<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะทะเดือดซํ้าซาก! ‘เต้น’เอาไม่อยู่‘คาร์ปาร์ก’ชน‘คฝ.’แยกดินแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คาร์ปาร์ก&amp;rdquo; คึกคัก &amp;ldquo;ณัฐวุฒิ&amp;rdquo; นำทีมแยกราชประสงค์ แต่ไม่ร่วมเคลื่อนขบวน &amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; ยันตำรวจต้องทำหน้าที่ เพราะตอนนี้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ใช่ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จบไม่สวยอีกแล้ว &amp;ldquo;ม็อบฮาร์ดคอร์&amp;rdquo; แยกตัวไปสามเหลี่ยมดินแดง เสียง &amp;ldquo;พลุ-ปืน-ระเบิดปิงปอง-แก๊สน้ำตา&amp;rdquo; ว่อนทั่วพื้นที่ &amp;ldquo;ทั่นเต้น&amp;rdquo; รีบลงไปเคลียร์แต่ไม่ได้ผล กลุ่มผู้ชุมนุมยังอยากปะทะต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ &amp;nbsp;หรือ นปช. ได้ร่วมกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด ซึ่งเป็นแกนนำกิจกรรมคาร์ม็อบ สมบัติทัวร์ ได้นัดจัดทำกิจกรรมคาร์ปาร์กใน 3 จุด โดยเริ่มในเวลา 13.00 น. เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในการรักษาความสงบเรียบร้อยกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเกิดขึ้น โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ระบุว่า มาฟังแผนการปฏิบัติในการรักษาความสงบเรียบร้อยในการจัดการการชุมนุม และรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งนำคำสั่งศาลแพ่งคดีหมายเลขดำ ที่ พ. 3683/2564 ลงวันที่ 10 ส.ค. ที่ศาลได้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ จึงได้ถือโอกาสมาทบทวนกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจริงๆ เราทำอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;มีคนสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ขอเรียนว่าในช่วงนี้เราไม่ได้ใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ แต่เป็นช่วงที่เราใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์ระบุ และว่า เมื่อมีกฎหมายออกมา เจ้าหน้าที่อยู่เฉยไม่ได้ แสดงถึงบ้านเมืองอยู่กันโดยไม่มีกฎกติกา ความเชื่อมั่นก็จะไม่มี ต่อไปถ้ามีการประกาศอะไรออกมาก็จะไม่มีใครสนใจอะไรเลย &amp;nbsp;
พล.ต.อ.สุวัฒน์ย้ำว่า เจ้าหน้าที่เราใช้ตามมาตรฐานสากล และไม่ได้ทำแค่ตามมาตรฐานอย่างเดียวเราดูเรื่องกฎหมายเหตุผลความจำเป็นของสถานการณ์ ใช้โดยไม่เกินกว่าเหตุ ไม่เลือกปฏิบัติ ที่เราทำเราทำเพื่อรักษากติการักษาความสงบเรียบร้อย เราไม่ได้ทำตามอารมณ์ของใคร มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ มีทั้งเกลียดและประณาม แต่เราก็ต้องยึดกติกาไว้อย่าไปยึดตามเสียงเชียร์หรือเสียงประณาม ถ้าเรา ไม่รักษากติกาก็ไม่มีใครทำไม่มีใครรักษา เราจะพยายามดูแลความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นให้ได้ ความสงบเรียบร้อยต้องมาก่อน ความปลอดภัยต้องเกิดขึ้นกับทุกๆ คน มันอาจจะไม่ได้ 100% แต่เราจะทำให้ดีที่สุด
ด้านความเคลื่อนไหวของการชุมนุมคาร์ปาร์ก ที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งมีนายณัฐวุฒิเป็นผู้นำนั้น บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่เวลา 13.00 น. โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมทั้งที่นำจักรยานยนต์, รถยนต์ เข้าร่วมกิจกรรม มีการติดสัญลักษณ์ไล่ พล.อ.ประยุทธ์, ติดธงสีแดงที่หน้ารถ, ผูกริบบิ้นสีแดงที่กระจกมองข้าง ขณะที่บริเวณด้านข้างถนนมีกลุ่มเสื้อแดงมีการแสดงดนตรีเล็กๆ มวลชนต่างร้องเพลง เต้นรำอย่างสนุกสนาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;คาร์ปาร์ก&amp;rdquo; คึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 14.40 น. นายณัฐวุฒิได้เดินทางมาถึงพื้นที่ โดยยืนยันว่าหากประชาชนมารวมตัวกันจำนวนมาก จะสามารถขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ได้โดยเร็ว แต่จะไม่มีการปะทะกัน เพราะการรวมพลังได้สงบแบบนี้ จะส่งสัญญาณถึง พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าไม่นานชัยชนะจะเป็นของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์หมดเวลาสำหรับการอยู่ในอำนาจ รัฐบาลรัฐบาลแสดงเจตนาฉ้อฉลไม่รับผิดชอบ &amp;nbsp;ประชาชนตายไม่เสร็จ แต่รัฐบาลคิดเสร็จแล้วว่าจะนิรโทษกรรมเรียบร้อยแล้ว และในเวลา 15.00 น. เริ่มมีการเคลื่อนขบวนไปตามจุดต่างๆ ที่ได้นัดหมายในเส้นทางไว้ รวมทั้งมีการขอความร่วมมือ หากขบวนเคลื่อนผ่านโรงพยาบาล ให้งดบีบแตร ส่งเสียง เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ป่วย ทั้งนี้ ในระหว่างเส้นทางที่เคลื่อนขบวน มีประชาชนออกมายืนข้างถนน พร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วให้กลับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมเป็นระยะๆ
ส่วนบรรยากาศที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งจะนำขบวนโดยกลุ่มทะลุฟ้าและกลุ่มฟันเฟืองอาชีวะปกป้องประชาธิปไตยนั้น ได้เริ่มกิจกรรมประมาณเวลา 14.10 น. โดยเริ่มปราศรัยเชิญชวนประชาชนมาร่วมกิจกรรม และกระหน่ำบีบแตรอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเคลื่อนขบวนโดยมีการหยุดจอดที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ 15 นาที ทั้งนี้ ขบวนของม็อบทะลุฟ้ามีกลุ่มการ์ดวีโว่มาร่วมดูแลความปลอดภัย ขณะเดียวกันมีการติดป้ายไวนิลสีแดงขนาดใหญ่ที่รถทีมงานเป็นลายยันต์กันลุง พร้อมทั้งแจกจ่ายธงสีแดง ระบุข้อความ &amp;ldquo;ออกไปประยุทธ์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ไล่ประยุทธ์&amp;rdquo; โบกสะบัด และมีการแจกสติกเกอร์ไล่ประยุทธ์เพื่อใช้ปิดป้ายทะเบียนรถกันคดีที่อาจตามมาด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มคาร์ม็อบของนายสมบัตินั้น ได้นัดหมายเริ่มขบวน 13.00 น. ที่วินรถตู้ตรงข้ามอยุธยาพาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งในเวลา 14.40 น. คาร์ม็อบสมบัติทัวร์ก็เข้าเขต กทม.แล้ว และมุ่งหน้าห้าแยกลาดพร้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มไทยไม่ทน นำโดยนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก เป็นแกนนำ ได้รวมกลุ่มคาร์ม็อบที่ตลาดเลียบด่วน มุ่งหน้าเอกมัย เข้า ถ.สุขุมวิท ตั้งแต่ช่วงบ่าย กระทั่งเวลา 15.00 น. ได้ตั้งขบวนรอคณะกลุ่มไทยไม่ทนภาคตะวันออกแยกบางนาเพื่อเคลื่อนขบวนไปตามถนน และบีบแตรแสดงสัญลักษณ์ตามที่นัดกันไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศที่หน้าห้างอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง จ.สมุทรปราการ ที่นายณัฐวุฒิได้นัดหมายคนเสื้อแดงออกมารวมตัวเพื่อเคลื่อนขบวนเข้าไปสบทบกันกลุ่มมวลชนใน กทม.นั้น บรรยากาศกลับเงียบเหงา แต่การจราจรกลับติดขัดอย่างมาก เนื่องจากมีการตั้งด่านตามจุดต่างๆ จำนวนมาก ทำให้นายวรชัย เหมะ แกนนำ นปช.ต้องปรับสถานที่นัดให้ไปเจอที่แยกบางนาก่อนมุ่งไปสมทบที่แยกราชประสงค์&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ในช่วงการเคลื่อนขบวนคาร์ปาร์กนั้น เป็นที่น่าสังเกตว่ารถนายณัฐวุฒิไม่ได้ขยับออกไปไหน ได้จัดปราศรัยไฮด์ปาร์กในรถคู่ขนานกับการเคลื่อนขบวน โดยนายณัฐวุฒิได้อยู่จัดรายการในรถตลอดเวลา ซึ่งการจัดกิจกรรมคาร์ปาร์กบริเวณแยกราชประสงค์ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเมื่อถึงเวลา 18.00 น. กลุ่มคาร์ปาร์กก็ได้จัดกิจกรรมสุดท้ายคือการกดแตรเป็นเวลา 45 วินาที แต่ก็มีการบีบแตรค้างไว้เกินกำหนด ก่อนประกาศยุติการชุมนุม เช่นเดียวกับการกิจกรรมของกลุ่มทะลุฟ้าและกลุ่มวีโว่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยหลังยุติการชุมนุมแกนนำประกาศให้หลีกเลี่ยงไปแยกสามเหลี่ยมดินแดงที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเหตุความรุนแรงนั้น เกิดเมื่อเวลา 17.30 น. เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมคาร์ม็อบทะลุฟ้าส่วนหนึ่งได้เดินทางมายังบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงมุ่งหน้าบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นจุดที่ปะทะกันไปหลายครั้งระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) และกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งก่อนหน้านี้นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ได้ถูกกระป๋องแก๊สน้ำตาจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหางคิ้วจนเลือดไหลอาบ และอาจถึงขั้นตาบอดในการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเข้าไปรื้อตู้คอนเทนเนอร์ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมจนแตกฮือล่าถอยมาอยู่ที่ถนนอโศก-ดินแดง จากนั้นรถฉีดน้ำแรงดันสูงหรือจีโน่ฉีดขึ้นไปยังทางด่วนใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อยึดพื้นที่คืน และสถานการณ์ยังตึงเครียดเมื่อมีเสียงระเบิด พลุ ระเบิดปิงปองดังสนั่นไปทั่วพื้นที่
ทั่นเต้นหย่าศึกดินแดง
ทำให้ในเวลา 18.20 น. นายณัฐวุฒิเข้ามาควบคุม โดยประกาศว่า วันนี้คาร์ม็อบชนะ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว เวลานี้เลยเวลา 18.00 น.แล้ว เราไม่ให้ราคา พล.อ.ประยุทธ์ เราไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดรัฐบาล แต่เราต้องรักษาคำพูดกับประชาชน เมื่อประกาศยุติเวลา 18.00 น. ดังนั้นเมื่อถึงเวลาบรรลุภารกิจแล้ว จึงมาร้องขอต่อพี่น้องให้ถอยกลับมารวมกันตรงนี้ก่อน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;น้องๆ เอ๋ย สมัยก่อนพี่ก็สู้เหมือนน้อง แต่วันนี้เราไม่ได้มาใช้กำลัง ไม่ได้มาเอาชนะเจ้าหน้าที่ เรามาเอาชนะประยุทธ์ ให้ขยับออกมาก่อน ผมจะพยายามเจรจาให้สถานการณ์ผ่อนคลายลง ขอให้ถอยมาก่อน ไม่มีใครอยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว
เวลา 18.50 น. หลังนายณัฐวุฒิได้เข้ามาแก้ไขปัญหา แต่ไม่เป็นผล เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเป็นวัยรุ่นกลุ่มหัวรุนแรงยังพยายามรุกคืบเข้าหาเจ้าหน้าที่ที่อยู่หลังแนวตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้ จนท.ต้องยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง และมีเสียงปืน พลุ และระเบิดปิงปองยังคงดังสนั่นตลอดเวลา และกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะกลุ่มอาชีวะยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้สถานการณ์ยังไม่ยุติ
ในเวลา 19.15 น. ที่แยกดินแดง สถานการณ์ยังคงตึงเครียด เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมยังปะทะกับเจ้าหน้าที่อยู่ตลอด ขณะเดียวกันป้อมควบคุมสัญญาณจราจรที่ใต้ทางด่วนดินแดงที่ถูกเผาไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ยังเหลือโครงสร้างอยู่ไม่มีการรื้อโครงสร้างออก กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำเก้าอี้พลาสติกของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำมานั่งชั่วคราวมาเผาซ้ำอีกรอบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงแก๊สน้ำตา ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมล่าถอยไปตั้งหลักอีกครั้งที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ที่ จ.ขอนแก่น บริเวณริมบึงแก่นนคร เขตเทศบาลนครขอนแก่น กลุ่มผู้ชุมนุมในนามคณะราษฎรขอนแก่น ได้ทยอยกันมารวมตัวเพื่อจัดกิจกรรมคาร์ม็อบคู่ขนานกับการจัดกิจกรรมที่กรุงเทพฯ เช่นกัน นอกจากนั้นยังพบว่ามีหลายจังหวัดที่จัดกิจกรรมดังกล่าว อาทิ นครราชสีมา และจันทบุรี เป็นต้น&amp;nbsp;
วันเดียวกัน ยังคงมีการแสดงความคิดเห็นถึงการประชุมด้วย โดยนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ยืนยันว่า ในวันจันทร์ที่ 16 ส.ค. เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปพร้อมทนายแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิและพวกในหลายคดี และในเวลา 11.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบธุรกรรมการเงินของนายณัฐวุฒิและพวกในการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ด้วย
นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า กมธ.สิทธิฯ มีมติติดตามและตรวจสอบการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. โดยจะตรวจสอบทุกกรณีที่เกี่ยวกับความรุนแรง จากฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยเกษม นิติสิริ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ตอนหนึ่งว่า การกระทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นอาจเข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 200
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ กล่าวโต้ว่า นายชัยเกษมมองสถานการณ์ด้วยอคติ อยากให้นายชัยเกษมและพรรคเพื่อไทยนึกย้อนฟังเสียงประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองปี 2553&amp;nbsp;
ขณะที่พรรคไทยสร้างไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกฯ ที่เป็นต้นตอของปัญหาได้แสดงความรับผิดชอบออกมาแก้ไขปัญหา รวมทั้งคลี่คลายสถานการณ์ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงเรื้อรัง&amp;nbsp;
โพลชี้ม็อบมีเบื้องหลัง
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลิกคิดอาศัยสถานการณ์ความวุ่นวายที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นฝ่ายสร้างขึ้น มาเป็นข้ออ้างในการคงอยู่ในอำนาจ รีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่หยุดใช้ความรุนแรง ก่อนที่สังคมไทยจะแตกแยกและเสียหายจนเกินกว่าจะเยียวยาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่องม็อบเยาวชนปลดแอก 7 ส.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,318 หน่วยตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงความคิดเห็นมีผู้อยู่เบื้องหลังของม็อบเยาวชนปลดแอก 7 ส.ค.หรือไม่ พบว่าส่วนใหญ่ 51.74% ระบุว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่ 36.04% ระบุว่าไม่มี และ 12.22% ระบุว่าไม่สนใจ และเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการชุมนุมของม็อบ 7 ส.ค. พบว่า 26.18% ระบุว่าเห็นด้วยมาก 19.19% ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย 16.77% ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย และ 35.43% ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่องทางรอด ทางร่วง ช่วงโควิด ซึ่งเมื่อถามถึงทางร่วงช่วงโควิด พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 98.5% ระบุการชุมนุมที่ไม่สามารถควบคุมและใช้ความรุนแรงฝ่าฝืนกฎหมาย ทำลายทรัพย์สิน เผาบ้านเผาเมือง 98.2% ระบุซ้ำเติมวิกฤติชาติและประชาชน 98% ระบุปลุกระดมให้โกรธเกลียดและทำร้ายกันเอง และ 97.8% ระบุแก่งแย่งชิงอำนาจ ซึ่งเมื่อถามถึงจุดจบที่จะเห็นแต่ไม่ต้องการ พบว่าส่วนใหญ่หรือ 98.8% ระบุสังคมอยู่ไม่ได้ เพราะคนฝ่าฝืนกฎหมาย 97.2% ระบุต่างชาติเข้าครอบงำ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113412</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ปาร์ก, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ยันตำรวจต้องทำหน้าที่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_611907f74a345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
