<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำนันดังเมืองขอนแก่นร้องถูกยัดยาบ้า แฉปมขัดแย้งกับชุดจับกุมพัวพันตัดไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศูนย์ดำรงธรรม ชั้น 1 ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายพิไชย&amp;nbsp;ธรแสน กำนัน ต.บ้านโคก อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น ได้แต่งเครื่องแบบกำนันเต็มยศ เดินทางเจ้ายื่นหนังสือเพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับตนเองและครอบครัว หลังถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยาเสพติดของฝ่ายปกครอง จ.ขอนแก่น และกำลัง อส.เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักส่วนตัว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าพบยาบ้า 45 เม็ดซุกซ่อนไว้ภายในบ้านทั้งที่ก่อนหน้านี้มีการตรวจค้นแล้วถึง 3 ครั้งในจุดเดียวกันแต่ไม่พบ สร้างความสงสัยให้กับตนเองและครอบครัวอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงของการเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมนั้น นายพิไชย พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 30 คนที่มาให้กำลังใจได้ยืนอ่านหนังสือร้องเรียนดังกล่าวให้กับผู้ที่มาติดต่อราชการได้รับทราบด้วยโดยมีนายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น ได้เข้ามารับเรื่องพร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารหลักฐานการร้องเรียนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิไชย ธรแสน อายุ 59 ปี กำนัน ต.บ้านโคก อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ในขณะนั้นครอบครัวยังคงพักผ่อนอยู่ในบ้านพัก ได้มีผู้ช่วยป้องกันจังหวัดขอนแก่น พร้อมกำลัง อส. 3 นาย แสดงบัตรประจำตัว ปปส.เพื่อขอตรวจค้นยาเสพติดภายในบ้านพัก ซึ่งตนเองในฐานะผู้นำชุมชนก็แสดงความบริสุทธิ์พาเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านพักทุกซอกทุกมุม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางกลับนั้นได้ชวนหัวหน้าชุดฯและกำลัง อส. นั่งทานกาแฟ และขนม อยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน โดยมีเพียงลูกสะใภ้เลี้ยงลูกอยู่ภายในบ้านเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในระหว่างที่กำลังนั่งพูดคุยกันนั้นลูกสะใภ้ได้ตะโกนเรียกว่ามีเจ้าหน้าที่ อส.เดินเข้ามาในบ้านโดยพลการ&amp;nbsp;โดยที่ขณะนั้นตนเองและภรรยาไม่ทราบเรื่อง จึงรีบเดินเข้ามาในบ้าน ก่อนที่ อส.คนหนึ่งจะแจ้งว่าพบยาบ้า 45 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ จึงทำให้เชื่อว่าผิดสังเกตอย่างมากกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ อีกทั้งในจุดดังกล่าวตรวจค้นมาแล้ว 3 รอบก็ไม่พบอะไร จึงเชื่อว่าครอบครัวถูกเจ้าหน้าที่ปกครองที่นำโดยผู้ช่วยป้องกันจังหวัดนั้นยัดยาบ้าอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นผู้ใหญ่บ้านมา 30 ปี วันนี้ดำรงตำแหน่งกำนัน ต.บ้านโคก โดยในเดือน มิ.ย.25602 ก็จะครบวาระแล้ว ที่ผ่านมาผมและครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดใดๆมาตลอดทั้งชีวิต แต่ทำไมชุดจับกุมต้องมาทำกันอย่างนี้ วันนี้จึงเดินทางเข้ามาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น เพื่อวิงวอนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแกนนั้นเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และทำความจริงให้ปรากฎ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เขาบอกว่า ในเรื่องของคดีความนั้นขณะนี้ตนและภรรยาที่ถูกผู้ช่วยป้องกันจังหวัดตั้งข้อกล่าวหานั้นอยู่ในระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งครอบครัวและญาติพี่น้องได้นำที่ดินเป็นหลักทรัพย์รวม 1,300,000 บาท มาเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัว ทั้งนี้การจับกุมดังกล่าวครอบครัวเชื่อมั่นว่าเป็นปมขัดแย้งที่ชาวบ้านนั้นมีกับผู้ช่วยจ่าจังหวัดขอนแก่น เพราะเมื่อเดือน ธ.ค.2560 ผู้ช่วยจ่าจังหวัดขอนแก่น ขณะนั้นดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอที่ อ.โคกโพธิ์ไชย และมีส่วนพัวพันกับการตัดไม้ในพื้นที่บริเวณบ้านพักและด้านหลังที่ว่าการอำเภอๆไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งครั้งนั้นชาวบ้านทราบเรื่องและได้มาแจ้งให้กับตนได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำนัน ต.บ้านโคก กล่าวต่ออีกว่า เมื่อชาวบ้านมาแจ้งเรื่องถึงพฤติกรรมของปลัดอำเภอดังกล่าว ตนเองในฐานะผู้นำชุมชน จึงได้สอบถามข้อเท็จจริงและมีการทำเรื่องเพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของปลัดอำเภอคนดังกล่าว โดยทำเรื่องผ่านนายอำเภอโคกโพธิ์ไชยและ ผู้ว่าราชการจังหวัด จนทำให้ปลัดอำเภอคนดังกล่าวย้ายออกนอกพื้นที่ไปและวันนี้ได้ย้ายมารับตำแหน่งผู้ช่วยจ่าจังหวัด และได้นำกำลัง อส.ไปตรวจค้นบ้านพักของตนเองและมาระบุว่าพบยาบ้าภายในบ้านดังกล่าว ซึ่งเมื่อขณะนี้ตนเองประกันตัวออกมาได้แล้วจึงขอสู้คดีให้ถึงที่สุดเพราะยืนยันถึงความบริสุทธิ์ให้กับตนเองและครอบครัว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอยากให้ผู้บังคับบัญชาสูสุดระดับจังหวัดคือ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23979</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันร้องทุกข์, ขอนแก่น, นายพิไชย ธรแสน, ยัดยาบ้า, ศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181211/image_mid_5c0f5caabacc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนองคำสั่งผบ.ตร.!เด้งตำรวจสืบ 1 ยัดยาบ้ารีดเงินพ่อค้าส้มตำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61- &amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี พ่อค้าส้มตำ ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ยัดยาบ้า เรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท ว่า ได้รับแจ้งจาก สน.พญาไท ว่า ด้วยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 13.00 น. นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร อายุ 49 ปี ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.พญาไทย ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ซึ่งอ้างว่าได้เรียกรับเงินสินบนจากตนเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท ไปนั้น &amp;nbsp;โดยประกอบไปด้วยนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 3 นาย ชั้นประทวนจำนวน 4 นาย รวม 7 นั้น ในความผิดฐาน &amp;nbsp;&amp;ldquo;ร่วมกันกรรโชกทรัพย์และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดนั้น&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ทาง สน.พญาไท นั้นได้รับคำร้องทุกข์ตามคดีอาญาไว้แล้วและอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะได้ดำเนินคดี กับทั้งได้รายงานเรื่องให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล 1 ทราบ และได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง กับทั้งได้มีคำสั่งให้กลุ่มข้าราชการตำรวจที่ถูกกกล่าวหานั้น มาปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยขาดจากหน้าที่เดิมตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า ยังกล่าวต่ออีกว่า ในกรณีดังกล่าวการกระทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องของความประพฤติส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กรแต่อย่างใด ยืนยันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่มีการปกป้องข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งพนักงานสอบสวนและคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ตามกรอบกฎหมาย และระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปยุ่งเกี่ยว เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต เป็นธรรม ให้บริการประชาชนด้วยใจ เสมือนเป็นคนในครอบครัว นึกถึงความเดือดร้อน หรือปัญหาต่างๆที่ประชาชนมาขอความช่วยเหลือเป็นสำคัญ คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชา คอยสอดส่องดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17288</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ่อค้าส้มตำ, ยัดยาบ้า, รองโฆษก ตร., รีดไถ, สน.พญาไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5aba6f1dd09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2018 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2018 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเลื่อนอ่านฎีกาคดีดัง11ตำรวจอุ้มหญิงยัดยาบ้า หลังจำเลย 10 กลับคำให้การยอมรับสารภาพ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา&amp;nbsp;709&amp;nbsp;ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.830/2549&amp;nbsp;ที่นางกรองกาญจน์ ถิ่นอ่อน อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.สมิง รอดรัตษะ อดีต สว.สส.สน.พญาไท (ปัจจุบันยศ พ.ต.อ.),&amp;nbsp;ร.ต.อ.พรรณศักดิ์ วรบูลย์สวัสดิ์ อดีต รอง สว.สส.สน.พญาไท (ปัจจุบันยศ พ.ต.ท.),&amp;nbsp;ร.ต.อ.กิตติพงษ์ สิมมาลี,&amp;nbsp;ด.ต.ภิญโญ แสงทิพย์,&amp;nbsp;ด.ต.อภิทักษ์ แก้วเกลื่อน,&amp;nbsp;ด.ต.อวยชัย ทับสุรีย์,&amp;nbsp;จ.ส.ต.บุญเรือง บุตรวงศ์,&amp;nbsp;จ.ส.ต.รุ่ง ทิพย์ขำ,&amp;nbsp;จ.ส.ต.หญิง ศศิธร ทับสุรีย์,&amp;nbsp;จ.ส.ต.วันเผด็จ แท่นรัตน์ และ ส.ต.ท.สุธรรม แย้มช่วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท (ยศและตำแหน่งขณะเกิดฟ้องปี2549) เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-11&amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ เพื่อให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่น&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับรองหลักฐานฯ อันเป็นเท็จ,&amp;nbsp;ผู้ใดแจ้งข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่อัยการ&amp;nbsp;ผู้ว่าคดีฯ,&amp;nbsp;ผู้ใดขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต เสรีภาพ ทรัพย์สินฯ และผู้ใดหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นทำให้ปราศจากเสรีภาพฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;157, 162, 172, 309, 310&amp;nbsp;ทวิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;2548&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;1-11&amp;nbsp;ร่วมกันแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนางกรองกาญจน์ โจทก์โดยไม่มีหมายจับของศาล และใช้กำลังและอาวุธบังคับขืนใจโจทก์ให้ขึ้นรถยนต์ไปกับพวกจำเลย&amp;nbsp;ซึ่งระหว่างนั้นใช้ถุงดำคลุมศีรษะและรัดคอโจทก์ไว้เพื่อข่มขู่ให้โจทก์รับสารภาพคดีมียาบ้าจำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เม็ด&amp;nbsp;ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งโจทก์ได้ปฏิเสธ&amp;nbsp;แต่จำเลยไม่ยอมปล่อยตัวและไม่นำส่งพนักงานสอบสวนหรือพาไปยังสถานีตำรวจ กลับให้โจทก์พาไปโกดังของโจทก์เพื่อตรวจค้น แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แล้วจำเลยกับพวกกลับร่วมกันทำเอกสารการจับกุมและเอกสารอื่นๆ อันเป็นเท็จโดยบังคับให้โจทก์ลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวได้จัดพิมพ์ไว้แล้วซึ่งมีข้อความว่ารับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ พ.ต.อ.สมิง พร้อมพวกจำเลยซึ่งได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์เดินทางมาศาล ส่วนตัวโจทก์ไม่มาศาล โดยพวกจำเลยได้พยายามหลบเลี่ยงผู้สื่อข่าวที่มารอถ่ายภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;9.35&amp;nbsp;น. ศาลมีคำสั่งเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เนื่องจาก จ.ส.ต.วันเผด็จ แท่นรัตน์ จำเลยที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ยื่นคำร้องขอกลับคำให้การเป็นรับสารภาพและขอให้ศาลลงโทษสถานเบา สอบถามคู่ความแล้วไม่คัดค้าน ศาลพิจารณาแล้วอาจมีคำวินิจฉัยใหม่แก่จำเลยที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จึงส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่กำหนดวันนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในครั้งต่อไป เนื่องจากต้องรอให้ศาลฎีกาพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องเป็นลำดับขั้นตอน หากไม่เป็นความจริงก็ยากที่จะปั้นแต่งเรื่องขึ้นเอง และยังสอดคล้องกับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึง ผบ.ตร. ลงฉบับวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;2548&amp;nbsp;ด้วย จึงฟังได้ว่า จำเลยที่1, 2, 7, 8, 10, 11&amp;nbsp;ทำผิดตามฟ้อง จึงให้ลงโทษฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ที่เป็นบทหนักสุด จำคุกคนละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;6, 9&amp;nbsp;ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติฯโดยมิชอบ และเจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จ ที่เป็นบทหนักสุดจำคุกคนละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี โดยให้ยกฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;3, 4, 5&amp;nbsp;ต่อมาจำเลยที่&amp;nbsp;1, 2, 6, 7, 8, 9, 10, 11&amp;nbsp;ยื่นอุทธรณ์ กระทั่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ส.ค.&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;พิพากษาแก้เป็นให้ลดโทษ จำเลยที่&amp;nbsp;1, 2, 7, 10&amp;nbsp;เหลือจำคุกคนละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และจำคุกจำเลยที่8, 11&amp;nbsp;เหลือคนละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี และให้ยกฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;6, 9&amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;3, 4, 5, 6&amp;nbsp;ก็พิพากษายืนให้ยกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับครั้งนี้ถือเป็นการเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หลังจากนัดอ่านครั้งแรกเมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เนื่องจาก พ.ต.อ.สมิง จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ จ.ส.ต.หญิง ศศิธร จำเลยที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ไม่มาศาลในวันดังกล่าว โดยยื่นใบรับรองแพทย์ อ้างเหตุป่วยนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8993</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองกาญจน์ ถิ่นอ่อน, ยัดยาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72e9796fa13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
