<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงวัย 57 น้ำตานอง เจอแอบกดเงิน หลังลูกโอนให้ค่ารักษาป่วยไต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.63 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดบรีรุมย์ ได้รับร้องเรียนจาก นายรวย โพนรัมย์ อายุ 57 ปี และ นางสุนันท์ หะพินรัมย์ อายุ 54 ปี สองสามีภรรยา ชาว ต.ศรีภูมิ อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่า อยากให้ช่วยตรวจสอบ หลังเงินในบัญชีหายไป 5,000 บาท หลังจากวานให้พนักงานเปลของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เอาบัตร เอทีเอ็ม. ไปกดเงินที่ลูกสาวโอนมาให้ เพื่อมาเป็นค่ารถกลับบ้านหลังจากฟอกไตเสร็จ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่บ้าน พบนางสุนันท์ นั่งรถเข็นอยู่ที่บ้านเนื่องจากไม่สามารถเดินไปมาด้วยตัวเองได้ โดยนางสุนันท์ &amp;nbsp;เล่าให้ฟังว่า ตนเองป่วยเป็นโรคไตมาประมาณ 7 &amp;nbsp;ปีแล้ว ต้องไปฟอกไตที่โรงพยาบาลในตัวเมืองบุรีรัมย์ สัปดาห์ละ 3 วัน &amp;nbsp;แต่ที่ผ่านมาก็ยังพอนั่งรถไฟไปฟอกไตที่โรงพยาบาลเองได้ &amp;nbsp;แต่เมื่อประมาณ 3 เดือน ก่อนประสบอุบัติเหตุลื่นล้มกระดูกร้าวทำให้ไม่สามารถเดินไปมาเองได้ &amp;nbsp;ต้องใช้รถเข็นสำหรับคนพิการ หลังจากนั้นทาง อบต.ศรีภูมิ ก็ให้รถกู้ชีพมาช่วยบริการรับ-ส่ง ไปฟอกไตที่โรงพยาบาลในตัวเมือง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะฐานะยากจน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็ไปฟอกไตตามหมอนัดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ระหว่างทางลูกสาวได้โทรศัพท์มาแจ้งว่าโอนเงินมาให้จำนวน 5,800 บาท เพื่อเอาไปใช้หนี้ค่านมหลานสาววัย 2 ขวบ เพราะค้างค่านมกับร้านในหมู่บ้านเอาไว้ อีกส่วนหนึ่งให้เอาไปเป็นค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว หลังจากฟอกไตเสร็จ ป้าสุนันท์ ซึ่งเดินไม่ได้ ส่วนสามีก็กด เอทีเอ็ม. ไม่เป็นจึงวานให้ให้เจ้าหน้าที่ใน รพ. ซึ่งมาทราบภายหลังว่า เป็นพนักงานเปล ช่วยไปกดเงินที่ตู้ เอทีเอ็ม ซึ่งตั้งอยู่หน้าโรงพยาบาลให้ จากนั้นไม่นานพนักงานคนดังกล่าวก็เดินกลับมาบอกว่าเงินในบัญชีมีแค่ 1 พันบาทเท่านั้น ป้าสุนันท์ ก็รู้สึกแปลกใจจึงให้สามี เดินไปกับพนักงานคนดังกล่าวอีกรอบ เพื่อไปดูว่าเงินในบัญชีมีแค่ 1,000 บาทจริงหรือไม่ เพราะลูกสาวโทรมาบอกว่าโอนมาให้ 5,800 บาท พอสามีเดินกลับมาอีกทีก็บอกว่ามีเงินเหลือบัญชี 1,087 บาทจริง จึงให้พนักงานคนดังกล่าวช่วยกดถอนออกมา 1,000 บาท ทำให้เหลือเงินติดบัญชี 87 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความที่ยังค้างคาใจ จึงได้โทรศัพท์กลับไปสอบถามลูกสาวอีกรอบ ว่า โอนเงินมาให้เท่าไหร่ ลูกสาวก็ยืนยันว่าโอนมาให้ 5,8000 บาท พร้อมส่งสลิปมาให้ดูเป็นหลักฐานด้วย ดังนั้นหากลูกสาวโอนเงินมาให้ 5,800 บาท บวกกับเงินในบัญชีที่มีอยู่ 287 บาท ก็น่าจะต้องมีเงินอยู่ในบัญชี 6,087 บาท หลังจากนั้นจึงให้หลานที่บ้านเอาสมุดบัญชีธนาคาร &amp;nbsp;ไปปรับเช็คที่ธนาคารออมสิน ก็พบว่า มีการกดเงินออกไป 2 ครั้ง ครั้งแรก 5,000บาท ครั้งที่สอง 1,000 บาท ทิ้งระยะห่างกันประมาณ 10 นาที &amp;nbsp;จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ไว้เป็นหลักฐาน และอยากให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าใครกันแน่ที่เป็นคนกดเงินไป &amp;nbsp;ส่วนตัวไม่ได้เจตนาจะโทษพนักงานคนนั้นว่าเป็นคนกดเงินไป แต่วันนั้นก็ไม่มีใคร เพราะสามีก็กดเงินไม่เป็น และวานให้คนๆ เดียวคือพนักงานเปลไปกด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุนันท์ ยังเล่าทั้งน้ำตาว่า เงินจำนวนดังกล่าวสำคัญกับครอบครัวมาก เพราะต้องเอาไปใช้หนี้ค่านมร้านค้าในหมู่บ้านที่เซ็นมาให้หลานสาวกิน และเก็บไว้ซื้อข้าวกิน เพราะตัวเองก็ป่วยทำงานไม่ได้ รอแต่เงินที่ลูกสาวซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ จะส่งมาให้ ครั้งละ 1,000-2,000 บาท ก็มีครั้งนี้ที่ส่งมาเยอะหน่อย 5,800 บาท เพราะต้องเอาไปจ่ายหนี้ค่านมหลาน ก็อยากจะวิงวอนหากเอาไปจริงก็ขอเอามาคืน เพราะตอนนี้ไม่มีเงินติดบ้านที่จะใช้จ่ายเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64150</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุรีรัมย์, ยากจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2cfc0bf5c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039;โชว์กึ๋นเศรษฐกิจบอกไทยถูกลาว-เขมรแซงหน้า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.2563 - นพ.เหวง โตจิราการ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;nbsp;ประเทศที่เคยยากจนกว่าเรา ในวันนี้ทิ้งเราไปไม่เห็นฝุ่น เช่นเดียวกับ ไต้หวัน เกาหลี &amp;nbsp;ไม่เว้นแม้แต่สิงคโปร์ มาเลย์ อินโดฯ &amp;nbsp;หรือ เวียดนาม ลาว กัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รากเหง้าของปัญหาคือ ประเทศไทยวนเวียนอยู่กับการ &amp;quot;ยึดอำนาจรัฐประหารโดยพวกทหารเผด็จการขวาจัด&amp;quot;อย่างไม่มีวันโงหัวออกมาได้ เมื่อไร &amp;quot;พวกรัฐประหารยึดอำนาจได้รับโทษตามกฎหมาย ประมวลอาญาม.113 &amp;quot;เมื่อนั้นแหละที่ประเทศไทยจะมีโอกาสเจริญเติบโต ทัดเทียม หรือแซงหน้าประเทศอื่นๆได้ &amp;nbsp;เพื่อไปสู่ประเทศที่ไม่มีความยากจนมีแต่ความมั่งคั่งรุ่งเรืองเสียที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54348</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., ยากจน, เฟซบุ๊ก, เหวง โตจิราการ, แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53f978eb9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่ากะลาแลนด์&#039;อั้ม เนโกะ&#039;ออกทะเล อ้างเผด็จการใช้ความยากจนโจมตี&#039;จ่านิว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.62- &amp;nbsp;อั้ม เนโกะ&amp;rdquo; หรือ นายศรัณย์ ฉุยฉาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Aum Neko ว่าพูดถึงเรื่องหนี้ กยศ. จ่านิว ทำให้อั้มย้อนคิดว่าตลอดระยะเวลาที่อั้มเรียน ป.ตรี ที่ฝรั่งเศส หลักสูตรเดียวกับเด็กฝรั่งเศสจนจบได้เกียรตินิยม (avec mention) มาไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องเป็นหนี้เพราะเรียนหนังสือเลย รัฐบาลฝรั่งเศสจ่ายค่าเทอมให้ไม่พอยังให้ค่าขนมรายเดือน 10 เดือนต่อปีอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือไม่ต้องไปใช้หนี้คืนรัฐบาล เพราะสำหรับที่นี้แล้วการลงทุนในด้านการศึกษาคือการลงทุนกับการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพตัวบุคคลของพลเมือง แม้ว่าหลักการต่างๆ จะหายไปพร้อมๆ กับรัฐบาลโปรนายทุน แต่ทั้งนี้อั้มเองก็ถือได้ว่าเรียนมาได้เพราะทุนรัฐบาลเหมือนที่เด็กฝรั่งเศสคนอื่นๆ ได้กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเทศกะลาที่การศึกษาเป็นเรื่องของคนมีตังค์ โอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรจึงถูกจำกัดอยู่เพียงในครอบครัวคนรวยที่มีต้นทุนสูงกว่าคนอื่น คนอย่างจ่านิวที่ต่อสู้กับระบบการกดขี่ทั้งทาง การเมือง สังคม และ เศรษฐกิจ จนมาได้ถึงทุกวันนี้ล้วนเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยากจนที่ถูกใช้มาเป็นเครื่องมือในการโจมตีนิวเป็นวิธีการที่น่ารังเกียจของตัวระบบสังคมนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันมาต่อสู้กับระบอบเผด็จการนี้ที่ไม่ได้กดขี่เราเพียงแค่ในเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มันกดขี่เราให้ยากจนค้นแค้นไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อั้ม เนโกะ ไม่ได้พูดถึงอัตราการเสียภาษี และฐานการจัดเก็บภาษีที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างฝรั่งเศสกับไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40229</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่านิว, ยากจน, อั้มเนโกะ, เรียนฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1eb623e4b45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดแร้นแค้น! แม่วอนผู้ใจบุญบริจาคชุดนักเรียนให้ลูกทั้งสี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดเพชรบุรีรายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.ชะอำว่า มีแม่และลูกเล็กๆ อีก 4 คน ได้รับความเดือดร้อน เพราะฐานะยากจนความเป็นอยู่แร้นแค้น ไม่มีชุดนักเรียนให้ลูกใส่ไปโรงเรียนเนื่องจากเปิดเทอมแล้ว มิหนำซ้ำสามีถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ถูกจำคุกอยู่ที่ จ.สงขลา ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียวเพื่อเลี้ยงลูกเล็กทั้งสี่คน ด้วยความยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 6/16 ริมถนนเพชรเกษม ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี&amp;nbsp; ซึ่งอยู่ภายในเขตของโรงปูนชะอำ&amp;nbsp; พบบ้านซึ่งมีลักษณะเป็นเพียงเพิงพักเล็กๆ ห่างจากทางเข้าโรงปูนชะอำ ถ.เพชรเกษม เพียง 50 เมตร&amp;nbsp; พบ น.ส.สวย กุลน้อย อายุ&amp;nbsp; 25 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 29/12 ม.5 ต.คหา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา พร้อมลูกๆอีก 4 คน&amp;nbsp; ทราบชื่อ ด.ช.รัชนาท จรูญทอง อายุ 9 ขวบ เรียนชั้น ป.3, ด.ช.แสงชนะ จรูญเพชร อายุ 7 ขวบ ชั้น ป.1, ด.ช.ชาคร จรูญเพชร อายุ 5 ขวบ อยู่อนุบาล 2&amp;nbsp; และ ด.ญ.นภัสร กุลน้อย อายุ 4 ขวบ อนุบาล 1 ทั้งหมดอาศัยอยู่ในเพิงหลังดังกล่าว ที่มีเพียงที่นอน หมอน มุ้ง&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ &amp;nbsp;เครื่องครัวที่จำเป็น เสื้อผ้าและชุดนักเรียนเก่าเพียงไม่กี่ชุดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม น.ส.สวย แม่ของเด็กทั้งสี่ เล่าว่า เดิมอยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก แต่ผู้เป็นสามีซึ่งเป็นเสาหลักของบ้าน ถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ที่ จ.สงขลาจึงกลับไปมอบตัวและถูกจำคุกอยู่ที่นั่นตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.เป็นต้นมา&amp;nbsp;


แทงสล็อต&amp;nbsp; หลังจากนั้นตนจึงต้องดูแลลูกๆทั้งสี่คนอย่างยากลำบาก โดยรับจ้างเป็นคนงานดูดฝุ่นในโรงปูนชะอำ&amp;nbsp; ได้ค่าแรงวันละ 315 บาท ไม่เพียงพอที่จะใช้จ่ายและดูแลลูกทั้งสี่ ทำให้ไม่มีเงินพอที่จะซื้อชุดนักเรียนให้ลูกให้ จึงวอนขอรับบริจาคจากผู้ใจบุญ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&amp;nbsp; บริจาคเสื้อผ้าเก่าๆ&amp;nbsp; ชุดนักเรียน&amp;nbsp; อุปกรณ์การเรียนต่างๆ แล้วแต่กำลังของผู้บริจาค เพื่อให้ลูกๆทั้ง 4 คน&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่อยู่ ได้มีผู้ที่มีใจเมตตานำสิ่งของอาหารแห้งและเสื้อผ้ามามอบให้กับครอบครัวดังกล่าว&amp;nbsp; ซึ่งสามารถเดินทางไปมอบให้ด้วยตนเองที่บ้านพัก ห่างจากบริษัทชลประทานซีเมนต์ชะอำ หรือโรงปูนชะอำ เพียง 50 เมตร อยู่ซ้ายมือ เนื่องจาก น.ส.สวยยังไม่มีเงินเปิดบัญชีธนาคาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชะอำ, ยากจน, วอนบริจาคชุดนักเรียน, สุดแร้นแค้น, เพชรบุรี, แม่ลูกสี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbb0cc79e3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2018 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2018 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไพร่หมื่นล้านตะลึง!คนอีสานยากจนข้นแค้น ลั่นอยากจะมีอำนาจเข้าไปแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.61 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยะบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;ร่วมกันเฟซบุ๊กไลฟ์หลังลงพื้นที่จังหวัดภาคอีสาน โดยนายธนาธร &amp;nbsp;กล่าวว่า ในช่วงจังหวะที่ผมได้ลงอีสานในช่วงที่ผ่านมา ผมได้เจอกับคนหลายกลุ่มในหลายจังหวัด เจอกับชาวบ้าน เจอเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตร ผมเจอนักการเมืองท้องถิ่น อบต. อบจ. ในหลายพื้นที่ เจอกับนักธุรกิจด้วย นักธุรกิจรุ่นๆเรา หรือไม่ก็อาจจะเด็กกว่าเราบวกลบกว่าเรานิดหน่อยก็เจอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจไหม เห็นโพสต์ว่าไปเจอสภาพปัญหาที่แสดงให้เห็นถึงความอยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ใช่ เราเห็นได้ชัดว่าชาวบ้านที่ไม่มีปากไม่มีเสียง ไม่มีอำนาจทางการเมือง มักถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เราเห็นกรณีของชาวบ้านหนองบัวลำภูที่ผมลงไปในพื้นที่ เราเห็นการเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน ในเรื่องการกู้จากธนาคารออมสินอย่างนี้เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรารู้สึกว่า ผมไปดูแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกว่าอยากจะมีส่วนร่วม อยากจะมีอำนาจเพื่อเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่องต่างๆเหล่านี้&amp;quot;นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ถามว่านอกจากไปเจอสภาพปัญหาของชาวบ้านที่เกิดจากการใช้ระบบโครงสร้างอำนาจรัฐในพื้นที่ที่ถูกรังแกไม่เป็นธรรม ยังมีเรื่องอะไรอีกไหม เช่นเรื่องปัญหาคนรุ่นใหม่เยาวชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร ว่าก่อนที่จะไปถึงคนรุ่นใหม่เอาปัญหาชาวบ้านก่อน แทบจะทุกพื้นที่ที่ผมไปคุย ชาวบ้านพูดเป็นสียงเดียวกันหมด ว่าเศรษฐกิจแย่มาก อัตคัดขัดสนทุกพื้นที่ แต่ตัวเลขเศรษฐกิจกลับดูไม่ค่อยแย่เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอาจจะแย่ แต่ดูตัวมันเองไม่ติดลบ การเติบโตของจีดีพีไม่ติดลบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -ประเทศที่กำลังพัฒนาตัวเลขแบบนี้ถือว่าไม่น้อยนะ ทรงๆแบบนี้ก็ถือว่าไม่น้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ก็อาจจะน้อยกว่าเพื่อนบ้านเรานิดหน่อย แต่ว่าปีอย่างเนี้ยเรากำลังคาดการณ์ การเติบโตของเศรษฐกิจประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ แต่พอไปคุยกับชาวบ้านรู้สึกว่าตังในกระเป๋าไม่มี ผมจึงมีข้อสันนิษฐานว่าตอนนี้การเจริญเติบโตในเศรษฐกิจในบ้านเรามันไม่เป็นธรรม มันหมายความว่าส่วนเพิ่มของการเติบโตน่าจะกลับไปอยู่ในกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -มันไปกระจุกเพียงไม่กี่กลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ผมคิดว่าอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นการเจริญเติบโตในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมาชาวบ้านต้องรู้สึกเงินกระเป๋ามันตุงขึ้นบ้าน แต่นี่ไม่มีเลย ทุกพื้นที่ น่าตกใจ พูดเหมือนกันนะทุกสาขาอาชีพด้วย พ่อค้าแม่ขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -นี่แสดงให้เห็นว่าที่นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์กันว่า สุดท้ายวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้จะไม่เหมือนตอน 40 จะเป็นในลักษณะแบบซึมๆยาว ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ผมคิดว่าซึมยาว เราอย่าลืมว่าเราอยู่ในลักษณะเศรษฐกิจที่เงินเฟ้อเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ มันนานมากแล้วนะ 1 เปอร์เซ็นต์ ๆกว่าหลายปีแล้วนะ แล้วเราก็เห็นเรื่องของการการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ 2 เปอร์เซ็นต์ 3 เปอร์เซ็นต์นานมากแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -สรุปคุณธนาธรไปอีสานหลายจังหวัด ถ้าจะให้ไล่นี่กี่จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - หนองบัวลำภู อุดร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ โคราช และมหาสารคาม 7 จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -นั่นหมายความว่าหลังจากเปลี่ยนมาเป็นนักการเมืองเต็มตัวเนี่ย พูดกันตรงไปตรงมาในชีวิตไม่ได้ออกภาคอีสานนานแค่ไหนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - เป็น 10 ปีอาจารย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -เปลี่ยนไปเยอะไหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - จะว่าเปลี่ยนก็เปลี่ยน แต่จะว่าไม่เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน เรายังมีความเหลื่อมล้ำอย่างมหาศาลระหว่างเมือง กับชนบท เราอาจจะเห็น เราอาจจะไม่เห็นควายล่ะ จะเห็นแต่เครื่องจักรกลมาทำงานแทน แต่สิ่งที่ยังชัดก็คือ ความเหลื่อมล้ำยังมีอยู่มหาศาล ไม่หายไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร -ซึ่งเรื่องนี้ตามที่เราได้คุยกันอยู่บ่อยๆ คุณธนาธรได้พูดหลายๆครั้งวิธีการแก้ปัญหาทางโครงสร้างที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้ สุดท้ายโจทย์หนึ่งต้องไปอยู่ที่เรื่องการกระจายอำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร - ใช่ครับอาจารย์ ผมคิดว่าคนอีสานไม่ได้โง่ และผมก็เชื่อว่าคนอีสานมีศักยภาพในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจที่ดี เพียงแต่โอกาส อำนาจ การเข้าถึงแหล่งทุนทั้งหมดมันถูกรัดรวมกัน และโยงกลับไปที่การตัดสินใจผ่านโครงสร้างอำนาจศูนย์กลางที่กรุงเทพฯ ทำให้โอกาสในการเจริญเติบโตที่นี่มันไม่มี โอกาสในการกำหนดอนาคตมันไม่มี ดังนั้นพวกเราจึงต้องต่อสู้ไปด้วยกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาสในการกำหนดอนาคตของตัวเอง ของท้องถิ่นทั่วประเทศ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7558</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, คนอีสาน, ธนาธร, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคอนาคตใหม่, ยากจน, ลงพื้นที่อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180421/image_big_5adb1b2a750db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2018 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดรันทด2เด็กวัย10ขวบคนหนึ่งป่วย&#039;ธาลัสซีเมีย&#039;อีกคนไร้บ้านอาศัยต้องกินนอนบนรถตุ๊กตุ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดรันทด!หญิงวัย 52 เลี้ยงหลาน 10 ขวบ ป่วยธาลัสซีเมีย ต้องขายบ้าน-วัวยกฝูงรักษาใช้คอกวัวเก่าเป็นที่นอน ขณะที่หาดใหญ่ พบชีวิตแสนลำบากของพ่อและลูกชาย 10 ขวบไร้บ้านอาศัยกินนอนบนรถตุ๊กตุ๊ก วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่หมู่ 2 บ้านหนองบัว ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มียายกับหลานชายวัย 10 ขวบ ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง &amp;ldquo;ธาลัสซีเมีย&amp;rdquo; ทนทุกข์มานานถึง 8 ปี และขายทรัพย์สินจนหมดตัวเพื่อใช้เงินรักษา ทำให้ต้องใช้คอกวัวเก่าเป็นบ้านอาศัยหลับนอน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบเจ้าของคือ นางจ้อย &amp;nbsp;พุฒตาล อายุ 51 ปี อาศัยอยู่กับหลาน ชื่อ ด.ช.จีระศักดิ์ &amp;nbsp;พุ่มพวง หรือน้องนิค นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านหนองบัว (จิตพินิจประชาสรรค์) โดยสภาพบ้านเป็นคอกวัวเก่า ใช้เศษไม้กับสังกะสีผุๆ ตีแปะข้างฝา แผ่นกระดานพื้นบ้านวางแบบร่องห่าง ทำให้มีงูตัวใหญ่ รวมทั้งสัตว์มีพิษ ตะขาบ แมงป่อง เลื้อยลอดเข้าถึงที่นอนในบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจ้อย เล่าชีวิตรันทดให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองรับภาระเลี้ยงดู ด.ช.จีระศักดิ์ มาตั้งแต่อายุได้แค่ 2 เดือน จนอายุ 2 ขวบ ก็ตรวจพบว่าหลานชายนั้นป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย มีอาการตัวซีดเหลือง ปวดหัวและป่วยไข้บ่อย เหนื่อยง่าย ต้องถ่ายเลือดทุกเดือน จนทำให้ต้องขายทั้งบ้านและวัวอีก 8 ตัว เพื่อใช้เงินรักษามาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อก่อนฉันรับจ้างเลี้ยงวัว เขาแบ่งลูกมาให้ทั้งหมด 8 ตัว ก็ต้องทยอยขายเอาเงินไปรักษาตัวให้หลาน พอขายวัวหมดก็มาขายบ้านต่อ แล้วใช้คอกวัวเก่าทำเป็นบ้านแทน ตอนนี้ฉันรับจ้างทั่วไปก็ได้เงินกินใช้ไปวันๆ ก็เลยไปกู้เงินกองทุนหมู่บ้านมาซื้อแม่พันธุ์หมู เลี้ยงเอาลูกขาย เพื่อหาเงินรักษาหลานชาย เคยท้อแต่ก็ต้องสู้ แม้บางครั้งหมอนัดไม่ได้ไป เพราะไม่มีเงิน อดบ้างอิ่มบ้างกันสองคน ก็ต้องสู้ทนกันไปตลอดชีวิต&amp;quot;&amp;nbsp;นางจ้อย กล่าวน้ำตาคลอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อวันณา &amp;nbsp;สีบัว ครูประจำชั้น ป.4 เปิดเผยว่า หลังได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียน ด.ช.จีระศักดิ์ ที่บ้านหลังนี้ จึงทำให้เห็นสภาพความเป็นอยู่น่าสงสาร และทราบว่าเด็กป่วยต้องไปหาหมอเป็นประจำทุกเดือน การเดินทางลำบาก และฐานะยากจน ไม่มีรถไม่มีเงินใช้จ่ายเพียงพอ เบื้องต้นจึงได้นำข้อมูลแจ้งทางผู้บริหารและคณะครู เพื่อเตรียมหาทางช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือ โอนเงินได้ที่ธนาคารออมสิน สาขากงไกรลาศ ชื่อนางจ้อย &amp;nbsp;พุฒตาล บัญชีเลขที่ 020107012393 โทรศัพท์ 091-8502782 หรือส่งสิ่งของจำเป็นมายังบ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 2 ต.ท่าฉนวน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวพบชายวัย 62 และลูกชายวัย 10 ขวบ มีชีวิตอยู่อย่างลำเค็ญต้องกินนอนภายในรถตุ๊กตุ๊กริมถนนอาบน้ำในปั้มกินข้าววัด &amp;nbsp;ลูกชายต้องช่วยพระออกบิณฑบาตเกือบทุกเช้าแลกข้าวประทังชีวิต ส่วนพ่อตระเวนขับรถตุ๊กตุ๊กรายได้ แทบไม่พอใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบชื่อ นายรุ่งโรจน์ ทิพย์รัตน์ อายุ &amp;nbsp;62ปี &amp;nbsp;และ ด.ช.กัมปนาท ทิพย์รัตน์ อายุ 10ขวบ หรือน้องปาน &amp;nbsp;โดยนายรุ่งโรจน์ &amp;nbsp;บอกว่า จำเป็นต้องอาศัยรถตุ๊กตุ๊กเป็นที่หลับนอนกับลูกชายมา3-4 &amp;nbsp;เดือนแล้วเพราะไม่มีปัญญาหาเงินมาเช่าบ้านเนื่องจากมีรายได้จากการขับรถตุ๊กตุ๊กเพียงวันละ200-300 บาทหักค่าเช่าวันละ120บาท บางวันก็แทบไม่เหลือหากรถเสีย ส่วนภรรยาก็แยกทางกันตั้งแต่น้องปานอายุได้3ขวบและไม่เคยติดต่อกลับมาหาลูกชายเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโรจน์ บอกว่า ทุกวันนี้รู้สึกสงสารลูกมากที่ต้องมานอนบนรถตุ๊กตุ๊กและแทบไม่มีโอกาศได้วิ่งเล่นหรือสนุกสนานเหมือนเด็กคนอื่นๆ บางครั้งลูกชายก็น้อยใจเพราะอยากได้เสื้อผ้าใหม่หรือของเล่นแต่ก็ไม่มีปัญญาซื้อให้ แต่ก็จะพยายามสู้เพื่อลูกส่งให้เรียนจนถึงที่สุดโดยลูกชายมีความฝันอยากเป็นตำรวจหรือไม่ก็ทหาร สิ่งที่ต้องการมากที่สุดในขณะนี้คือที่อยู่อาศัยเพื่อให้ลูกชายได้มีที่หลับที่นอนสบายขึ้น ไม่ต้องกินนอนอยู่บนรถตุ๊กตุ๊กเหมือนทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ช.กัมปนาท บอกว่า รู้สึกลำบากเหมือนกันที่ต้องนอนบนรถตุ๊กตุ๊กแต่ก็จะอดทนความฝันอยากเป็นตำรวจชุดสืบสวน ส่วนสิ่งที่อยากได้ในวันเด็กแห่งชาติคือรถจักรยานสักคันไว้ปั่นเล่นและเสื้อชุดซุปเปอร์แมนที่อยากใส่มานานแล้ว และจะพยายามตั้งใจเรียนเพื่อช่วยดูแลพ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระจัน วาย เคียง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นพระมาเลเซียที่มาบวชเรียนอยู่ที่วัดมหัตตมังคลารามหรือวัดหาดใหญ่ในบอกว่า น้องปานจะมาช่วยออกบิณฑบาตเกือบทุกเช้าก่อนที่จะไปโรงเรียนแลกกับอาหารเพื่อนำไปกินกับพ่อ เป็นเด็กดีมากแม้จะต้องอาศัยนอนบนรถตุ๊กตุ๊กก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ใจบุญหรือหน่วยงานใดที่ต้องการช่วยเหลือพ่อลูกคู่นี้ติดได้โดยตรงที่เบอร์ของลุงโรจน์ หมายเลข 080-9026285 &amp;nbsp;หรือบริจาคเงินช่วยเหลือโดยตรงได้ที่บัญชีของ นายรุ่งโรจน์ ทิพย์รัตน์ ธนาคารกรุงไทย สาขาราษฎร์ยินดี บัญชีเลขที่ 930-0-34809-4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/823</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยากจน, สุโขทัย, หาดใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180110/5a55896e96571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
