<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9 ผู้เสียหายร้อง &#039;ผบ.ตร.&#039; ถูกตำรวจสภ.คลองด่าน ยัดยา-อุ้มรีดทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;นายอัจฉริยะ&amp;nbsp;เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นำผู้เสียหายที่ถูกตำรวจสภ.คลองด่าน ยัดข้อหายาเสพติด ทำร้ายร่างกาย ก่อนจะอุ้ม รีดปล้นเงินและทรัพย์สิน ซึ่งมีผู้เสียหาย 9 ราย ร้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนและเอาผิดเจ้าหน้าที่ตพรวจและผู้บังคับบัญชา โดยมี พ.ต.อ.ดุสกร ยุวนากร รอง ผบก.การวินัย ในฐานะเวรอำนวยการเป็นผู้รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ลูกของผู้เสียหายจำนวน 3 คน อายุ 9-14 ปี ได้เล่าว่า เมื่อประมาณกลางปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ขณะพ่อกับแม่พานั่งรถไปกินข้าว แต่กลับมีชายฉกรรจ์อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7-8 นาย เข้ามาจับพ่อกับแม่พร้อมใส่กุญแจตรงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ส.ภ คลองด่าน ก่อนนำตัวไปทำร้ายร่างกายที่สนามฟุตบอลแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ได้นำพ่อกับแม่ไปรีสอร์ทแห่งหนึ่ง โดยนำถุงดำมาคลุมหัวไว้ก่อนจะซ้อมทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งพ่อกับแม่ยินยอมจ่ายเงิน เป็นจำนวน 50,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ&amp;nbsp;และรถยนต์ 1 คัน ให้กับกลุ่มตำรวจเพื่อแลกกับการปล่อยตัว โดยหลังจากกลุ่มตำรวจได้รับเงินแล้ว ได้นำทั้งครอบครัวมาปล่อยทิ้งไว้ที่ ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในย่านบางนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้เสียหายอีกคดี เป็นพ่อค้าขายลูกปลากระพง ในพื้นที่อำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยเหตุเกิดมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย กล่าวหาว่าจำหน่ายยาบ้า จำนวน 700-800 เม็ด ขณะนั่งดื่มสังสรรค์ภายในบ้านพักของนายหมึง ซึ่งเป็นเพื่อนที่ตำรวจอ้างว่า ค้นพบยาเสพติดภายในบ้านหลังนี้ ก่อนจะนำตัวเสียหายทั้งกลุ่มมาสอบปากคำที่สภ.คลองด่าน พร้อมกับบังคับให้เซ็นเอกสาร และเจรจาให้นำเงินสดจำนวน200,000 บาท มาแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี&amp;nbsp; ด้วยความกลัวกลุ่มผู้เสียหายจึงยินยอมและติดต่อให้เพื่อนนำเงินสดมาให้ เมื่อได้รับเงินตามที่เจรจากลุ่มตำรวจจึงปล่อยตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การร้องเรียนในคดีดังกล่าว ต้องการ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ลงโทษ ผกก.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองด่านที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ที่ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ใช้สถานที่ภายในโรงพักเพื่อกระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ได้ยื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองด่าน จว.สมุทรปราการ จำนวน 2 ราย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ สืบเนื่องจากผู้ถูกพาดพิงกล่าวหา ได้มีการจับกุม ผู้เสียหาย ในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดแล้วพามาที่ห้องสืบสวน สภ.คลองด่าน จากนั้นได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายและบังคับให้จ่ายเงิน 200,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 63 พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น หากแต่ทางผู้ร้องและผู้เสียหาย ไม่ยอมมาพบและให้การในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากอ้างว่า ไม่ไว้วางใจคณะกรรมการระดับ ภ.จว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 จึงได้มีคำสั่งระดับกองบัญชาการ หรือ ระดับภาค ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น โดยให้ดำเนินการ แล้วเสร็จภายใน 15 วัน พร้อมทั้งให้ทาง ภ.จว.สมุทรปราการ ยกเลิกคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับ ภ.จว. ซึ่งต้องขอความร่วมมือทางผู้ร้องและผู้เสียหาย เข้ามาให้ข้อมูล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น โดยยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทางผู้เสียหาย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำความผิดจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า สำหรับในวันนี้ (30 เม.ย.63) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม พร้อมผู้เสียหาย ได้มายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองด่าน ภ.จว.สมุทรปราการ กับพวกรวม 6 นาย ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันข่มขืนใจ, กักขังหน่วงเหนี่ยวและร่วมกันปล้นทรัพย์&amp;ldquo; และ&amp;nbsp; กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองด่าน ภ.จว.สมุทรปราการ กับพวกรวม 8 นาย ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันข่มขืนใจ, กักขังหน่วงเหนี่ยวและร่วมกันปล้นทรัพย์&amp;ldquo; ซึ่งได้รับเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษไว้แล้ว โดยจะเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ร้องและผู้เสียหาย ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานทางคดีต่างๆ รวมทั้งสอบปากคำผู้เสียหายและพยาน เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยและให้ความกระจ่างแก่สังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เร่งดำเนินการ สืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ในการ พิสูจน์ข้อเท็จจริงและคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้การกระทำความผิดตามที่กล่าวหาจริง จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ประกอบกับให้พิจารณาตั้งกรรมการกับผู้บังคับบัญชา ตามลำดับชั้น ตามนัยคำสั่ง 1212/2537 กรณีปล่อยปะละเลยไม่กวดขันความประพฤติและวินัยของผู้ใต้บังคับบัญชาจนเกิดข้อบกพร่อง เสียหาย เพื่อที่จะไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและเสียกำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ ทั้ง ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยัดยาเสพติด, สภ.คลองด่าน, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaa6e27c2230.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เบนซ์ เรซซิ่ง’แก้ข่าวทนายที่โกงไม่ใช่‘สิทธิโชค’ พร้อมเล่าชีวิตในคุก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่มีข่าวว่า &amp;quot;เบนซ์ เรซซิ่ง&amp;quot; หรือ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช อดีตสามี แพท-ณปภา ตันตระกูล โดนทนายข่มขู่จะยัดยา และเกิดมีข่าวบางสำนักนำรูปเก่ามาเล่น ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทนายสิทธิโชค ตรีเนตร ล่าสุดหนุ่มเบนซ์จึงขอมาแก้ข่าวผ่านรายการ &amp;quot;เคลียร์ให้จบ&amp;quot; ทางช่อง New18 วันนี้ (29 มีนาคม) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ตั้งแต่ออกมาก็อยู่เงียบๆ ไม่อยากเป็นข่าวบนสื่อเท่าไหร่ แต่พอมีเรื่องราวนี้เกิดขึ้น ก็คิดว่าเราควรออกมาพูดอะไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวผมเองและครอบครัว ถูกโทรมาข่มขู่ เรื่องราวเกิดจากการฟ้องร้องทนายความที่เราเคยว่าจ้างและเกิดการโกงเงินไป เราไม่รู้เขาคิดทำจริงหรือไม่จริงแต่เพื่อความปลอดภัย เราป้องกันตัวเองไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนมีคดีความก่อนหน้านี้ ผมต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำรอพิจารณาคดี พออยู่ข้างในการดำเนินการทำอะไรมันค่อนข้างลำบาก ในการเตรียมหาหลักฐานต่อสู้คดี ในการเตรียมเอกสารใดๆ ยังดีที่มีครอบครัวช่วยดำเนินการให้ เราก็หวังว่าถ้าเราได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็จะเป็นการดี เราจะได้มาเตรียมหลักฐานในการต่อสู้คดี เราก็ยื่นคำร้องมาโดยตลอด แต่ศาลไม่อนุญาต เพราะอัตราโทษสูง ศาลกลัวจะหลบหนีคดี ผมก็เข้าใจในจุดนี้ดี เพราะมีคนจำนวนมากที่หนีเหมือนกัน ทางผมก็บริสุทธิ์ใจมาโดยตลอด เราต่อสู้มาตลอด แต่เรามีความหวังว่าถ้าเราได้ออกมาจะเตรียมหลักฐานได้ง่ายกว่า เพราะเรื่องเอกสาร บัญชีมีเราคนเดียวที่รู้ทั้งหมดว่ายอดไหนคือค่าอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทนายคนนี้มีคนแนะนำมาอีกที ตอนแรกมีทนายว่าความให้อยู่แล้ว คนนี้มาเสนอว่าจะมาทำคดีให้และจะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวให้ ตอนนั้นเราก็ค่อนข้างมีความหวัง มีทนายเข้ามาหาเป็น 10-20 คน แต่ด้วยทนายคนนี้ดูแล้วน่าเชื่อถือ มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกลงกันที่ 3.1 ล้าน ที่ดูว่าเยอะ เพราะว่าในการขอประกันตัวครั้งแรก เรายื่นไปแล้ว 3 ล้าน ครั้งต่อๆไปก็ไม่ควรน้อยไปกว่าเดิม หลายคนอาจตกใจว่าทำไมถึงกล้าจ้างในราคาสูง ราคาอาจรวมหลักทรัพย์ในการประกันตัวด้วย ในสัญญาตกลงกันไว้ว่าถ้าทำไม่ได้ตามวันที่กำหนด ต้องคืนเงิน 3 ล้านบาททันที 1 แสนคือค่าดำเนินการ เขาทำไม่ได้และไม่คืน เขาก็อ้างว่าเราไปแทรกแซงการทำงานของเขาและมีการฟ้องกลับเราอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาเป็นทนายจริง แต่ ณ ปัจจุบันเขาโดนสภาทนายความถอนใบอนุญาตทนายไปแล้ว ไม่ใช่เพราะเราไปยื่นฟ้อง เคสก่อนหน้าผมอีก เราก็ยื่นไปที่สภาทนายความว่าเขาทำผิดเรื่องที่ตกลงกันไว้ สภาทนายความก็บอกว่าเขาโดนถอนไปแล้วก่อนเคสเราอีก ก็แสดงว่าเขาเคยทำแบบนี้ก่อนหน้าเรามาก่อน เขาไม่คืนเงิน เงียบหายไปและติดต่อไม่ได้ นานแล้วครับก่อนผมจะออกมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าลำดับเหตุการณ์จริงๆ ส่วนที่เขาโกงเงินส่วนนี้ไป เรามีการฟ้องศาลแพ่งว่าผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ จนศาลแพ่งมีคำสั่งว่าให้ชดใช้ในส่วนนี้ แต่เขาก็นิ่งเฉยไม่ชดใช้อะไร ศาลแพ่งให้เขาชดใช้ 3 ล้านพร้อมดอกเบี้ย แต่ระหว่างฟ้องศาลแพ่งเขาก็มาฟ้องกลับทางคุณแม่ว่าเราไปฟ้องเท็จเขา เอาเอกสารใดๆมาฟ้องจนทำให้เขาได้รับโทษเสื่อมเสียชื่อเสียงว่าเขาไปโกง แต่ศาลพิจารณาแล้วยกคำร้องว่าไม่มีมูล เราก็ฟ้องกลับเขาฟ้องเท็จเหมือนกัน ถ้าศาลเชื่อว่าทางคุณแม่ฟ้องเท็จก็มีโทษเหมือนกัน เราก็เลยฟ้องเท็จกลับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แพท-เบนซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาโทรหาคุณแม่ บอกว่าให้ไปถอนฟ้องซะ เพราะพรุ่งนี้ต้องไปขึ้นศาลแล้ว ศาลจะไต่สวนมูลฟ้อง เขาบอกให้ไปถอนฟ้องซะถ้าไม่อยากเดือดร้อน พอดีอัดคลิปเสียงไว้ด้วย บอกว่าให้ถอนฟ้องถ้าไม่อยากเดือดร้อน เดี๋ยวจะมาจับยากับพี่ชาย ทำนองว่ามายัดยาเสพติดกับพี่ชายเพราะแม่กับพี่ชายเป็นคนติดต่อธุระให้แทนตลอด ตอนอยู่ข้างในผมไม่สามารถดำเนินการได้ เขาบอกว่ามีคดีความกับใครก็ให้ไปถอนฟ้อง ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ผู้ใหญ่สั่งมา จริงๆ เราบริสุทธิ์ใจ เราสู้คดีนี้มาตลอด ผมก็กังวลไม่รู้เขาจะมาทำอะไรเราหรือเปล่า คาดเดาไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริง ไม่ต้องมาทำวิธีนี้หรอก เอาหลักฐานมาสู้คดีกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีความเข้าใจผิดเรื่องข่าว คือมีภาพข่าวของสื่อบางสำนักที่เอาแฟ้มภาพเก่ามาลง ซึ่งเป็นทนายความสิทธิโชค คนจะเข้าใจผิดว่าทนายคนนี้โกงไป จริงๆต้องขอบอกว่าไม่ใช่ทนายสิทธิโชคที่โกง เขาเป็นทนายคนแรกที่มาดูแลคดีให้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้หนุมเบนซ์ ยังเผยถึงการใช้ชีวิตในคุก ที่ค่อนข้างจะลำบาก แต่ยืนยันว่าไม่มีการ &amp;ldquo;รับน้อง&amp;rdquo; เหมือนสมัยก่อนแล้ว เพราะทุกคนอยากทำตัวดีๆเพื่อที่จะออกไปสู่อิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ก่อนเข้าไป เราก็เตรียมใจไว้ล่วงหน้า เราจะไม่เผื่อใจไว้เลยก็ไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นยังไง เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจเข้าไป แต่เตรียมใจคิดว่าไม่นาน สักอาทิตย์สองอาทิตย์รอทำเรื่องประกันตัว แต่ลากไปยาว 1 ปี 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ในนั้นต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะลำบาก ไม่ได้สบาย ไม่ว่าจะกิน นอน กิจวัตรประจำวันเหมือนกันหมด ประชากรในห้องขังมีเยอะมากเกินกว่าเรือนจำจะรับไหว การนอนปกติเรานอนสบายๆ แต่นี่นอนแบบไหล่ชนไหล่ ทุกคนเรียงกันไปเลย ห้องนึง 70 คน ขาไขว้กัน ไม่มีการยืด พลิกตัวไม่ได้ ต้องค่อยๆตะแคง อาหารเหมือนที่เราเคยเห็นไหมเหรอ ที่เป็นเศษกระดูกไก่ ก็ค่อนข้างเป็นอย่างนั้น แต่อย่างน้อยอาหารปรุงสดใหม่ตลอด ก็พอประทังชีวิตไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีคนมารังแกไหม เท่าที่สัมผัสมามันไม่มีแล้ว เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป หลายคนก็อยากประพฤติดี เพื่อได้เลื่อนชั้นกลับบ้านได้ไวขึ้น ไม่อยากมีเรื่องมีราว ไม่มีรับน้อง อาจแค่ด้วยคดีดัง เขาก็ดูแลไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกับเราไม่อยากให้มีปัญหาโดนทำร้าย ถ้าให้เอาตามตรง คนข้างในเขาค่อนข้างช่วยเหลือกัน เพราะไม่มีใครอยากเข้าไป ส่วนใหญ่ที่ผมเข้าไปจะมีคดียาเสพติดอย่างเดียว ไม่มีปล้น ฆ่าข่มขืน มีแค่ยาเสพติด เราก็คุยกันนะ พอเข้าไปก็เหมือนคนปกติทั่วไปที่เขาอาจเดินผิดพลาด เสพยาบ้าง จำหน่ายบ้าง โดนหลอกบ้าง แล้วแต่เหตุผลที่เขาเลือกที่จะทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันแรกที่ก้าวเท้าออกจากลูกกรง รู้สึกโล่งมาก ดีใจ ผ่อนคลาย ทุกอย่างเบาไป เรามีความหวังตลอด 1 ปี 3 เดือน เรายื่นไปทุกเดือน พยายามหาเหตุผลไม่ว่าจะเรื่องหลักทรัพย์ เรื่องพฤติการณ์ เรื่องคดีใดๆ จนสุดท้ายเราบอกที่บ้านว่าไม่ต้องแล้ว เรารอสืบเลย เพราะเรามั่นใจว่าเราไม่เกี่ยวข้อง จนสุดท้ายศาลก็พิพากษายกฟ้องเรื่องยาเสพติดไป เราก็ได้ประกันตัวออกมาตามขั้นตอนปกติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม  benzracing&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขู่, ทนาย, ยัดยาเสพติด, เบนซ์ เรซซิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e804ab4d88e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ฉาว! ชาวบ้านร้องแม่ทัพภาค4โดนยัดยาแลก5แสน เครียดจนแท้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาสรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 19.30 น. นายอาซือมิง มะสาและ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 363 หมู่ 7 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยภายหลังเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกเงิน จำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ กรณีตรวจพบยาเสพติดในรถ แต่กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ดำเนินคดีตนและพวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาซือมิง เล่าว่า ตนเองพร้อมด้วย นายอิบรอเฮง ดอเลาะ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขย เป็นคนขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่น นาวารา สีส้ม หมายเลขทะเบียน ผท 21 สุราษธานี ออกจากบ้านพักเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พอขับรถมาถึงบริเวณด่านตรวจ สี่แยกโผลง (จุดตรวจฉัตรวาริน) เขตเทศบาลตำบลปะลุรอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ก็มาพบกับรถยนต์กระบะ 4 ประตู โดยบุคลในรถกระบะคันดังกล่าวได้โบกรถของตนให้หยุด เพื่อขอทำการตรวจค้นภายในรถ โดยอ้างว่ามีคนแจ้งว่ารถยนต์คันดังกล่าวมียาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผลการตรวจเจ้าหน้าที่อ้างว่า พบยาเสพติดประเภท 1 เฮโรอีน จำนวน 5 ถุง ซึ่งได้เก็บอยู่ในฝากระโปรงท้ายรถและได้นำตัวตนพร้อมบุคคลภายในรถ รวม 3 คน ที่อาศัยมากับรถยนต์มาที่โรงพัก สภ.สุไหงปาดี เพื่อสอบสวน และได้พูดจาเพื่อต่อรองด้วยเงิน จำนวน 500,000 บาท โดยเขาบอกว่าของกลางมีจำนวนมากเลยต้องขอเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อแลกกับอิสรภาพของบุคคลทั้ง 3 ราย มิฉะนั้นจะจับกุมทั้งหมด ทั้งนี้ได้ให้ นางสาวสารีดา บินบอเฮง ซึ่งมากับรถคันดังกล่าวพร้อมกับตน เป็นคนดำเนินการในเรื่องของการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพัก สภ.สุไหงปาดี ซึ่งเป็นชุดตรวจค้นดังกล่าว โดยนำเงินมาทำการจ่ายทั้งหมดที่โรงพักสุไหงปาดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวสารีดา บินบอเฮง เปิดเผยด้วยน้ำตาว่า ในวันเกิดเหตุตนกับสามีและญาติๆ กำลงเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเพื่อพาลูกและหลานๆไปเที่ยววันเด็กในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต่อมาได้มีรถยนต์กระบะ 4 ประตู ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้ขับไล่มาพร้อมสั่งให้รถยนต์ที่ตนนั่งมาด้วยจอด โดยอ้างว่ามีคนแจ้งมาว่าในรถคันดังกล่าวมียาเสพติด จากนั้นยังมีเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งมาสมทบพร้อมทำการตรวจค้น ซึ่งตนและญาติในรถต่างก็มึนงงกับคำกล่าวหาของเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ทั้งที่ในรถคันดังกล่าวมีเพียงสะตอกับมะนาวและผ้าที่จะไปร่วมงานบุญเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้บังคับให้คนในรถลงจากรถให้หมด และขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบที่บริเวณท้ายกระบะโดยลำพังอยู่นั้น ตนและคนอื่นๆก็ยังนั่งอยู่ในห้องโดยสารด้านหน้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ รวม 8 นาย สั่งให้ทุกคนไปโรงพัก โดยอ้างว่าพบของอยู่ในรถ (ยาเสพติด) โดยไปนั่งที่โรงพักตั้งแต่เวลา 15.00 น.ถึง 18.00 น.โดยที่ลูกและหลานที่มาด้วยไม่ได้กินอะไรและร้องให้อยู่ตลอดเวลา พร้อมกับเรียกตนและคนอื่นรวม 3 คนไปสอบสวนและถามว่าจะเอาอย่างไรมีของอยู่ในรถ โดยที่ตนและคนอื่นๆ ไม่ทราบเรื่องยาเสพติดมาก่อน และของกลางที่อ้างว่าพบอยู่ในรถนั้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้ดู เพียงแต่ให้ตนยอมรับ พร้อมกับได้ถามว่ามีเงินเท่าไหร่ พร้อมกับให้ตนได้คุยโทรศัพท์กับแม่เพื่อให้ช่วยกันหาเงินให้ครบจำนวน 500,000 บาท มาจ่าย แต่แม่ได้ให้ทองมาจำนวนหนึ่งพร้อมกับหยิบยืมกับเพื่อนๆ และญาติๆ เพื่อนำไปขายและรวบรวมเงินให้ครบภายในเวลา 2 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะจับหมดทุกคนไม่เว้นลูกหลานที่มาด้วยในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสามารถหามาได้เพียง 400,000 บาท เท่านั้น ซึ่งหลังจากต่อรองกันเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวก็ยอมตกลงกันที่ 400,000 บาท โดยนำมาจ่ายที่ห้องสอบสวน และหลังจากรับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวบุคคลทั้งหมดให้กลับบ้าน ทั้งที่ตนเองท้องมา 2 เดือน เครียดจัดจนแท้งลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอาซือมิง พร้อมกับนายอาซือมิง มะสาและ และนายอิบรฮง ดอเลาะ และนางสาวสารีดา บินบอเฮง ได้เขียนจดหมายคำให้การที่พูดไว้ทั้งหมดในกระดาษเอ 4 จำนวน 1 ใบ เพื่อมอบให้กับ พันตรีศรัณย์ณชัย จิตรเพชร นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 เพื่อนำไปมอบให้กับ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 โดยมีนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มาเป็นสักขีพยานและให้กำลังใจต่อบุคคลทั้ง 3 ราย ณ ศูนย์ดำรงธรรม ที่ว่าการอำเภอสุไหงปาดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ด้านพันตรีศรัณย์ณชัย กล่าวภายหลังรับหนังสือจากนางสาวสารีดา บินบอเฮง ผู้ร้องทุกข์ ว่า จากนี้ไปจะดำเนินให้เร็วที่สุดและจะให้ความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด พร้อมกับจะมอบหนังสือให้กับทางแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26700</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตร.ฉาว, นราธิวาส, ยัดยาเสพติด, สภ.สุไหงปาดี, แม่ทัพภาค4, แลกเงิน5แสน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3ead9838169.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
