางไม่ผ่านการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้บินด่วนไปเพื่อรับตัวเพื่อมาดำเนินคดีในไทยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเส้นทางการหลบหนีนั้น คาดว่าได้เดินทางออกจากไทยจาก จ.นครพนม ผ่านไปยังประเทศลาว, &amp;nbsp;กัมพูชา ก่อนไปเยอรมนี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10569</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม, พระพรหมเมธี, ยักยอกทรัพย์, หมายจับ, เยอรมนี} พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b11f3f02287a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดสมณศักดิ์7รูป สึก&#039;อดีตพระพรหมสิทธิ&#039;นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนสมณศักดิ์ 7 พระเถระ โดนคดีทุจริตเงินทอนวัด มติ &amp;quot;มส.&amp;quot; รับทราบปลด &amp;quot;พระพรหมดิลก-พระพรหมสิทธิ-พระพรหมเมธี&amp;quot; พ้นกรรมการ มส. &amp;nbsp;พร้อมตั้งรักษาการตำแหน่งทางปกครองแทนพระผู้ใหญ่ 3 รูป &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; มอบตัวกองปราบฯ ตร.ส่งฝากขังค้านประกัน &amp;quot;ศาล&amp;quot; อนุญาต &amp;quot;อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ&amp;quot; โดนจับสึกเปลี่ยนนุ่งชุดขาวนอนคุกทันที &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ต้องแยกคดีทางโลกกับทางธรรม หากพ้นผิดกลับมาครองผ้าเหลืองได้ &amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; ลุยเปรตโกงเงินต่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 15 ข เผยแพร่ประกาศเรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ด้วยปรากฏว่ามีกรณีพระภิกษุถูกกล่าวหาว่า กระทําการทุจริตและถูกดําเนินคดีอาญาในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอํานาจตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ตามความในมาตรา 5 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอนสมณศักดิ์ จํานวน 7 รูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนี้ 1.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร 2.พระพรหมเมธี (จํานงค์ เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศาราม 3.พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา 4.พระราชอุปเสณาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระเมธีสุทธิกร) (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 5.พระราชกิจจาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระวิจิตรธรรมาภรณ์) (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 6.พระอรรถกิจโสภณ (สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา 7.พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คํามา) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ยกเว้นลําดับที่ 3 5 6 และ 7 ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ถูกจับกุมและสละสมณเพศ ผู้รับสนองพระราชโองการ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 15/2561 มีสมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ &amp;nbsp;เป็นประธานประชุม เนื่องจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก &amp;nbsp;ทรงติดภารกิจ ร่วมกับกรรมการมหาเถรสมาคมท่านอื่นอีก 14 รูป และ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยพระพรหมเมธาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดบูรณศิริ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และรองโฆษกสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมส.ได้รับทราบประกาศราชกิจจานุเบกษา ในการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ถอดถอนสมณศักดิ์จำนวน 7 รูป ได้แก่ 1.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 2.พระพรหมเมธี (จำนง เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศารามฯ 3.พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา 4.พระราชอุปเสนาภรณ์ (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 5.พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 6.พระอรรถกิจโสภณ(สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา 7.พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คำมา) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมยังรับทราบถึงพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ให้กรรมการ มส.ทั้ง 3 รูป ประกอบด้วย พระพรหมดิลก, พระพรหมสิทธิ, พระพรหมเมธี พ้นจากตำแหน่งกรรมการ มส. รวมทั้งยังมีมติให้พระพรหมสิทธิ พ้นจากตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ&amp;quot; นายสิปป์บวรกล่าว
เจ้าคุณธงชัยมอบตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก พศ.กล่าวว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการ มส. ยังได้เสนอแต่งตั้งพระเทพวิสุทธิโมลี (พรหมา สปฺปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส อายุ 76 พรรษา 56 รองเจ้าคณะภาค 10 เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 10 แทนพระพรหมสิทธิ &amp;nbsp;สำหรับตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานครที่ว่างลงนั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการ มส. &amp;nbsp;ได้แจ้งให้ มส.รับทราบถึงการแต่งตั้งให้พระธรรมสุธี(นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้แจ้งให้ มส.ได้รับทราบถึงการแต่งตั้ง พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;เจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 แทนพระพรหมเมธีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดสามพระยานั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง โดยให้รองเจ้าอาวาสหรือผู้ช่วยเจ้าอาวาส ตามลำดับลงมาปฏิบัติดูแลความเรียบร้อยภายในวัดไปก่อน ซึ่งต้องรอดูการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งต่อไปว่าทางเจ้าคณะปกครองจะเสนอรูปใดมาทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสแทน ส่วนเรื่องของการตั้งกรรมการ มส.ที่ว่างลง ต้องเป็นพระอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช จะพระวินิจฉัย&amp;quot; รองโฆษก พศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการจับกุมดำเนินคดีพระสงฆ์ รองโฆษก พศ.กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่นเดียวกับเรื่องของการลงโทษเจ้าหน้าที่ของ พศ.ที่ทุจริตเงินทอนวัด ตนก็ไม่ทราบ ขอให้เป็นการพิจารณาของผู้บริหาร พศ.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีรายงานว่า พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโน) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งหลบหนีการจับกุมจะขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทำให้ทางปราบปรามจัดกำลังรอรับมอบตัว อย่างไรก็ดี ในระหว่างที่สื่อมวลชนรอการเดินทางมาของเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กระทั่งเวลา 12.00 น.ปรากฏว่ามีรถตู้ของกองปราบฯ วิ่งเข้ามา 2 คัน ก่อนจะอ้อมไปด้านหลังอาคาร โดยภายในรถมีพระพรหมสิทธิ อยู่ในรถ ก่อนที่ตำรวจจะพารีบขึ้นอาคารทันที เพื่อหลบผู้สื่อข่าว โดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เข้าร่วมสอบปากคำทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 15.15 น. พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง พนักงานสอบสวนกองปราบปราม กก.1 บก.ป. ได้นำตัวพระธงชัย สุขโข อายุ 60 ปี เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรืออดีตพระพรหมสิทธิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ คดีร่วมกันฟอกเงินอุดหนุนโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา และโครงการของสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงฯ ของวัดสระเกศฯ รวม 63,700,000 บาท เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 30 พ.ค.-10 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำพยานอีก 20 ปาก และรอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือจากกองทะเบียนประวัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาร่วมกับนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวกซึ่งเป็นฆราวาสและพระ ในการโอนเงินและซุกซ่อนเงินที่ได้จากการกระทำ ด้วยการโอนเงินที่ได้เบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากทั้ง 2 โครงการจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาวงเวียนโอเดียน ใน 2 บัญชี รวม 32 ครั้ง ให้แก่กลุ่มฆราวาสที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไปโดยทุจริต โดยมีการขอหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2561&amp;nbsp;
ไม่ให้ประกันจับศึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมากอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหา เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน นอกจากนี้ พฤติการณ์ของผู้ต้องหามีการกระทำเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ อีกทั้งคดีมีอัตราโทษ จึงเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะหลบหนีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องฝากขัง ซึ่งได้อ่านรายละเอียดให้ผู้ต้องหาและทนายความฟังแล้ว แจ้งให้พนักงานสอบสวน ผู้ร้อง และผู้ต้องหากับทนายความทราบว่า ต้องพิจารณาว่าพฤติการณ์มีความจำเป็นตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่า ทนายความได้แถลงคัดค้านการฝากขัง โดยอ้างว่าจากการนำเสนอข่าวของสื่อต่างๆ ทราบว่าพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ วจึงไม่จำเป็นต้องยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชรได้แถลงยืนยันการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังมีเหตุจำเป็นต้องสอบปากคำพยานอีก 20 ปาก ซึ่งเกี่ยวข้องการเส้นทางการเงินและการกระทำผิดของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพระวัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่, ราชบุรี, ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช โดยจะเร่งดำเนินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พนักงานสอบสวนยังมีความจำเป็นต้องสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องอีก จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วันตามคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ในเวลา 17.00 น. ขณะที่พระธงชัยถูกควบคุมตัวจากห้องพิจารณาที่ 3 (ห้องเวรชี้) ไปยังห้องควบคุมชั้นล่างของศาล เพื่อรอฟังสั่งขอประกันตัว ซึ่งผู้ต้องหาได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 1 ล้านบาท เสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง ซึ่งมีรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ เป็นผู้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการพิจารณาฝากขัง ก็มีเจ้าหน้าที่จาก พศ. มาร่วมฟังการพิจารณาด้วย โดยไม่มีการนำพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่มาเพื่อทำพิธีสึกพระ &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ พศ.แจ้งว่าเมื่อศาลอนุญาตฝากขังแล้วหากไม่อนุญาตให้พระธงชัย ผู้ต้องหา ประกันตัวระหว่างฝากขังแล้ว กระบวนการก็จะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 30 ระบุว่า &amp;quot;เมื่อจะต้องจำคุก กักขัง หรือขังพระภิกษุรูปใดตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวพระธงชัย ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ พศ.และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงถอดจีวรผู้ต้องหาเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดขาว คุมตัวไปขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง 12 วันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของพระธงชัยกล่าวว่า ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ จะเดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.30 น. รถเรือนจำได้นำตัวอดีตพระธงชัยออกจากศาลเดินทางไปส่งคุมขัง ปรากฏว่าอดีตพระธงชัยขณะที่นั่งในรถคุมขังของเรือนจำนั้น ได้นั่งลักษณะก้มศีรษะลงต่ำเพื่อหลบผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่รอถ่ายภาพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับกลุ่มฆราวาส 4 ราย คือ น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา มารดาของ ร.ท.ฐิติทัศน์, น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านร่วมรับโอนเงิน 25 ล้านบาท, นายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี และนายทวิช สังข์อยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณฯ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศฯ ที่ถูกฝากขังพร้อมอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป วัดสระเกศฯ และวัดสามพระยา เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ศาลอุทธรณ์ก็มีคำสั่งเรื่องขอประกันตัวระหว่างการฝากขังออกมาด้วยว่า ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวด้วย กลุ่มฆราวาสจึงต้องถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อสังเกตพระสงฆ์ซึ่งถูกดำเนินคดีและถูกถอดสมณศักดิ์สามารถกลับมาบวชเป็นพระได้หรือไม่ว่า การถอดสมณศักดิ์กับการบวชไม่เกี่ยวกัน ต้องแยกจากกัน เพราะความผิดทางโลกเป็นเรื่องหนึ่ง ความผิดทางธรรมเป็นเรื่องหนึ่ง สมมติว่าพระอยู่กับสีกา ถือเป็นความผิดทางธรรม แต่ไม่ผิดทางโลก ส่วนการจะสึกนั้นทางกฎหมายบังคับให้สละสมณเพศ แต่จะด้วยความสมัครใจหรือไม่สมัครใจหรือไม่ ต้องไปว่ากันภายหลัง เมื่อคดีทางโลกจบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องสมณศักดิ์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทาน และสามารถเรียกกลับคืนได้ เรียกว่าถอดถอนสมณศักดิ์ ซึ่งพระบางรูปอาจเจอทุกเรื่อง ยกตัวอย่างพระพิมลธรรม อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กรุงเทพฯ ซึ่งถูกข้อกล่าวหาเสพเมถุน ต่อมากลับมาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ก็โดนทั้งให้สละสมณเพศ ถอดจากสมณศักดิ์ และถูกดำเนินคดีอาญา แต่เมื่อศาลทหารตัดสินว่าไม่ผิด ทุกอย่างก็กลับคืนมาสามารถกลับไปนุ่งครองผ้าเหลืองตามเดิม เนื่องจากยังไม่ได้เปล่งวาจาว่าสึก เมื่อเดินเข้าไปกราบพระในแต่ละวัด แล้วสมเด็จพระวัดต่างๆ รับไหว้ แสดงว่ายังคงยอมรับว่าเป็นพระ จนต่อมาได้ขอพระราชทานสมณศักดิ์คืน เป็นต้น&amp;quot; รองนายกฯกล่าว
ลุยคดีเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เดินทางเข้าพบนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล พศ. เพื่อรายงานการทำงานของ พศ. และความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวนเรื่องการทุจริตเงินทอนวัด ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า กรณีพระผู้ใหญ่ถูกดำเนินคดีเรื่องเงินทอนวัด ซึ่งกระทบศรัทธาของประชาชน ทาง พศ.จะทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องคดีว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะประชุมเรื่องทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 3 ได้ประสานขอข้อมูลจาก พศ.หรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ถ้าขอมาจะให้ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีหนังสือจาก ป.ป.ช.เพื่อขอพยานหลักฐานมาเป็นประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการดำเนินคดีพระผู้ใหญ่ในขณะนี้ ไม่สะดวกที่จะตอบ&amp;quot; ผอ.พศ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุวพันธุ์กล่าวว่า ได้เชิญ ผอ.พศ.มาเพื่อหารือเรื่องคดีเงินทอนวัดที่ดำเนินการไปแล้วในล็อตที่ 1-3 ส่วนล็อตที่ 4 ยังไม่ได้คุยกัน ตอนนี้หลักการที่ให้ไปคือ ให้ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปดำเนินการตามหลักฐาน และอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ส่วน พศ.ให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้าราชการที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับ พศ.ในเรื่องของการใช้งบประมาณในปี 2561 ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ ซึ่งหลักเกณฑ์เดิมถือว่าดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจำเป็นหรือเห็นว่ามีจุดอ่อนก็ขอให้พิจารณาดู เพื่อให้มันรัดกุมเพิ่มมากขึ้น&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณี บก.ปปป.ตร.ส่งสำนวนการสอบสวนคดีเงินทอนวัด 4 คดี ให้สำนักงาน ป.ป.ช.ดำเนินการว่า ที่ประชุมเห็นว่า ปปป.ได้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาบางรายในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีมูลฐานจากคดีความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาบางรายไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ป.ป.ช.จึงมีมติส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป และส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาพิจารณาดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความเป็นอยู่ของอดีตพระทั้ง 5 ราย ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า การดูแลของผู้ต้องขังระหว่างนี้กิจกรรมจะไม่เข้มข้นเท่าผู้ต้องขังเด็ดขาด เพราะว่าเขาจะต้องต่อสู้คดี แม้ว่าหลายคนจะถอดผ้าเหลืองแล้ว แต่ก็ยังอยากถือศีล ไม่รับประทานอาหารเย็น เราก็อนุโลมตามที่สมควร เฉพาะที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อระเบียบปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่น ชาวมุสลิมที่อยู่ในเรือนจำ ช่วงนี้เป็นช่วงรอมฎอนถือศีลอด เราก็อนุโลมให้ปฏิบัติศาสนกิจได้ตามสมควร บางคนนุ่งโสร่ง สวมหมวก และต้องทำละหมาด เพราะฉะนั้นทุกศาสนาก็ดีทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนสมณศักดิ์ 7 พระเถระ, บก.ป., พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน), พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด วงศ์ชะอุ่ม), พระราชอุปเสนาภรณ์ (สังคม สังฆะพัฒน์), พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คำมา), พระอรรถกิจโสภณ(สมทรง อรรถกฤษณ์), พระเทพวิสุทธิโมลี (พรหมา สปฺปญฺโญ), พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, ฟอกเงิน, มส., ยักยอกทรัพย์, ราชกิจจานุเบกษา, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ), สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตโต), สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, สิปป์บวร แก้วงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0eaeff5b259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก!กราวรูดแก๊งแชร์ลอตเตอรี่ตุ๋น13สหกรณ์-สั่งคืนเงินกว่าพันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 61 -&amp;nbsp; ที่ห้องพิจารณาคดี 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก&amp;nbsp;ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีแชร์ลอตเตอรี่ รวม 6 สำนวน ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ เป็นโจทก์ฟ้อง บริษัทเทวาสิทธิพิฆเนศ&amp;nbsp;จำกัด และบริษัทอื่นๆ โดยมีจำเลย 55 ราย ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ยักยอกและฟอกเงิน โดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ รวม 13 สหกรณ์เป็นผู้เสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า จำเลยทั้ง 55 ที่เป็นนิติบุคคล กรรมการผู้มีอำนาจ ประธานกรรมการสหกรณ์ กรรมการสหกรณ์และผู้จัดการสหกรณ์ต่างๆ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยหลอกลวงให้สหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ และสมาชิกเข้าทำสัญญาโครงการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลจากบริษัท เกียรติโสภา มาร์เก็ตติ้ง จำกัด, บริษัทเทวาสิทธิพิฆเนศ&amp;nbsp;จำกัด ของนายศรีสุข รุ่งวิสัย อดีตวุฒิสมาชิก (ส.ว.) และบริษัท จัมโบ้ ซัพพลาย แอนด์ เซอร์วิส จำกัด มาจำหน่ายแก่สมาชิกของสหกรณ์โดยระดมเงินเข้าร่วมโครงการ แต่บริษัทดังกล่าวไม่สามารถส่งมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลให้สหกรณ์ทุกแห่งได้ในเวลาเดียวกัน จึงใช้วิธีหมุนเวียนสลาก จากการกว้านซื้อไปขายต่อหรือให้สหกรณ์ทำสัญญาซื้อขายกับตนแล้ว ผู้ขายใช้วิธีรับสลากกินแบ่งรัฐบาลที่สหกรณ์ต่างๆ ซื้อไปบริหารจัดการและจำหน่ายกันเอง โดยให้เงินปันผลกำไรสหกรณ์เป็นงวดๆ แต่บริษัทไม่สามารถจ่ายเงินให้สหกรณ์ต่างๆ ได้ตามที่ตกลงกันได้ จนเกิดความเสียหายในวงกว้าง จำเลยทั้ง 55 ราย ให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างการพิจารณา มีจำเลยหลบหนี&amp;nbsp;1 ราย และมีจำเลย 2 รายถึงแก่ความตาย&amp;nbsp;ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย 33 ราย ในฐานความผิดต่างกัน อาทิ ฉ้อโกงประชาชน ยักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน โดยให้จำคุกจำเลยตั้งแต่ 2 ปี 3 เดือน จนถึงจำคุก 11 ปี 3 เดือน&amp;nbsp;และลงโทษปรับจำเลยที่เป็นนิติบุคคล (บริษัท) ยกฟ้องจำเลย 18 ราย และให้จำเลยที่มีความผิดชดใช้เงินคืนแก่สหกรณ์ผู้เสียหายจำนวนแตกต่างกัน รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,049,830,320.54 บาท และได้ออกคำบังคับตามคำพิพากษาแก่จำเลยแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อรายงานว่า คดีนี้ศาลใช้ระบบพิจารณาคดีต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.2560 เป็นต้นมา และเสร็จสิ้นการพิจารณาเมื่อ ก.พ.2561 มีการสืบพยานโจทก์และโจทก์ร่วมรวม 53 ปาก สืบพยานจำเลย 56 ปากจนแล้วเสร็จและมีคำพิพากษาในวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกง, บริษัทเทวาสิทธิพิฆเนศ จำกัด, ฟอกเงิน, ยักยอกทรัพย์, แชร์ลอตเตอรี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6969a7391c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
