<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกค้าเฮ!! แบงก์รัฐลงมติไม่ขยับขึ้นดอกเบี้ยฝาก-กู้ ชี้สภาพคล่องยังมีสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค.2562 &amp;nbsp; นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า การประชุมผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ครั้งล่าสุดมีความเห็นว่าสภาพคล่องในระบบยังสูงอยู่ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงมีมติยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีการประชุมพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหลังการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ช่วงเดือนก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาธนาคารได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท 3 เดือน 6 เดือน 12เดือน 24 เดือน และ 36 เดือน ไปเป็นแห่งแรกแล้ว ที่ระดับ 0.25% &amp;nbsp;เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนลูกค้าผู้ฝากเงิน ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นในช่วงนี้ โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อยเพราะต้องการดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ธนาคารจะยังคงดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ต่อไปอีกระยะ และไม่มีการปรับเงินงวดขึ้น เพื่อไม่กระทบต่อการผ่อนชำระของประชาชนซึ่งปัจจุบันมีลูกค้ากู้สินเชื่อกับธนาคารกว่า 1 ล้านราย &amp;nbsp;แต่อนาคตหากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก ก็จะมีการพิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธอส.จะดำเนินการตามนโยบายรัฐในการตรึงอัตราดอกเบี้ยไม่ให้กระทบกับผู้กู้รายได้น้อย ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้นโยบายไม่ต้องเน้นในการทำกำไรสูงสุด ให้ดำเนินการตามตัวชี้วัด (เคพีไอ) และเอาส่วนต่างกำไรจากดอกเบี้ยมาช่วยตรึงดอกเบี้ยให้กับลูกค้า&amp;rdquo; นายฉัตรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2562 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางปรับขึ้น อีกทั้งยังมีผลกระทบจากมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยคาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาที่ธนาคารมากขึ้น ซึ่ง ธอส.อยู่ระหว่างปรับปรุงระบบไอทีเพื่อรองรับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อใหม่ของธปท. และทำความเข้าใจกับประชาชนถึงเกณฑ์การปล่อยกู้ที่รัดกุมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสากิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ธพว. จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้อย่างน้อยไปถึงสิ้นเดือน ก.พ. 2562 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 1 แสนรายให้ปรับตัวได้ เนื่องจากในธุรกิจขนาดเล็กหากขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้แล้วจะกระทบกับต้นทุนและการดำเนินงานอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มเสียดอกเบี้ยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีแบงก์อยู่ที่ 5%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., ธอส., ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย, ออมสิน, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb054651af15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>   ธปท.เสียงอ่อยขึ้นดอกเบี้ย แจงขอพิจารณาข้อมูลละเอียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. วอนอย่าเข้าใจผิดไทยจ่อขยับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเหมือนเฟด แจงมีการพิจารณาข้อมูลแต่ละช่วงเวลาก่อนตัดสินใจ มองระยะปานกลางนโยบายการเงินยังต้องอยู่ในระดับผ่อนคลายต่อเนื่อง พร้อมระบุเฟดขยับดอกเบี้ยอีกรอบ ไม่กระทบตลาดเงินตลาดทุนโลกรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ระบุว่า นโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนปรนต่อไป แต่การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับปัจจุบัน จะทยอยลดความจำเป็นลงนั้น การสื่อความหมายดังกล่าวไม่ได้หมายความว่านโยบายการเงินจะเปลี่ยนทิศทางจากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายไปเป็นนโยบายการเงินแบบตึงตัว โดยยังเชื่อว่าในระยะปานกลางยังมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อย่าไปเข้าใจผิดว่าถ้าปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้วจะต้องปรับขึ้นตลอดไปเรื่อย ๆ เหมือนกรณีเฟด แต่ของเราใช้หลัก Data Dependent คือประเมินในแต่ละช่วงเวลาของการตัดสินใจ ดังนั้นไม่ได้หมายความว่าเมื่อปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแล้วจะมีการเปลี่ยนแนวนโยบายจากผ่อนคลายไปเป็นนโยบายแบบตึงตัว และในระยะปานกลางก็ยังมองว่านโยบายการเงินยังต้องอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าดูคำแถลงของ กนง.ในการประชุมล่าสุด จะเห็นว่ามีกรรมการ 2 คนให้ขึ้นดอกเบี้ย แต่กรรมการทั้งหมดยังเห็นตรงกันว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ยังจำเป็นสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เพียงแต่กรรมการ 2 คนเห็นว่าการผ่อนคลายที่มากเป็นพิเศษนั้นอาจมีความจำเป็นน้อยลง และเศรษฐกิจไทยก็มีความเข้มแข็งมากขึ้นแล้ว รองรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ แต่เมื่อมองในระยะยาว ยังเชื่อว่าเรายังมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย&amp;rdquo; นายวิรไท กล่าว
&amp;ldquo;ความเสี่ยงด้านหนึ่งที่ธนาคารกลางทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้น คือ ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งเป็นผลจากอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน ทำให้คนประเมินความเสี่ยงทางการเงินต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และมีพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยไม่เข้าใจความเสี่ยงอย่างแท้จริง นี่จึงทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพระบบการเงินมากขึ้น เพราะเสถียรภาพของเงินเฟ้อไม่ได้เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจในระยะยาวเหมือนแต่เดิม&amp;rdquo; นายวิรไท กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราเงินเฟ้อในปีนี้และปี 2562 คาดว่าจะอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-4% โดยมองว่ายังเป็นกรอบที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ในภาวะที่ต้องเผชิญกับความท้าทายที่หลากหลายมากขึ้นนั้น ธนาคารกลางทั่วโลกยังต้องให้ความสำคัญกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ เพียงแต่เป็นกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นการขยายช่วงของเงินเฟ้อให้กว้างขึ้น หรืออาจเป็นการขยายระยะเวลาให้ยาวขึ้นในการกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ มองในระยะปานกลางมากขึ้นกว่าที่จะมองเป็นรายปี แต่ประเด็นที่สำคัญมากกว่านั้นคือ การนำเรื่องเสถียรภาพระบบการเงินเข้ามาเป็นอีกปัจจัยในการวางกรอบนโยบายการเงินอย่างมีระบบ ซึ่งมีหลายแนวคิดที่ขณะนี้ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาเช่นเดียวกับที่ ธปท.กำลังศึกษา เพื่อจะรวบรวมปัจจัยเรื่องเสถียรภาพการเงินเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธปท. พร้อมเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายรอบด้านในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยทุกครั้งที่ผ่านมาจะมีกระบวนการเก็บข้อมูลจากฐานราก ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ ตลอดจนนักวิเคราะห์ และนักวิชาการต่าง ๆ ส่วนประเด็นเรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่ กนง. แสดงความเป็นห่วงมาอย่างต่อเนื่องในระยะหลังนั้น ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่า ธปท. จะหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะออกนโยบายใดๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18378</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายการเงิน, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย, วิรไท สันติประภพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8cbdef87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
