<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ยาคุม&quot;ผสมแชมพู ไม่ช่วยรักษาโรคผมร่วง ผมบางได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ต.ค.63-นพ. ณรงค์ อภิกุลวณิช &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ตามที่มีข่าวเผยแพร่ใน Social ว่า ถ้าอยากเร่งให้ผมยาวหรือแก้ผมร่วง ให้เอายาคุมกำเนิดมาบดใส่แชมพูแล้วเอามาสระผมนั้น ขอเรียนว่า &amp;nbsp;ยาคุมกำเนิดแบบเม็ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิดคือ เอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสติน (progestin) ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีคุณสมบัติยับยั้งการตกไข่ ยับยั้งการสร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนและลดฮอร์โมนเพศชาย ที่ทำให้เกิดภาวะผมบางจากพันธุกรรม &amp;nbsp;ส่วนฮอร์โมนโปรเจสตินมีคุณสมบัติยับยั้งฮอร์โมนแอนโดรเจนที่ทำให้เกิดภาวะผมบางจากพันธุกรรมเช่นกัน ปกติยาคุมกำเนิด จะดูดซึมทางระบบอาหาร ไม่มีรายงานทางการแพทย์ว่าดูดซึมทางหนังศีรษะ การนำยาคุมกำเนิดไปใช้ผิดวิธี จะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.มิ่งขวัญ &amp;nbsp;วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ &amp;nbsp;ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;โรคผมบางจากพันธุกรรมเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ใช่จากปัจจัยฮอร์โมนแอนโดรเจนอย่างเดียว เช่นปัจจัยทางพันธุกรรมรวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ด้วยเหตุนี้ &amp;nbsp;การรักษาด้วยการใช้ยาทาหรือยารับประทานที่ต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนอาจจะไม่ได้ผลในผู้หญิง สำหรับผู้ชายไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดในการรักษาเพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น มีเต้านมขนาดใหญ่ขึ้น พบว่าจากหลักฐานการศึกษาทางการแพทย์ มีการใช้ยาทาเอสโตรเจนในผู้ป่วยหญิงที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม แต่ไม่ได้ทำให้ผมขึ้นมากขึ้น นอกจากนี้ การใช้ยาคุมกำเนิดบดผสมในแชมพูอาจมีการดูดซึมที่หนังศีรษะได้ไม่ดีเท่ากับการทายา แต่กลับจะทำให้ปริมาณ ยาคุมกำเนิดลดลงพร้อมกับแชมพูสัมผัสหนังศีรษะในระยะเวลาจำกัดก่อนที่จะถูกล้างออก &amp;nbsp;ดังนั้นการดูดซึมจึงน้อยกว่าการทายาหรือการรับประทานยา ประสิทธิภาพในการต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ. สถาบันโรคผิวหนัง &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า &amp;nbsp;การศึกษาทางการแพทย์ที่พบว่ายาต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนชนิดอื่นนอกเหนือจากยาคุมกำเนิด อาจใช้ได้ผลในผู้ป่วยหญิงบางรายที่มีโรคผมบางทางพันธุกรรม ได้แก่ &amp;nbsp;spironolactone, finasteride, dutasteride, flutamide แต่ยารับประทานเหล่านี้ยังไม่ได้รับการจัดให้อยู่ในมาตรฐานการรักษาและห้ามใช้ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีโอกาสจะตั้งครรภ์ เพราะจะเป็นอันตรายแก่ทารกในครรภ์ได้ &amp;nbsp;จากหลักฐานการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่รับประทานยา spironolactone อย่างเดียวหรือรับประทานยา spironolactone ร่วมกับยาคุมกำเนิด ผลการศึกษาไม่พบว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดช่วยให้ผมขึ้นมากขึ้น &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง แนะนำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จะดีกว่าการทำตามความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81933</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช, พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ, ยาคุมกำเนิด, แชมพูสระผม, โรคผมร่วง ผมบาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97c41cee187.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.เตือนอย่าเชื่อเฟกนิวส์  ใส่ยาคุมในแชมพู เร่งผมยาวทันใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
19ต.ค.63-เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีที่มีการแชร์ข้อมูล และโพสต์คลิปผ่านแอพลิเคชันติ๊กต็อก (TikTok) นำยาคุมบดใส่แชมพูเพื่อช่วยเร่งผมยาว แก้ผมร่วงนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอเรียนว่า ยาเม็ดคุมกำเนิดส่วนมากเป็นชนิดรวมประกอบด้วยฮอร์โมนเพศหญิงในกลุ่มเอสโตรเจน (estrogens) ผสมกับฮอร์โมนในกลุ่มโปรเจสติน (progestins) ซึ่งโปรเจสตินเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน หรือยาคุมกำเนิดชนิดเดี่ยวประกอบด้วยโปรเจสตินอย่างเดียว ออกฤทธิ์เพื่อคุมกำเนิดโดยดูดซึมผ่านระบบทางเดินอาหาร ไม่สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ และขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษาว่า การนำยาเม็ดคุมกำเนิดมาผสมกับแชมพูสระผมจะสามารถเร่งผมยาวหรือแก้ผมร่วงได้ ดังนั้น ข้อมูลหรือคลิปที่ส่งต่อกันนั้นจึงเป็นการนำยามาใช้ผิดวิธี อย่าหลงเชื่อ และอย่าแชร์ต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในคนปกติจะมีผมร่วงประมาณ 80 เส้นต่อวัน การที่บางคนมีผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ อาจเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งจากกรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ เช่น ผู้ชายเมื่อมีฮอร์โมนเพศชายลดลง หรือผู้หญิงมักพบภายหลังคลอดบุตรหรือวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น โรคประจำตัว ได้รับผลข้างเคียงจากยาที่รับประทาน ความเครียด หรือการขาดสารอาหารบางชนิด ซึ่งเมื่อเกิดอาการผมร่วงผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง &amp;nbsp;ทั้งนี้ การดูแลเส้นผมโดยทั่วไปคือ การรักษาสุขภาพโดยรวม ทั้งรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน วิตามินบี ธาตุเหล็ก สังกะสี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่เครียด &amp;nbsp;นอกจากนี้ เลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผมเสีย เช่น การยืดผม ดัดผม หรือย้อมผมบ่อยเกินไป เพราะอาจทำให้ผมร่วงก่อนวัยอันควรได้ รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81118</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, ยาคุมกำเนิด, แชมพูสระผม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c17e73d045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
